อัพเดทอาการล่าสุด “เจี๊ยบ เชิญยิ้ม” หลังวูบกลางกองถ่ายรายการ ถึงขั้นต้องหามส่งโรงพยาบาล! (ชมภาพ-รายละเอียดของอาการ)

0
108

เมื่อช่วงบ่ายวันที่ 25 มกราคม 2561 มีรายงานว่า นักแสดงตลกชื่อดัง เจี๊ยบ เชิญยิ้ม เกิดอาการวูบหมดสติ ขณะถ่ายทำรายการ โจ๊กเกอร์วาไรตี้ จนต้องถูกหามส่งโรงพยาบาลเป็นการด่วน ท่ามกลางความเป็นห่วงเป็นใยของเพื่อนร่วมงานและคนใกล้ชิด

ทั้งนี้ คุณแหม่ม ภรรยาของ เจี๊ยบ เชิญยิ้ม ได้เปิดเผยว่า เบื้องต้นแพทย์โรงพยาบาลเวชธานีกำลังตรวจเช็กร่างกายของตลกชื่อดังโดยละเอียด เพื่อหาสาเหตุของอาการวูบในครั้งนี้ โดยล่าสุดเมื่อช่วงเย็นที่ผ่านมา มีรายงานว่า อาการของ เจี๊ยบ เชิญยิ้ม ปลอดภัยแล้ว หลังแพทย์ได้ตรวจอย่างละเอียด คาดว่าน่าจะเป็นเพราะอ่อนเพลีย

จึงให้นอนดูอาการที่โรงพยาบาลอีกหนึ่งคืน ขณะที่ทีมงานเผยถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่า จู่ ๆ เจี๊ยบก็ล้มลงไป ทีมงานนึกว่าเล่นมุก กระทั่งเห็นท่าไม่ดีจึงรีบพาส่งโรงพยาบาล แต่ตอนนี้ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงแล้ว แฟน ๆ เบาใจกันได้ **หมายเหตุ : อัปเดตข้อมูลล่าสุดเมื่อเวลา 00.10 น. วันที่ 26 มกราคม 2561 เจี๊ยบ เชิญยิ้ม

ทำเอาตกใจกันยกใหญ่ หลังจากที่นักแสดงและศิลปินตลกชื่อดัง เจี๊ยบ เชิญยิ้ม หรือ นายเฉลิม ปานเกิด เกิดอาการวูบคากองถ่ายรายการ โจ๊กเกอร์วาไรตี้ ทางช่อง 3 จนทีมงานต้องหามส่งโรงพยาบาลเวชธานี เมื่อช่วงบ่ายของวันที่ 25 ม.ค. 61 ที่ผ่านมา คืบหน้าล่าสุด ผู้สื่อข่าวได้โทรศัพท์ติดต่อไปหา แหม่ม-เบญจมาศ มาสิงห์ ภรรยาของเจี๊ยบ เชิญยิ้ม

เพื่อสอบถามอาการของสามี แหม่ม เผยว่า “สาเหตุของการเป็นลมครั้งนี้ น่าจะมาจากการพักผ่อนน้อย เพราะช่วงนี้เจี๊ยบเขาต้องซ้อมคอนเสิร์ตกับเพื่อนๆวงศักรินทร์ 90 และมีทัวร์คอนเสิร์ตด้วย เดี๋ยววันที่ 2-3 ก.พ. นี้ก็จะมีทัวร์รอนเสิร์ตที่ จ.นครปฐม เลยทำให้พักผ่อนน้อย ตอนแรกที่ทราบว่าเขาเป็นลมกลางกองถ่ายจนต้องนำตัวส่งโรงพยาบาล เราก็ตกใจ

รีบมาดูอาการเขาทันที ในเบื้องต้นคุณหมอให้เจี๊ยบ นอนพักฝื้นที่โรงพยาบาลเพื่อรอดูอาการ และจะตรวจเช็คเรื่องความดันและคลื่นหัวใจ บอกตามตรงว่าเขาเป็นแบบนี้เราก็กังวล เพราะคุณพ่อพี่เจี๊ยบก็ป่วยด้วยอาการเส้นเลือดในสมองแตก แต่ก่อนที่เขาจะเป็นลมครั้งนี้ก็ไม่มีอาการเตือนใดๆมาก่อนเลย เพราะพี่เจี๊ยบเป็นคนสุขภาพแข็งแรงไม่มีโรคประจำตัว

