ทันตาเห็น! “เจ้าสัวเปรมชัย” ผลจากการรุกป่าล่าสัตว์สงวน ล่าสุด! เริ่มส่งผลตามสนอง ทำเอาอิตาเลียนไทย ร่วงหนัก!! (ชมภาพ-รายละเอียด)

0
408

จากกรณีสืบเนื่องที่เป็นกระแสสังคมในขณะนี้ จากเหตุการณ์เมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2561 เจ้าหน้าที่หน่วยพิทักษ์ป่ามหาราช เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตก ได้รายงานว่า คณะของ นายเปรมชัย กรรณสูต อายุ 63 ปี ลักลอบตั้งแคมป์พักแรมในจุดบริเวณห้วยปะชิ อยู่ระหว่างหน่วยฯ ทิคอง กับหน่วยฯ มหาราช ซึ่งเป็นจุดที่ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร

ด้านตะวันตกไม่อนุญาตให้ตั้งแคมป์ จึงส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปพิสูจน์ทราบ ตรวจพบอาวุธหลายชนิด รวมถึงซากสัตว์ป่า อาทิซากไก่ฟ้าหลังเทากับเนื้อเก้ง จนกระทั่งพบซากเสือดำถูกชำแหละเนื้อและหนังแล้วกับเครื่องกระสุนปืนอีกจำนวนมากที่ถูกซุกซ่อนไว้บริเวณที่แค้มป์พัก จนกลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์อยู่ในโซเชียลขณะนี้ ล่าสุดได้เกิดผลกระทบกับสิ่งที่ นายเปรมชัย ทำลงไป

นั้น เริ่มจะส่งผลแล้ว หลังเฟซบุ๊กกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช โพสต์ข้อความพร้อมรูปภาพ ระบุ” เจ้าหน้าที่หน่วยพิทักษ์ป่ามหาราช เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตก จับกุมคณะของ นายเปรมชัย กรรณสูต ลักลอบเข้าตั้งแคมป์และล่าสัตว์ป่าในเขตป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตก พร้อมยึดซากสัตว์ป่าคุ้มครองหลายรายการ” และข่าวซีอีโอบริษัท

- Advertisement -

ก่อสร้างยักษ์ใหญ่แห่งนี้ถูกจับตกเป็นผู้ต้องหาในคดีล่าสัตว์ป่าสงวน แพร่ออกไป ภาพขณะเจ้าหน้าที่จับกลุ่มนายเปรมชัยพร้อมพวก ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตก โดยนายเปรมชัยและพรรคพวกได้ทำการลักลอบตั้งแคมป์พักแรมในจุดบริเวณห้วยปะชิ อยู่ระหว่างหน่วยฯ ทิคอง กับหน่วยฯ มหาราช ซึ่งเป็นจุดที่ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตก

ไม่อนุญาตให้ตั้งแคมป์ ล่าสุด หุ้นของบริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) ดิ่งลงต่ำสุดระหว่างวันที่ 3.64 บาท ลดลง 0.14 บาทจากราคาเปิดที่ 3.74บาท และมาปิดตลาดที่ 3.72 บาท มูลค่าซื้อขาย 329 ล้านบาท ต่ำสุดในรอบ 2 ปี 1 เดือน 6 วัน นับตั้งแต่วันที่ 30 ธ.ค. 2558 ที่หุ้นปิดที่ 7.50 บาท บริษัท อิตาเลียนไทย มีหุ้นจดทะเบียนใน

ตลาดหลักทรัพย์จำนวน 5,279.84 ล้านหุ้น ก่อนเปรมชัยถูกจับกลางป่า ราคาซื้อขายอยู่ที่ 3.86 บาท มีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด หรือ Market Cap มูลค่า 20,380.18 ล้านบาท ราคาหุ้นบริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) หรือ ITD ปรับตัวลดลงอย่างรุนแรง หลังจากดัชนีตลาดหุ้นไทยปรับตัวดิ่งลงอย่างหนัก ผสมโรงกับข่าวที่นายเปรมชัย

