ลูกสาวสวยมาก!!! เสก 50 ลุคสุดปัง โดย ‘ป้อม วินิจ’ ตัวแม่แห่งวงการช่างแต่งหน้า (ชมภาพ)

0
129

ชื่อเสียงของช่างแต่งหน้าคิวทอง “ป้อม วินิจ บุญชัยศรี” เติบโตมาพร้อมๆ กับนางเอกซูเปอร์สตาร์ “ชมพู่ อารยา” โดยเฉพาะเทศกาลหนังเมืองคานส์ที่ผ่านมา เป็นครั้งแรกที่คุณป้อมมีโอกาสร่วมเดินทางไปแต่งหน้านางเอกคู่บุญเพื่องานเดินพรมแดง ความสวยสง่าของชมพู่เจิดจรัส ด้านหนึ่งเป็นเพราะตัวแบบ แต่คงปฏิเสธไม่ได้ว่าฝีมือการแต่งหน้าของคุณป้อมมีส่วนช่วยผลักดันให้ทุกอย่างลงตัว

อันดับที่ 1

ป้อม วินิจไม่ได้อาศัยความดังของดาราไต่เต้าไปสู่การยอมรับอย่างที่เพื่อนร่วมอาชีพเคยด่าทอ เพราะกว่าจะมีวันนี้คุณป้อมต้องทะเลาะกับพ่อเพียงเพราะความคิดไม่ตรงกัน เจองานโหดหินแต่งหน้าข้ามวันข้ามคืนให้กับนางแบบ 80 คน ลองผิด ลองถูก ท้อถอยกับนานาปัญหา ป้อม วินิจขอเล่าทุกแง่มุมชีวิต

อันดับที่ 2

“ป้อม วินิจ” เกิดในครอบครัวชนชั้นกลาง โชคดีที่คุณพ่อคอยสนับสนุนให้เรียนโรงเรียนดีๆ ตั้งแต่เด็ก แต่เหมือนชีวิตไปไม่ถึงเป้าหมายสูงสุดที่ครอบครัวหวังไว้ เพราะในวันนั้นคุณป้อมไม่ใช่เด็กขยันเรียน ไม่ชอบอ่านหนังสือ แต่เขายังเดินตามทางที่พ่อสนับสนุนจนมาถึงช่วงเวลาที่ต้องเลือก

อันดับที่ 3

คุณป้อมอยากเรียนด้านศิลปะ เพราะรู้ตัวว่าชอบประดิดประดอย ชอบวาดรูป แต่พ่อไม่เห็นด้วยเพราะอยากให้เรียนแพทย์ “เราวาดรูปอยู่ พ่อเห็น พ่อจับกระดาษมาฉีกทิ้งเลย เขาอยากให้เราเรียนหมอ ไม่อยากให้เรียนศิลปะ” เพราะรักในศิลปะคุณป้อมขัดใจพ่อเลือกสอบเข้าโรงเรียนเพาะช่างผลออกมาว่าสอบผ่าน

อันดับที่ 4

จึงกลับไปคุยกับคุณพ่อคุณแม่และคำตอบก็คล้ายเดิมจนกลายเป็นเรื่องราวทะเลาะกันใหญ่โต แต่ในที่สุดคุณป้อมก็ยืนยันที่จะเรียนและสามารถจบการศึกษาในสถาบันที่ตนเองตั้งใจ จับแปรงครั้งแรกเพราะความบังเอิญ ความรู้สึกรักสวยรักงามและทักษะการแต่งหน้าของคุณป้อมซึมซับมาจากคุณแม่ที่เคยเปิดร้านทำผม การแต่งหน้าครั้งแรกของคุณป้อมเกิดจากความไม่ตั้งใจ

อันดับที่ 5

“สมัยเรียนเพาะช่างเราขี้อายมาก รุ่นพี่อยากให้เราไปเป็นเชียร์ลีดเดอร์ เราไม่ชอบ อยากอยู่เบื้องหลังมากกว่าเลยขอช่วยแต่งหน้าแทน ซึ่งไม่เคยแต่งมาก่อน แต่ด้วยความที่เรียนศิลปะมา แค่เป็นสี เราก็สามารถหยิบมาใส่บนอะไรก็ได้ แม้แต่บนหน้า มันจึงเป็นเรื่องที่ไม่น่ากลัวผลลัพธ์จึงออกมาดีมาก จากนั้นใครมีอะไรที่เกี่ยวกับแต่งหน้า ก็จะให้เราไปช่วยตลอด จึงมีโอกาสได้เริ่มแต่งหน้าตั้งแต่นั่นมา”

อันดับที่ 6

“ไม่ว่าจะอาชีพใด จะเป็นหมอ หรืออะไรก็ตาม ขอให้มีศิลปะในตัวเอง มันสามารถเอาไปใช้ได้หมด ศิลปะไม่ใช่แค่การวาดรูป แต่มันคือการจัดวาง แม้กระทั่งชีวิต เราก็ต้องจัดวางให้สวยงามในทุกๆ เรื่อง”

