สไตล์นี้เจิดจรัส! “วีเจจ๋า” มาในลุคแฟชั่นสุดเฟี้ยวยุค 80 บอกเลยคลาสสิคสุดๆเท่ไปอีก! (ชมภาพ)

0
326

นักแสดงสาว “วีเจจ๋า” หรือ ดร.ณัฐฐาวีรนุช ทองมี ที่มีความสามารถที่หลากหลายด้าน ทั้งงานแสดง งานพิธีกร วีเจ ในวงการบันเทิง รวมถึงการทำหน้าที่เป็นวิทยากรบรรยาย ล่าสุดเรียกได้ว่าเป็นแฟชั่นสุดเฟี้ยวกับการแต่งตัวมาใน ยุค 80 ที่บอกเลยว่า คลาสสิคมาก ใครอยากมีสไตล์การแต่งตัวย้อนยุคสุดเท่ก็สามารถแต่งตามเธอได้

ก่อนหน้านี้ สาวคนนี้ได้ไปพักผ่อนท่ามกลางป่าเขา พร้อมอวดโฉมบีกินี่สีดำ สุดแซ่บ ที่ภูเก็ต ซึ่งบอกได้เลยว่าเซ็กซี่แบบเน้นๆ โดยเมื่อก่อนเธอไม่ค่อยได้เน้นลุคเซ็กซี่สักเท่าไหร่เพราะจะเล่นแบบชุดลุยๆซะมากกว่า แต่ช่วงนี้โผล่มาเซ็กซี่บ่อยมาก ส่วนเรื่องของหัวใจตอนนี้ยังโสดสนิท โสดยาวๆ ขอลุยทำงานก่อน โดยสาวจ๋าเป็นสาวช่างฝัน อารมณ์ดี ขี้เล่น ตลก ขยัน อดทน มีความรับผิดชอบ จริงจังกับการทำงาน

และรักครอบครัว แต่ก็มีโลกส่วนตัวเหมือนกัน อีกอย่างตนชอบท่องเที่ยว มีความสุขในการเดินทาง ทำให้เจ้าตัวทำเพจท่องเที่ยวเป็นของตัวเอง ส่วนสเปคหนุ่มๆ เจ้าตัว ชอบคือผู้ชายอบอุ่น เทคแคร์ ไม่เจ้าชู้ จิตใจดี มีความรับผิดชอบต่อหน้าที่ รักที่จะพัฒนาและเปลี่ยนแปลงตัวเองให้ดีขึ้นอยู่เสมอ ถ้าเป็นหนุ่มชอบเล่นกีฬาเหมือนตนจะดีมาก วีเจจ๋า – ณัฐฐาวีรนุช ทองมี จบการศึกษาระดับปริญญาตรีภาควิชาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

- Advertisement -

ก่อนจะคว้าปริญญาโท ยุโรปศึกษา สถาบันเดียวกัน และระดับปริญญาเอก หลักสูตรนานาชาติ คณะรัฐศาสตร์ ในรั้วจามจุรี อีกเช่นกัน การเรียนอย่างต่อเนื่องของเธอ คือการใช้ชีวิตแบบไม่ประมาท ขณะที่โอกาสด้านบันเทิงถือว่า “ดวงพามา” เธอก็ใช้โอกาสนั้นอย่างเต็มที่ แต่จนถึงวันนี้ จ๋าไม่คิดว่างานบันเทิงเป็น “วิชาชีพ” เธอจึงไม่เคยเซ็นสัญญาเข้าสังกัดกับค่ายใด แต่ยังคงรับงานในลักษณะ “ฟรีแลนซ์”

ที่ทำให้สามารถบริหารจัดการเวลา รวมทั้งเพื่อการศึกษาต่อ สำหรับเธอ งานบันเทิงนอกจากสร้างรายได้ ยังหมายถึงการเก็บเกี่ยวความรู้ประสบการณ์ เพื่อพร้อมสำหรับความเปลี่ยนแปลงในวันข้างหน้า แม้จะยังมาไม่ถึง และไม่รู้ว่าจะเป็นไปในทิศทางใด คิดอย่างไรที่มีคนบอกว่า ตั้งแต่มีนิสิตจุฬาฯ เข้าวงการบันเทิง จ๋า ทำตัวเซ็กซี่ หวือหวาที่สุด ? จ๋าบอกว่า อยู่ที่ทัศนคติ คนเรามีหลายบทบาท