กรรณสูต กรรมการและกรรมการผู้จัดการบริษัทฯ พร้อมพวก ถูกเจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร ฝั่งตะวันตก จับกุมพร้อมพร้อมของกลาง อาวุธปืนยาว (ปืนไรเฟิล) 1กระบอก, อาวุธปืนยาวลูกซองแฝด 1 กระบอก, อาวุธปืนยาวขนาด .22 จำนวน 1 กระบอก ตรวจสอบเพิ่มเติมพบซากเสือดำ ถูกชำแหละและถลกหนัง บริเวณใกล้เคียงพบเครื่องกระสุนปืนเพิ่มอีกมาก

จึงทำการจับกุมเพื่อส่งคดี สภ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี และจนถึงวันที่เปรมชัยตกเป็นผู้ต้องหาพร้อมกับข่าวด้านลบโหมกระหน่ำส่งผลให้มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดปรับลดลงต่อเนื่อง จนกระทั่งถึงวันศุกร์ที่ 9 ก.พ หุ้นปิดตลาดราคา 3.68 บาท Market Cap ปรับลดเหลือ 19,429.81 ล้านบาท ลดลงไปจากวันก่อนถูกจับ กว่า 950 ล้านบาท ทางด้านผลประกอบการ

ของ ITD ในปี 2560 ที่ผ่านมา ปรากฏว่ามียอดขาดทุน 2 ไตรมาสคือ ไตรมาสที่ 2 และ 3 ส่วนมีผลประกอบการกำไรในไตรมาสที่ 1 อยู่ที่ 522.15 ล้านบาท และไตรมาสที่ 4 กำไรอยู่ที่ 246.64 ล้านบาท นายเปรมชัย กรรณสูต ดำรงตำแหน่งกรรมการและกรรมการผู้จัดการบมจ.อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ (ITD) บริษัทที่ดำเนินธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และก่อสร้างระบบ

โครงสร้างสาธารณูปโภครายใหญ่ของประเทศไทย โดยถือหุ้นจำนวน 785.49 ล้านหุ้น หรือ 14.88% อย่างไรก็ตามปัจจัยที่มีผลกับตลาดหลักทรัพย์ทำให้มีการเทขายหุ้นในกลุ่มธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง นำโดยบริษัท อิตาเลียนไทยฯ นั้นยังมาจากปัจจัยภายนอกการดิ่งลงของตลาดหุ้นดาวโจนส์จากความหวั่นเกรงว่าการเติบโตของเศรษฐกิจสหรัฐและการเพิ่มค่าแรงจะทำให้ธนาคารกลาง

สหรัฐอาจปรับขึ้นดอกเบี้ยเร็วกว่าที่คาดการณ์และข่าวนี้มีผลทางจิตวิทยาต่อเนื่องถึงตลาดหุ้นไทย ไม่ใช่จากข่าวลบ ซีอีโอ ตกเป็นผู้ต้องหาในคดี”ล่าเสือดำ” สัตว์ป่าสงวนแต่เพียงอย่างเดียว ซึ่งจากกรณี แจ้งข้อหาเพิ่ม “เจ้าสัวเปรมชัย” ติดสินบนเจ้าพนักงาน “ศรีวราห์” ชี้ผลสอบ “วิเชียร” หัวหน้าชุดจับกุมยืนยันชัด ย้ำมีพยานหลักฐานเพียงพอเอาผิดคดีล่าสัตว์ป่า เตรียมเรียก

