เปิดคลังรองเท้า ตลกชื่อดัง“แจ๊ส ชวนชื่น” บอกเลยแต่ละคู่สวยแจ่ม มีตั้งแต่ราคาหลักพัน จนถึงหลักแสน!! (ชมภาพรองเท้า)

0
126

วันนี้ truststore online จะพาสมาชิกทุกท่านไปชม คลังรองเท้าของดาราตลกชื่อดังอย่าง คุณ แจ๊ส ชวนชื่น ที่ต้องบอกเลยว่า เป็นดาราคนนึงที่ชอบสะสมรองเท้าเป็นชีวิตจิตใจ มีตั้งแต่ราคาหลักพัน จนถึงหลักแสน จะมียี่ห้ออะไรบ้างนั้น เราไปชมกันเลย เป็นอีกหนุ่มที่หล่อไม่มาก แต่ความสามารถเพียบ สำหรับตลกขวัญใจเด็กแว๊น เด็กแนว แจ๊ส ชวนชื่น

หนุ่มคนนี้นอกจากรับงานละคร และพิธีกรทั่วราชอาณาจักร ยังถือเป็นอีกหนึ่งคนดังที่แต่งตัวได้เฟี้ยวไม่เบา โดยในวันว่างหนุ่มแจ๊ส เลือกแต่งตัวง่ายๆ เสื้อยืด กางเกงยีนส์ รองเท้าผ้าใบ หรือ รองเท้าแตะ แต่เมื่อไหร่ที่ออกงานหนุ่มคนนี้จะมิกซ์แอนด์แมทช์เสื้อผ้าได้ลงตัว

พูดถึงการแต่งตัวก็อดไม่ได้ที่จะแอบหยิบภาพรองเท้าผ้าใบที่เป็นของสะสมของหนุ่มคนนี้มาฝาก โดยหนุ่มแจ๊สเคยพูดถึงของสะสมไว้ว่า ตัวเองเป็นนักสะสมหมวก และ รองเท้า ชื่นชอบจนมีหมวกเกือบ 100 กว่าใบ ส่วนรองเท้าผ้าใบก็มีเยอะพอสมควร ทั้งนี้แจ๊สยังบอกอีกว่า จะยังไม่หยุดสะสม เพราะว่าเป็นความชอบส่วนตัว

และทางด้านภรรยาก็ไม่ได้ห้ามในส่วนนี้ด้วย เพราะอะไรเป็นความสุขของแจ๊ส ก็คือความสุขของเธอด้วย เอาเป็นว่าหนุ่มแจ๊สไม่เลิกสะสมรองเท้าแน่นอนแถมจะมีเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แน่นอน ตอนนี้มาชมรองเท้าของหนุ่มคนนี้กัน พูดเลยครับ บางคู่ค่อนข้างแพง และบางรุ่นก็หายากมากๆเสียงร้องตามแต่จะชอบ แต่ที่แน่ๆ ตลกสุดจี๊ด แจ๊ส ชวนชื่น ชอบมากๆ ที่จะร้องเพลง

ไฟแรงอยู่ล่าสุดปล่อยเพลงใหม่ “หัวร้อน” เอาใจวัยโจ๋ที่กำลังสนุกกับการเล่นเกม ROV ใครที่ชอบเล่นเกม โดยเฉพาะวัยรุ่นก็เล่นๆ กันได้พอสมควร แต่ต้องแบ่งเวลาเรียนด้วยนะแจ๊ส สปุ๊กนิค ปาปิยอง กุ๊กกุ๊ก หรือ แจ๊ส ชวนชื่น บอกเลยว่า “ในเพลงมีทั้งคำว่าสกิล และคำว่าหัวร้อนซึ่งตรงกับวัยรุ่นตอนนี้ที่กำลังฮิตเกมนี้ เนื้อหาในเพลงนี้คือ

ผู้ชายคนหนึ่งกำลังจีบผู้หญิงอยู่ ซึ่งผู้หญิงคนนี้เหมือนจะเล่นด้วย แต่จริงๆ แล้วไม่ได้เล่นเหมือนกับการเล่นเกม พอเวลาเราไม่ได้มันจะหัวร้อน มันจะโมโหเลยเป็นศัพท์ของวัยรุ่นในตอนนี้”คำว่าหัวร้อน มันเหมือนเราทำอะไรไม่ได้ มันจะรู้สึกหงุดหงิดใจเวลาเล่นเกม เราต่อสู้มันไม่ได้ซึ่งมันกำลังเล่นอารมณ์กับเราในช่วงนั้น ด้วยความที่พวกเราเป็นคนเล่นเกม