งานก็คืองาน จ๊อบก็คือจ๊อบ เราไม่ได้ทำอะไรที่เกินขอบเขต จ๋าว่าเป็นเรื่องที่ไปด้วยกันได้ จ๋าไม่ได้เป็นคนที่ใช้ภาพลักษณ์อีกแบบหนึ่ง จ๋าไม่ได้ทำงานราชการ ถ้าจ๋าทำงานราชการแล้วจ๋ามามีภาพลักษณ์อีกแบบหนึ่งที่มันดูเปรี้ยว คงดูไม่ดี เป็นมาดเข้มขรึม เป็นการเป็นงาน ของ “วีเจจ๋า” ที่เราคงไม่ได้เห็นกันบ่อยนักตามสื่อบันเทิงทั่วไป บนถนนสายมายา อย่าประมาท สิ่งที่ จ๋า ณัฐฐาวีรนุช มองว่าเป็นจุดเปลี่ยนในชีวิต

คือ 5 นาทีที่ได้มีโอกาสขึ้นไปพูดบนเวทีประกวด VJ Search ที่สยามสแควร์ ซึ่งทำให้นิสิตชั้นปีที่ 4 ซึ่งมีการดำเนินชีวิตไม่ต่างจากเพื่อนนิสิตนักศึกษาคนอื่นๆ เปลี่ยนไปเป็น วีเจ ก่อนจะเริ่มมีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักในวงกว้าง และโด่งดังมากยิ่งขึ้นจากการแสดงภาพยนตร์ คู่แท้ปาฏิหาริย์, ชัตเตอร์ กดติดวิญญาณ, แสบสนิท ศิษย์ส่ายหน้า, คริตกะจ๋า บ้าสุดๆ และ โหด หน้า เหี่ยว 966

จนถึงได้ชื่อว่าเป็นสาวเซ็กซี่ที่สุดคนหนึ่งของวงการ แถมยังมีข่าวกับดาราหนุ่มๆ ระดับหัวแถวของวงการบันเทิงจนขึ้นข่าวหลีดหน้าบันเทิง นอกจากสายงานด้านบันเทิง เธอยังรับเชิญไปบรรยายตามโรงเรียนและมหาวิทยาลัยต่างๆ ฟังแล้วนึกภาพตามว่าลูกศิษย์ลูกหาน่าจะกรี๊ดอาจารย์จ๋ากันเกรียวกราว ตอนนั้นจ๋าบอกว่าเขามาชวน เราก็จะพิจารณาดูว่าอันไหนที่ไม่เหนือบ่ากว่าแรง

ก็ลองทำดูเป็นการฝึกตัวเองไปด้วย เพราะยังไม่เก่ง ส่วนนักเรียนจะติดภาพดาราของเราหรือไม่ คิดว่าอยู่ตรงสิ่งที่เราเอาไปบอกเขามากกว่า เรามีสาระความรู้ไปให้เขาหรือเปล่า เพราะถ้าเผื่อเราไปแล้วไม่มีอะไรไปเลยก็เหมือนไปโชว์ตัว ถ้าอย่างนั้นเท่ากับเป็นการฆ่าตัวเอง 9 ปีในวงการ “จ๋า” ยังพร้อมจะเดินต่อบนถนนบันเทิงสายนี้ ส่วนเส้นทางจะยาวไกลสักเพียงใด

ย่อมขึ้นอยู่กับปัจจัยแวดล้อมที่หลากหลาย แต่ จ๋า บอกว่าเธอคงไม่รอจนถึงวันที่ “ขาลง” มาเยือน “วันหนึ่งถ้าไม่ทำตรงนี้แล้ว เราจะได้มีความรู้เพื่อรองรับวิชาชีพอื่น เพราะสำหรับจ๋า ถ้าอาชีพมาถึงจุดที่เป็นเคิร์ฟลง เราคงไม่อยู่แล้ว” และนี้คือเรื่องราวทั้งหมดขอ ดร.จ๋า ทั้งสวยทั้งเก่งเลยทีเดียว แถมหุ่นยังแซ่บด้วย สำหรับเรื่องความรัก เธอเคยบอกว่า“จ๋าผิดหวังกับความรักมา จ๋าเลยทำสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ที่สุดในชีวิต!”