พอเขาตื่นขึ้นมาหลังออกจากห้องฉุกเฉิน เราก็บอกให้เขาพักผ่อนให้มากๆ ตอนนี้ทางครอบครัวก็มาดูแลเขาที่โรงพยาบาล และเราก็ต้องขอขอบคุณทุกกำลังใจที่ส่งมาให้พี่เจี๊ยบด้วยนะคะ” ล่าสุด แพทย์ได้เช็กร่างกายอย่างละเอียดแล้ว เบื้องต้นอาการปลอดภัยดีส่วนภาวะวูบเป็นลม คาดว่าเกิดจากความอ่อนเพลีย พักผ่อนน้อย ให้นอนดูอาการที่โรงพยาบาลอีก 1 คืน

ซึ่งก่อนหน้านี้เป็นคู่รักอีกหนึ่งคู่ในวงการ ที่มีเรื่องราวผ่านเข้ามาในชีวิตเพื่อพิสูจน์ความรักของ หนุ่มเจี๊ยบ เชิญยิ้ม (เฉลิม ปานเกิด) และภรรยา แหม่ม- เบญจมาศ มาสิงห์ ที่ควงกันมาเปิดใจในรายการ “ศึกน้ำผึ้งพระจันทร์” แถมยังโชว์ซีนหวานแบบสดๆ กลางเวที จนทำเอาทั้ง ไก่-สมพล ปิยะพงศ์สิริ และ สาวโอปอลล์-ปณิสรา พิมพ์ปรุ 2 พิธีกรประจำรายการ

ถึงกับยืนเขินกันกลางเวทีเลยทีเดียวด้วยการสารภาพความในใจที่หนุ่มเจี๊ยบ มีให้กับแหม่ม ภรรยาสาวว่า “ตลอดที่เราได้มาเจอกัน และคบกันเป็นเพื่อนมาก่อน เรารู้ใจกัน คุยกันรู้เรื่องเรารู้เลยว่าเค้าจะเป็น “แม่ของลูกเรา” ผมเป็นคนทำงานเต็มเวลาตลอด 7 วัน ก็ได้แหม่มที่เป็นคนดูแลครอบครัว เป็นทั้งพ่อและแม่แทนผม เพื่อเลี้ยงลูก ผมเองไม่มีเวลาดูแลครอบครัว

แต่ก็ได้แหม่มที่เป็นคนเลี้ยงลูกให้เป็นคนดี ซึ่งหลังจากที่แหม่มประสบอุบัติเหตุ ตลอดเวลา 1 เดือนที่ภรรยานอนอยู่ที่โรงพยาบาล ผมไม่รับงานเลยอยากจะอยู่ดูแลเค้า ผมทุ่มทุกอย่างให้แหม่มกลับมาเหมือนเดิม อย่างที่ทุกคนรู้กันว่าตอนที่แหม่มประสบอุบัติเหตุ หลังหัก อัมพาตแน่ๆ ไม่น่ามีโอกาสกลับมาเดินอีกแน่ๆ ผมเชื่อว่ากำลังใจที่จะให้เค้าได้มากที่สุด

ไม่ใช่มาจากคนอื่น แต่เป็นตัวเจี๊ยบเองเพราะเหมือนเรามีกันแค่ 2 คน ทำทุกอย่างให้เค้ามีความสุข ให้เค้ามีกำลังใจว่าเค้าจะต้องกลับมาเดินได้เหมือนเดิม ผมหอมแก้มเค้าไม่พอ เค้าเจ็บตรงไหน ขาเค้าเดินไม่ได้ ผมก็หอมเท้าแหม่มทุกวัน เพื่อให้เค้ารู้ว่าเราไม่ได้รังเกียจเค้า ผมทำทุกอย่าง ทั้งอุ้ม จะถ่าย จะปัสสาวะ ช่วยเค้ายกขา ผมยินดีทำ เต็มใจที่จะทำ

ทำให้เค้ากลับมาอยู่กลับผมให้ได้ ถึงแม้ว่าตอนนี้แหม่มจะหายจนเกือบปกติ แต่ก็ยังไม่ร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่ผมก็ภูมิใจ และดีใจแล้วว่า ความรักความทุ่มเทของผมมันส่งผลให้เกิดปาฏิหาริย์จริงๆผมคิดว่าไม่มีผู้หญิงคนไหนมาแทนที่แหม่มได้ ผมนี้แหละที่จะเป็นคนที่จะอยู่เคียงข้างเค้าตลอดชีวิต เรา 2คนตอนนี้มันมากกว่าคำว่ารัก ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้แน่นอน”

