นักร้องหล่อบอกต่อ!!! “แม็กซ์ เจนมานะ” หล่อโฮก หล่อจนอยากเดินเข้าป่าด้วยเลย (ชมคลิป)

0
995

หลังจากเริ่มเป็นที่รู้จักจากการประกวดร้องเพลงในรายการ “เดอะวอยซ์ ไทยแลนด์” ซีซั่นที่ 1 หนุ่มเสียงเอกลักษณ์ “แม็กซ์ ณัฐวุฒิ เจนมานะ” ก็เดินทางตามความฝัน ผันตัวเองเข้าสู่เส้นทางดนตรีอย่างเต็มตัว จนล่าสุดเจ้าตัวก็ปล่อยซิงเกิ้ล “ปีศาจ” ซิงเกิ้ลล่าสุดของอัลบั้มออกมาเอาใจแฟนๆ เปิดประวัติหนุ่ม “แม็กซ์” นักร้องหนุ่มมากความสามารถคนนี้ให้ติดตามกัน

“แม็กซ์ เจนมานะ” หรือ “ณัฐวุฒิ เจนมานะ” เกิดเมื่อวันที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2532 ที่กรุงเทพฯ ปัจจุบันมีอายุ 27 ปี หนุ่ม “แม็กซ์” เป็นพี่ชายแท้ๆ ของหนุ่ม “มาร์ค เจนมานะ” หนุ่มเสียงดีอีกคน และน้องสาวอีก 1 คน ด้านการศึกษา “แม็กซ์” เข้าศึกษาระดับประถมศึกษาที่โรงเรียนสารสาสน์วิเทศบางบอน ระดับมัธยมศึกษาที่ โรงเรียนมัธยมวัดนายโรง และสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีที่คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

หลังเรียนจบ เจ้าตัวได้ทำงานเป็น Marketing Consultant ที่บริษัทวิจัยตลาดแห่งหนึ่ง แต่เมื่อเข้ารอบการประกวด “เดอะวอยซ์ไทยแลนด์” ซีซั่นที่ 1 เขาก็ลาออกจากงานเพื่อทำตามความฝันของตัวเอง โดยการมาสมัครเข้าร่วมรายการเดอะวอยซ์ ได้ยินมาว่าเขามีเหตุผลง่ายๆ เพียงเพราะอยากสัมผัสความรู้สึกตอนกรรมการกดปุ่มหันมาเท่านั้น

จุดเริ่มต้นที่ทำให้หนุ่ม “แม็กซ์” ชื่นชอบดนตรีอย่างจริงจัง เพราะเจ้าตัวเติบโตมาในครอบครัวคริสเตียนและคลุกคลีกับวงดนตรีในโบสถ์ โดยคุณพ่อให้เริ่มเล่นกีตาร์เพื่อนำไปเล่นกับวง เจ้าตัวจึงเริ่มเรียนดนตรีมาตั้งแต่อายุ 11 ปี และขณะที่อายุ 15 ปี หนุ่ม “แม็กซ์” เคยประกวด TPI Star Challenge และสามารถคว้ารางวัลอันดับ 1 มาครอง

นอกจากนั้นเขายังมีความสามารถในการเล่นเปียโน และตีกลองชุดเป็นอย่างดี เขามีแนวเพลงที่ถนัดและชื่นชอบเป็นพิเศษ คือ เพลงสากล แนว Country Blues เขามีศิลปินในดวงใจอย่างเช่น KEANE, Mumford & Sons และ Michael Bublé หนุ่ม “แม็กซ์” เคยทำวงดนตรีร่วมกับเพื่อน ในชื่อ “Nick of Time”

หลังจากผ่านเข้ารอบ Blind Audition และเป็นลูกทีมของโค้ช “แสตมป์” หนุ่ม “แม็กซ์” ก็เริ่มพัฒนาศักยภาพด้านเสียงร้องมากขึ้นเรื่อยๆ แต่ไม่เพียงเสียงร้องและฝีมือการเล่นกีตาร์เท่านั้นที่ได้ใจแฟนๆ หนุ่ม “แม็กซ์” ยังมีหน้าตาคล้ายกับพระเอกตลอดกาล “เคน ธีรเดช วงศ์พัวพันธ์” อีกด้วยจนได้ฉายาระหว่างการแข่งขันว่า “เคน 2” เลยทีเดียว