ไม่ง่ายเลยที่ผู้หญิงคนหนึ่งจะผ่านเรื่องราวมาแบบเธอ วีเจจ๋า ณัฐฐา วีรนุช, 38 ปี เธอทำมาหมดแล้วทั้งวีเจ พิธีกร นักแสดง และเธอได้ผ่านเรื่องที่เสียใจที่สุดในชีวิตมาแล้ว จ๋าที่เราเจอวันนี้ เธอสวยเหมือนเดิม ฮอตกว่าเดิมอีก น่ารัก สดใส เข้าใจชีวิต อ่อนโยน และจ๋ามีอีกสิ่งหนึ่งที่เปลี่ยนไป จ๋าบอกเราว่า “จ๋ายังรู้สึกเหมือนเดิมนะ แต่จ๋าปล่อยวางเร็วขึ้นมาก” เราเลยมั่นใจว่าความเป็นเธอ จะทำให้ผู้หญิงทุกคนมีแรงขับอะไรบางอย่าง และอาจจะอยากทำฝันอะไรบางอย่างที่ตั้งใจไว้

ให้หายคาใจแบบเธอ จ๋าเรียนจบปริญญาเอก ทำธีซิสยากมากๆ ภายในเวลา 5 เดือน ทั้งหมดกลั่นออกมารวมกันเป็นตัวเธอ ที่เธอบอกกับเราก่อนจากกันว่า “อย่าเพิ่งบอกตัวเองว่า อะไรที่เราอยากทำมันเป็นไปไม่ได้ มันเป็นได้ เอาให้สุดกับมันเลยค่ะ” เรื่องราวของวีเจจ๋าตลอดสิบกว่าปีที่ผ่านมา ถ้าใครเป็นแฟนคลับเธอจะรู้ว่า วีเจจ๋าเป็นผู้หญิงคนหนึ่งที่มีชีวิตเข้มข้นประมาณหนึ่งเลยทีเดียว

จ๋าผิดหวังเรื่องความรักมาหลายครั้งเลยก็ว่าได้ และจ๋ายังเพิ่งเสียน้องสาวที่เธอรักมากที่สุดไปเมื่อปีที่แล้ว บวกกับสิ่งที่เธอยังทำไม่เสร็จคือ เรียนปริญญาเอกให้จบ และงานแสดงที่ไม่เคยขาดสายของเธอ จ๋าก็ยังคงเป็นจ๋าเหมือนเดิม แต่สิ่งที่เราอยากเล่าเกี่ยวกับเธอก็คือ จ๋าเรียนจบปริญญาเอกแล้ว หลังจากเพิ่งผ่านเรื่องผิดหวังในความรักมาด้วย จ๋าเล่าให้ฟังว่า “จ๋าผิดหวังกับความรักมาก แล้วมามองดูตัวเองเลยว่า ที่เราทุ่มเทไปสี่ปีเต็มน่ะ

ตกลงวันนี้เราเหลืออะไรบ้าง เรื่องเรียนเราก็ไม่ค่อยปะติดปะต่อ ก็มีงาน แต่ก็ไม่ได้มั่นคงขนาดนั้น แล้วมีอะไรล่ะที่เราจะภูมิใจในตัวเอง ก็เลยกลับมาคิดว่า เออ! เราต้องเรียนให้จบให้ได้ แต่จ๋ามีเวลาเหลือแค่ 5 เดือน!” จ๋าเรียนปริญญาเอก สาขารัฐศาสตร์ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ที่มหาวิทยาลัยรามคำแหงอินเตอร์ ตามหลักสูตร ถ้าเธอเรียนไม่จบภายใน 5 เดือน เธอจะถูกตัดสิทธิ์ในปริญญานี้ไปเลย และธีซิสที่จ๋าเลือกทำก็คือเรื่อง ซอฟท์ พาวเวอร์ เป็นเรื่องเกี่ยวกับว่าเราจะเบลนด์เรื่องอำนาจอ่อน

เข้าไปใช้ในวงการหนังยังไง สิ่งที่จ๋าเรียนมาทั้งหมดสามารถเอาไปใช้แนะนำทั้งรัฐบาล ทั้งคนสร้างหนัง หาจุดเอาไปช่วยกันพัฒนาประเทศได้เลย แต่เวลาแค่ 5 เดือน ในทางวิชาการแล้ว เป็นที่รู้กันว่า “เป็นไปไม่ได้” ที่จะเรียนให้จบเด็ดขาด! จ๋าบอกว่า “มันไม่มีทางเลย วันแรกที่คิดว่าจะกลับมาเรียนให้จบ อาจารย์ดูงานเราที่ทำค้างไว้ คอมเม้นท์มาว่า ให้เราเปลี่ยนทฤษฎี โห! มันเหมือนเลาะกระดูกสันหลังเราเลย ทุกอย่างต้องทำใหม่หมด เรามองหน้าอาจารย์ คือถ้าเป็นการ์ตูน คงเป็นฉากมีกาบินผ่าน