เรียกว่าพอพูดเสร็จ ทั้งหนุ่มเจี๊ยบ และ สาวแหม่ม ต่างก็หันมาจุ๊บโชว์ความหวานกลางเวทีทันที สายใยรักของคนในครอบครัว คือสิ่งที่พันผูกสองหัวใจรักที่ยิ่งใหญ่เอาไว้ด้วยกัน สำหรับเธอและเขาคงไม่มีความสุขใดที่ยิ่งใหญ่ไปกว่า การที่ได้มองเห็นรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความสุขของคนในครอบครัว…ฉบับนี้เราขอนำเสนอเรื่องราวความรัก ความผูกพัน

สายใยครอบครัวที่แนบแน่นของนักแสดงตลกชื่อดัง เจี๊ยบ เชิญยิ้ม (เฉลิม ปานเกิด) และภรรยาผู้น่ารัก แหม่ม- เบญจมาศ มาสิงห์ ซึ่งเรามีโอกาสเข้าไปกะเทาะหัวใจรักที่ยิ่งใหญ่ของทั้งเธอและเขาจนหมดเปลือกเลยทีเดียว เพื่อไม่ให้เสียเวลาไปติดตามความรักที่ยิ่งใหญ่ของเขาและเธอพร้อม ๆ กัน

คุณเจี๊ยบ:ลืมไปแล้ว (หัวเราะ) ก็เจอกันครั้งแรกที่กองถ่ายละครพื้นบ้านของพ่อต้อย เรื่องแก้วหน้าม้า (ยิ้ม) ตอนนั้นพี่เล่นเป็นทหาร เออ…เป็นองครักษ์ ทหารมันดูต่ำเกินไป (หัวเราะ) ก็เป็นผู้ติดตามเจ้าชาย แล้วเจ้าชายก็มีแฟนเป็นเจ้าหญิงของอีกเมืองหนึ่ง ซึ่งก็คือพี่แหม่มนี่แหละ

คุณแหม่ม:คือพี่เล่นเป็นเจ้าหญิง ซึ่งเป็นภรรยาคนที่สองของพระเอกน่ะค่ะ (หัวเราะ)

คุณเจี๊ยบ : ครับ ก็ไปเจอกันที่กองถ่ายนี่แหละ แต่ตอนแรกก็คบกันเป็นเพื่อนกันก่อน ยังไม่ได้เป็นแฟนกันนะ ก็จะพูดคุยกันบ่อย มีอะไรก็โทรปรึกษากัน ก็ใช้เวลาปรับตัวกันประมาณ 2 ปี ถึงพัฒนาไปเป็นแฟนกัน เราก็ค่อนข้างที่จะรู้จักกันดี รู้นิสัยใจคอกันเป็นอย่างดี คุยกันรู้เรื่อง มันก็เลยพัฒนาจากเพื่อนกลายไปเป็นแฟนกันได้ในที่สุด

คุณแหม่ม:แล้วจริง ๆ คือพี่เป็นคนที่เข้ากับคนง่ายด้วยแหละ (ยิ้ม)

คุณเจี๊ยบ:เค้าเป็นคนที่คุยสนุกด้วย แล้วก็คุยได้กับทุกคนนะ

คุณแหม่ม:ความจริงพี่เจี๊ยบเค้าเป็นคนที่คุยไม่เก่ง ไม่เหมือนเวลาเค้าแสดงละครหรอกค่ะ ส่วนใหญ่พี่จะเป็นคนชวนคุยซะมากกว่า (ยิ้ม)

คุณแหม่ม:บอกตามตรงเลยว่าพี่ไม่เคยมองพี่เจี๊ยบอยู่ในสายตาเลย (หัวเราะ) คือพี่ไม่รู้จักว่าเค้าเป็นใครเลยด้วยซ้ำ

