กลับมาอีกครั้ง “Nokia” เปิดตัว Nokia 8110 (The Matrix) ดีไซน์ทรงเดิมยุค 90 รองรับ 4G บอกเลยเก๋มาก (คลิป-ชมภาพ)

0
962

วันนี้ truststore online จะพาทุกคนมาดูการกลับมาของมือถือรุ่นที่ใครๆก็รู้สึกกันเป็นอย่างดี นั้นก็คือ Nokia ซึ่งได้มีการทำเซอร์ไพรส์เปิดตัว Nokia 8110 รุ่นใหม่ ที่หน้าตาตัวเครื่องคล้ายกับ Nokia รุ่น The Matrix ในยุค 90 โดยในรุ่นใหม่นี้มีสเปกที่น่าสนใจและรองรับ 4G ด้วย

คลิป

อาจจะเป็นผลต่อเนื่องจากความนิยมของ Nokia 3310 รุ่นใหม่ที่ Nokia เปิดขายก่อนหน้านี้ โดยในเปิดตัวสินค้าใหม่ของ Nokia เมื่อคืนวันที่ 25 ก.พ. 2018 ก็ได้มีการเปิดตัว Nokia 8110 รุ่นใหม่ที่ดีไซน์ตัวเครื่องเหมือนกับ The Matrix มือถือยอดนิยมยุค 90 โดย Nokia 8110 มีสเปกที่น่าสนใจดังนี้

-สเปก Nokia 8110 4G
-ตัวเครื่องดีไซน์เป็นแบบโค้งเหมือนรุ่น The Matrix ในยุค 90
-ตัวเครื่องวัสดุ Polycarbonate

-หน้าจอโค้งขนาด 2.4 นิ้ว QVGA Display
-ความจุภายในตัวเครื่อง 4GB
-RAM 512MB

-CPU MSM8905 Dual Core 1.1 GHz
-รองรับ 4G LTE
-กล้องหลัง 2MP พร้อม LED Flash

-รองรับ 2 ซิม
-แบตเตอรี่ 1500 mAh แบบถอดได้
-การเชื่อมต่อ MicroUSB, Wi-Fi, Bluetooth, GPS

-มีช่องเสียบหูฟัง 3.5 มม., ฟัง FM ได้
-ระบบปฏิบัติการ KaiOS
-มาพร้อมเกมในความทรงจำ เช่น เกมงู
-มี 2 สี คือ Black, Yellow

Nokia 8110 4G จะพร้อมวางจำหน่ายในเดือน พ.ค. 2018 โดยราคาขายจะอยู่ที่ 79 ยูโร ประมาณ 97 ดอลลาร์ หรือประมาณ 3,100 บาท ส่วนจะวางขายในกลุ่มประเทศใดบ้างรอติดตามกันต่อไป โนเกียไม่ได้เริ่มธุรกิจด้านอิเล็กทรอนิคเป็นพื้นฐานอย่างแรกของบริษัท แต่ได้เปิดบันทึกหน้าแรกของประวัติศาสตร์ด้วยการเป็นผู้ผลิตเยื่อกระดาษ

โดยมีวิศวกร Fredrik Idestam เป็นเจ้าของ ย้อนเวลากลับไปยังปี ค.ศ. 1865 บริษัทโนเกียได้ก่อตั้งขึ้นบนริมฝั่งแม่น้ำ Nokia (โนเกีย) แม่น้ำสายใหญ่ในประเทศฟินแลนด์ ซึ่งอยู่ในพื้นที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วย ป่าไม้ และทะเลสาบนับว่าเป็นดินแดนที่เหมาะสมอย่างมากในการทำธุรกิจ เยื่อกระดาษในย่านนี้ และกลายมาเป็นโรงงานผู้ผลิตเยื่อกระดาษรายใหญ่ที่เติบโต

อย่างรวดเร็ว แต่น่าเสียดายที่ Idestam ยังมีประสบการณ์ไม่เพียงพอในการทำงานด้านธุรกิจ จึงจำเป็นต้องหยิบยืมเทคโนโลยีมาจากประเทศเยอรมันในปี 1866 แต่นั่นก็ช่วยทำให้เขาพัฒนาบริษัทขึ้น ต่อมาในปี 1867 นวัตกรรมที่ Idestam คิดค้นขึ้นก็ได้ชนะรางวัลเหรียญทองแดงในงาน Paris Wood Exposition ที่กรุงปารีส(ประเทศฝรั่งเศส)