อันดับที่ 7

หลังเรียนจบคุณป้อมทำงานเกี่ยวกับการออกแบบลายผ้า เป็นวิศวกรโครงสร้างผ้า ซึ่งพิสูจน์แล้วว่าเขาสามารถอยู่และมีอนาคตในทางที่เลือกได้ แต่เมื่อทำงานไปสักพักคุณป้อมเริ่มรู้สึกอิ่มตัวขณะที่งานแต่งหน้าเริ่มเข้ามากขึ้น คุณป้อมจึงลาออกจากงานและสัญญากับคุณแม่ว่าจะหางานให้ได้ภายใน 6 เดือน

อันดับที่ 8

จุดเปลี่ยนครั้งสำคัญ ว่างงานได้ไม่นานเพื่อนที่ทำงานสตูดิโอถ่ายภาพชวนไปทดสอบการทำงาน ทำให้คุณป้อมมีโอกาสแสดงฝีมือการแต่งหน้าของตนเองอย่างเต็มที่ไปพร้อมๆ กับโชว์สไตล์การแต่งหน้าแบบธรรมชาติ ไม่ซ้ำใคร แต่ก็ยังไม่ถูกเลือกให้ไปทำงานในครั้งแรก แต่เมื่อพนักงานขาดคุณป้อมจึงได้เข้าไปแสดงฝีมืออีกครั้ง

อันดับที่ 9

“เริ่มงานวันแรก รู้สึกเลยว่าเราแต่งหน้าไม่เก่ง เพราะเจอแต่มืออาชีพทั้งนั้น กดดันมาก ค่อยๆ ปรับไป ทำงานได้ประมาณ 11 เดือนไม่ว่าจะเป็นโบชัวร์หรืองานทุกอย่างเป็นฝีมือการแต่งหน้าของเราหมด เราเป็นคนเดียวที่แต่งสวยใสธรรมชาติ งานก็เข้ามาเยอะ เริ่มมีงานข้างนอกบ่อย

อันดับที่ 10

ทำให้เรามีประสบการณ์ เราได้เรียนรู้ทุกพื้นผิว ได้ฝึกในทุกๆ รูปหน้า ที่ร้านนี่พูดได้เลย ลูกค้ามาเพราะเรา คิวของป้อมจะเต็มหมด ถูกจองคิวตลอด” เส้นทางการเป็นช่างแต่งหน้าของคุณป้อมเริ่มสดใส คิวแต่งหน้าแน่นตลอดจนกระทั่งเหมือนพรหมลิขิตให้มีโอกาสเข้ามาแต่งหน้าให้กับงานในวงการบันเทิง เพียงเพราะการไปนั่งเล่นที่ป้ายรถเมล์

อันดับที่ 11

“ตอนทำงานพี่ชอบไปนั่งตามป้ายรถเมล์ ไม่รู้เป็นเพราะอะไร นั่งเรื่อยๆ บังเอิญเพื่อนที่เป็นสไตล์ลิสต์ลงรถเมล์มาเจอเรา เลยได้คุยกันเหมือนเป็นพรมลิขิตมาก เขาเรียกเราไปแต่งหน้าบ่อยๆ ดาราคนแรกที่แต่งหน้าให้ คือ “ก้อย นฤมล” เป็นหนังสือทีวีพูล ซึ่งเป็นเล่มแรกของพี่ด้วย”

อันดับที่ 12

งานหินงานโหดเจอมาทุกรูปแบบ เมื่อได้เข้ามาเป็นช่างแต่งหน้าในกับคนในวงการบันเทิง คุณป้อมต้องผ่านบทพิสูจน์ต่างๆ มากมาย แต่งานที่ทรหดและหินที่สุดในชีวิตการแต่งหน้าคืองานตอนถ่าย MV เพลงยิ่งโตยิ่งสวยของปู แบล็คเฮด ซึ่งมีนางแบบ 80 คนร่วมแสดง แต่ใช้ช่างแต่งหน้าเพียงแค่ 3 คน

อันดับที่ 13

คุณป้อมต้องเริ่มแต่งหน้าตั้งแต่ตี 3 ไปจนเสร็จก็ตอน 8 โมงเช้า สำหรับงานที่ฮือฮาและทำให้คุณป้อมกลายเป็นที่รู้จักเพิ่มขึ้นคือการอวดฝีมือการแต่งหน้าให้ชมพู่ อารยาที่เมืองคานส์ ซึ่งเขาออกปากว่าเป็นงานที่ไม่ง่ายอีกเช่นกัน “พี่เริ่มชมพู่ตั้งแต่เขาอายุ 17-18 สนิทกับชมพู่ได้มันเหมือนพรมลิขิต

อันดับที่ 14

อยู่ดีๆ เราไม่ได้อยากเป็นคุณแม่เขาแล้วเป็นได้ พี่ไม่ได้คิดว่าเขาจะโด่งดังขนาดนี้ แล้วตัวเขาก็ไม่คิดว่าเราจะเติบโตมาพร้อมๆ กัน มันเหมือนเราเกิดมาเพื่อเขา ชมน่ารักไม่ได้มองเราเป็นแค่ช่างแต่งหน้าเท่านั้น”