อาจารย์ก็ถามว่าเราโอเคมั้ย เราคิดแบบ “โอเคอะไร มันเป็นไปไม่ได้กับเวลาแค่นี้” ก็บอกอาจารย์ไป อาจารย์บอกกลับมาว่า “ถ้านาทีนี้คุณพูดว่าเป็นไปไม่ได้ ก็จบตั้งแต่นาทีนี้แล้ว” มีหรือที่จ๋าจะยอม จ๋ากลับมาตั้งหลักแล้วตัดสินใจลุย! จ๋าคิดเลยว่า “ก็ถ้าอย่างนั้นเอาให้ตายไปสี่เดือนนี้เลยแล้วกัน” จ๋านั่งทำงานทุกวัน ส่งไปอาจารย์บอกไม่ใช่ มาทำใหม่ กองหนังสือเต็มพื้น จ๋าก็นั่งจ้องคอมพ์ทั้งวัน ทำไป แก้ไป จ๋าบอกว่า “แก้งานไป 37 ครั้ง วันๆ คือตื่นมา 9 โมง กินข้าว ทำธีซิส กินข้าว ทำถึงสี่โมงเย็น วิ่ง อาบน้ำ กินข้าว ทำถึงสี่ทุ่ม ดูทีวี นอน”

จ๋าใช้ชีวิตอย่างนี้ไป 4 เดือน แล้วจ๋าก็เกิดความคิดว่า “เออ 4 เดือนแล้วยังแก้อยู่เลย คงไม่ทันแล้วล่ะ ก็ช่างมันเถอะ คงไม่จบแล้ว” จนวันใกล้ๆ หมดเวลา อาจารย์บอกประโยคง่ายๆ กับจ๋าว่า “I think this is ok.” จ๋าเล่าว่า “อาจารย์บอกก็ยังไม่ดีใจนะ งงๆ จนอาจารย์คนที่สองมาบอกว่า “โอเคนะ” แล้วมาเจออาจารย์คนที่สามบอกว่า “Congratulations, you can move to the next step”

เอ๊ย! นี่แปลว่าอาจารย์ให้เราผ่านแล้วนี่นา!” แต่เรื่องไม่จบแค่นั้น “ดีใจมาก แต่ข่าวร้ายคือตอนทำเรื่องขอจบนี่สุดๆ เหมือนกัน ต้องย่อธีซิสจากร้อยกว่าหน้า ให้เหลือ 20 หน้า จ๋าทำจนไม่รู้ว่าทำอะไรอยู่ ต้องแก้ภาษา และที่ร้ายที่สุดคือ ตอนทำสารานุกรมต่างๆ ต้องทำเองทั้งหมด” จ๋าบอกว่าเธอรับปริญญาเป็นคนสุดท้าย และเธอใช้เวลาเรียนทั้งหมด 7 ปีเต็ม! เรียนปริญญาเอกของจ๋า คือการต่อสู้กับตัวเอง

มีประโยคหนึ่งของจ๋าที่เราว่าดีเลย เราถามว่าจ๋ารู้สึกว่าตัวเองเก่งมั้ยพอได้ปริญญาเอกแล้ว จ๋าบอกว่า “เปิดชีวิตใหม่จ๋ามากกว่า ทำให้เราโตขึ้น จ๋าบอกตัวเองเลยว่า เราอย่าเพิ่งบอกว่าอะไรเป็นไปไม่ได้ มันเป็นไปได้ พอเรียนจบเรากลายเป็นเรา แต่เราไม่ได้เป็นคนที่ถูกที่สุด มีคนเจ๋งกว่าเราอีกมาก วันที่เราคิดว่าเราเก่ง แต่อาจารย์บอกว่าเราผิดอยู่ดี ทำให้เรากลายเป็นคนยอมรับฟังคนอื่นไปเลย” เธอบอกว่าเรียนช่วงแรกๆ มีอัตตาเลยนะ ว่าทำมาดีแล้ว ทำไมอาจารย์ยังว่าผิด แต่พอเรียนไปเรื่อยๆ จ๋าบอกว่า “ใจเราบอกเลยว่า เค้าพูดถูกนี่นา ใจเรารู้ว่าอาจารย์น่ะถูกแล้ว” สุดท้ายการเรียนเอกของจ๋าคือ “การต่อสู้กับตัวเองล้วนๆ”