แม้หนุ่ม “แม็กซ์” จะไม่ได้แชมป์จากการประกวดในรายการเดอะวอยซ์ แต่เขาก็ได้เข้าสู่บทบาทนักร้องอย่างเต็มตัวและเริ่มปล่อยซิงเกิ้ลออกมาให้ได้ติดตามกัน อย่าง ช้าช้า, Hold Your Hand, ถ้าพระอาทิตย์, อยากให้อยู่ตรงนี้, ไวน์ (Wine), วันหนึ่งฉันเดินเข้าป่า (Into The Woods), ดารา (Dara) และเพิ่งปล่อยเพลงเพราะอีกเพลงอย่าง ปีศาจ (Demons) ในวันนี้ (16 พฤศจิกายน 2560) และยังเตรียมปล่อยอีกเพลง ชัดเจน (Chadjen) เร็วๆ นี้

นี่ยังไม่นับความสามารถในการจัดรายการที่เจ้าตัวรับหน้าที่เป็นดีเจอยู่ที่คลื่น 88.5 FM และการเขียนหนังสือ ก็ต้องบอกว่าเขาเป็นอีกคนที่มีชีวิตน่าติดตามมากๆ คนหนึ่ง หากใครที่ชื่นชอบหนุ่ม “แม็กซ์” อยากติดตามผลงานและไลฟ์สไตล์อย่างใกล้ชิด สามารถไปฟอลโลว์ได้ที่อินสตาแกรม @maxjenmana

หล่อเด่นเสียงดี โดนใจใช่ปะ? แม็กซ์ เดอะวอยซ์ ณัฐวุฒิ เจนมานะ ยังรักที่จะทำงานเพลงต่อไป และอีกอย่างที่รักมากคือ การร่วมด้วยช่วยรักษ์ป่าไม้ของไทยเรา แม็กซ์เคลียร์คิวแล้ว พร้อมมากๆ ที่จะไปร่วมงานดีที่ต้องไปชม จากป่าสู่เมือง : บันทึกหยุดเขื่อนน้ำโจน รำลึก 27 ปี สืบ นาคะเสถียร

ทำไมถึงจะไปร่วมงานสืบ 27 ปีในครั้งนี้? “เป็นเรื่องน่ารัก พอดีผมมีเพลงที่ชื่อว่า วันหนึ่งฉันเดินเข้าป่า คงเข้าธีมของงาน และตอนผมเขียนเพลงนี้ ผมก็หนีเข้าป่าไปจริงๆ หลายรอบ (หัวเราะ) นอกจากนี้ผมก็เคยร่วมงานขององค์กรที่เกี่ยวข้องกับป่าไม้หลายครั้ง อย่างมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงและครอบครัวข่าวสาม”

แม็กซ์สุดหล่อใสเปิดใจ ป่าไม้ที่มีคุณค่า รัฐบาลให้ความสำคัญมากน้อยแค่ไหน? “คิดว่าทั้งรัฐและประชาชนต่างเริ่มให้ความสำคัญกับป่าไม้มากขึ้น ทั้งเสียงเรียกร้องไม่ว่าเล็กใหญ่ก็เริ่มเป็นที่ได้ยิน การตื่นตัวของกลุ่มอนุรักษ์ทั่วโลกและโซเชียลเน็ตเวิร์ก ก็ส่งผลให้มีแรงกระเพื่อมในวงกว้างมากขึ้น

แต่สิ่งที่เป็นอยู่จะโทษหน่วยงานหรือใครคนหนึ่งไม่ได้ ทุกฟั่นเฟืองต้องหมุนไปพร้อมกันเป็นระบบ ถ้ารัฐออกนโยบาย องค์กรท้องถิ่นก็ต้องพร้อมให้ความรู้ และประชาชนก็ต้องพร้อมทำตามหรือเปลี่ยนแปลง อย่างการเลิกปลูกข้าวโพด แล้วหันไปปลูกป่าและพืชเศรษฐกิจอื่นๆ เป็นต้น”

กำลังทำงานเพลงใหม่อยู่ใช่มั้ยคะ? “อัลบัม Let There Be Light EP กับ LoF Records และโปรเจกต์ Mr.Strangers เพลงอยากให้อยู่ตรงนี้ ของ Boxx Music และเพลงประกอบหนังโฆษณาของ JBL – We’ll be alright ครับ”.