อันดับที่ 15

“ส่วนการไปแต่งหน้าที่เมืองคานส์พี่ไปในปีที่ 3 เพราะอยากให้คนได้เห็นว่านี่คือชมพู่ จากไทยแลนด์นะ พี่ไม่ใช่ช่างแต่งหน้าที่เก่งที่สุด แต่พี่เหมาะสมที่สุด เพราะรู้ทุกจุดบนใบหน้าของชมดี ที่พี่ได้ไป เพราะทางลอรีอัลจับเซ็นสัญญา เพื่อลูกสาวพี่ทำได้หมด จริงๆ เราไม่ชอบทำงานต่างประเทศ ไม่ชอบทำงานไกลๆ แต่ถ้าไปแล้วทำให้ชมดูสวย มั่นใจพี่จะไป”

อันดับที่ 16

ชีวิตเดินมาถึงจุด “ฟิน” แม้งานระดับโลกจะสร้างความกดดันให้กับคนเบื้องหลังอย่างคุณป้อม แต่ผลที่ออกมาก็ทำให้เขาหายเหนื่อยโดยเฉพาะคอมเมนท์ที่ทำให้คุณป้อมประทับใจมากคือ “ขอบคุณที่ทำให้คนไทยมีความสุข” ทำให้เขาตั้งคำถามกับตัวเองว่าชีวิตเขาเดินมาถึงจุดนี้ได้อย่างไร

อันดับที่ 17

นอกจากคำคอมเมนท์ที่มาในทุกช่องทางแล้ว สิ่งที่ทำให้คุณป้อมภูมิใจและยิ้มอย่างมีความสุขคือการที่ “ชาลอต วิลเลอร์” เมคอัพอาร์ตทิสต์ชื่อดังระดับอินเตอร์ พูดชื่นชมการแต่งหน้าของ “ชมพู่ อารยา” อย่างเต็มปาก โดยที่ไม่รู้ว่าเขายืนอยู่ข้างๆ

อันดับที่ 18

“มันยิ่งกว่าถูกหวยเลยนะ ป้าชาลอตคือสุดยอดมากๆ ดาราตัวท็อปๆ จะแต่งหน้ากับเขาหมด วันที่ 3 ที่พี่ฟาดตาดำให้ชมพู่ วันนั้นก่อนเดินพรมแดงที่โรงแรม เราเดินลงมา ป้าชาลอตเดินมากับผู้ช่วย พูดว่า “วันนี้ชมพู่แต่งหน้าสวยมาก ดูแตกต่างไปจาก 2 วันแรกเลย จากหวานๆ กลายเป็นแบบนี้ อเมซซิ่งมาก”

อันดับที่ 19

เขาไม่รู้ว่าเรายืนอยู่ข้างหลัง พี่ดีใจมาก ปิติสุดๆ คือเราเป็นประเทศที่ไม่ได้อยู่ในสายตาเขา เขาคือตัวแม่นะ เขาชมเรา สุดท้ายพี่เลยเข้าไปแนะนำเลยว่าเรามาจากไทยนะ ชื่นชอบผลงานป้าอยู่ เราปลื้มเขาเพราะได้อะไรจากการทำงานของเขาเยอะตอนเขาแต่งหน้าให้ชมพู่ เรียกว่าไปครั้งนี้เราได้รับพลังดีๆ กลับมาเลย”

อันดับที่ 20

เปลี่ยนความทุกข์ เป็นความสุข ตลอดระยะเวลาที่ได้พูดคุยกับคุณป้อมทำให้เรารับรู้ได้ทันทีว่าทุกเรื่องราวไม่เป็นไปดังหวังที่ผ่านมา เขาไม่ได้มองเป็นความทุกข์ หรือสร้างความท้อแท้ให้ชีวิต แต่สิ่งเหล่านั้นกลับเป็นความสุขล้วนๆ

อันดับที่ 21

“สมัยก่อนมีท้อนะ เพราะเรายังไม่เข้าใจ แต่ตอนนี้เราเข้าใจในทุกๆ อย่าง ทุกอย่างมันมีเหตุผล การที่เขาว่า เขาติ เราใช้ความเข้าใจ พี่เคยเจอช่างแต่งหน้าพูดใส่ “พี่ป้อมโชคดีนะ จับดาราได้คนเดียว พี่ป้อมก็สบายเลย” พี่ทำงานกับดารา แต่พี่อยากบอกว่าถ้าพี่แต่งหน้าไม่สวย เขาคงไม่ใช้พี่แต่งหน้าอีกหรอก เราเห็นแง่มุมของคนในแง่ต่างๆ ทุกวันนี้เกิดอะไรขึ้นเราใช้ความเข้าใจ มันไม่ท้อนะ มันเหนื่อยมากกว่า”

อันดับที่ 22

คุณป้อมทิ้งท้ายสำหรับผู้ที่มีความฝันอยากก้าวเป็นช่างแต่งหน้าว่าต้องเดินหน้า ทันต่อเหตุการณ์ทุกอย่างตามแบบที่คุณเป็ด อภิชาตสอนไว้ “สิ่งที่ทำให้พี่ยังอยู่ได้คือความเป็นตัวเอง เราเคยอยู่ในจุดที่มองรุ่นพี่เป็นอันดับหนึ่ง แต่ตอนนี้เรามาถึงอีกจุดที่มาไกลกว่าที่เราคิดไว้เยอะ แก่นของอาชีพนี้จริงๆ คือ การแต่งหน้าให้สวยและถูกใจพอแล้ว และอาชีพจะพาเราเดินทางต่อไปเอง”