สอบวันมารายงานตัวต่อศาล ยันตร.ไม่เอาผิดวิเชียร ขณะที่ “บิ๊กอวบ” เผยยังไม่พบข้อมูลหนีไปพม่าสั่งตม.ทั่วประเทศเฝ้าระวังป้องกันแล้ว ส่วน ผอ.สำนักอนุรักษ์ฯ ร่ำไห้แถลงชี้แจง ยอมรับ “นพดล พฤกษะวัน” อดีตขรก.กรม อุทยานฯ ที่ปรึกษาอิตาเลียนไทย โทร.มาประสานขอให้เปรมชัยเข้าพื้นที่ จึงแจ้งให้ไปติดต่อสำนักงานบริหารพื้นที่ฯ ความคืบหน้าคดีนายเปรมชัย

กรรณสูต ประธานบริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) และพวกถูกจับกลางป่าทุ่งใหญ่นเรศวร พร้อมปืนไรเฟิล และซากสัตว์ป่านั้น เมื่อวันที่ 9 ก.พ. ที่ท่าอากาศยานกองทัพอากาศ พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผบ.ตร. เปิดเผยว่า จากการสอบปากคำนายวิเชียร ชิณวงษ์ หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร ฝั่งตะวันตก ให้การ ใน

เบื้องต้นว่าเป็นผู้ทำเรื่องอนุญาตให้นาย เปรมชัยเข้าพื้นที่ โดยไม่เก็บค่าธรรมเนียมคนละ 20 บาท และค่าพาหนะ 30 บาท พล.ต.อ.ศรีวราห์กล่าวว่า นายวิเชียรให้การว่าได้รับการประสานงานจากผอ.สำนักให้ทำเรื่องอนุญาตนายเปรมชัยและพวกเข้าไปโดย งดเว้นค่าธรรมเนียมเพื่อไปศึกษาธรรมชาติ ประเด็นนี้ขึ้นอยู่กับกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช จะต้องดำเนินการ

และจากการสอบปากคำนายวิเชียรยืนยันว่า มีความพยายามติดสินบนเจ้าพนักงาน จึงให้นายวิเชียรร้องทุกข์กับตำรวจกองบังคับการปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) กล่าวโทษนายเปรมชัยและพวก ฐานให้สินบนเจ้าพนักงานแล้ว โดยจะต้องดำเนินคดีกับ ผู้ที่เกี่ยวข้องเรื่องสินบนทุกราย ต่อมาที่ อ.แม่ระมาด จ.ตาก พล.ต.อ. ศรีวราห์ให้สัมภาษณ์อีกครั้งว่า

จนถึงขณะนี้พนักงานสอบสวนยังไม่แจ้งความดำเนิน คดีนายวิเชียรแต่อย่างใด มีเพียงแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมกับนายเปรมชัยและพวกฐานติดสินบนเจ้าพนักงานเท่านั้น ส่วนการเข้าพื้นที่ป่าของนายเปรมชัยและพวกโดยไม่มีเสียค่าธรรมเนียมนั้น เป็นเรื่องภายในของกรมอุทยานฯ ตำรวจไม่สามารถไปก้าวล่วงได้ จากนั้น พล.ต.อ.ศรีวราห์เดินทางไปยัง บช.ภาค 5 จ.เชียงใหม่ และ

กล่าวถึงคดีล่าสัตว์อีกครั้งว่า อยู่ระหว่างรอผลตรวจพยานหลักฐานทุกอย่างทางนิติวิทยาศาสตร์ ทั้งปืน ดีเอ็นเอ ซากเสือ เนื้อ หนังที่พบ วิถีการ ยิงในส่วนของเนื้อและหนังแม้ดูเบื้องต้นพบว่าเป็นเนื้อและหนังเสือ แต่ในการทำสำนวนคดีต้องส่งพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ยืนยันว่าเป็นหนังและเนื้อเสือจริงหรือไม่ ยืนยันว่ามี พยานหลักฐานมากเพียงพอที่จะเอาผิด และส่งสำนวนให้อัยการ

