แทบไม่มีใครรู้! พระเอกคนนี้ ตัดสินใจไม่ต่อสัญญาช่อง7 หันมาทำอาชีพขายก๋วยเตี๋ยวเลี้ยงชีพ กราบหัวใจจริงๆ (ชมภาพ)

0
728

สำหรับ กอล์ฟ อนุวัฒน์ ชูเชิดรัตนา ถือเป็นพระเอกคิวทอง ที่มีผลงานอย่างต่อเนื่อง ทางช่อง7 มีทั้งละครก่อนข่าว และละครหลังข่าว อาทิ ทอง 10 , รักสลับหน้า, คิวปิด ตัวกวนป่วนรัก ,หลานสาวนิรนาม, วีรบุรุษกองขยะ ,คู่ปรับตำรับเฮี้ยน, รักร้อยล้าน และอีกมากมาย ล่าสุดเขาตัดสินใจ เปิดกิจการใหม่ “เก๋าเก๋า ก๋วยเตี๋ยวต้มยำมะระยัดไส้” พิกัดร้าน

อยู่ในเมืองทองธานี ตรงข้ามทะเลสาบ ก่อนทางเข้าตลาดมะลิ ซึ่งเป็นร้านที่ตกแต่งในสไตล์วินเทจ ใช้ของเก่าทั้งหมดในการตกแต่งร้าน มีเพื่อนพ้องในวงการรวมถึงแฟนละคร แห่ไปอุดหนุนเพียบ และทีเด็ดของร้านนี้คือ อร่อยได้โดยไม่ใส่ผงชูรส ซึ่งก่อนที่เขาจะมาเปิดร้าน ก๋วยเตี๋ยวแบบเป็นกิจลักษณะ เขาได้ลองชิมลางเป็นพ่อค้าก๋วยเตี๋ยวที่ตลาดมะลิ

หลังเมืองทองธานี มาก่อนแล้ว และแม้จะเป็นระดับพระเอกช่องใหญ่ ที่มีคนรู้จักมากมาย แต่หนุ่มคนนี้ก็ไม่ได้ยึดติดอะไรมากกับชื่อเสียง ยังคงทำมาหากินแบบไม่อายใคร ส่วนสัญญากับช่อง7 นั้นหมดลงในสิ้นปีที่ผ่านมา มีผลงานรอ ออกอากาศ อยู่ 2 เรื่องคือ สายโลหิต และ เขยผู้ใหญ่ สะใภ้กำนัน

- Advertisement -

ซึ่งเริ่มเข้าวงการจาก กำลังสนุกเลยทีเดียว สำหรับละครเรื่อง “โบ๊เบ๊” ที่ได้หนุ่ม “ซี-ศิวัฒน์ โชติชัยชรินทร์” มาประชันบทบาทกับสาว “ขวัญ-อุษามณี ไวทยานนท์” แหม…แค่ได้ยินชื่อสองพระนางก็การันตีความสนุกสนานของละคร “โบ๊เบ๊” ได้แล้วใช่ไหมล่ะ แต่รู้ไหมว่า ตอนนี้สาว ๆ หลายคนเขากำลังสนอกสนใจอีกหนึ่งหนุ่มที่เป็นตัวชูโรงของละคร “โบ๊เบ๊”

นั่นก็คือหนุ่มมาดนุ่มที่มารับบท “แทนไท” หรือ “ต้น” นั่นเอง เอ…ว่าแต่หนุ่มคนนี้เป็นใครกันล่ะ เราไปทำความรู้จักเขากันหน่อยดีไหมจ๊ะ และหนุ่มที่สวมบทบาท “แทนไท” หรือ “ต้น” ในละคร “โบ๊เบ๊” ก็คือ หนุ่มกอล์ฟ อนุวัฒน์ ชูเชิดรัตนา นั่นเอง โดยหนุ่มกอล์ฟ อนุวัฒน์ เป็นดาราลูกหม้อของช่อง 7 เกิดเมื่อวันที่ 7 ธันวาคม พ.ศ.2528