อันดับที่ 23

“ต้องขอบคุณพ่อมากๆ และขอบคุณความลำบากที่ทำให้มีวันนี้ ความลำบากเป็นวิชา สอนให้เรามีมุมมองและมีความแกร่งขึ้น” ชีวิตของคุณป้อมวินิจคงเป็นอีกหนึ่งบทพิสูจน์ว่าถึงอย่างไรการได้ทำในสิ่งที่ตนเองรักและชอบจะทำให้เราพร้อมเสมอที่จะต่อสู้และฝ่าฟันปัญหาต่างๆ เพื่อพาเราไปถึงเป้าหมายที่บางครั้งเกินกว่าฝันเสียอีก

อันดับที่ 24

กระแสดราม่ามากมายบนเวที มิสยูนิเวิร์ส 2017 หลังจาก มารีญา พูลเลิศลาภ พลาดมงกุฎ ทั้งๆ ที่เข้ารอบลึกถึง 5 คนสุดท้ายแล้ว เพราะอะไร มงถึงไม่ลง รวมถึงปมดราม่า วิดีโอคอลมารีญาสั่งแก้หน้าใหม่ ในวันตัดสิน เกิดอะไรขึ้น โดย ป้อม วินิจ Make up artist ชื่อดัง

อันดับที่ 25

ซึ่งรู้จัก มารีญา ตั้งแต่ อายุ 13 ใกล้ชิดสนิทสนิมอยู่เบื้องหลังความสวยของมารีญา มาเปิดใจแบบหมดเปลือกเรื่องนี้ว่า มิสยูนิเวิร์ส ต้องปากอิ่ม ฟันสวย เราอาจมีจุดที่ไม่ได้มาตรฐาน หรือ มีคนที่ติน้อง เรื่องยิ้ม รายละเอียดต่างๆ เราต้องแก้ หรือต้องแต่งให้เข้ากับเวทีโลกด้วย

อันดับที่ 26

เมื่อถามว่า ก่อนขึ้นเวทีประกวด เห็นว่าโทรไปหามารีญา ป้อม บอกว่า เราดูจากไลฟ์จากเพจที่กองประกวดแต่งหน้า มันก็มีปัญหาจริงๆ มันเป็นก้อนจริงๆ ไฮไลต์จะเยอะ คิ้วจะดำมาก พวกแฟนนางงามเข้าไปดูก็จะแท็กมาหาเรา เหมือนจะให้เราดู ตอนนั้นประมาณตี 1 ซึ่งเราก็ไว้ใจคิดว่าทางกองประกวดน่าจะเป็นช่างที่ดีมาก มืออาชีพ ไม่น่าจะมีปัญหา

อันดับที่ 27

น้องกีวีก็ไลน์คอลมาหา สนั่นทั้งคืนตอนนั้น จนเราต้องเข้าไปบอกว่า ไม่ต้องห่วง แต่งหน้าเสร็จ พี่ป้อมจะวิดีโอคอลไปหาน้องมารีญา จากนั้นจะให้น้องมาทัชอัพ เราไม่อยากเรียกว่าไปแก้หน้า มันจะดูไม่ดี เพราะพื้นฐานนางงามต้องแต่งหน้าทำผมได้ เพราะกองประกวดดูแลไม่หมด

อันดับที่ 28

นางงาม 90 กว่าคน น้องก็ไม่ได้วิดีโอคอลมา เพราะยุ่งมาก พี่ได้ส่งข้อความเป็นคำพูดไปยาวเหยียดมาก น้องก็บอกชัดและเคลียร์มาก หนูเข้าใจและปรับใหม่หมด เซลฟี่มาให้ดู ก็โล่งไป เมคอัพอาร์ติสต์คนสนิทยังเผยถึงดราม่าเรื่องชุดที่แรงมากว่า ดูกันเป็นทีม เรื่องเสื้อผ้าหน้าผม เรามองว่าดูดี ไม่รู้เหตุผลทำไมคนมองว่าไม่สวย

อันดับที่ 29

พี่หมู (อาซาวา) ก็ปรับแล้ว ระดับมืออาชีพที่เค้าก็มองว่ามันโอเคแล้วบนเวที เราก็ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ส่วนที่บอกผมไม่สวยอีก ป้อม บอกว่า วันนั้น เหนือความคาดหมาย เราไม่ได้ทำเอง มันไม่มีมาสเตอร์พีซหรอกตรงนั้น พอเข้ารอบ 5 คน พี่ถือว่าที่สุดแล้ว เราไม่แพ้ เราชนะ

