รีบเลย ช้าหมดอด!! เปิดแล้ว ลงทะเบียนคนจน รอบ 2 แถมเพิ่มวงเงินบัตรสวัสดิการรัฐอีกด้วย (รายละเอียดวงเงินในบัตร)

0
6654

นายพรชัย ธีระเวช ที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจการเงิน สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะรองโฆษกกระทรวงการคลัง กล่าวว่าในวันพฤหัสบดีที่ 1 กุมภาพันธ์ 2561 กระทรวงการคลังและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เตรียมความพร้อมในการรับแจ้งความประสงค์การเข้าร่วมมาตรการพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐทั่วประเทศ

โดยประชาชนผู้มีบัตรสามารถแจ้งความประสงค์เข้าร่วมโครงการได้ ณ สถานที่ต่างๆ อาทิ สำนักงานเขต/สาขาธนาคารออมสิน/สาขาธนาคารเพื่อการเกษตรแลเสหกรณ์การเกษตร/ ตามที่อยู่ของผู้มีบัตรที่แจ้งไว้เมื่อครั้งลงทะเบียนเพื่อรับสวัสดิการแห่งรัฐปี 2560 โดยเอกสารที่จะต้องจัดเตรียมมาคือ บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ และสามารถลงทะเบียนได้ถึงวันที่ 28 กุมภาพันธ์นี้

ทั้งนี้ผู้ที่มาลงทะเบียนเข้าร่วมในโครงการที่มีรายได้ต่ำกว่า 100,000 บาทจะได้รับเงินเพิ่มในบัตรฯอีกเดือนละ 100 บาทเป็น 300 บาทต่อเดือน ส่วนผู้ที่มีรายได้ต่ำกว่า 30,000 บาทจะได้รับเงินเพิ่มอีก 200 บาทเป็น 500 บาทต่อเดือน ต่อเนื่องไปจนถึงสิ้นปี 2561 โดยผู้ลงทะเบียนจะต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขเพื่อให้ได้รับสิทธิ์ดังกล่าว

- Advertisement -

โดยผู้มาลงทะเบียนต้องเก็บหางตั๋วในการลงทะเบียนและมาเข้ารับการอบรมตามวันและเวลาที่กำหนดนอกจากนี้ รองโฆษกกระทรวงการคลัง ยังกล่าวอีกว่า กลุ่มเป้าหมายผู้ที่มีบัตรสวัสดิการในวัยแรงงานอยู่ที่ 5.3 ล้านคน ซึ่งคาดการว่าจะสามารถ ยกระดับรายได้และสร้างอาชีพให้กับประชาชนกว่า 4 ล้านคน

พร้อมกันนี้ยังมีมาตรการจูงใจให้กับเอกชนผู้จ้างงานประชาชนที่ถือบัตรสวัสดิการโดยการนำค่าใช้จ่ายในการจ้างงานมาลดหย่อนภาษีได้ 1.5 เท่าอีกด้วย กระทรวงคลังพร้อมเปิดลงทะเบียน พัฒนาผู้มีรายได้น้อยเฟส 2 ตั้งแต่ 1 กุมภาพันธ์นี้ เตรียมทีมหมอประชารัฐกว่า 7,000 คนทั่วประเทศ

นายพรชัย ฐีระเวช ที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจการเงิน สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะรองโฆษกกระทรวงการคลัง บอกว่า กระทรวงการคลังพร้อมที่จะเปิดให้ผู้มีรายได้น้อยที่ได้รับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 11.4 ล้านคนทั่วประเทศ เข้ามาลงทะเบียนรับมาตรการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือบัตรคนจนระยะที่ 2

ตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์เป็นต้นไป โดยผู้สนใจต้องเตรียมบัตรประชาชน และบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ไปสมัครที่ธนาคารออมสิน ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์(ธ.ก.ส.)รวมถึงตามสถานที่เพิ่มเติม ซึ่งมีประกาศในชุมชน เช่น ที่ว่าการอำเภอหรือ สำนักงานเขต

ซึ่งกระทรวงการคลังได้ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จัดเตรียมทีมหมอประชารัฐสุขใจ หรือ เอโอ ทั่วประเทศมากกว่า 7,000 คน จากเจ้าหน้าที่ระดับปริญญาตรีที่เปิดรับใหม่ 3,500 คน ค่าจ้างเดือนละ 15,000 บาท ร่วมกับเจ้าหน้าที่ธนาคารออมสิน//ธ.ก.ส.ตลอดจนเจ้าหน้าที่รัฐในพื้นที่ เกษตรอำเภอ