นับแต่วันนั้นมาชื่อของโนเกียได้กลายมาเป็นที่รู้จัก โนเกีย จึงได้ฉวยโอกาสนี้ประทับแบรนด์ของเขาบนผลิตภัณฑ์ทุกชนิดซึ่งสร้างชื่อเสียงได้มากขึ้น จนกระทั่งเครื่องผลิตกระดาษได้เข้ามามีบทบาทในการผลิตเยื่อไม้ในปี 1880 และได้มาเป็นอีกหนึ่งผลิตภัณฑ์ของโนเกีย จนเรียกได้ว่าร้อยละ 80 ของผลิตภัณฑ์นั้น คือ กระดาษห่อสีน้ำตาล รวมไปถึงวอลเปเปอร์สี

ต่อมาในปี 1902 Idestam ได้ขยายธุรกิจจากโรงงานกระดาษมาสู่ธุรกิจด้านพลังงานไฟฟ้า เนื่องจากเห็นว่าธุรกิจกระดาษที่ทำอยู่มีการใช้พลังงานไฟฟ้าค่อนข้างมาก จึงได้ตัดสินใจสร้างโรงผลิตไฟฟ้าขึ้นเองในปี 1903 แต่แล้วในช่วงสงครวมโลกครั้งที่ 1 มรสุมใหญ่ก็ผ่านเข้ามา ธุรกิจส่งออกกระดาษของโนเกียได้รับผลกระทบเป็นอย่างมากจนประสบภาวะาขาดทุนอย่างรุนแรง

แต่ในขณะเดียวกันนั่นเองธุรกิจด้านพลังงานไฟฟ้ากลับเติบโตอย่างรวดเร็วเพราะการใช้พลังงานไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นมากในประเทศฟินแลนด์ ทำให้ช่วยพยุงกิจการด้านกระดาษที่ขาดทุนอย่างสูงไว้ได้ในระดับหนึ่ง และในปี 1918 บริษัท Finnish Rubber Works (FRW) ซึ่งเป็นบริษัทผู้นำผลิตภัณฑ์ยางในประเทศฟินแลนด์และเป็นหนึ่งในลูกค้ารายสำคัญของโรงงานผลิตไฟฟ้าของโนเกีย

ได้มาเป็นหุ้น ส่วนรายใหญ่ของโนเกียหลังจากที่โนเกียไม่สามารถรองรับการขาดทุนของธุรกิจได้จนต้องตกไปเป็นส่วนหนึ่งของบริษัท FRW แทน จากนั้นใน ปี 1922 บริษัท Cable Works ซึ่งดำเนินธุรกิจด้านสายเคเบิลและสายโทรศัพท์ได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของ Nokia group จากความสนใจของบริษัท FRW แม้จะมีความหลากหลายของธุรกิจที่รวมเข้าด้วยกันแต่โนเกียก็ยังคง

ผลิตสินค้าออกมาทั้ง 3 ประเภท คือกระดาษ ผลิตภัณฑ์ยาง (รองเท้ายาง ยาง รถยนต์) และสายเคเบิล โดยสินค้าทั้งหมดออกจำหน่ายในนามของโนเกีย ยุคของอิเล็กทรอนิคกับโนเกียได้เริ่มขึ้นอย่างจริงจังในปี 1977 ภายใต้การดูแลของ Kari Kairamo ประธานบริษัทซึ่งได้เรียนรู้ประสบการณ์จากการทำงานในประเทศสหรัฐอเมริกา แตกต่างจากรุ่นก่อนหน้านี้ที่จะมีหัวไปทาง

รัสเซียโดยผลิตสินค้าส่งออก คือ สายไปเคเบิล ให้กับ ประเทศรัสเซีย Kairamo นำแนวคิดแบบตะวันตกและแหวกแนวมาประยุกต์มุ่งเน้นให้ผลิตสินค้าอิเล็กทรอนิคให้เข้ากับยุคแห่งพลังงานจนกลายมาเป็นธุรกิจหลักของโนเกียในยุคนี้เป็นต้นมาโดยผลิตโทรทัศน์และคอมพิวเตอร์ออกมาเบิกทางในตลาด ซึ่งก็ประสบความสำเร็จอย่างสูงกับการติดอันดับผู้ผลิตโทรทัศน์รายใหญ่ที่สุด