เราอยากแย่งชิงป้อมในเกม พอเราไม่ได้มันก็รู้สึกถึงความหัวร้อน จนเกิดมาเป็นเพลงหัวร้อน สำหรับพัฒนาการร้องเพลงนั้น เราไม่ได้อยากให้มองว่า เป็นตลกแล้วมาร้องเพลง แต่เราอยากให้ทุกคนมองว่า เราเป็นศิลปินที่สามารถทำได้ทุกอย่าง ไม่ต้องจำกัดทั้งสไตล์และแนวเพลง”

หากเอ่ยชื่อถึง นายผดุง ทรงแสง หลายคนอาจจะ งง ว่าเป็นใคร แต่ถ้าถามว่ารู้จัก แจ๊ส ชวนชื่น หรือเปล่า ? ณ ตอนนี้ฟันธงได้เลยว่าร้อยทั้งร้อย ไม่มีใครไม่รู้จักดาวตลก-นักร้องรุ่นใหม่ขวัญใจเด็กแวนซ์และสายแดนซ์ทั่วประเทศ ซึ่งล่าสุด แจ๊ส ได้มีผลงานหนัง สลัมบอย ซอยตื๊ด ที่มีกำหนดฉาย 27 กรกฏาคม เตรียมปล่อยมุกฮา แต่ก่อนที่เราจะไปฮากันถ้วนหน้า

เราจะพาทุกคนไปย้อนเส้นทางของดาวรุ่งพุ่งแรง แจ๊ส สปุ๊กนิค ปาปิยอง กุ๊กกุ๊ก แล้วจะรู้ว่าเขามีเส้นทางชีวิตที่ไม่ง่ายเลย แจ๊ส ชวนชื่น เป็นลูกชายคนเล็กของ พ่อดม ชวนชื่น ดาวตลกระดับตำนาน โดยเข้ามาในวงการตอนอายุประมาณ 14 ปี ในขณะที่มีรายการชวนชื่นคาเฟ่ ซึ่งแจ๊ส ทำหน้าที่เป็นเด็กขนของในคณะ

ซึ่งตอนนั้นแจ๊สอยากเล่นตลกและได้มีการพูดคุยกับพ่อดมแต่พี่ๆ ยังเห็นว่ายังเล่นไม่ได้ จึงต้องขนของนานอยู่สองปี จนกระทั่งในคณะมีงานเข่ามามากจนทำตัวตลกไม่พอ ตนจึงได้เข้ามาเล่นแทนเลยเล่นมาเรื่อยๆจากตัวประกอบคอยสะดุ้ง คอย แฮ่ อยู่ข้างหลังก็เริ่มได้จับไมค์ มีคนรู้จักมากขึ้น

โดยในตอนแรกแจ๊สปลื้มใจมากเพราะไม่ได้หวังว่าจะมีใครจดจำได้และแค่นั้นถือว่ามากเกินพอแล้ว แต่ไม่ใช่ว่าชีวิตจะรุ่งเสมอไป เพราะงานตลกก็มีบางช่วงที่ไม่มีงานจนต้องออกไปขายชานมไข่มุกแทนพ่อที่ไปเล่นละคร ก็คอยนั่งตักน้ำแข็ง ขายน้ำไปอยู่ปีกว่า เพราะตอนนั้นชวนชื่น ไม่ได้เล่นคาเฟ่แล้ว ซึ่งวงการตลกเป็นวงการที่เข้าง่ายอยู่ยาก

แม้แจ๊สเองจะอยู่ในครอบครัวตลก แต่ต้องอาศัยฝึกประสบการณ์จากพวกพี่ๆ โดยมีจิ้ม ชวนชื่น เป็นอาจารย์ที่คอยสอนทุกอย่าง และเป็นเรื่องที่โชคดีที่แจ๊สเองเป็นตลกรุ่นหลัง ยุคหลังจากที่คาเฟ่ซบเซาและดาราตลกเข้าไปอยู่ในวงการบันเทิงมากขึ้นทั้งนักร้อง พิธีกร ผู้กำกับ กลายเป็นสิ่งที่เปิดกว้างและได้รับการยอมรับ แม้จะมีคนมองว่าแข่งกันดังก็ตาม