จบการศึกษาปริญญาตรีจากคณะเทคโนโลยีสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี และขณะนี้ “หนุ่มกอล์ฟ” คนนี้กำลังถูกกล่าวถึงเป็นอย่างมากกับบทบาท “เกย์” ที่ต้องมาแอบหลงรักพระเอก ซี ศิวัฒน์ ซึ่งก็ทำเอาสาว ๆ ไถ่ถามกันให้วุ่นว่า ตัวจริงหนุ่มกอล์ฟเป็นเกย์จริงหรือเปล่านะ เพราะพ่อคุณตีบทแตกกระจุย จนสาว ๆ พูดเป็นเสียงเดียวกันว่า “น่าร้ากอ่ะ”

งานนี้ ต้องบอกว่า “หนุ่มกอล์ฟ” ทำการบ้านกับบทเกย์มาได้ดีจริง ๆ เพราะละครเรื่องนี้ถือเป็นการเปลี่ยนคาแรกเตอร์อย่างสุดขั้ว จากเดิมที่หนุ่มกอล์ฟ เคยฝากผลงานครั้งแรกไว้กับละครเรื่อง “สวรรค์สร้าง” ที่หลายคนวิจารณ์ว่า หนุ่มกอล์ฟแสดงได้แข็งโป้ก แต่แล้วเขาก็มาแก้ตัวได้สำเร็จด้วยบทบู๊ในละครเรื่อง “ตำรวจเหล็ก” และกับบทเกย์ใน “โบ๊เบ๊” ผลงานล่าสุด

ก็ยิ่งตอกย้ำถึงฝีมือที่พัฒนาขึ้นจนสาว ๆ จดจำชื่อของ “กอล์ฟ อนุวัฒน์” ไว้ในเมมโมรี่เรียบร้อย แถมเจ้าตัวกำลังจะมีผลงานเรื่อง “ดอกแก้ว” ตามมาติด ๆ แต่หากจะถามว่า “กอล์ฟ อนุวัฒน์” เข้าวงการมาได้อย่างไร ก็ต้องย้อนกลับไปสมัยเรียนมหาวิทยาลัย ที่ความหล่อของ “กอล์ฟ อนุวัฒน์” ไปเตะตาแมวมองจนได้ไปถ่ายแบบนิตยสาร Head Shot

จากนั้น “กอล์ฟ อนุวัฒน์” ก็เข้าประกวดโครงการสู่ฝันปั้นดาวของ 07 โชว์ และได้ตำแหน่งรองชนะเลิศ ซึ่งผลจากการประกวดครั้งนั้น ทำให้ “กอล์ฟ อนุวัฒน์” ได้สวมบทบาทเป็นพิธีกรน้องใหม่ของรายการ 07 โชว์ ที่ส่งมุขรับมุขกับพิธีกรรุ่นพี่ได้ฮาประทับใจแฟน ๆ ไปตาม ๆ กัน และหลังจากนั้น “หนุ่มกอล์ฟ” ก็มีผลงานให้เราเห็นหน้าจอทีวีอยู่เรื่อย ๆ

เอ้า…แฟน ๆ ของหนุ่มกอล์ฟ อนุวัฒน์ ต้องมาตามเชียร์ดาวรุ่งคนใหม่ของวิกหลายสีคนนี้กันให้มาก ๆ หน่อยล่ะ เผื่อ “คุณแดง” จะเห็นแววดันหนุ่มกอล์ฟขึ้นแท่นพระเอกเต็มตัวกับเขาสักที รู้หรอกน่ะ ว่าสาว ๆ หลายคนกำลังรอลุ้นกันอยู่ใช่ไหมล่ะ ถ้าเอ่ยถึง “กอล์ฟ-อนุวัฒน์ ชูเชิดรัตนา” มีทั้งคนที่รู้จัก และไม่รู้จัก แต่ถ้าใครเป็นแฟนละคร 7 สี