วันนี้จ๋าเอาสิ่งที่เธอเรียนมา ไปบรรยายตามมหาวิทยาลัย ตามที่ต่างๆ ที่เชิญจ๋าไป เธอพูดเรื่องซอฟท์ พาวเวอร์ จ๋าบอกว่า ถ้าเราพัฒนาบุคคลให้ไปในทางเดียวกันก่อน แต่ละคนทำหน้าที่ตัวเองให้ดีที่สุดก่อน อาจได้บ้างไม่ได้บ้าง แต่ต้องอัพเลเวลให้เข้มข้น แล้วเราจะพัฒนาทั้งระบบไปด้วยกันได้ สิ่งหนึ่งในความเป็นวีเจจ๋าที่ไม่เหมือนคนอื่น นอกจากเธอจะเป็นคนสู้กับตัวเองสำเร็จแล้ว จ๋ายังสามารถรักษาออริจินัลหัวใจตัวเองไว้ได้ไม่เคยเปลี่ยน เธออยู่ในวงการมาเกือบๆ ยี่สิบปี แต่จ๋าบอกว่า “อายุสามสิบกว่าจะปลายๆ ไม่ได้ทำให้งานน้อยลงเลย”

จ๋ายังคงมีงานแสดงอยู่ไม่ขาด และปลายปีนี้จะมีหนังแนวโรแมนติค คอเมดี้ด้วย อีกเรื่องคือ 7 วันจองเวร เธอเล่นซีซั่นแรกกับชาคริต แย้มนาม และต่อซีซั่นสองกับ เจสัน ยัง ด้วย และที่จ๋ายังฮอตอยู่ได้มาถึงตอนนี้ ก็คือสิ่งที่เธอเป็นแบบนี้เลย “จ๋าเป็นคนเลือกรับงาน รับแต่งานที่อยากทำ อย่างงานแสดงก็รับทีละเรื่อง จ๋าไม่เคยทำงานตามกระแส จะทำเฉพาะงานที่มีคนร่วมงานที่เราอยากทำกับเขา ที่บทเราอยากเล่น” จ๋าพิสูจน์กับวงการแสดงแล้วว่า อายุไม่เกี่ยวจริงๆ ขอคอนเฟิร์มด้วยเพราะจ๋าตัวจริงนี่อย่างฮอต

สปอร์ตี้ น่ารักสดใส ยิ้มที่ตาเป็นประกายวิบๆ และจ๋าดูชิลล์มาก คงเป็นเพราะ…จ๋าไม่ใช่คนแอ๊บนะ จ๋าใช้ความรู้สึก เราถามจ๋าต่อว่า แล้วความรู้สึก “รัก” ล่ะ จ๋ามีหรือยังตอนนี้? จ๋ายิ้มเลยบอกว่า “จริงๆ อยากมีใครนะ แต่ถ้าไม่มี ก็ไม่ใช่ว่าจะตาย ไม่ได้รู้สึกว่าเราอายุมากขึ้นจะยังไงดี แต่ก็มีบางอารมณ์ว่าเพื่อนๆ เรามีครอบครัวน่ารักจัง จ๋าไม่ได้ฝันว่าอยากมีลูก ถ้าหาพ่อของลูกไม่ดี ก็ไม่อยากมี เพราะจ๋าเชื่อว่าลูกเกิดมาจากความรักที่มั่นคงของพ่อแม่”

ถามจ๋าต่อว่าแล้วผ่านความสัมพันธ์ที่ผิดหวังมาได้ยังไง จ๋าชิลล์เลยกับเรื่องนี้ เธอเปลี่ยนไปแล้ว เธอไม่ปล่อยอารมณ์ไปกับอะไรนานๆ แล้ว “ตอนเด็กเจ็บนาน เพราะปล่อยอารมณ์ไปกับมันนาน แต่ตอนนี้ล่ะ ก็เจ็บเหมือนกัน เสียใจนะ แต่มีสติเร็วขึ้น เข้าใจเร็วขึ้น แล้วปล่อยวางเร็วขึ้น อย่าไปเสียใจนาน เพราะมันไม่มีอะไรดีขึ้น เราใช้เวลาหมดไปวันนึง สองวัน ไม่มีอะไรดีเลย แต่ถ้าเป็นเมื่อก่อนจะเสียใจไปหลายๆ เดือนเลย”