คอยให้คำแนะนำแผนการพัฒนาคุณภาพชีวิตแก่ผู้มีรายได้น้อยตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์เป็นต้นไป และนำเข้าสู่กระบวนพัฒนาตนเอง เช่น ประสานจัดหางานในท้องถิ่น รวมทั้งแนะนำให้ธนาคารรัฐสนับสนุนสินเชื่อเพื่อมีธุรกิจเป็นของตัวเอง หรือพัมนาทักษะอาชีพมีการอบรมช่วยเหลือ ตลอดจนการให้ศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้น โดยมีโครงการช่วยเหลือมากกว่า 36 โครงการ

สำหรับผู้ที่มาลงทะเบียนจะได้รับวงเงินเพิ่มในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ แบ่งเป็น ผู้ที่มีรายได้ไม่เกิน 30,000 บาท/ปี จะได้รับวงเงินเพิ่มเป็นเป็นเดือนละ 500 บาท ส่วนผู้ที่มีรายได้สูงกว่า 30,000 บาท/ปี แต่ไม่เกิน 1 แสนบาท/ปี จะได้รับวงเงินเพิ่มเป็นเดือนละ 300 บาท ไปจนถึงสิ้นเดือนธันวาคม 2561

นอกจากนี้ ภาคเอกชนที่เข้าร่วมมาตรการจะได้รับมาตรการพิเศษทางภาษีสามารถหักรายจ่ายได้ 1.5 เท่าของรายจ่ายที่กำหนด โดยเริ่มรอบเวลาบัญชีวันที่ 1 มกราคม 2561-31 ธันวาคม 2562 นายพรชัย กล่าวอีกว่า กระทรวงการคลังยังได้ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จัดเตรียมทีมหมอประชารัฐสุขใจ (AO) ทั่วประเทศมากกว่า 7,000 คน

จากเจ้าหน้าที่ระดับปริญญาตรีที่เปิดรับใหม่ 3,500 คน ร่วมกับเจ้าหน้าที่ธนาคารออมสิน ธ.ก.ส. ตลอดจนเจ้าหน้าที่รัฐในพื้นที่ เกษตรอำเภอ เพื่อคอยให้คำแนะนำแผนการพัฒนาคุณภาพชีวิตแก่ผู้มีรายได้น้อย เช่น ประสานจัดหางานในท้องถิ่น แนะนำให้ธนาคารรัฐสนับสนุนสินเชื่อเพื่อมีธุรกิจเป็นของตัวเอง หรือถ้าขาดทักษะอาชีพ

ก็จะมีการอบรมช่วยเหลือ ตลอดจนการให้ศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้น โดยมีโครงการช่วยเหลือมากกว่า 36 โครงการ พร้อมตั้งเป้าหมายจะช่วยผู้มีรายได้น้อยทั้ง 11.4 ล้านคน ให้หลุดพ้นจากความยากจนได้ไม่น้อยกว่า 25% หรือ 2.85 ล้านคน ภายในปีนี้

เป็นข่าวดีของผู้มีรายได้น้อยที่ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือ บัตรคนจน กันอีกแล้ว เมื่อล่าสุดรัฐบาลได้ทุ่มงบกว่า 35,000 ล้านบาท อนุมัติโครงการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อย เฟส 2 (บัตรคนจน เฟส 2) ซึ่งถือเป็นมาตรการต่อยอดมาจากบัตรคนจน 2560 ที่เป็นการลดภาระค่าครองชีพ ทั้งสินค้าอุปโภค-บริโภคที่จำเป็นและค่าโดยสารต่าง ๆ

ทว่า…โครงการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อย เฟส 2 ที่กำลังจะออกมานั้น จะมาช่วยเหลืออะไรเพิ่มเติมบ้าง แล้วมีรายละเอียดอะไรที่จำเป็นต้องรู้หรือเปล่า มาเช็กไปพร้อม ๆ กันเลย โครงการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อย เฟส 2 เป็นมาตรการที่ต่อยอดมาจากโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2560 เพื่อให้การช่วยเหลือเพิ่มเติมแก่ผู้ที่ถือบัตรคนจน

โดยมีเป้าหมายให้ผู้มีรายได้น้อยได้พัฒนาตนเองให้พ้นจากความยากจน ด้วยการมีงานทำ เข้าถึงแหล่งเงินทุน และสิ่งจำเป็นพื้นฐานต่าง ๆ จนสามารถพึ่งพาตนเองได้ ต่างจากมาตรการในระยะแรกที่เน้นให้ความช่วยเหลือลดภาระค่าครองชีพเพียงอย่างเดียว

