สะดวก สบาย แค่ปลายนิ้ว! SCB เปิดช่องให้ลูกค้ากู้ผ่านมือถือ อนุมัติรับเงินใน 3 นาที ตั้งเป้าหมายปี’61 ปล่อยหนักสูงสุด 10,000 ล้านบาท (รายละเอียด)

0
770

ธนาคารไทยพาณิชย์ เปิดตัว “SCB EASY Digital Lending” เงินด่วนแค่ปลายนิ้ว สินเชื่อผ่านแอพฯมือถือ SCB Easy โดยลูกค้ากู้ง่ายตลอด 24 ชม. ตั้งเป้าหมายปีนี้จะมีลูกค้าขอกู้ผ่านช่องทางนี้กว่า 10,000 ล้านบาท ย้ำข้อดีการใช้ดิจิตอล จะช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดหนี้เสีย นางอภิพันธ์ เจริญอนุสรณ์ รองผู้จัดการใหญ่อาวุโส ผู้บริหารสูงสุดปฏิบัติการ ผู้บริหารสูงสุด

Retail Payments และ Retail Products ธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าวว่า ล่าสุดทางธนาคารเพิ่มช่องทางการให้สินเชื่อผ่านมือถือในชื่อ ชื่อ “SCB Easy Digital Lending” สินเชื่อผ่านมือถือ… เงินด่วนแค่ปลายนิ้ว ผ่านโมบายแบงก์กิ้งแอปพลิเคชัน SCB EASY สามารถขอสินเชื่อตลอด 24 ชม. โดยใช้เวลาประมาณ 3 นาที ในการขอกู้ อนุมัติ และโอนเงินเข้าบัญชี

โดยระยะแรกจะให้บริการกลุ่มลูกค้าเดิมที่มีข้อมูลกับธนาคารแล้ว และจะขยายการบริการสู่ลูกค้าใหม่ในอนาคต ทั้งนี้การให้สินเชื่อผ่านมือถือ จะให้บริการสินเชื่อส่วนบุคคล สินเชื่อบัตรเครดิต สินเชื่อบัตรกดเงินสด สินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์และสินเชื่อที่อยู่อาศัย อย่างไรก็ตามทางธนาคารคาดว่า จะมีสินเชื่อใหม่จากช่องทางนี้กว่า 10,000 ล้านบาท ภายในปี 2561 โดย 70%

- Advertisement -

มาจากสินเชื่อที่ไม่มีหลักประกัน และอีก 30% มาจากสินเชื่อที่มีหลักประกัน การขอสินเชื่อผ่านช่องทางดิจิตอล เกิดจากการใช้ฐานข้อมูลหลายส่วนของธนาคารเข้ามาประกอบและทำให้การบริการลูกค้า ง่าย สะดวก และเร็วขึ้น ในขณะเดียวกัน ยังเป็นช่องทางให้ธนาคารสามารถเข้าถึงและเข้าใจพฤติกรรมลูกค้า ความเสี่ยงต่างๆ เพื่อสร้างบริการ ผลิตภัณฑ์ใหม่ๆมาตอบสนองลูกค้า

ในกลุ่มเฉพาะได้ด้วย การใช้ช่องทางดิจิตอลนี้มีโอกาสให้การเกิดหนี้เสียลดลงด้วย” นางอภิพันธ์กล่าว นี้ทางธนาคารยังมีแคมเปญพิเศญตั้งแต่กลางธ.ค. 2560 ได้แก่ ลูกค้าที่ใช้บริการและได้รับการอนุมัติสินเชื่อผ่าน SCB Easy Digital Lending จะได้รับดอกเบี้ยในอัตราพิเศษเมื่อเปรียบเทียบกับการสมัครขอสินเชื่อในช่องทางปกติ เช่น ลูกค้าที่ได้รับการอนุมัติสินเชื่อบุคคล

Speedy Loan จะได้รับดอกเบี้ย 15% ตลอดอายุสัญญา สำหรับลูกค้าทุกกลุ่ม ทุกวงเงินอนุมัติ จากช่องทางปกติธนาคารจะคิดดอกเบี้ยในอัตรา 21.5-28% แล้วแต่วงเงินที่ได้รับอนุมัติ ด้านบัตรกดเงินสด Speedy Cash จะได้รับดอกเบี้ย 0% ใน 3 รอบบัญชี โดยข้อเสนอพิเศษนี้จะมีถึงสิ้นเดือนม.ค. 2561 และสำหรับลูกค้าบัตรเครดิตรายใหม่ ที่ได้รับการอนุมัติบัตรระหว่างวันที่