เอาล่ะ.. ตอนนี้จ๋ามีคนมาดูใจหรือยังคะ?? ถามจ๋าตรงๆ จ๋าตอบแบบไม่มีกั๊ก “ตอนนี้โสดนะคะ มีคนมาคุยด้วย จ๋าก็บอกเค้าไปว่า จ๋าไม่ใช่คนมาเล่นๆ นะ ถ้าจะเล่นๆ เสียเวลาจ๋า ถ้าเข้ามาจริงๆ ขออย่างแรกเลยคือ จ๋าไม่ชอบคนโกหก ถ้ารับได้ก็รับ ถ้ารับไม่ได้ก็บอก และถ้าเขาเกิดมาโกหกเรา แล้วเรื่องนั้นซีเรียส จ๋าบอกเลยว่าไม่สามารถมีความสัมพันธ์กับคนนั้นได้ จ๋าไม่เอา แต่ถ้าไม่หนักหนาก็ให้โอกาสนะ” ความชัดเจนของจ๋ามากับประโยคนี้ของเธอเลย ที่เธอบอกเราว่า “จ๋าไม่ได้เดินเข้าไปหาใคร ถ้ามา ก็ช่วยโชว์ให้จ๋าเห็นว่าเป็นยังไง แต่จ๋าไม่ลังเล ไม่ดี ก็ไม่เอา”

จ๋าชอบผู้ชายแบบไหน? “สำคัญสุดเลยคือคนที่อยู่ด้วยกันแล้วชีวิตเราดีขึ้น คืออยู่แล้วมีความสร้างสรรค์เกิดขึ้น คนที่อย่ามาทำลายปัจจุบันของเรา แล้วก็อย่าทำให้เราไม่เห็นอนาคต คนที่ช่วยกันคิด ช่วยกันทำ เออ เคยเจอเรื่องนี้มั้ย เออ เบื่อเนอะ งั้นไปเล่นกีฬากันมั้ย แล้วจ๋าชอบคนมีความรับผิดชอบ และอบอุ่น ถ้ามาอินดี้ใส่ ก็ไม่เอานะ” เป็นคำแนะนำที่พอฟังจ๋าแล้ว เออ! จริงแฮะ ถ้าคนที่เราอยู่ด้วย แล้วทำให้เราทุกข์อยู่ได้ เราจะเอาไปทำไม เราเลยถามจ๋าต่อว่า..

จ๋าจะให้กำลังใจผู้หญิงคนอื่นๆ ที่ผิดหวังเรื่องความรักยังไงดี? เห็นใจที่ตรงชัดของจ๋าแบบนี้ เธอก็น่ารักตอบมาว่า “คุยถูกคนแล้วค่ะ เพราะจ๋าเจอมาหมดแล้ว บอกเลยว่าผู้หญิงเรายังไงก็ใช้ความรู้สึกนำอยู่ดี ไม่ว่าจะห้ามยังไงก็ตาม แต่เมื่อไหร่ที่เรารู้แล้วว่าเขาหลอก เราต้องรักตัวเองมากกว่าหลอกตัวเองต่อ ถามว่าตอนแรกเราต้องยั้งใจมั้ย ต้องยั้งไว้ค่ะ อย่าไปเทความรู้สึกรวดให้เขา เขาใจว่าชอบมันก็ชอบ แต่อย่าเพิ่งไปปล่อยตัวเองไปหมด ทำได้มั้ย ไม่รู้นะ

ที่แน่ๆ อย่าหลอกตัวเองว่าเขาคงดีขึ้น เขาคงเปลี่ยนตัวเองเพื่อเรา ถ้าเขาเปลี่ยนเขาเปลี่ยนมานานแล้ว เขาไม่ได้เปลี่ยนเพื่อเราหรอก” จ๋าแนะนำต่อว่าจะมีความสัมพันธ์ดีๆ นี่ เธอบอกว่า “ผู้หญิงเราก็ต้องให้สเปซผู้ชายนะ ต้องคนละครึ่งทาง ผู้ชายก็ต้องทำให้เรารู้ว่า เราไว้ใจเค้าได้ ผู้หญิงก็อย่าไปยุ่งอะไรมาก แต่ถ้าได้กลิ่นแปลกๆ ก็ต้องถามสิ แต่ถ้าถามไม่ได้เลย อ้าว! งั้นเราจะคบกันไปทำไม เธอก็อยู่คนเดียวไปละกัน เราให้สเปซเลย 55555”

truststoreonline

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here