สั่งฟ้องได้ กรณีที่ ไม่สามารถยืนยันได้ว่าใครยิงสัตว์ แต่เจตนาที่นำอาวุธปืนเข้าไปในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า ก็ถือว่ามีความผิดแล้ว ส่วนข้อหาใหม่ติดสินบนเจ้าพนักงานนั้น ร้องทุกข์กล่าวโทษแก่ทั้ง 4 คนแล้ว รองผบ.ตร.กล่าวอีกว่า แต่ขณะนี้ยังไม่มีเงื่อนไข หรือเหตุผลใดที่จะต้องยื่นศาล เพื่อถอนประกัน คดีนี้ตำรวจดำเนินการตามกระบวนการตั้งแต่การสอบสวนแจ้งข้อกล่าวหา

ฝากขัง ตรวจค้นบ้าน สอบปากคำพยานที่เกี่ยวข้อง ส่วนกระบวนการต่อไปยังอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐาน ในส่วนของสำนวนต้องส่งให้อัยการและศาลต่อไป เรื่องนี้สำคัญต้องทำคดีอย่างรัดกุมแน่นอน และในวันครบกำหนดฝากขังครั้งที่ 1 ที่นายเปรมชัยจะต้องมารายงานตัวต่อศาล เป็นเวลา 12 วันนับแต่วันครบผัดฟ้องครั้งแรก จะพิจารณาเรียกนายเปรมชัยมาสอบปากคำเพิ่ม

เติมใน วันเดียวกัน ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ. เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รองผบ.ตร. กล่าวถึงกรณีงาช้าง 2 คู่ ที่บ้านนายเปรมชัยว่า จะต้องตรวจสอบว่าแจ้งจดทะเบียนครอบครองงาช้างหรือไม่ ถ้าไม่แจ้งมีความผิดตามกฎหมาย จะเป็นงาช้างไทย หรืองาช้างต่างประเทศก็ห้ามครอบครอง และกรณีนี้ยังไม่ถึงขั้นต้องทำหนังสือรายงานให้กรรมการอนุสัญญาว่าด้วยการค้า

ระหว่างประเทศ ซึ่งชนิดสัตว์ป่าและ พืชป่าที่ใกล้สูญพันธุ์ (ไซเตส) ทราบ อีกทั้ง ไซเตสก็ไม่ได้ทวงถามเรื่องนี้ เชื่อว่าไม่น่ามีผลในการจัดอันดับไซเตสของไทย ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีมีข่าวว่านายเปรมชัยหลบหนีไปอยู่เมืองทวาย ประเทศเมียนมา รองผบ.ตร.กล่าวว่า ตามขั้นตอนกฎหมายหลังศาลออกหมายจับ ก็ห้ามเดินทางออกนอกประเทศอยู่แล้ว ถ้าจะประสงค์ไปต่างประเทศ

ต้องขออนุญาต ขณะนี้ยังไม่มีข้อมูลว่านายเปรมชัยหลบหนีไปประเทศเพื่อนบ้าน ส่วนจะออกไปช่องทางธรรมชาติหรือไม่นั้นต้องไปตรวจสอบ หลังจากนี้จะประสานสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) และ ตชด. รวมทั้งทหาร และฝ่ายปกครอง เฝ้าระวังป้องกัน ไม่ให้ผู้ต้องหาหลบหนีออกไปตามช่องทางธรรมชาติ ส่วนที่คณะวนศาสตร์ ม.เกษตรศาสตร์ บางเขน กทม. จัดเสวนา

ทางวิชาการเรื่อง “การจัดการสัตว์ป่าเมืองไทย กรณีทุ่งใหญ่นเรศวรฝั่งตะวันตก” โดยมีนายวิเชียร หัวหน้าเขตฯ ทุ่งใหญ่ฯ เข้าร่วมเสวนาด้วย แต่ปฏิเสธให้สัมภาษณ์ถึงคดีล่าสัตว์ป่า นายวิเชียรระบุว่าเกรงจะเสียรูปคดี ที่สำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า กรมอุทยานฯ น.ส.กาญจนา นิตยะ ผอ.สำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า กล่าวชี้แจงกรณีเป็นผู้สั่งให้นายวิเชียรอนุญาตนายเปรมชัยและพวกเข้าพื้นที่

