นึกว่าตาฝาด “เเจ็ค” black jack นักร้องขวัญใจ “วัยรุ่น” หน้าตาปัจจุบันเปลี่ยนไปขนาดนี้เลยหรอ (ชมภาพ)

0
1473

นักร้องขวัญใจวัยรุ่น ยุคก่อนซึ่งเพื่อนๆต้องจักหนุ่มคนนี้เเน่นอน ด้วยรูปลักษณ์ภายนอกที่ดูเป็ยเอกลักษณ์สุดๆ บวกกับน้ำเสียงของ เเจ็ค ด้วยอีกเป็นอะไรที่เเฟนอย่างพวกเราฟังเเล้วหลงไหลในหนุ่มคนนี้มากๆเลยคร้า เเต่ตอนนี้เราจะพาเพื่อนๆมาดู เเจ็ค ในปัจจุบันว่าจะเปลี่ยนไปมากขนาดไหนเเน่นอน ว่าหลายๆคนอาจจะลืมเขาไปเเล้วก็ได้ “ช่วงแรก ๆ จะให้คุณแม่จัดการให้

พอตอนหลังเริ่มนำรายได้มาบริหารเอง ด้วยการซื้อทองคำสะสมไว้เก็งกำไรในอนาคต รวมถึงซื้อที่ดิน และนำเงินบางส่วนเข้าร่วมลงทุนในโรงงานอุตสาหกรรมไฟรถยนต์ของครอบครัว นอกจากนี้แล้ว กำลังหาแหล่งลงทุนใหม่เพิ่มเติม สิ่งที่สนใจในตอนนี้คือ อัตราแลกเปลี่ยนเงิน ซึ่งกำลังหาข้อมูลและรายละเอียดอยู่ว่าจะลงทุนอย่างไร ไม่ให้ขาดทุนและเกิดความเสี่ยงน้อยที่สุด”

ทุกวันนี้ครอบครัวที่มีลูก ๆ เป็นวัยรุ่นอาจจะต้องเจอกับปัญหาที่ลูกใช้เงินเปลือง เช่น ใช้จ่ายฟุ่มเฟือย เกินตัว ชอบซื้อ ของที่ไม่จำเป็น แรก ๆ ที่ซื้อมาก็อาจจะเห่อ พอนานเข้าก็เบื่อแล้วเลิกสนใจไปเลย หรือไม่ก็ซื้อเพราะอยากมีเหมือนเพื่อน ๆ ถ้าเป็นแบบนี้แล้วเราลองมาฝึกให้ลูก ๆ ที่เป็นวัยรุ่นลองรับผิดชอบค่าใช้จ่ายของเขาเองดูบ้าง เช่น ให้เงินเป็นรายอาทิตย์หรือรายเดือน

- Advertisement -

เพื่อให้เขารู้คุณค่าของเงินและมีวินัยในการใช้จ่ายมากขึ้นด้วย“คอลัมน์เจาะพอร์ตคนดัง” ทีมงานผู้จัดการกองทุนรวมของนำเสนอวิธีการออมเงินของหนุ่มร็อกเกาหลีอย่าง”แจ๊ค – จารุพงศ์ กล้วยไม้งาม” ซึ่งดูภายนอกแล้วอาจจะเหมือนเป็นวัยรุ่นทั่ว ๆไปที่คงจะจับจ่ายใช้สอยตามแฟชั่นที่เกิดขึ้นใหม่เป็นแน่แท้หรือเรียกง่าย ๆ ว่าใช้จ่ายอย่างฟุ่มเฟือยก็เป็นได้

แต่เมื่อเราได้เข้ามาสัมผัสตัวตนที่แท้จริงของเขาแล้ว หนุ่มมาดร็อกเกาหลีคนนี้ไม่ธรรมดาอย่างที่คิดมีวิธีการเก็บเงินที่น่าสนใจและบวกกับธุรกิจของเขาเองที่กำลังไปได้สวยและจะมีขยายตัวไปยังต่างประเทศอีกด้วย “แจ็ค” บอกว่า จากสถานการณ์ช่วงที่ผ่านมากับวิกฤติเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นในต่างประเทศ โดยเฉพาะเหตุการณ์สึนามิส่งผลกระทบต่อธุรกิจรถยนต์

