เปิดชีวิตจริง!! “ลูกสาวยากูซ่า” เผยหมดเปลือก สุดแสนทรมานมาก (ชมภาพ-รายละเอียดยากูซ่า)

0
188

เรื่องหลายๆคนอาจจะยังไม่รู้ว่าจริงๆเเล้วนั้น ชีวิตจริงนั้นยิ่งกว่าละครเเน่นอนมันไม่ได้สวยหรูเป็นเเน่ ซึ่งตอนนี้เราจะนำเสนอเรื่องที่ค่อนข้างจะลึกลับมากของ “ยากูซ่า” ซึ่งเบื้อหลังเเล้วเป็นยังไงบ้างไม่มีใครรู้เเน่ๆตอนนี้เราจะมาดูชัดๆกันเลย สำหรับเรื่องราวหญิงสาวที่เกิดในตะกูล “ยากูซ่า” ชีวิตของเธอจะเป็นยังไงไปดูกัน

เรื่องจริง ของ “เธอ” ถ้าพูดถึงภาพจำของคนนอกประเทศที่มีต่อญี่ปุ่น นอกจากการฆ่าตัวตาย ซามูไร การ์ตูน แล้วละก็ อีกเรื่องที่โด่งดังก็คือ แก๊งมาเฟียที่ชื่อว่า ยากูซ่า ยากูซ่าเป็นหนึ่งในสิ่งที่คนทั่วไปนึกออกแทบทันทีเมื่อพูดถึงญี่ปุ่น อันเกิดจากบรรดาวัฒนธรรมร่วมสมัยที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อเผยแพร่วัฒนธรรมของประเทศนี้ออกมา แน่นอนว่า หนังของทาเคชิ

คิตาโน่เป็นตัวหลักที่ทำให้คนทั่วไปสร้างภาพของยากูซ่าขึ้นมาว่ามีรูปแบบนี้ในมโนสำนึกทันที หรือหนังแนวนี้อื่นๆ ที่เสมือนตัวมายาคติที่สร้างภาพของยากูซ่าว่า เป็นแก๊งที่มีความเท่ เปี่ยมด้วยคุณธรรม หรือมีรอยสักตามตัว รวมทั้งถืออาวุธอย่างดาบสู้กัน เป็นต้น

เปิดปมด้านมืด ชีวิตที่ขมขื่นของลูกสาวยากูซ่า รอยสักที่มีความหมายว่า โสเภณีจากนรกนี่ไม่รวมสื่ออย่างมังงะที่มีการสร้างภาพของยากูซ่าขึ้นมากมาย รวมทั้งภาพของลูกสาวยากูซ่าที่มีชีวิตอันสนุกสนาน และเต็มไปด้วยความสนุกสนาน เช่นมังงะเรื่อง ‘ครูสาวยากูซ่า’ ที่โด่งดังจนมีซีรีส์ภาพยนตร์ออกมาในหลายปีต่อมา

สร้างภาพถึงความสวยงามของลูกสาวยากูซ่าขึ้นมาในความทรงจำของคนดู จนคิดว่าชีวิตของยากูซ่าจะสวยงามและน่าตื่นเต้นแบบที่เห็นในหนังหรือมังงะพวกนั้นหรือไม่ คนที่ตอบเรื่องนี้ได้คือ ลูกสาวยากูซ่าตัวจริงที่ชื่อว่า ‘โชโกะ เทนโด’โชโกะ เทนโด เป็นลูกสาวของยากูซ่าแก๊งใหญ่ในโตเกียว ที่นำเรื่องราวของตัวเองมาเขียนเป็นหนังสือที่ชื่อว่า

Yakuza Moon: Memoirs of a Gangster’s Daughter หนังสือของเธอได้รับการตีพิมพ์ในญี่ปุ่นเมื่อปี 2004 และได้กลายเป็นหนังสือขายดีในประเทศ ก่อนจะได้รับการแปลเป็นภาษาอังกฤษเพื่อขายในอเมริกาและยุโรปในภายหลัง ซึ่งหนังสือเล่มนี้ได้รับความสนใจอย่างมาก เมื่อเธอนำเรื่องชีวิตของเธอมาตีแผ่บอกเล่าให้เห็นความมืดมิดและสวยงามของญี่ปุ่น