คุณเจี๊ยบ:ใช่ ๆๆ พี่ยังไม่ดังมั้งตอนนั้น ยังไม่ค่อยดังเท่าไหร่

คุณแหม่ม:คือพี่ไม่รู้จักสังคมของเค้า สังคมของตลกคาเฟ่ คือพี่เจี๊ยบก็เริ่มดังนิด ๆ แล้วล่ะ ก็ดังในกลุ่มของคนกลางคืนอ่ะ พี่ก็เลยไม่รู้จัก แต่ก็มีเพื่อน ๆ นักแสดงที่กองนี่แหละแนะนำให้รู้จักว่าเค้าคือลูกชายของคุณสีหนุ่ม ที่เป็นนักแสดงตลก พี่ก็เลยอ๋อ…รู้จักคุณพ่อเค้า

คุณเจี๊ยบ:ครั้งแรกพี่จำได้ว่าพี่นอนอยู่ที่กองถ่ายแหละ พอดีวันนั้นเป็นงานเททองพระพิฆเนศ คือพี่ทำงานดึกไง ก็เลยนอนหลับ แล้วอยู่ดี ๆ พี่ก็ได้ยินเสียงผู้หญิงคุยกันอยู่หลาย ๆ คนนะ แต่ทำไมได้ยินเสียงผู้หญิงคนนี้คุยอยู่คนเดียว คือได้ยินเสียงพี่แหม่มอยู่คนเดียว ทั้ง ๆ ที่พอลืมตามาดูมันอยู่กันประมาณ 10 คนได้ พี่ก็เลยรู้สึกว่าอะไรจะคุยเก่งขนาดนั้น เป็นใครว่ะ (ยิ้ม)

นี่คือความรู้สึกแรกที่เกิดขึ้น แล้วสุดท้ายก็เลยรู้ว่าเค้าเป็นหลานพ่อต้อย แต่ก็ยังไม่อะไรมากมาย แล้วตอนหลัง ๆ เล่นละครด้วยกันบ่อย พ่อต้อยก็เริ่มฝากน้องเค้ากลับบ้านด้วยบ่อยขึ้น ก็เลยสนิทกันขึ้นเรื่อย ๆ พ่อต้อยฝากปลาย่างไว้กับแมว (หัวเราะ) แต่ก็นานเหมือนกันนะ เป็นปี ๆ เลยความรู้สึกถึงเริ่มเปลี่ยนไปจากเพื่อนธรรมดา

คุณแหม่ม:คือเราก็เป็นเพื่อนกันก่อน ก็คบกันมาเรื่อย ๆ แล้วก็ค่อย ๆ เปลี่ยนมาเป็นแฟนกัน (ยิ้ม)

คุณเจี๊ยบ:ส่วนใหญ่เราจะเป็นการพูดคุยกันมากกว่า มีอะไรก็ปรึกษากันตลอด

คุณแหม่ม:พี่เจี๊ยบเองแหละที่โทรมาหา โทรมาคุยเรื่องนั้นเรื่องนี้ ปรึกษา แล้วเค้าคงมองว่าพี่แปลกมั้ง ผู้หญิงอะไรตื่นมาใส่บาตรแต่เช้าทุกวัน แม้จะเที่ยวกลับมาดึก ๆ ดื่น ๆ ก็ยังตื่นมาใส่บาตร สวดมนต์ ไปวัดอะไรอย่างนี้ ซึ่งสังคมสมัยนี้ไม่ค่อยมีแล้วมั้งคะ

คุณเจี๊ยบ:พี่จะปรึกษาเค้าได้ในหลาย ๆ เรื่อง จริง ๆ ก็จีบเค้าตั้งแต่แรกแล้วล่ะ (ยิ้ม) แต่คิดว่าเค้าคงไม่มาสนใจเราหรอก แล้วเวลาเราคุยกันก็คุยกันแบบจริง ๆ จัง ๆ คุยกันตรง ๆ คือไม่มีคำหวาน ๆ เหมือนวัยรุ่นสมัยนี้นะ

คุณแหม่ม:คือเราคุยกันเหมือนผู้ใหญ่คุยกันอ่ะค่ะ คุยกันด้วยเหตุผลมากกว่า แล้วนอกจากคุยกันก็จะมีนัดไปกินข้าวบ้าง ไปเที่ยว ดูหนัง ฟังเพลงบ้าง มีเวลาว่างก็หากิจกรรมทำร่วมกันบ้าง

Leave your vote

0 points
Upvote Downvote

Total votes: 0

Upvotes: 0

Upvotes percentage: 0.000000%

Downvotes: 0

Downvotes percentage: 0.000000%

Comments

comments

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here