อันดับที่ 30

ใครเข้า ท็อป 5 ถือว่าเป็นนางงามแล้ว เราเป็นเอเชียคนเดียว ถือว่าสุดยอดแล้ว ในใจหวังไม่ 1 ก็ 2 หรือ มงลง หลังเข้า 5 คน พี่ก็ไม่ดูต่อแล้ว ป้อม บอกด้วยว่า เรื่องคำถาม น้องไม่ได้ตอบแย่ แต่กรรมการไม่กี่คน เป็นความคิดเห็นอาจชอบแบบนั้นแบบนี้ นางงามต้องมีจริตอะไรแบบนั้น แต่น้องอาจตอบแบบประนีประนอม สร้างสรรค์ ตามสไตล์น้อง

อันดับที่ 31

“อยากฝากว่าเรื่องที่ผ่านไปแล้วแก้ไขไม่ได้ ไม่ว่าประเด็นดราม่าอะไรก็ตาม อยากให้เดินหน้าต่อ เอาสิ่งที่เกิดขึ้นมาพัฒนา ให้กำลังใจน้อง ขอให้ไปต้อนรับน้องให้เต็มในวันน้องเดินทางกลับประเทศ ให้น้องรู้ว่าได้เป็นนางงามจักรวาลแล้วจริงๆ”

อันดับที่ 32

ตัวเลข 365 วันที่บอกระยะเวลาหนึ่งปีในชีวิตของ ป้อม–วินิจ บุญชัยศรี ไม่เคยจะมีตารางวันว่างติดๆ กันเลยสักครั้ง ด้วยคิวงานที่แน่นยิ่งกว่าคิวดาราดัง ทำให้ชื่อของเขาได้รับการขนานนามไว้หลากหลาย ตั้งแต่ช่างคิวทอง, พ่อมดแห่งวงการแต่งหน้า หรือแม้แต่ฉายาคุณแม่ของเหล่าซูเปอร์สตาร์เมืองไทย

อันดับที่ 33

เป็นการการันตีถึงชื่อเสียงและความสามารถด้านการแต่งหน้าที่เขาต้องอาศัยความกล้าเลือกเส้นทางชีวิตของตัวเองเมื่อ 25 ปีก่อน แต่ความสำเร็จที่มีทั้งหมดไม่ได้ถือเป็นจุดสูงสุดของชีวิต เทียบกับการได้แต่งหน้าคนธรรมดาให้สวยที่สุด กล้าที่จะก้าวบนทางเลือกแรกในชีวิต

อันดับที่ 34

การตัดสินใจเลือกทางเดินของชีวิตตัวเอง จะเรียกว่าเป็นความกล้าหาญก็ว่าได้ เพราะเริ่มแรก เส้นทางศิลปะที่เลือกเรียนไม่ใช่เส้นทางที่คุณพ่อเห็นด้วยนัก เพราะคุณพ่อท่านจบรัฐศาสตร์การทูตมาจากธรรมศาสตร์ ก็หวังอยากให้เราเรียนแพทย์ เพราะเขาดูแล้วว่าอาชีพแพทย์ เรียนจบมายังไงก็ไม่มีทางตกงาน

อันดับที่ 35

แต่ก็ได้ค้นพบว่าตัวเองชอบทางศิลปะมาตั้งแต่เด็ก อาจเป็นความชอบตั้งแต่สมัยป. 1-2 ซึ่งเรายังไม่รู้ตัวเองว่านั่นคือความชอบ พอได้ย้อนไปเปิดดูสมุดพกประจำตัวตอนเด็กๆ เห็นลายมือคุณครูเขียนกำกับไว้เลยว่า ให้ผู้ปกครองสนับสนุนด้านศิลปะและหัตถกรรมแก่เด็กชายวินิจอย่างเต็มที่ (หัวเราะ)

อันดับที่ 36

ก็เลยจำได้ว่าตอนเด็กๆ เป็นคนชอบประดิษฐ์ วิชาอะไรที่เกี่ยวกับทำอาหาร งานประดิษฐ์ เย็บปักถักร้อย เราทำได้ดีหมด แต่สุดท้ายก็ตัดสินใจไปเรียนศิลปะที่เพาะช่าง เลยได้คลุกคลีกับงานด้านศิลปะ การวาด การเพนต์ต่างๆ จนเข้าสู่วงการแต่งหน้าในทุกวันนี้

อันดับที่ 37

ชั่วโมงบินเกิน 25 ปี เป็นช่างแต่งหน้ามาเกิน 25 ปี สมัยก่อนจะมีอยู่ไม่กี่คนที่เป็นช่างแต่งหน้ารุ่นบุกเบิก แล้วเราก็เป็นรุ่นถัดมา พอมาเป็นรุ่นเราแล้วเนี่ย มีช่างแต่งหน้าเพิ่มมาเป็นร้อย ในขณะที่ยุคนี้ปี 2018 มีเพิ่มมาเป็นหมื่น มีทั้งช่างแต่งหน้ามืออาชีพ มือสมัครเล่น มีบิวตี้บล็อกเกอร์