คงต้องคุ้นหน้าคุ้นตาผู้ชายหน้าไทย หุ่นล่ำ น่ากอดคนนี้กันดี เพราะเขามีดีกรีเป็นถึง “พระเอก” ที่ฝากฝีไม้ลายมือไว้หลายเรื่อง ล่าสุดเพิ่งลาจอไปกับละครบู๊สุดยิ่งใหญ่แห่งปี “ทองสิบ” นอกจากนั้นยังมีละครจ่อคิวรอออกอากาศอีก 3 เรื่องติด ทั้งยมบาลเจ้าขา ปี 2, เพลิงพระนาง และรักสลับร่าง อีกทั้งยังมีผลงานหนังเรื่องแรกในชีวิต “อ้อมกอดเขมราฐ”

ภาพยนตร์รักโรแมนติก เชื่อมสายสัมพันธุ์ไทย-ลาวที่มีกำหนดเข้าฉายแล้วในโรงภาพยนตร์ แม้จะมีเวลาคุยกันไม่นาน แต่ตอนหนึ่งของบทสัมภาษณ์ก็สะท้อนให้เห็นทัศนคติ และการมองโลกได้เป็นอย่างดี ซึ่งกว่าจะมีวันนี้ ชีวิตไม่ได้โรยรายด้วยกลีบกุหลาบ หลงเสน่ห์ “เขมราฐ” “อ้อมกอดเขมราฐ เป็นงานหนังเรื่องแรกในชีวิตเลยครับ ตัวบทมีความน่าสนใจ

และใกล้เคียงกับชีวิตผม ซึ่งในหนัง ผมรับบทเป็นกล้อง เป็นเจ้าของร้านกาแฟ ต้องดูแลน้อง และแม่ที่ป่วยเป็นมะเร็ง แม้จะยากกว่างานละคร ทั้งการแสดงที่ต้องเล่นจากข้างใน ต้องเค้นอารมณ์ ความรู้สึกออกมา แต่รวมๆ แล้วก็สนุกดีครับ ที่สำคัญคือ หนังเรื่องนี้ ทำให้ผมได้รู้จัก ‘เขมราฐ’ อำเภอเล็กๆ ในจ.อุบลราชธานี”

พระเอกหนุ่มพูดถึงผลงานล่าสุด ก่อนจะสารภาพว่า ไม่เคยรู้จักอำเภอนี้มาก่อน “ผมคิดว่าอยู่ฝั่งลาว หรือไม่ก็เขมร (ยิ้ม)” เขาบอก “แต่พอได้รู้จัก และลองไปสัมผัสแล้ว อำเภอแห่งนี้มีความน่าสนใจทั้งความงดงามทางธรรมชาติ วิถีชีวิต และวัฒนธรรม โดยเฉพาะวัฒนธรรมสองฝั่งแม่น้ำโขงที่ได้เห็นว่า คนลาว คนไทยเขาใช้ชีวิตร่วมกันอย่างไร

ซึ่งมันก็อยู่ในหนังเรื่องนี้ ส่วนใกล้ๆ กันในอำเภอโขงเจียม เป็นที่ตั้งของผาชะนะได ซึ่งเป็นผาที่ได้มองเห็นพระอาทิตย์ขึ้นเป็นจุดแรกของประเทศไทย ถ้ามาแล้วผมอยากให้ขึ้นไปดู เพราะวิวสวยมาก” อย่างไรก็ดี การขึ้นไปสัมผัสความสวยงามของผาแห่งนี้ แน่นอนว่า ต้องแลกมากับความยากลำบาก “ทีมงาน นักแสดงทุกคน เราตั้งใจทำงานกันมาก

กว่าจะขึ้นไปบนผาชะนะได เก็บภาพสวยๆ มาฝากกัน ต้องเดินทาง 4-5 ชั่วโมง ซึ่งตอนขึ้นไป ผมเป็นคนขับ นักแสดงก็นั่งไปกับผม และการขับขึ้นไปนั้น มันไม่ใช่ทางลูกรัง แต่มันเป็นหิน เป็นหน้าผา รถคันหน้าติด ไปไม่ได้ พวกเราก็ลงไปช่วยกันเข็น เรียกได้ว่า ฝนตก แดดออก หรืออากาศจะหนาว เราทุกคนอยู่ด้วยกัน ลำบากไปด้วยกันครับ” โลก “ไอจี” บอกตัวตน