สำหรับมาตรการในเฟส 2 นี้ จะให้ความช่วยเหลือกับผู้ที่เคยลงทะเบียนโครงการสวัสดิการแห่งรัฐ 2560 และได้สิทธิ์รับบัตรคนจนไปแล้ว ไม่ใช่เป็นการเปิดลงทะเบียนผู้มีรายได้น้อยรอบใหม่แต่อย่างใด เพราะฉะนั้น คนที่จะมีสิทธิ์เข้าร่วมโครงการนี้ ต้องเป็นคนที่มีบัตรคนจนอยู่ในมือแล้วเท่านั้น ซึ่งรัฐบาลก็คาดว่าจะมีผู้มีรายได้น้อยได้ประโยชน์จากโครงการประมาณ 4-5 ล้านราย

สำหรับผู้ที่ต้องการจะเข้าร่วมโครงการพัฒนาตนเอง สามารถมาลงทะเบียนได้กับคณะทำงานพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐประจำอำเภอ หรือ “ทีมหมอประชารัฐสุขใจ” ได้ตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2561 โดยให้เตรียมบัตรประจำตัวประชาชนและบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ไปลงทะเบียนได้ที่ธนาคารออมสิน ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.)

รวมถึงตามสถานที่อื่น ๆ ตามประกาศในชุมชน เช่น ที่ว่าการอำเภอ สำนักงานเขต เป็นต้น หลังจากนั้น ในเดือนเมษายน 2561 เจ้าหน้าที่จะสัมภาษณ์เป็นรายคนว่า ผู้มีรายได้น้อยต้องการพัฒนาในด้านไหน และอยากทำอาชีพอะไรบ้าง เพื่อหาแนวทางส่งเสริมต่อไป

โดยมีเงื่อนไข คือ ผู้ที่เข้าร่วมโครงการต้องยอมเปิดเผยข้อมูลบัญชีการเงินในธนาคารปี 2560 และปี 2561 เพื่อภาครัฐจะได้ติดตามรายได้ว่ามีการเปลี่ยนแปลงอย่างไรบ้าง ซึ่งการลงทะเบียนจะแบ่งเป็น 2 ส่วน คือ

1. ภาคบังคับ : ผู้ที่มีรายได้ต่ำกว่าปีละ 30,000 บาท จำนวน 5.3 ล้านคน

ผู้ที่ถือบัตรคนจนในกลุ่มนี้ทุกคนต้องเข้าลงทะเบียนโครงการพัฒนาคุณภาพชีวิต ในเดือนกุมภาพันธ์ 2561 และถ้าไม่มาพบทางเจ้าหน้าที่จะเดินทางไปพบถึงบ้าน ภายในเดือนเมษายน 2561 โดยผู้ร่วมโครงการจะได้รับเงินใส่เข้าไปในบัตรคนจนเพิ่มเป็นเดือนละ 500 บาท

ตั้งแต่เดือนมีนาคมถึงธันวาคม 2561 ส่วนใครไม่เข้าร่วมโครงการ ก็จะไม่ได้เงินเพิ่มในแต่ละเดือน ซึ่งภาครัฐก็เชื่อว่าผลจากการเข้าร่วมโครงการนี้ จะทำให้ผู้มีรายได้น้อยพ้นจากความยากจนได้สำเร็จ และมีรายได้สูงกว่า 30,000 บาท/ปี

2. ภาคสมัครใจ : ผู้มีบัตรคนจนทั้ง 11.4 ล้านคน

ผู้มีบัตรคนจนที่มีรายได้เกินปีละ 30,000 บาท ที่มาลงทะเบียนในเดือนกุมภาพันธ์ 2561 เพื่อเข้าร่วมโครงการ จะได้รับเงินเพิ่มเป็นเดือนละ 300 บาท ตั้งแต่เดือนมีนาคมถึงธันวาคม 2561 และหากใครไม่ได้เข้าร่วมก็จะไม่ได้รับเงินในส่วนนี้

สรุปแล้วจะพบว่าโครงการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อย เฟส 2 นั้น ออกมาก็เพื่อเน้นให้ผู้มีรายได้น้อยมีศักยภาพเพิ่มขึ้น สามารถพึ่งพาตนเองได้ ดีกว่าที่จะคอยรับความช่วยเหลือจากรัฐบาลเพียงอย่างเดียว และใครที่ตอนนี้ถือบัตรคนจนในมืออยู่แล้ว ขอแนะนำให้ไปลงทะเบียนกับมาตรการนี้กันเถอะ เพราะนอกจากจะได้ช่องทางพัฒนาตนเอง มีงานทำแล้ว ยังได้รับวงเงินในบัตรคนจนเพิ่มอีกด้วย เรียกได้ว่าได้รับประโยชน์เต็ม ๆ ทั้งสองทางกันเลยทีเดียว

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here