15 ม.ค. – 28 ก.พ. 2561 รับคะแนนสะสมพิเศษเพิ่ม 5,500 คะแนน เพื่อแลกบัตรกำนัลใน SCB Rewards มูลค่า 500บาท เพียงมีการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิต 3 ครั้ง ภายใน 30 วันนับจากวันที่บัตรได้รับการอนุมัติ เป็นต้น ประวัติศาสตร์หน้าแรกของธนาคารไทยพาณิชย์ ซึ่งนับเป็นสถาบันการเงินแห่งแรกของชาวสยามนั้น เริ่มต้นขึ้นในนาม “บุคคลัภย์” (Book Club)

โดย พระเจ้าน้องยาเธอกรมหมื่นมหิศรราชหฤทัย ซึ่งขณะนั้นทรง ดำรงตำแหน่งเสนาบดี กระทรวง พระคลังมหาสมบัติในพระบาทสมเด็จพระจุลจอม เกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงตั้งพระทัยอย่างแน่วแน่ที่จะให้มีสถาบัน การเงินของสยาม เป็นฐานรองรับการเติบโตทางด้าน เศรษฐกิจการเงินของประเทศ จากการที่โลกตะวันตกได้ ขยายเส้นทางการค้าทางทะเลมาสู่ดินแดนสยามเป็นอย่างมาก

ในยุคนั้น ในขั้นแรกจึงทรงริเริ่มดำเนินกิจการธนาคาร พาณิชย์เป็นการ ทดลองในนาม “บุคคลัภย์” (Book Club) ต่อมากิจการทดลองประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวจึงทรงมีพระบรม ราชานุญาตให้ตั้งเป็นธนาคารในนาม “บริษัท แบงก์สยาม กัมมาจล ทุนจำกัด” (Siam Commercial Bank, Limited)

เมื่อวันที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2449 ประกอบธุรกิจ ธนาคารพาณิชย์ อย่างเป็นทางการ นับตั้งแต่นั้นมาและได้ กลายมาเป็น “ต้นแบบธนาคารไทย” โดยริเริ่ม นำระบบ และ แนวคิดของการให้บริการ รับฝากเงินออมทรัพย์ และ บริการ บริการบัญชี กระแสรายวัน (Current Account) ถอนเงิน โดยใช้เช็คมาให้บริการ แก่ประชาชน พร้อมทั้งจัดตั้งสาขาขึ้น ทั้งในกรุงเทพฯ

และภูมิภาคต่างๆ นอกจากนี้ธนาคารยังมี ส่วนร่วม ในการก่อกำเนิดและวางรากฐานสหกรณ์การเกษตร ของประเทศ สยามประเทศต้องเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ทั้งจากการ เปลี่ยนแปลงระบอบการปกครอง และจากสงครามโลกครั้งที่ 2 บริษัทแบงก์สยามกัมมาจล ทุนจำกัด ในขณะนั้นได้เปลี่ยนชื่อตามนโยบาย “เชื้อชาตินิยม” ของรัฐบาลที่เปลี่ยนชื่อประเทศจาก

“สยาม” เป็น “ไทย” โดยเปลี่ยนมาเป็น ธนาคารไทยพาณิชย์ พร้อมทั้ง มีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างการบริหารของธนาคารใหม่ ให้ผู้บริหาร ชาวไทยที่มีความรู้ความสามารถได้ขึ้นเป็นผู้บริหาร แทนที่จะเป็นชาวตะวันตกแบบเดิม โดยธนาคารยังคงยึดมั่น ในนโยบายความมั่นคงของธนาคารเป็นสำคัญ และเนื่องจากธนาคาร ได้สั่งสมความรู้ ตลอดจนประสบการณ์ด้านการเงิน

ธนาคารจึงมีบทบาทในการอำนวยความสะดวกด้านการเป็นแหล่ง เงินทุนและการ เป็นตัวกลางด้านการเงินระหว่างประเทศให้กับ พ่อค้าตลอดช่วงสงครามการให้กู้ยืมเงินเพื่อสร้างบ้านการส่งเสริม พ่อค้าคนไทยในการประกอบธุรกิจให้ได้รับความสะดวกสบาย ทั้งการตั้งบริษัทคลังสินค้าเพื่อสร้างความปลอดภัยในการเก็บรักษาสินค้าให้แก่ลูกค้า นอกจากนี้ธนาคารได้ถวายความ

จงรักภักดีแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และบำเพ็ญกุศล สาธารณประโยชน์ด้วยการถวายผ้าพระกฐินการสร้าง ตึกโรงพยาบาลให้แก่โรงพยาบาลศิริราชเป็นต้น บทบาทของธนาคารไทยพาณิชย์ในการเป็นหนึ่งในฟันเฟือง ที่ช่วยพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศไทยได้ดำเนินมาอย่างต่อเนื่อง จนถึงยุคที่ความมั่นคงภายในประเทศ เป็นเรื่องที่ต้องให้ความ