ด้านผลงาน แจ๊ส ชวนชื่น มีผลงานภาพยนตร์ต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2548 จนถึงปัจจุบันมากกว่าสิบเรื่อง โดยคาแร็คเตอร์ส่วนใหญ่จะเป็นแบบกวนๆ ฮาๆ ทะลึ่งเล็กน้อย ปีที่แล้ว แจ๊สได้สร้างปรากฎการณ์ หลวงพี่แจ๊ส 4G รายได้หนังทะลุ 100 ล้านบาท ซึ่งในปีนี้เรามาลุ้นและฮาไปกับ “สลัมบอย ซอยตื๊ด” หนังเรื่องใหม่ของแจ๊ส ชวนชื่น เรียกเสียงฮา

พร้อมทัพนักแสดงตลกเช่น ค่อม ชวนชื่น , โรเบิร์ต สายควัน , ถั่วงอก หม่ำโชว์พร้อมพระนางคู่ใหม่ปุณต์ – ศิริปัญญา จันทิหล้า, เบียร์เดอะว้อยซ์- ภัสรนันท์ อัษฎมงคล และเด็กจิ๋วอัจฉริยะทางดนตรี จุง ซุปเปอร์เท็น กำกับความตื๊ดโดย แฉะ- องอาจ เจียมเจริญพรกุล ภายใต้การดูแลของยอร์ช – ฤกษ์ชัย พวงเพ็ชร์

เข้าวงการตั้งแต่ยังเป็นแค่ตลกคนหนึ่งของคณะชวนชื่น มาวันนี้ผ่านไปด้วยความมุ่งมั่น ทำให้ แจ๊ส ชวนชื่น หรือ ผดุง ทรงแสง ที่เคยเป็นแค่นักแสดงตลก ตอนนี้กลายมาเป็นนักแสดงตลกชื่อดังแถวหน้าของวงการบันเทิง ซึ่งถ้าหลายคนนึกถึงชื่อของ แจ๊ส ชวนชื่น ก็จะนึกถึงเพลง นึกถึงหนัง นึกถึงวงดนตรี แจ๊ส สปุ๊กนิค ปาปิยอง กุ๊กกุ๊ก ที่มีน้องๆ

ในวงเกือบร้อยชีวิตอยู่รวมกันเหมือนเป็นครอบครัวใหญ่ล่าสุด บันเทิงไทยรัฐออนไลน์ ได้มีโอกาสนั่งพูดคุยกับ แจ๊ส ชวนชื่น ถึงชีวิตในวงการบันเทิงที่ผ่านมา โดยแจ๊สได้บอกว่า เขาเริ่มงานแสดงหนังจากค่าตัวแค่ 3,000 บาทเท่านั้นเอง

เป็นยังไงบ้างออกคอนเสิร์ตทุกวัน?
“ผมได้งานมา 10 งานต่อเดือน ตอนนี้มีหนังมาด้วย มันเลยต้องแบ่งระหว่างรายการต้องจัดวางให้ดี บางทีมีงานที่ตื่น 11.00 โมง ทำงานตลกใช้สมองเยอะ นอนก็เหมือนไม่ได้นอน ตื่นแล้วก็ไปทำงานเลย บางทีก็กลับมาเย็น ไม่ก็ทุ่มอย่างต่ำมากสุดก็ตี 3 เที่ยงคืน จะมีหลายๆ เวลา”

มีบ้างไหมลูกอยากให้พ่ออยู่ด้วย?
“เขาก็อยู่ได้หมดนะ เขาไม่ติดแม่มาก ไม่ได้ติดพ่อมาก ไม่ค่อยติดใครมาก เเต่อยู่กับใครก็ได้หมด เวลานอนเขาจะเปลี่ยนห้องผมบ้าง พี่เลี้ยงบ้างเเล้วแต่ เขาดีอย่าง เขาเลี้ยงง่ายไม่ใช่เด็กงอแง โชคดีตรงนี้เวลาพาออกไปไหนเขาจะเป็นไข้บ่อย เเล้วเวลาเป็นไข้เขาก็จะมีอาการชักตามไปด้วยตั้งแต่ 8 เดือน จนตอนนี้ขวบกว่า”