ไฟรถยนต์ที่เป็นกิจการของที่บ้านอยู่พอสมควร ทำให้ยอดขายรถยนต์รถลงไปกว่า 60% แต่ตอนนี้เริ่มกลับขึ้นมาดีบ้างแล้วแบบค่อยเป็นค่อยไป ส่วนปัญหาเศรษฐกิจและการเมืองในเรื่องบ้านเรามองว่ายังคงมีความไม่แน่นอนมากนัก ทุกอย่างยังคงต้องช่วยเหลือตัวเองก่อนเป็นส่วนใหญ่

สำหรับธุรกิจส่วนตัวที่ทำมากว่า 2 ปีแล้วคือการขายครีมเครื่องสำอาง ซึ่งขณะนี้กำลังไปได้ดีมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง และในอนาคตมีแผนที่จะขยายไปยังประเทศเพื่อนบ้านด้วย ซึ่งครีมดังกล่าวเป็นการทำในประเทศ เราจะได้สูตรการผลิตมาจากเมืองนอก และมาจ้างให้โรงงานที่มีอ.ย. ด้านการผลิตเครื่องสำอางค์ในประเทศไทยทำให้อีกทีหนึ่ง

ซึ่งที่ผ่านมามีคนเข้ามาใช้ผลิตภัณฑ์ของเราเป็นจำนวนมาก และคาดว่าในปีหน้าจะเข้าตลาดไปยังประเทศเพื่อนบ้านอย่างแน่นอน ส่วนผลงานปัจจุบัน ขณะนี้ มีอัลบั้ม “แบล็กแจ็ค” “การทำงานไม่ว่าจะอะไรก็ตามเราต้องทำเต็มร้อยและตั้งใจจริงต่อการทำงานเพื่อให้งานนั้นออกมาสมบูรณ์มากที่สุด และให้เกิดความผิดพลาดน้อยมาก นอกจากนี้แล้วการฝึกฝนเพื่อให้เกิดการพัฒนา

ที่ดีก็ต้องทำอยู่เสมอ เพราะว่าการทำงานแต่ละชิ้นเป็นสิ่งที่สำคัญต่อผู้บริโภคทั้งสิ้น” กับรายได้ที่เข้ามาทั้งจากธุรกิจส่วนตัวและงานเพลง “แจ็ค” บอกว่า ช่วงแรก ๆ จะให้คุณแม่จัดการให้ พอตอนหลังเริ่มนำรายได้มาบริหารเอง ด้วยการซื้อทองคำสะสมไว้เก็งกำไรในอนาคต รวมถึงซื้อที่ดิน และนำเงินบางส่วนเข้าร่วมลงทุนในโรงงานอุตสาหกรรมไฟรถยนต์ของครอบครัว

นอกจากนี้แล้วกำลังหาแหล่งลงทุนใหม่เพิ่มเติม สิ่งที่สนใจในตอนนี้คือ อัตราแลกเปลี่ยนเงิน ซึ่งกำลังหาข้อมูลและรายละเอียดอยู่ว่าจะลงทุนอย่างไร ไม่ให้ขาดทุนและเกิดความเสี่ยงน้อยที่สุด “เริ่มทำงานครั้งแรกเมื่อตอนอายุ 19 ปี จากการทำงานเพลงนี่แหละครับ จำได้ว่าได้เงินก้อนแรกมา 20,000 กว่าบาท ก็เก็บฝากธนาคารหมดเลย พอเก็บไปสักพักได้เงินก้อนพอสมควร

จึงถอนเงินออกมาซื้อพันธบัตรรัฐบาลและฉลากออมสิน ซึ่งทุก ๆ เดือนจะทำให้เราได้ลุ้นรางวัลไปด้วยก็สนุกดีครับ” “แจ็ค” บอกเพิ่มเติมอีกว่า การออมเงินเป็นสิ่งสำคัญมาก ดังนั้นเราต้องมีการเซฟไว้ก่อนจะเป็นการดีที่สุดต่ออนาคตของเราเอง เพราะเราไม่รู้ว่าอนาคตต่อจากนี้ไปเศรษฐกิจจะเป็นอย่างไรบ้าง การประหยัด อดออมและใช้จ่ายอย่างพอเหมาะจึงเป็นสิ่งสำคัญ

ต่อการดำรงชีวิตเป็นอย่างยิ่ง ในช่วงวันว่างของการทำงาน “แจ็ค” บอกว่า ผมมักจะชอบขับรถไปเที่ยวตามต่างจังหวัด ร้องเพลงบ้าง ดูหนังบ้าง โดยเฉพาะแนวการเมืองการปกครอง หรือการทำธุรกิจ เป็นต้น ซึ่งแนวพวกนี้จะชอบมาก แต่ส่วนใหญ่แล้วจะไม่ค่อยมีเวลาเพราะต้องทำงานหนักพอสมควร