ที่ซุกซ่อนอยู่ด้านหลังความทันสมัย“ตามจริงนะ ฉันเกลียดพ่อของฉันมาก” โชโกะเปิดเรื่องด้วยการเล่าถึงความสัมพันธ์ของเธอกับพ่อที่มักไม่ถูกกันเสมอๆ จนไม่กินเส้นกันบ่อยๆ ทว่ามีคำโบราณกล่าวไว้ว่า เกลียดอะไรก็มักจะได้อย่างนั้น โชโกะดำเนินรอยตามเขาแทบทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นการเสพยาเสติด หรือทำตัวเป็นคุณหนูยากูซ่าถือดาบฟาดฟันศัตรูอย่างบ้าคลั่ง

โดยไม่ต้องสนใจสายตาของใครมาแล้ว สำหรับโชโกะแล้ว ชีวิตของเธอในฐานะยากูซ่านั้นเป็นอะไรที่เรียกว่าราวกับความฝัน เธอมีชีวิตในวัยเด็กที่เต็มไปด้วยเงินทองสุขสบายราวกับเจ้าหญิง ถึงแม้จะมีคนรังเกียจก็ตาม แต่เธอก็ไม่สนใจ ทว่าทุกอย่างต้องพลิกจากหน้ามือเป็นหลังมือ เมื่อพ่อของเธอถูกจับเข้าคุก ก่อนจะออกจากคุกมาและเปลี่ยนไปกลายเป็นพวกเมาอาละวาด

เธอตัดสินใจลาออกจากโรงเรียนแล้วไปเป็นพวกจิ๊กกี้ ไม่ยอมไปเรียนอีกเลย เธอต้องทรมานกับการติดยาเสพติดอย่างหนัก จนถึงการมีเซ็กซ์แบบบ้าคลั่ง ทำให้ต้องท้องก่อนกำหนด เธอต้องเผชิญหน้ากับชีวิตเหลวแหลกที่ต้องเจอเมื่ออดีตไล่ล่าเธออย่างหนัก แถมยังต้องเจอเรื่องเมื่อต้องเป็นเมียเก็บยากูซ่าที่มาแทนพ่อของเธออีกต่างหาก

ปัจจุบันพวกยากูซ่าพยายามเปลี่ยนแปลงอิมเมจตัวเองใหม่ด้วยการทำตัวดีขึ้น ช่วยเหลือผู้คนในยามยากลำบาก โดยเฉพาะกลุ่มยามากุจิกุมิที่ทำหน้าที่ช่วยเหลือคนที่ประสบภัยพิบัติสึนามิหรือแผ่นดินไหวมาแล้วก็ตาม ทว่าสิ่งที่พวกเขาไม่รู้คือ เบื้องหลังในมุมมืดของญี่ปุ่นยังมีการฆ่าฟันของบรรดายากูซ่ากลุ่มต่างๆ อยู่เช่นเดิม เพื่อแย่งอาณาเขตปกครองของกันและกัน

“ตอนอายุ 19 ฉันเกือบถูกพวกมือสังหารฆ่าตายในโรงแรม พวกเขาพยายามเข้ามาใกล้ฉันเพื่อจะฆ่าฉันให้ได้ เพราะฉันเป็นลูกสาวของยากูซ่า” “ฉันถูกยิงนะ แต่ฉันคิดว่า ฉันไม่อยากมาตายที่นี่ตอนนี้ ไม่เอาเด็ดขาด ฉันฝืนร่างกายแล้วพาตัวเองกลับมาที่บ้านได้สำเร็จ พอมาถึงตอนนี้ฉันคิดได้ว่า ฉันจะต้องหยุด ไม่เอาอีกแล้วการเป็นยากูซ่า”

ด้วยเหตุนี้เธอจึงตัดสินใจที่จะทิ้งอดีตของตัวเองในช่วงอายุ 20 โดยมีท่อนบนของร่างกายถูกขีดเขียนด้วยรอยสักของยากูซ่าที่มีความหมายว่า โสเภณีจากนรก พร้อมกับความรู้สึกที่เคยสัมผัสกับกลิ่นอายอันตรายมาก่อน ทำให้เธอต้องทิ้งสัญชาตญาณพวกนั้นไปเพื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่

เพียงแต่กว่าจะเริ่มชีวิตใหม่ได้ เธอต้องผ่านมือผู้ชายจำนวนมากกว่าจะตั้งหลักได้สำเร็จตอนนี้เธอเป็นนักเขียน และก็แม่ที่ดีของลูกด้วยเปิดปมด้านมืด ชีวิตที่ขมขื่นของลูกสาวยากูซ่า รอยสักที่มีความหมายว่า โสเภณีจากนรกตัวของโชโกะทำงานด้านงานเขียนและเดินทางไปทั่วโลกพร้อมกับดูแลลูกเพียงลำพัง หลังจากหย่าร่างกับสามีไป