ที่มาของซิงเกิลล่าสุดให้ฟังหน่อย หลังออกจากค่ายมาเป็นศิลปินอิสระเต็มตัว เจ้านายเก่าของเราติดต่อมาให้แต่งเพลงโปรโมตเกาะมันนอกที่เป็นเกาะส่วนตัวของเขาให้หน่อย ช่วงนั้นคันไม้คันมืออยากทำงานใหม่ๆ ก็เลยไปทำ เป็นงานกึ่งพาณิชย์ที่ทำด้วยตัวเอง และเป็นโปรเจกต์ครั้งแรกในฐานะศิลปินอิสระ

ตอนไปถึงเกาะ เราชอบมากเลย มันมีความเป็นส่วนตัวมาก ได้อยู่กับตัวเองจริงๆ ตอนเราเดินริมชายหาด ณ โมเมนต์นั้นทุกอย่างดีมาก ตอนกลับมาก็ทำเดโมส่ง เราเขียนเพลงให้ได้อารมณ์เกาะเลย แล้วที่เลือกแต่งเป็นภาษาอังกฤษ เพราะเราชอบภาษาอังกฤษอยู่แล้วและคิดว่ามันน่าจะเข้าท่ามากกว่า เพราะเจ้านายเก่าเราเขาอยากให้เพลงสื่อสารกับชาวต่างชาติได้

ทำเพลงนี้เองเกือบทุกขั้นตอนเลย ใช่ ทำเองเกือบหมดเลย เราเหนื่อยมากเลยนะ เพราะต้องทำเพลงและทำมิวสิกวิดีโอสำหรับเอาไปโปรโมต ใช้ในงานท่องเที่ยวต่างๆ เราก็ต้องคุมงานสองแบบ ต้องดูทุกอย่างตั้งแต่ต้นยันจบเลย ตอนตัดต่อวิดีโอ เราก็ต้องไปนั่งคุม ซึ่งมันก็ทำให้เราได้รู้ว่ากระบวนการทุกอย่างเป็นยังไง การดีลงานกับลูกค้าทำยังไง แต่ก่อนเราเคยอยู่ค่ายแล้วบอกว่า ทำไมพี่ทำอย่างนี้วะ ไม่เข้าใจศิลปินเลย เราก็เริ่มเข้าใจค่ายแล้ว

กำลังจะกลับเข้าไปอยู่ค่ายอีกครั้งแล้วใช่ไหม ที่จริงตอนแรกเรากะจะอยู่ในฐานะศิลปินอิสระยาวๆ นะ แต่รู้สึกว่าไม่ไหว ไม่มีแรง ต้องรับผิดชอบหลายอย่าง งานครั้งนี้ก็เหมือนการทดลองงาน เราลองโยนหินถามตัวเองว่าจะรับได้ไหมกับการดูแลตัวเอง ซึ่งรู้แล้วว่ามันเหนื่อย ไม่มีเวลาทำอย่างอื่น แล้วผลตอบแทนมันอาจจะไม่คุ้ม

ถ้าเจอคนดูแลที่เข้าใจเรา มันคงจะดีกว่า ให้คนดูแลความฝันเราดีกว่า แต่ก็ขอเลือกคนที่ใช่ คือดูว่าเขาชอบเพลงเรามั้ย ชอบเราจริงรึเปล่า เปิดเพลงให้ฟังแล้วเขาว่ายังไง คิดยังไง เหมือนเลือกแฟนน่ะ งานอื่นๆ ที่คุณทำนอกจากงานเพลงหน่อย
เราเป็นดีเจที่คลื่น 88.5 FM ที่นี่ปรับชีวิตเราหลายอย่างมาก 8 – 10 โมงก็ต้องตื่นแล้ว นี่คือเช้ามากนะ (หัวเราะ)