สุดท้าย “แจ็ค” ฝากบอกว่า ต้องขอบคุณแฟนเพลงทุกคนที่คอยติดตามผลงาน และเป็นกำลังใจให้ผมมาโดยตลอด เพราะทุกครั้งที่ผม มีคิวเดินสายไปสถานที่ต่าง ๆ ไม่ว่าจะในกรุงเทพฯ หรือต่างจังหวัดแฟน ๆ ก็ไปรอให้กำลังใจกันเป็นอย่างดี ร่วมร้องเพลงไปกับโชว์ของเรา รู้สึกประทับใจมาก ๆ ครับ อย่างแฟนเพลงบางคนก็ตามมาส่งถึงที่พัก นำของฝากมาให้ ทุกครั้งที่ได้มี

โอกาสไปเล่นคอนเสิร์ตและก็มีแฟนเพลงนำของมาให้เหมือนทุกครั้ง ก็ดีใจและขอบคุณ นอกจากนี้แล้วในส่วนของการออมเงินก็อยากที่จะทิ้งท้ายไว้ว่า ถ้าเราไม่คิดเก็บเงินในวันนี้ เวลาที่เกิดวิกฤติหรือเหตุการฉุกเฉินขึ้นมาที่ทำให้เราต้องใช้เงิน มันจะเป็นการรับมือกับความไม่แน่นอนได้อย่างดีถ้าเรามีการเก็บออมไว้ก่อนหน้านี้แล้ว จะทำให้ชีวิตเรามั่นคงมากยิ่งขึ้น

มหาอุทกภัยในประเทศไทย เมื่อปี 2554 ยังฝังอยู่ในความทรงจำ สำหรับคนที่ต้องเผชิญกับมวลน้ำถาโถมเข้าสู่สถานที่ ซึ่งผู้คนผูกพันและใช้ชีวิตส่วนใหญ่อยู่ ณ ที่นั้น ทั้งบ้านเรือนที่พักอาศัย ที่ทำงาน ต้องจมอยู่ใต้น้ำที่โจมตีเมืองหลวงอย่างที่ไม่ใครคาดคิดมาก่อนว่าจะรุนแรงยาวนานเช่นนี้

ข่าวเรื่องปริมาณน้ำจากภาคเหนือเริ่มหลากเข้าสู่เมืองหลวง เริ่มขึ้นตั้งแต่ปลายเดือน ก.ค. และเริ่มทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ กว่าระดับน้ำจะลดก็ข้ามสู่ปีใหม่ นับเป็นช่วงเวลายาวนานที่ผู้ประสบภัยต้องจมอยู่กับปัญหาใหญ่หลวงที่สุดในชีวิต นักร้องผมสีทองลุคแต่งตัวจัด “แจ๊ค” จารุพงศ์ กล้วยไม้งาม หลายคนรู้จักเขากับบทบาทอดีตสมาชิกวงไนซ์ ทู มีท ยู

ปัจจุบันเป็นนักร้องเดี่ยวโดยใช้ชื่อว่า แบล็ก แจ๊ค บอกว่าครอบครัวเขาคือผู้ประสบภัยในวันนั้น และด้วยหลากหลายวิธี Survivor Mode ได้นำมาใช้ เพื่อพาครอบครัวและโรงงานฉีดพลาสติกทำไฟรถยนต์ส่งให้บริษัทรถยนต์ญี่ปุ่น ซึ่งมีพนักงานกว่า 200 ชีวิต ในย่านนิคมอุตสาหกรรมปทุมธานีให้รอดพ้นจากเหตุการณ์ครั้งนั้นไปได้ และในที่สุดโรงงานของเขาที่

อ.สามโคก จ.ปทุมธานี ก็กลายเป็นโรงงานแห่งเดียวที่รอดพ้นจากมหามวลน้ำได้ราวกับปาฏิหาริย์ ขณะที่โรงงานรอบข้างจมมิดอยู่ใต้บาดาล “แจ๊ค” จารุพงศ์ เล่าด้วยน้ำเสียงภาคภูมิใจว่ามหาวิกฤตในครั้งนั้น บันทึกอยู่ในความทรงจำไปแล้ว เพราะด้วยความรู้ที่มีทั้งหมดถูกนำมาใช้อย่างหมดไส้หมดพุง พื้นฐานความรู้การเรียนปริญญาตรี จากคณะวิศวกรรมศาสตร์