แต่เธอก็ยืนยันว่าจะไม่ปิดบังลูกตัวเองเมือโตขึ้นมา รอยสักของเธอยังคงฝังตรึงไว้บนแผ่นหลังราวกับตอกย้ำให้เธอไม่ลืมอดีตว่า เธอคือใครเปิดปมด้านมืด ชีวิตที่ขมขื่นของลูกสาวยากูซ่า รอยสักที่มีความหมายว่า โสเภณีจากนรก“ฉันเคยมีช่วงเวลาชีวิตที่เลวร้ายในฐานะลูกสาวของคนเลว แต่เอาจริงแล้วคนเราเลือกเกิดไม่ได้ เราสามารถเลือกชีวิตของตัวเองได้

ดังนั้น ฉันควรจะพูดว่า ฉันภูมิใจนะที่มีพ่อเป็นยากูซ่า แน่นอนว่า ในโลกแห่งควันปืน มันไม่มีที่เหมาะสมสำหรับผู้หญิงแบบฉันหรอก แต่ฉันมีเลือดของเขาอยู่ในตัว”โชโกะทิ้งท้ายพร้อมวางแผนจะเขียนหนังสือเล่มต่อไปของตัวเองอีก

ค่าของไพ่จะถูกบวกเข้าด้วยกัน และตัวเลขสุดท้ายของผลรวมจะถูกนับเป็นคะแนน ไพ่ที่ถือในมือที่แย่ที่สุดในเกมคือ ชุดของเลข แปด, เก้า และ สาม ซึ่งจะให้ค่ารวมกันเท่ากับ 20 และคะแนนก็จะได้เท่ากับศูนย์นั่นเอง (ตัวเลขสุดท้ายของ 20 คือ 0 ) รูปแบบการนับดั้งเดิมของญี่ปุ่นนั้น เรียกตัวเลขเหล่านี้ว่า ยา กู และซ่า ตามลำดับ (8, 9 และ 3)

ด้วยเหตุนี้จึงเป็นต้นกำเนิดของคำว่า “ยากูซ่า” ส่วนในการนับตัวเลขของญี่ปุ่นสมัยใหม่นั้น 8, 9 และ 3 จะอ่านออกเสียงว่า “ฮาจิ – คุ – ซัน” ซึ่งเป็นชื่อที่ในบางครั้งยากูซ่า ก็ถูกเรียกในปัจจุบันนี้พวกยากูซ่าเลือกใช้ชื่อนี้เพราะว่า คนที่ถือไพ่ ยา – กู – ซ่า (8, 9 และ 3) ในมือนั้นต้องการทักษะมากที่สุด และเป็นผู้ที่มีโชคน้อยที่สุดเพื่อที่จะชนะ

ดังนั้นผู้ที่ชำนาญเท่านั้นที่จะสามารถแก้เกมเพื่อให้ชนะได้ ชื่อยากูซ่านี้ยังได้ถูกใช้เพื่อแสดงถึงความโชคร้ายที่อาจจะได้รับหากทำการต่อต้านกลุ่มด้วยยากูซ่า มีรากมาจากวิวัฒนาการทางสังคมตั้งแต่สมัยเอโดะ (พ.ศ. 2146 – พ.ศ. 2410) ยุครุ่งเรืองของโชกุน ซึ่งในเวลาเดียวกัน การรักษาความสงบเรียบร้อยของสังคมในสมัยนั้นได้กลายมาเป็นความรับผิดชอบ

ของสมาชิกในสังคมมากกว่าที่จะเป็นของพวกไดเมียว (ขุนนาง) นี่เป็นลักษณะเด่นเฉพาะของเมืองต่าง ๆ ที่อยู่นอกเมืองหลวง ดังที่รัฐบาลในสมัยเอโดะได้อนุญาตให้มีปราสาทสำคัญเพียงปราสาทเดียวในแต่ละจังหวัด แม้ว่าพวกยากูซ่าจะยืนยันว่าต้นกำเนิดของพวกเขาเป็น โรบินฮูดญี่ปุ่น และเป็นผู้ให้ความคุ้มครอง แต่นักวิชาการบางคนค้นพบว่าต้นกำเนิดของพวกเขา