เป็นอันดับที่ 3 ของยุโรปเลยทีเดียว ก้าวมาสู่ยุคแห่งการสื่อสารไร้สายในการนำของรองประธานกรรมการอาวุโสและกรรมการบริหารการเงิน Jorma Ollila ซึ่งดำรงตำแหน่งประธานตั้งแต่ปี 1992 – 1999 และ CEO ของโนเกียในปี 1999 จนตราบถึงทุกวันนี้ด้วยแนวคิดของ Ollila ภายใต้การดูแลของ Kairamo นั้น โนเกียกับโทรศัพท์เคลื่อนที่จึงได้ถือกำเนิดขึ้น

โดยในยุคแรกนั้นจะเป็น NMT Mobile Phone Standard (Nordic Mobile Telephony) หรือโทรศัพท์เคลื่อนที่อนาล็อกรุ่นแรกนั่นเอง และได้รับความนิยมอย่างสูงเมื่อเผยโทรศัพท์ NMT รุ่นแรกในปี 1987 โดยมีสโลแกน “Connecting People” กับแนวคิดที่ต้องการเปิดอิสระและความต่อเนื่องในการติดต่อสื่อสาร จนกระทั่งกลายมาเป็นคำที่อยู่ในใจของผู้รักโทรศัพท์

เคลื่อนที่ในปัจจุบันกันถ้วนหน้า ไม่นานระบบเครือข่ายที่ดีขึ้นก็เป็นที่ต้องการในสังคม โนเกียจึงพัฒนาเครือข่าย GSM ขึ้นเป็นครั้งแรกให้กับ Radiolinja บริษัทของฟินแลนด์ เมื่อปี 1989 ณ จุดนี้เองที่ Nokia 1011 บรรพบุรุษของบรรดาโทรศัพท์เคลื่อนที่ในยุคปัจจุบันได้ออกมาสู่สายตาของทุกคนเป็นครั้งแรกในปี 1992 จากนั้นโนเกียก็ได้ยึดโทรศัพท์เคลื่อนที่เป็นธุรกิจหลักเป็นต้น

มา โนเกียไม่ได้ผลิตเพียงแค่โทรศัพท์เคลื่อนที่เท่านั้น แต่ยังพัฒนาอุปกรณ์เสริมและเทคโนโลยีต่างๆไปพร้อมๆกันในตัว แนวคิดแรกที่ถือว่าโนเกียเป็ยผู้บุกเบิกเลยก็คือ ความสามารถในการเปลี่ยนหน้ากากซึ่งได้กลายเป็นลูกเล่นหลักของโทรศัพท์เคลื่อนที่จากโนเกียในเวลาต่อมา นอกจากนี้เทคโนโลยีการสนทนาอย่าง Push-to-Talk (PTT)

กับโทรศัพท์เคลื่อนที่ก็มาจากโนเกียอีกเช่นกัน วันที่ 19 มิถุนายน ค.ศ. 2006 บริษัท Siemens AG ได้เข้ารวมกับโนเกียในการพัฒนาธุรกิจเครือข่าย มุ่งหวังจะกลายเป็นบริษัทเครือข่ายที่ใหญ่ที่สุด โดยมีส่วนแบ่งเท่าเทียมกันที่ร้อยละ 50 และอยู่ในนามของ Nokia Siemens Networks แต่ภายหลังทางโนเกียได้เข้าซื้อหุ้นส่วนที่บริษัท Siemens AG ได้ถืออยู่คืนทั้งหมดเมื่อ

วันที่ 1 กรกฎาคม 2013 ด้วยมูลค่า 1,700 ล้านยูโร (ราวๆ 58,000 บาท) และได้เปลี่ยนชื่อบริษัทใหม่เป็น Nokia Solutions and Networks (NSN) วันที่ 2 กันยายน ค.ศ. 2013 โนเกียได้ขายกิจการด้านโทรศัพท์ให้ไมโครซอฟท์ทั้งหมด ในราค 7.17 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ต่อมาในวันที่ 25 เมษายน 2557 ไมโครซอฟท์ได้ก่อตั้งไมโครซอฟท์ โมบาย

ซึ่งจะเป็นในฐานะบริษัทลูก วันที่ 18 พฤษภาคม ค.ศ. 2016 โนเกียได้หมดสัญญาผูกพันกับทางไมโครซอฟท์ ที่ห้ามดำเนินการจัดจำหน่ายสมาร์ทโฟนในชื่อโนเกีย และได้จัดการมอบสิทธิ์ในการใช้แบรนด์และเทคโนโลยีที่รวมถึงทรัพย์สินทางปัญญาต่างๆ ให้กับทาง HMD global เป็นตัวแทนในการผลิตและจัดจำหน่ายสมาร์ทโฟนและแท๊บเลตระบบปฏิบัติการ Android

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here