โดย ไม่เก็บค่าธรรมเนียมว่า ช่วงเวลา 15.00 น. วันที่ 31 ม.ค. นายนพดล พฤกษะวัน อดีตข้าราชการกรมอุทยานฯ ปัจจุบันเป็นที่ปรึกษาบริษัทอิตาเลียนไทยฯ โทรศัพท์มาหาบอกว่า นายเปรมชัยพร้อมทีมงานอีก 3 คน จะขออนุญาตพักค้างคืน 2 คืน จะเข้าพักวันที่ 3-5 ก.พ. เพื่อศึกษาธรรมชาติ เนื่องจากนาย เปรมชัยชอบเข้าป่า รักธรรมชาติ จึงบอกไปว่าจะต้อง

ประสานงานกับสำนักงานบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (บ้านโป่ง) จ.ราชบุรี เพราะตนไม่มีอำนาจอนุญาต แต่จะช่วยแจ้งในพื้นที่ว่าจะมีชุดนี้เข้า แต่ต้องให้ทำตามระเบียบ น.ส.กาญจนา กล่าวว่า ติดต่อกับนาย นพดล 3 ครั้ง โดยครั้งแรกนายนพดลโทร.มาขออนุญาต ครั้งที่ 2 โทร.มาแจ้งว่าไม่สามารถติดต่อกับสำนักงานบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 ได้ และครั้งที่ 3 เป็นคนโทร.แจ้ง

เบอร์สำนักงาน ให้นายนพดลรับทราบ แต่ไม่ทราบว่านายเปรมชัยเป็นใคร คุ้นแค่นามสกุล และชื่อ บริษัท แต่ไม่ทราบว่าเป็นประธานบริษัท ตนเพียงแค่ประสานงานให้เท่านั้น เพราะไม่มี ส่วนเกี่ยวข้องในการสั่งการให้อนุญาตใดๆ ทั้งสิ้น “หากจะเข้าพื้นที่ที่สำนักอนุรักษ์สัตว์ป่ามีสิทธิ์อนุญาต มีอยู่ 2 กรณี คือ เข้าไปเพื่อ ถ่ายทำภาพยนตร์ และเข้าไปพักค้างใช้สถานที่บ้านพัก

หากไปกางเต็นท์ ต้องแจ้งกับสำนักพื้นที่ ในกรณีนี้คือสำนักงานบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 แต่หากไปเช้าเย็นกลับ ขอได้ที่พื้นที่เขตได้เลย และยืนยันว่าไม่รู้จักกับนาย นพดลเป็นการส่วนตัว” ผอ.สำนักอนุรักษ์ สัตว์ป่ากล่าว ผอ.สำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า กล่าวต่อว่า หลังจากเกิดเหตุโทร.ไปหานายวิเชียร ซึ่งนายวิเชียรเล่าเหตุการณ์ให้ฟัง จึงชมเชยไปว่าภูมิใจในตัวน้องมากเลย ฝาก

บอกทุกคนว่าเราภูมิใจมาก และให้เขียนรายละเอียดเล่ามาให้หมด มันจะเป็นการบอกเจตนาของคนทำได้มากที่สุด หากเจ้าหน้าที่รู้เห็นเป็นใจนายเปรมชัยและพวกเข้าไปล่าสัตว์ คงไม่ใช่เจ้าหน้าที่แล้ว คนที่เข้ามาเพื่อศึกษาธรรมชาติ เรายินดีให้เข้า เพราะจิตใจบริสุทธิ์ แต่หากมาล่าสัตว์ พวกเรารับ ไม่ได้อยู่แล้ว และในวันนี้จะเดินทางไปให้ปากคำกับพนักงานสอบสวน ในฐานะ

 

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here