หากใครได้ติดตามอินสตาแกรมส่วนตัวของเขา @golfanuwat นอกจากภาพหล่อๆ และผลงานการแสดงแล้ว ยังเต็มไปด้วยแง่งาม ความจริงของชีวิตที่เล่าเรื่องผ่านภาพถ่ายสวยๆ เหมือนได้เข้าไปนั่งอ่านไดอารีส่วนตัวของพระเอกหนุ่มคนนี้ “ผมเป็นคนชอบเขียน ชอบถ่ายรูป คิดอะไรได้ก็เขียน เหมือนกำลังเขียนไดอารีส่วนตัวให้คนได้เข้ามาอ่าน (ยิ้ม)

ซึ่งคนที่เข้ามาอ่านก็ไม่ได้เห็นแค่ความเป็นผมอย่างเดียว แต่ยังเห็นมุมมองความคิดที่เอาไปปรับใช้ได้ด้วย ซึ่งผมอยากให้แก่คนที่ท้อแท้ สิ้นหวัง ไม่อยากให้เห็นแค่ความสวยงาม หรือตัวผมอย่างเดียว” แน่นอนว่า โลกสวยๆ ผ่านตัวหนังสือ หากไม่ใช่นักอ่านก็คงไม่มีวัตถุดิบดีๆ ในการเขียน “ผมเป็นคนชอบอ่านหนังสือ อ่านตั้งแต่ปรัชญาชีวิตไปจนถึงหนังสืออ่านเล่นทั่วไป

ส่วนการถ่ายภาพ ผมเรียนด้านนี้มาอยู่แล้ว ซึ่งผมชอบถ่ายรูปมาตั้งแต่เด็กๆ จากความชอบ มันก็เลยพัฒนาเป็นความรัก และถ่ายภาพสวยๆ ให้คนอื่นได้ชม เหมือนที่ผมกำลังทำอยู่ในไอจี แถมมีเขียนข้อความสั้นๆ ให้แง่คิดไปด้วย”เมื่อถามว่ามองตัวเองเป็นคนอย่างไร “ผมไม่ติสท์นะ แต่ทำไมคนอื่นมองว่าติสท์ (ยิ้ม) ผมแค่เป็นผู้ชายชอบของวินเทจ ชอบของเก่าเป็นชีวิตจิตใจ

ชอบอยู่บ้าน ชอบอยู่กับพ่อแม่ ไม่ได้ติสท์อะไรมากมาย นอกจากนั้นก็จะชอบอ่านหนังสือ ชอบอยู่คนเดียว” สู้ชีวิต! ขัดห้องน้ำ ขายเรียงเบอร์ ด้วยการมองเห็นโลกในแง่บวก ชอบแบ่งปันเรื่องราวความสุขให้ผู้อื่น การย้อนกลับไปค้นหายังสถานที่ที่สร้างเขาขึ้นมาอย่าง “ครอบครัว” จึงเป็นอีกหนึ่งความน่าสนใจว่า สภาพครอบครัว และการอบรมเลี้ยงดูแบบใดที่สามารถสร้างให้คน

คนหนึ่งสามารถมายืนอยู่ได้ ณ จุดนี้ “ผมเติบโตในครอบครัวที่พ่อชื่อตาเม้ง แม่ชื่อยายเน่ห์ เป็นคนสิงห์บุรี ตอนผมเกิดมา บ้านเราจนครับ ที่บ้านตอนนั้นทำเฟอร์นิเจอร์ แม่ทำอาชีพค้าขาย เวลาผม อยากได้ของอะไรก็ต้องทำงานเก็บเงินเอง ตั้งแต่ขัดห้องน้ำ ขายเรียงเบอร์ ตอนนั้นไม่ได้มีความคิดอยากเป็นดาราเลย รู้แค่ว่าตัวเองชอบเรียนวาดรูป ส่วนป๊าอยากให้เป็นนายร้อย