ตอนแรกบ้านเราอยู่แถวศาลายา ตอนนี้เราตัดสินใจย้ายเข้ามาอยู่ในเมืองเลย มันสะดวกกว่า แล้วนอกจากเป็นดีเจ เราก็เขียนหนังสือ เล่มล่าสุดที่เขียนอยู่เป็นรวมเรื่องสั้น คือตอนออกจากค่าย เรามีช่วง depress หนักมาก ก็เลยหันไปออกหนังสือแทน

หนังสือช่วยเราไว้เยอะมาก ปรับชีวิต ปรับความคิดไปเยอะ มันเหมือนกระจก ยิ่งเขียนยิ่งรู้ ใครอยากจะรักษาตัวเอง เขียนเลย มันช่วยชีวิต พอเขียนก็รู้เลยว่า อ๋อ เราคิดอย่างนี้นี่หว่า คือบางครั้งมันคิดอยู่ในหัว เราไม่รู้ แต่พอเขียนออกมาแล้ว มันเห็นชัดมากเลย

งานเขียนเหมือนหรือต่างจากงานแต่งเพลงยังไงบ้าง มีทั้งส่วนที่ต่างและส่วนที่คล้ายกันนะ แต่การเขียนหนังสือก็ช่วยเกื้อหนุนงานเพลง ช่วยเรื่องการเลือกคำ การเกลาสำนวน มีหลายคนบอกว่าผมทำงานเยอะ แต่ว่าจริงๆ เราว่ามันก็คลุมธีมอยู่นะ เวลาไปเที่ยว เราก็เอามาเขียนหนังสือ แล้วก็เอามาแต่งเพลง

ตอนเป็นแม็กซ์ The Voice ถึงตอนนี้ คุณคิดว่าตัวเองโตขึ้นแค่ไหนแล้ว ไม่โตเลย เครียดเรื่องนี้มาก (หัวเราะ) ส่วนตัวเรายังอยากเป็นเด็กอยู่ ถามว่าโตขนาดไหน น่าจะเป็นการโตด้านทักษะกับความเป็นมืออาชีพมากกว่า แต่เราแอบเก็บความเป็นเด็กไว้ คือเฉพาะบางมุมกับคนบางคนถึงจะเห็นได้ แต่ว่าถ้าอยู่ข้างนอกแล้วต้องเป็นผู้ใหญ่ระดับนึง ต้องทำงานให้เป็นมืออาชีพ

ความเป็นมืออาชีพคืออะไร คือการจัดการกับสถานการณ์และรับผิดชอบกับคำพูด รับผิดชอบกับความคิด กับสิ่งที่อยากทำ ซึ่งสุดท้ายมันจะมาจบที่ 2 อย่าง คือการอยู่กับปัจจุบันและความเป็นมืออาชีพ คือถ้าอยู่กับปัจจุบัน เราก็จะรู้ว่ามีอะไรตรงหน้าบ้าง สัญญาอะไรไว้บ้าง ต้องทำอะไรก่อนหลังบ้าง แล้วมันจะเป็นมืออาชีพเอง ตอนนี้เราก็เลยแค่คิดว่าวันนี้จะกินอะไร มีงานอะไรต้องทำบ้าง แล้วก็ค่อยๆ ทำไปทีละอย่าง

ช่วงนี้ชีวิตมีเป้าหมายอะไรบ้าง เราตั้งใจจะเรียนอนุปริญญาด้าน sound engineer ที่กำลังเรียนอยู่ให้จบ เขียนหนังสือให้เสร็จ จริงๆ ต้องส่งโครงตั้งแต่เดือนที่แล้ว นี่ยังไม่ได้ส่งอะไรสักอย่างเลย แล้วก็ปล่อยเพลงต่อไป เป็นมืออาชีพมากขึ้น อยู่กับปัจจุบันให้มากขึ้นด้วย ที่จริงก็พูดดีไปอย่างนั้นแหละ ทำไม่ได้หรอก (หัวเราะ)

Leave your vote

0 points
Upvote Downvote

Total votes: 0

Upvotes: 0

Upvotes percentage: 0.000000%

Downvotes: 0

Downvotes percentage: 0.000000%

Comments

comments

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here