มีการรับงานยังไง?
“ถ้าเป็นจันทร์-พุธ จะเป็นถ่ายรายการประจำ ส่วนวันพฤหัส-ศุกร์จะเป็นถ่ายหนัง ช่วงค่ำศุกร์-อาทิตย์เป็นงานวง แต่ที่รับงานวงน้อยลงมันไม่มีเวลา เเล้วได้แค่ศุกร์-อาทิตย์แค่นั้น และวันอาทิตย์เช้ารีบมาถ่ายหนังต่ออีก”

รับงานวงน้อยลงทีมงานในวงเข้าใจไหม? “เข้าใจ เราจะบอกเลยว่าสิบงานเราจะสตาร์ตไว้ให้เลย ถ้าไม่มีเขาก็เข้าใจ เราบอกเขาว่าเราจะไม่ทิ้ง” ทำงานเยอะขนาดนี้เงินเก็บร้อยล้านรึยัง? “โห่ว เอาหลักสิบก่อนดีกว่ามั้ย ภาระเราเยอะ เราไม่ได้อยู่คนเดียวแบบคู่สามีภรรยา เเต่เรามีลูก หลาน เด็กๆ น้องที่ทำงานด้วย พ่อแม่ ครอบครัวอีก บิวต์เด็ก 24 คน”

ถ้าในอนาคตจากที่เป็นตลกมีชื่อเสียง แต่ชีวิตผกผันกลายเป็นตลกที่เรตติ้งตกเตรียมตัวยังไง?“ส่วนตัวผมไม่ได้เตรียมตัว เเค่ว่าผมโชคดี ผมไม่ได้อยู่คนเดียว ดีที่ผมมีภรรยา มีครอบครัว ถึงชีวิตมันตก แต่ผมยังมีภรรยาที่ดีคอยจูงเราไป ผมก็คิดมาตลอด แจงจะรู้ แต่เราก็จะสู้ให้ถึงที่สุด

เราก็ไม่ได้ยอมให้ชีวิตเป็นแบบนั้น แต่ถ้าตกเเล้วเราก็ต้องยอมรับมันนะ เราจะเอาความตกต่ำชื่อเสียงมาค้านกัน แต่ในคำว่า แจ๊ส ชวนชื่น เเล้วคนจะจำในรูปแบบไหนผมไม่ซีเรียส นักมวยต่อยได้แชมป์มันยังมีแชมป์ใหม่ เรื่องแบบนี้ผมไม่ซีเรียส”

ถ้าวันหนึ่งไม่มีคนจ้างจะบอกทีมงานในวงอย่างไร?
“จะพูดบอกตลอด จะไม่พูดถึงเรื่องเงิน จะบอกว่าแอ็กทีฟน่ะ ขยัน รักกันให้มาก โชคดีที่ว่าผมไม่ใช่ผู้นำที่ใจร้าย ผมไม่ใช่ผู้นำที่ว่าใคร ไม่เคยว่าใครไม่ชี้นิ้วด่าใคร ไม่เคยใช้คำพูดนู่นนี่นั่น จะบอกเหตุผลกับทุกคนว่า เรามาถึงขนาดนี้มักจะบอกว่ากุกลัวว่ามึงจะทิ้งกุมากกว่า

น้องๆ บอกว่าไม่ทิ้งหรอกเราก็จะทำเรื่อยๆ ทำมันเรื่อยๆ เราอยากให้น้องเห็นว่าเราทำหลายอย่าง อดหลับอดนอนมา น้องๆ เขาก็เห็นว่าเราไม่ทิ้ง เราจะไม่ให้น้องลำบาก ทุกคนเป็นครอบครัว ไม่จำเป็นต้องเก่ง ทีมผมไม่ได้มีใครเก่ง ตัวผมไม่ได้เก่ง ผมทำเพราะผมรักดนตรี อยากให้คนได้พูดถึงผมจริงจังมาก”