อันดับที่ 38

ก็รู้สึกว่าทุกวันนี้วงการมันบูมมาก เทียบกับสมัยก่อนที่มีเคาน์เตอร์เครื่องสำอางเพียงไม่กี่แบรนด์ ตรงกันข้ามกับทุกวันนี้ที่มีผลิตภัณฑ์ดีๆ ให้เลือกใช้มากมายจากช้อปชื่อดังที่มาจากทุกมุมโลก “ถ้ามีคนถามว่าจุดสูงที่สุดของช่างแต่งหน้าคืออะไร มันไม่ใช่ชื่อเสียงหรือเงินทองที่ได้มา ไม่ใช่คำชมจากปากใครๆ ว่าเราคือคนที่แต่งหน้าเก่ง แต่คือการแต่งหน้าคนธรรมดาให้สวยที่สุด”

อันดับที่ 39

ประสบการณ์ที่สุดของชีวิตช่างแต่งหน้า ตอนไปแต่งหน้าให้กับชมพู่–อารยา เอ ฮาร์เก็ต ในการเดินพรมแดงที่เทศกาลภาพยนตร์นานาชาติเมืองคานส์ เป็นอีกเหตุการณ์สำคัญในชีวิตที่ตัวเราเองรู้สึกภูมิใจ เราไปในฐานะช่างแต่งหน้าให้กับน้องชม เป็นงานระดับโลก เลยค่อนข้างตื่นเต้นและมีความคาดหวังมาก

อันดับที่ 40

เพราะก่อนที่เราจะไปแต่งหน้าให้ น้องชมเขาไปเดินพรมแดงก่อนหน้านั้นตั้งสองปีแล้ว ด้วยความที่เราก็แต่งหน้าให้น้องเขามานาน เรียกว่าเรารู้จักทุกจุด ทุกพื้นผิวหน้าของชม แล้วน้องก็แฮปปี้ที่จะให้เป็นเรา พอไปแล้วเราก็ต้องทำให้ดีกว่าสิ่งที่ช่างแต่งหน้าฝรั่งเขาเคยทำไว้ อีกอย่างคือเราไปพร้อมกับแบกความคาดหวัง

อันดับที่ 41

การทำงานนั้นคือเราจะได้แต่งหน้าชมสลับกับช่างฝรั่งคนละวัน ถ้าเราจะไปแต่งหน้าแล้วชมสวยเสมอตัวก็ไม่ใช่ป้อม วินิจ เลยบอกกับตัวเองว่าฉันต้องไปแล้วชนะ ชนะในที่นี้ไม่ได้หมายความว่าจะไปฆ่าเขานะ แต่หมายถึงชนะตัวเราเอง จะต้องมีคนพูดถึงผลงานของเรา และเราก็ต้องแต่งหน้าให้น้องดูสวยและโดดเด่นมากที่สุด

อันดับที่ 42

ศิลปะของการแต่งหน้าคือความละเอียด คนมักพูดว่าการแต่งหน้าในแบบพี่ป้อม วินิจ ละเอียดมาก จริงๆ มันก็ต้องละเอียด เพราะเรากำลังทำงานศิลปะ จากประสบการณ์ที่ไปแต่งหน้าสู้กับช่างฝรั่ง เราพบว่าเรามีความละเอียดกว่าเขา ตอนนี้กล้าพูดได้เลยว่าช่างแต่งหน้าในเมืองไทย สู้ช่างแต่งหน้าฝรั่งได้พันเปอร์เซ็นต์

อันดับที่ 43

แต่ก็ต้องยอมรับว่าในบรรดาช่างแต่งหน้าที่เป็นตัวแม่ของเขาก็ยังต้องยกให้เป็นตัวแม่ ถ้าเราไปเจอระดับตำนานที่ติด Top 5 ของโลกอย่าง ทอม เปโชซ์ (Tom Pecheux) เขาดังระดับโลกตั้งแต่เรายังเป็นเด็ก คนนี้ก็เรียกว่าเป็นไอดอลของเราได้เลย อาชีพนี้แทบไม่มีวันหยุด ทุกวันนี้ก็เรียกว่าไม่มีวันหยุด

อันดับที่ 44

แต่จริงๆ แล้วงานแต่งหน้ามันไม่ต้องมีวันหยุดก็ได้ สำหรับตัวเรา มันเหมือนเป็นความสุขทุกวัน อยากให้คนที่มีอาชีพช่างแต่งหน้า ทำงานแล้วมีความสุข อย่าคิดว่ามันเหนื่อย แม้บางทีเราเห็นคนที่หน้าตาธรรมดา อยากให้เราแต่งหน้าให้เขา พอเราทำได้ มันจะส่งความสุขกลับมาให้เราได้มากมายเลย

อันดับที่ 45

จำได้ว่าเคยไปแต่งหน้าเจ้าสาวคนหนึ่ง พอไปถึงโรงแรมที่นัดหมายก็เห็นแล้วล่ะว่ามันก็ไม่ใช่โรงแรมใหญ่โตอะไร แล้วชุดเจ้าสาวกับเครื่องประดับก็ไม่ได้เป็นอะไรที่แพงมาก แต่ครั้งนี้เขาเก็บเงินมาแต่งหน้ากับเรา เราก็แปลกใจว่าตลอดเวลาที่แต่งหน้าให้เขา เขาเหมือนอายๆ ดูไม่มั่นใจ และพยายามจะก้มหน้าตลอดเวลา