แต่ตอนม.ปลายผมเกเร ไม่ค่อยเรียน ป๊าก็เลยเลิกหวัง ผมทำงานไปด้วย เรียนไปด้วย ความตั้งใจคือ อยากทำหนัง อยากเป็นตากล้อง อยากจัดแสง แต่บังเอิญได้ไปเล่นโฆษณา ผมก็เลยค่อยๆ เข้ามาในวงการเรื่อยๆ จนได้เล่นละคร และหนังในทุกวันนี้ ถามว่าฝันในการทำงานเบื้องหลังยังอยากทำอยู่ไหม ผมไม่ทิ้งฝันแน่นอนครับ เก็บไม่ได้วันนี้วันหน้าก็ต้องเก็บ

และทำฝันให้เป็นจริง ส่วนอีกฝันคืออยากทำบ้านครับ บ้านที่ออกแบบเอง” เมื่อถามถึงการเลี้ยงดู “ป๊ากับแม่ ไม่เคยสอนผมด้วยคำพูด แต่จะทำให้เห็น” เขาบอก “ป๊าไม่กินเหล้า ไม่สูบบุหรี่ ไม่เจ้าชู้ ครอบครัวต้องมาอันดับหนึ่ง เงินเดือน 8,500 บาทส่งลูกเรียนปริญญาตรี 3 คน

นั่นคือสิ่งที่ป๊าสอนผม (น้ำเสียงสั่นเครือ) ป๊าเป็นคนคิดดี ไม่เคยโกงใคร มีก็ใช้เท่าที่มี ไม่เคยมีบัตรเครดิต ไม่เคยไปกู้หนี้ยืมสินใคร สิ่งที่พ่อกับแม่จะมีเหมือนกันก็คือ เป็นคนคิดดี ไม่โกงใคร มีจิตใจเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ มีความเป็นผู้ให้มากกว่าผู้รับเสียอีก” ไม่แปลกที่เขาจะชอบโพสต์ภาพ และเขียนถึงครอบครัวในอินสตาแกรมอยู่บ่อยๆ เพราะความสุขของเขาคือ “ครอบครัว”

เห็นได้จากภาพ และข้อความที่เขียนแบ่งปันความสุขถึง “ป๊า” ผู้ชายธรรมดาที่ชอบทำงานบ้าน และมีความสุขใจที่ได้ดูแลคนในบ้าน “ตาเม้งเป็นผู้ชายธรรมดาคนหนึ่ง ทำอาชีพพ่อบ้าน (ของผม) เต็มขั้น ไม่เคยร่ำเรียน หรือเคยศึกษาทางการเกษตรมาก่อน วันๆ ก็ทำงานบ้าน กวาดบ้าน ถูบ้าน รดน้ำต้นไม้ ปลูกต้นไม้ นั่งดูต้นไม้ เช็ดรถ เลี้ยงหมา (ไอ้เศรษฐี)

ปอกกระเทียมและหัวหอมให้เมีย ไม่ชอบอยู่เฉยๆ ต้องหาอะไรทำตลอดเวลา จนเมียชอบเปรยให้ผมได้ยินว่า บ้าพลัง มีนิสัยอยากทำ อยากเรียนรู้ในสิ่งที่ตัวเองชอบ ทั้งหมดที่ตาเม้งได้ทำมีเพียงแค่ความสุขใจที่ได้ดูแลทุกคนในบ้าน แบ่งปันความสุขซึ่งกันและกัน แค่นี้แหละครับ #ตาเม้ง #ป๊าของผม #รักนะ” เช่นเดียวกับตัวเขาที่มีความสุขเมื่อได้กลับเข้าบ้าน

และทำหน้าที่ลูกในการดูแลป๊ากับแม่ให้อยู่ดี กินดี “เปิดประตูเข้าไปเจอป๊ากับแม่ ผมนี่หายเหนื่อยเลยครับ แม้จะไม่ค่อยว่าง ท่านก็เข้าใจ อีกอย่างคือผมกลับบ้านทุกวัน ไม่ว่าจะดึกแค่ไหนผมก็ต้องกลับบ้าน เพราะผมเป็นห่วง คิดถึงท่าน เวลาต้องไปทำงานต่างจังหวัด ผมอยากกลับบ้านมาก เวลาตื่นนอนแล้วออกมาเจอท่าน ผมรู้สึกดีมากๆ” พระเอกหนุ่มพูดไปยิ้มไป

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here