สำคัญมากที่สุด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การระวังภัยจากลัทธิ คอมมิวนิสต์ ธนาคารยังคงมุ่งมั่นที่จะวางรากฐานทางด้าน การเงินการธนาคารให้แข็งแกร่ง และมั่นคงขึ้น พร้อมที่ จะเป็นกำลังหล่อลื่นการพัฒนาเศรษฐกิจในด้านอื่นๆ ด้วยเช่นกัน โดยธนาคารได้ปรับปรุงระบบงานของธนาคารให้ทันสมัยและมี ประสิทธิ-ภาพพร้อมให้บริการลูกค้า ทำการปรับปรุงโครงสร้าง

การบริหารงาน พร้อมทั้งให้ความสำคัญแก่งานด้านทรัพยากร บุคคล ด้วยธนาคารตระหนักถึงคุณค่าความสำคัญของบุคลากร ภายในธนาคารจึงจัดให้มีการพัฒนาพนักงานทั้งด้านการบริการ และปฏิบัติการ จัดสวัสดิการให้แก่พนักงาน รวมทั้งการทำ เพื่อสังคม ทั้งการทำนุบำรุง และจรรโลงพระพุทธศาสนา การสนับสนุนการแพทย์ การสาธารณสุขพื้นฐานซึ่งบทบาท

ของธนาคารไทยพาณิชย์ในยุคนี้ เปรียบเสมือนต้นโพธิ์ที่ได้หยั่ง รากลึก มีลำต้นที่แข็งแรงและพร้อมจะแตกกิ่งก้านสาขาเป็น ไม้ใหญ่อย่างรวดเร็ว และสง่างาม “เราจะเป็นธนาคารที่ ลูกค้า ผู้ถือหุ้น พนักงาน และ สังคมเลือก” (Bank of Choice for Our Customers, Shareholders, Employees and Community) คือ วิสัยทัศน์ของธนาคารในการ ดำเนินงานของ

ศตวรรษใหม่ ที่มุ่งสู่การเป็นธนาคารที่ทุกคนเลือก พร้อมทั้งตระหนักถึงการเป็นสมาชิกที่ดีของสังคมมีการบริหารงาน ด้วยหลักธรรมาภิบาล ด้วยจริยธรรม ตลอดจนการทำประโยชน์ คืนแก่สังคม และเพื่อให้สามารถบรรลุถึงวิสัยทัศน์ที่ตั้งไว้ ธนาคารจึงกำหนดพันธกิจไว้อย่างชัดเจนว่า จะมุ่งพัฒนาสู่การเป็น ธนาคารครบวงจรชั้นนำของประเทศ (The Premier Universal Bank)

ซึ่งหมายถึงธนาคารที่ให้บริการทางการเงินอย่างครบวงจร เพื่อ ตอบสนองความต้องการที่หลากหลายของลูกค้าทั้งลูกค้ารายย่อย และลูกค้าธุรกิจ และ เพื่อให้สอดคล้องกับทิศทางเศรษฐกิจ และการดำเนินธุรกิจ ธนาคารจึงได้ดำเนิน “โครงการปรับปรุง ธนาคาร” (Change Program) ซึ่งเป็นโครงการที่อยู่เบื้องหลัง การเปลี่ยนแปลงและความสำเร็จของธนาคาร รวมทั้งการพัฒนา

เครือข่าย ในการให้บริการอย่างครบวงจร การพัฒนาบริการใหม่ๆ และการพัฒนาบุคลากรและ การดำเนินกิจกรรมองค์กรเพื่อสังคม อย่างต่อเนื่อง กิจการของธนาคารเริ่มต้นขึ้นในนาม “บุคคลัภย์” (Book Club) ในวันที่ 4 ตุลาคม พ.ศ. 2447 ก่อตั้งโดย พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหมื่นมหิศรราชหฤทัย เนื่องจากขณะนั้นทรงเชื่อว่า สยามประเทศมีความจำเป็น ต้องมีระบบการเงิน

ธนาคาร เพื่อรองรับการเติบโตทางเศรษฐกิจการเงินของประเทศ หลังจากบุคคลัภย์ขยายตัวทางธุรกิจขึ้นเป็นลำดับ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม พระราชทานอำนาจพิเศษ ให้จัดตั้ง “บริษัท แบงก์สยามกัมมาจล ทุนจำกัด” เพื่อประกอบธุรกิจธนาคารพาณิชย์อย่างเป็นทางการ นับแต่วันที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2449 ประกอบธุรกิจธนาคารพาณิชย์อย่างเป็นทางการ นับแต่นั้นเป็นต้นมาจนถึงปัจจุบัน

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here