อันดับที่ 46

เขาก็พูดตลอดว่า พี่ หนูไม่ใช่คนสวยนะคะ หนูไม่มั่นใจเลย แต่พอเราแต่งหน้าให้เสร็จแล้ว พอเขาเงยหน้าขึ้นมาดูตัวเองในกระจกก็แทบจะร้องไห้ออกมา แล้วบอกกับเราว่า พี่ หนูไม่คิดว่ามันจะออกมาสวยขนาดนี้ การที่หนูจ้างช่างแพงมันแตกต่างกันจริงๆ

อันดับที่ 47

ตอนที่เจอกับเจ้าบ่าว เขาก็พูดกับเราว่า ช่วยแฟนผมหน่อยนะพี่ ถึงแม้ว่าเขาจะธรรมดา แต่ผมก็รักแฟนผม ผมอยากให้เขาได้แต่งหน้ากับพี่สักครั้งในวันแต่งงาน แล้วเจ้าสาวก็จะร้องไห้ เราต้องรีบบอกว่าอย่าเพิ่งร้องไห้นะ ไม่งั้นพี่จะงานเข้า ต้องแต่งใหม่ (หัวเราะ) ภาพวันนั้นคือเจ้าสาวกับเจ้าบ่าวเขายืนกอดกันอย่างมีความสุข

อันดับที่ 48

เรารู้ได้เลยในตอนนั้นว่านี่แหละคือจุดสูงสุดของช่างแต่งหน้า คือต้องทำให้ได้อย่างนี้ ถ้ามีคนถามว่าจุดสูงที่สุดของช่างแต่งหน้าคืออะไร มันไม่ใช่ชื่อเสียงหรือเงินทองที่ได้มา ไม่ใช่คำชมจากปากใครๆ ว่าเราคือคนที่แต่งหน้าเก่ง แต่มันคือสิ่งนี้ต่างหากที่เราทำอยู่ คือการแต่งหน้าคนธรรมดาให้สวยที่สุด

อันดับที่ 49

เทรนด์แต่งหน้าเป็นสิ่งที่ไม่เคยเปลี่ยน เทรนด์มันไม่ค่อยเปลี่ยนหรอก อย่าง natural look ก็เป็นอะไรที่แต่งได้ทุกยุคสมัย คำว่า natural ไม่ได้หมายความว่าไม่แต่งหน้า แต่มันคือการแต่งหน้าที่เข้มก็ได้ แต่แค่ใช้โทนสีที่ดูเป็นธรรมชาติก็ถือว่าเป็น natural look แล้ว คือยังไงก็ทันสมัย

อันดับที่ 50

แต่สิ่งที่แตกต่างจากสมัยก่อนคือสมัยนี้มันมีเครื่องสำอางที่สร้างความอะเมซิงเยอะมาก เหมือนเล่นกลได้ สมัยก่อนมันต้องใช้ระบบแมนวล ต้องใช้ฝีมือจริงๆ แต่เดี๋ยวนี้มันมีผลิตภัณฑ์ที่แค่ทาลงไปก็สวยแล้ว เพราะวิวัฒนาการของเครื่องสำอางมันพัฒนาขึ้นในทุกรูปแบบ สีที่เราไม่เคยคิดว่ามันจะมาอยู่ใบหน้าของคนได้ มันก็มีมาแล้ว

“ช่างแต่งหน้าไม่จำเป็นว่าต้องแต่งหน้าให้กับเฉพาะดารา เซเลบริตี้ เพราะเราก็มาจากจุดที่เราแต่งหน้าใครก็ได้” ความท้าทายใหม่ที่ยังไม่ได้ลอง มีอย่างหนึ่งที่ท้าทายและอยากทำมาก นั่นคือการไปปรับลุควงหมอลำ มีวงปฐมบันเทิงศิลป์ติดต่อมา อยากให้เราไปปรับลุคและสอนแดนเซอร์แต่งหน้าใหม่

โดยยกระดับให้ทันสมัยมากขึ้น เขาติดต่อมาสองปีแล้ว แต่ยังไม่ลงตัวเรื่องเวลา เพราะถ้าไป เราต้องลงพื้นที่และใช้เวลา เป็นอะไรที่เราไม่เคยทำและอยากทำ เพราะมันตรงกับความตั้งใจของเราว่า ช่างแต่งหน้าไม่จำเป็นว่าต้องแต่งหน้าให้กับเฉพาะดารา เซเลบริตี้ เพราะเราก็มาจากจุดที่เราแต่งหน้าใครก็ได้

เปลี่ยนประสบการณ์เป็นพ็อกเก็ตบุ๊ก พ็อกเก็ตบุ๊กเป็นสิ่งที่เราคิดจะทำอยู่แล้ว เนื่องจากเราเป็นคนหนึ่งที่ไม่เคยเรียนแต่งหน้าที่ไหนเลย พอนึกย้อนไปถึงจุดนั้นแล้วก็อยากถ่ายทอดให้กับคนที่อาจจะเป็นเหมือนเรา ไม่ได้มีสตางค์ไปเรียนแต่งหน้า แต่อยากเรียนแต่งหน้า หรืออยากได้วิชาแต่งหน้า จุดเด่นของหนังสือเล่มนี้คือครอบคลุมการแต่งหน้าทุกลุคตั้งแต่เบสิก ลุคประจำวัน และระดับแอดวานซ์แบบมืออาชีพ​