หนักสุดที่เจอผ่านมาไกลรึยัง?
“มันเลยมาไกลแล้วนะ ผมบอกตรงๆ ผมประสบความสำเร็จในชื่อเสียงผมนะ แค่คนจำชื่อได้หลังจากวันนั้นไม่มีอะไรมีความสุขมากกว่านี้แล้ว จากวันนั้นจนมาวันนี้เป็นกำไรหมดเลยแค่ประคอง เราโชคดีด้วยว่าพอเรามีชื่อเสียง เราก็ทำงานได้มั่นใจมากขึ้น ไม่ต้องกลัวเมื่อก่อน

กล้าที่จะคิดงาน กล้าแสดงออก เมื่อก่อนกว่าเราจะคิด คนไม่เข้าใจกว่าเราจะคิดได้ เราต้องทำตามคนกี่คนงานกี่แบบ ถูกกำกับตัวอะไรบ้าง พอพ้นตรงนี้เรามีอิสระทางความคิด ด้วยความที่ตอนนี้เป็นโลกของโซเชียลด้วย เราเลยทำอะไรต่อไปได้ และเราไม่ได้เหลิง เรามีความสุขในงานตรงนี้”

อยากที่จะทำหนังเองไหม?
“รอถ้าดีกว่านี้ มีโปรเจกต์ที่คุยไว้แต่นานหน่อยมีเเต่ไม่ใช่ตอนนี้ เพราะตอนนี้เรามีหนัง 4 เรื่อง เราก็เก็บประสบการณ์จากคนอื่นก่อน เคยเล่นหนังเรื่องแรกตั้งแต่ค่าตัว 3,000 บาท ตอนนี้ก็ประมาณหลักล้าน แต่เล่นทั้งเรื่องนะ เราเรียกค่าตัวตามความเหมาะสมไม่ได้หนักขนาดนั้น”

เริ่มต้นจากค่าตัวหลักพันตอนนี้หลักล้านแล้ว กี่ปีผ่านไป?
“ตั้งเเต่ตอนอายุ 17 จนตอนนี้อายุ 33 ผ่านไป 14 ปี พี่จิ้มเป็นคนฝากให้ด้วยนะ หนังเรื่องแรกก็ได้เล่นราคาค่าตัว 3,000 ขอให้ได้เล่นตอนนั้นยังเป็นแผ่นฟิล์มอยู่เลยนะ ก็คิดมาตลอดอยากเล่นหนัง ตอนนี้ได้ครบหมดแล้ว อยากเล่นหนังก็ได้เล่น

อยากเล่นดนตรีก็ได้เล่น อยากทัวร์คอนเสิร์ต เหมือนดาราคนอื่นที่ไปต่างจังหวัด อยากขึ้นเครื่องบินไปโน่นไปนี่เหมือนเค้า ทำไมเราได้ไปแค่สระบุรี นครปฐม อยู่แค่แถวๆ นี้ จนวันหนึ่งขึ้นได้หมด ได้ไปหมด หนังก็อยากเล่น เราก็ได้เล่นแล้ว เมื่อก่อนอยากเป็นมีรายการประจำ เราเป็นได้แค่แขกรับเชิญ พอได้มีรายการประจำเราดีใจมาก

คือตอนนี้เรามีหมดแล้ว จะกลับไปจุดเริ่มต้นก็ไม่เสียดายแล้ว กลับไปปิ้งลูกชิ้นก็ไม่เสียดาย มันเฉยๆ มาก อย่างที่บอกเราอยากได้ทำอะไรหลายๆ อย่าง หนังก็อยากทำมาก ทุกคนพร้อมช่วยเรา เราก็อยากหายไปสักสองเดือนนั่งทำกับมันจริงๆ เพื่อจะไม่ได้ต้องเอาชื่อเสียงเรามาทำเสีย ทำแบบไม่ต้องเอ่ยชื่อเราก็ได้ ค่อยมาใช้นามปากกาเราก็อยากทำมันออกมาให้ดี ถ้ามันออกมาไม่ดี ก็แปลว่าเราได้ทำเต็มที่แล้ว”.

Leave your vote

0 points
Upvote Downvote

Total votes: 0

Upvotes: 0

Upvotes percentage: 0.000000%

Downvotes: 0

Downvotes percentage: 0.000000%

Comments

comments

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here