เริ่มต้นที่ kabukimono (พวกขี้เมา) หรือยังเป็นที่รู้จักว่าเป็น hatamoto yakko (คนรับใช้ของโชกุน) กลุ่มคนเหล่านี้เป็นโรนิน (ronin) เป็นพวกซามูไรที่ไร้เจ้านาย มักจะทำทรงผมและแต่งตัวแปลกตา มีกิริยาที่รุนแรง พูดสำเนียงภาษาเถื่อนหยาบ และมีคำแสลงเฉพาะ มักจะถือดาบยาว อ้างตัวเป็นผู้รับใช้โชกุน เรียกร้องค่าคุ้มครองจากชาวบ้าน

ประกาศตัวเป็นผู้พิทักษ์ รักษาระเบียบ และป้องกันชุมชนจากผู้คุกคามภายนอก เชื่อว่าตนเป็นประหนึ่งวีรบุรุษที่ยืนหยัดอยู่ข้างผู้ยากไร้และคนที่ไม่มีทางสู้ เช่นเดียวกับวีรบุรุษ พวกเขามักจะทำการต่อสู้กับพวกโจรผู้ร้าย และกลุ่มต่าง ๆ เพื่อปกป้องชุมชนของพวกเขา ในเมืองที่ใหญ่กว่า กลุ่มต่าง ๆ เหล่านี้ก็มักจะเกิดมีขึ้นในเวลาพร้อม ๆ กัน

และพวกเข้ามักจะต่อสู้กันเพื่อดินแดน อำนาจ และเงินตรา ยากูซ่า มีพัฒนาการที่กลายเป็นต้นแบบพฤติกรรมปัจจุบันจากกลุ่มพ่อค้าเร่ ซึ่งเป็นชนชั้นต่ำสุดในระบบวรรณะสมัยเอโดะ ตั้งกลุ่มขึ้นจัดสรรผลประโยชน์ให้สมาชิก จัดแบ่งพื้นที่ค้าขายในงานเทศกาลต่างๆ ทั้งงานวัด งานศาลเจ้า อำนวยความสะดวกและดูแลความปลอดภัย โดยสมาชิกจ่ายค่าเช่าและค่าคุ้มครอง

กลุ่มนักพนัน เพราะการลักลอบที่มักใช้บริเวณวัดและศาลเจ้าร้างชานเมืองเป็นสถานประกอบการ ต้องวางกำลังคุ้มกันบ่อนซึ่งเงินทองสะพัดสำหรับการสักร่างกาย หรือ Irezumi ก็สักไว้เปลือยโชว์ขณะเล่นพนัน เป็นสัญลักษณ์ประกาศศักดา รวมถึงการบั่นปลายนิ้วก้อยมือซ้าย แทนความสำนึกผิดอย่างสูง นิ้วก้อยซ้ายสำคัญมากในการจับถือถ้วยลูกเต๋าเล่นพนัน

หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ยากูซ่ารับอิทธิพลวัฒนธรรมอเมริกัน โดยเฉพาะกลุ่มอันธพาล “อัล คาโปน” ตั้งแต่การแต่งกาย ยานพาหนะที่เป็นรถยนต์สีดำคันใหญ่ บางส่วนเข้าเป็นกลไกใต้ดินให้ซีไอเอ และกลุ่มการเมืองอนุรักษนิยม ต่อต้านคอมมิวนิสต์ และกำจัดปฏิปักษ์ทางการเมือง ครอบคลุมทั้งฟอกเงิน ปั่นหุ้น ปล่อยเงินกู้ ค้ามนุษย์ ยาเสพติด รีดไถ และฮั้วประมูล

อิทธิพลมิได้จำกัดอยู่เฉพาะในญี่ปุ่นอีกต่อไปแล้วรัฐบาลญี่ปุ่นเรียกพวกเขาด้วยศัพท์ทางกฎหมาย Boryo-kudan หรือ violence groups แต่สำหรับองค์กรอาชญากรรมที่มีรากฐานมายาวนาน คำดังกล่าวเป็นการหลู่เกียรติหยามศักดิ์ศรีรุนแรง เพราะความหมายของ Boryo-kudan ผลักยากูซ่าลงเป็นเพียงมิจฉาชีพที่อาศัยความรุนแรงก่อเหตุธรรมดา ๆ

Leave your vote

0 points
Upvote Downvote

Total votes: 0

Upvotes: 0

Upvotes percentage: 0.000000%

Downvotes: 0

Downvotes percentage: 0.000000%

Comments

comments

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here