Pom Vinij Studio เกิดจากการที่มีคนพูดถึงการเขียนคิ้วของเราเยอะ ซึ่งมันก็จะมีเทคนิคที่เป็นหัวใจสำคัญอยู่ไม่กี่อย่าง ก็คือการคงคิ้วให้สวยตามเอกลักษณ์รูปหน้าของแต่ละคน เป็นการเก็บขนคิ้วเดิมของเขาให้มีโครงเดิมมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ซึ่งมีคนอยากให้เราเขียนคิ้วให้เยอะมาก

แต่ก็ไม่สามารถจะไปเขียนคิ้วให้ได้หมดทุกคน ก็เลยเปิดสตูดิโอสำหรับกันคิ้ว แว็กซ์คิ้วขึ้นที่ร้าน eveandboy สาขาสยามสแควร์ วัน โดยมีลูกศิษย์ 5 คนที่เป็นลูกหม้อ ซึ่งได้รับการเทรนอย่างเข้มข้นจากเรา ใครอยากมีคิ้วสวยสไตล์ป้อม วินิจ ก็มาที่นี่ได้เลย นอกจากนี้ก็จะมีแบรนด์ของตัวเองในร้าน eveandboy ด้วย เช่น ขนตา, กาวติดขนตา, กระเป๋าแต่งหน้า และแปรงแต่งหน้า รวมถึงผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับผิวกาย เช่น สบู่ โลชั่น

ป้อม – วินิจ เผยว่า “คิ้วสามารถเปลี่ยนโลกของผู้หญิงได้ และบ่งบอกถึงอารมณ์บนใบหน้าของผู้หญิง ไม่ว่าจะมีความสุข เศร้า หรืออารมณ์ดี คนคนเดียวกันหากเปลี่ยนทรงคิ้ว อารมณ์บนใบหน้าก็จะเปลี่ยน เพราะคิ้วมีอิทธิพลต่อผู้หญิงมาก ดังนั้นการเขียนคิ้วให้สวยได้รูปเป็นสิ่งสำคัญในการแต่งหน้า

แต่ก็ควรคำนึงเรื่องการดีไซน์ทรงคิ้วให้รับกับ โครงหน้า เส้นดวงตา และบุคลิก อาทิ “รูปหน้ากลม” ต้องแต่งคิ้วให้โค้ง โก่งขึ้นเล็กน้อย หางคิ้วเชิดนิดนึง เพื่อให้ดวงตากลมโต” ส่วน “รูปหน้าเหลี่ยม” มักจะแลดูโครงการแข็ง ทำให้ควรแต่งคิ้วแบบโค้งนิดๆ เกือบเป็นเส้นตรง และยกคิ้วตรงมุมกึ่งกลางตา จะทำให้รูปหน้าที่เหลี่ยมดูยาวขึ้นได้

ในขณะที่ “รูปหน้าไข่” สามารถดีไซน์คิ้วได้ทุกรูปแบบ แต่ก็ต้องพิจารณาองค์ประกอบของใบหูและโหนกแก้มด้วย อาทิ คนที่มีโหนกแก้มสูง ไม่ควรเขียนคิ้วตกหรือสั้น แต่ต้องเขียนให้หางคิ้วยาวกว่าปกติเป็นต้น ส่วนเทรนด์คิ้วในขณะนี้ จะเน้นการแต่งคิ้วที่ดูคมชัด โดยไม่กันขนคิ้วจนบางเกินไป และกรอบคิ้วจะมีความฟุ้งๆ เพื่อดูเป็นธรรมชาติ สำหรับวิธีการดูแลรักษาคิ้ว ทำได้ง่ายๆ เพียงทำความสะอาดคิ้ว ให้สะอาดหมดจด

เพื่อไม่ให้คราบเครื่องสำอางตกค้างอยู่ในรูขุมขน ร่วมถึง การ แว็กซ์ ขนคิ้ว เพื่อจัดแต่งทรงคิ้ว ก็ถือเป็นวิธีการทำความสะอาดผิวหนังบริเวนรอบคิ้วไปในตัวด้วย เพราะการแว็กซ์ขนคิ้วต้องอาศัยความร้อนที่พอเหมาะ ช่วยกระตุ้นการไหลเวียนโลหิตบริเวณดวงตาได้ และยังสามารถช่วยให้ขนคิ้วที่ขึ้นมาใหม่อ่อนนุ่มขึ้นได้ นอกจากนี้การใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงขนคิ้วก็เป็นสิ่งสำคัญ ในการรักษาขนคิ้วให้แข็งแรง ไม่หลุดร่วงง่าย

Leave your vote

-1 points
Upvote Downvote

Total votes: 1

Upvotes: 0

Upvotes percentage: 0.000000%

Downvotes: 1

Downvotes percentage: 100.000000%

Comments

comments

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here