สถาบันเทคโนโลยีนานาชาติสิรินธร มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (อินเตอร์ฯ) นำมาใช้ได้ในเรื่องการก่อสร้างกำแพงป้องกันมวลน้ำ แปลงการติดเกมแบบวัยรุ่นทั่วไปในโลกออนไลน์ หันมาติดตามข่าวจากทวิตเตอร์และติดต่อแหล่งข่าวอย่างกระชั้นชิด สิ่งเหล่านี้ทำให้เขาสามารถนำพาทุกคนพ้นวิกฤตอุทกภัยใหญ่ที่สุดในประเทศไทยไปได้อย่างสวยงามจากข่าวที่ไม่มีการยืนยันจากทางการ

มีเพียงข่าวกระเส็นกระสายมาเรื่อยๆ ราวกลางปี 2554 ก็ยังไม่มีใครสนใจเรื่องน้ำท่วมมากนัก ไม่มีใครคาดคิดว่าระดับน้ำย่านปริมณฑลรอบๆ กรุงเทพฯ โดยเฉพาะย่านรังสิต-ปทุมธานี น้ำจะท่วมสูงเท่ากับตึกสองชั้น แต่การติดตามข่าวสารจากทวิตเตอร์และแหล่งข่าวสายราชการ “แจ๊ค” จารุพงศ์ บอกว่ามีการเตือนมาโดยตลอด ประมาณสามอาทิตย์ก่อนที่น้ำจะท่วม

จึงไม่เคยประมาท มีการวัดระดับน้ำทุกๆ วันจากแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งห่างจากหลังโรงงาน 3 กม. ก็เห็นได้ชัดเจนว่าปริมาณน้ำเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนน่าตกใจ“ปีนั้นผมทำงานที่บ้านได้ 1 ปีแล้วครับ จุดที่น้ำท่วมสูงที่สุดก็คือโรงงานของเราที่อยู่ อ.สามโคก ข่าวสารก็มาเรื่อยๆ นะครับ แต่ด้วยความที่ไม่มีภาครัฐ ซึ่งควรเป็นแหล่งข่าวหลักในการส่งข่าวสารมาให้คนทำโรงงานที่นั่นสอบถามได้

เลย มีแต่ภาพถ่ายจากดาวเทียมจากข้าราชการท่านหนึ่งที่บอกโรงงานในย่านนั้นว่า น้ำมาแล้วจากด้านภาคเหนือ ภาพเห็นแต่ฟ้ากับน้ำแทบไม่เห็นพื้นดินแล้ว ผมจึงสั่งให้พนักงานวัดปริมาณน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยาทุกๆ วัน แล้วก็เห็นว่าน้ำไม่ลดเลย ผมจึงเรียกประชุมด่วนในครอบครัว บอกเชื่อ-ไม่เชื่อ ไม่รู้นะ แต่เราต้องทำอะไรสักอย่างแล้ว และโชคดีที่ครั้งนั้นพ่อแม่เชื่อ ไม่ขัด

หม่าม้ารีบไปถอนเงินสดออกมาเลย 2 ล้านบาท เพื่อซื้ออุปกรณ์หิน กระสอบทราย วัสดุอุปกรณ์ก่อสร้างอิฐปูนซีเมนต์เพื่อมาก่อสร้างผนังกำแพงกั้นน้ำ ผมคลิกศึกษาข้อมูลจากอินเทอร์เน็ตเลยครับว่าวิธีป้องกันน้ำเข้าตึกทำอย่างไร โรงงานเราสูง 2 เมตร ซึ่งก็สูงอยู่แล้ว ผมสั่งพังประตูบานใหญ่ของโรงงานทิ้งแล้วก่ออิฐโบกซีเมนต์แข็งแรง ก่อกำแพงปิดประตูโรงงาน

ศึกษาข้อมูลว่าน้ำจะไหลเข้าที่พักได้ทางไหนบ้าง นอกจากไหลท่วมมาทางด้านบนแล้ว และด้านล่างน้ำก็สามารถซึมมาท่วมได้ด้วย ก็ซีลด้วยพลาสติกหนาอุดตามท่อน้ำต่างๆ กันน้ำซึมเข้ามา แล้วถ้าน้ำซึมเข้ามา เราก็เตรียมปั๊มน้ำตัวใหญ่ไว้อีก 3 ตัว คอยสูบน้ำออก เรียกว่าเตรียมพร้อมอุปกรณ์ที่จำเป็นในการป้องกันน้ำท่วมไว้ก่อนเลยครับ

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here