ยาฆ่าหญ้าทำเอง!! ปลอดภัย ด้วยส่วนผสมที่หาได้ง่าย ไม่มีสารตกค้าง แถมยังถูกและประหยัดเงินขึ้นเยอะ (รายละเอียด)

0
82

องค์การอนามัยโลกประกาศเตือนว่ายาฆ่าหญ้า 2,4-D อาจก่อมะเร็งในมนุษย์ ประเทศไทยนำเข้ามากกว่า 10 ล้านกิโลกรัม ซึ่งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ของไทยก็ไม่มีท่าทีที่ต่อต้านเรื่องยาฆ่าหญ้านี้แต่อย่างใด

ดังนั้นเราในฐานะผู้ผลิตและผู้บริโภค ควรร่วมด้วยช่วยกันทำเกษตรปลอดภัยห่างไกลจากยาฆ่าหญ้ากันดีกว่าครับ วันนี้เราขอเสนอวิธีกำจัดหญ้า โดยทำยากำจัดวัชพืช หรือยาฆ่าหญ้าปลอดภัย สำหรับนำไปใช้ในพื้นที่เล็กๆ

ทุกสูตรก่อนนำไปใช้ ควรผสมน้ำยาล้างจานนิดหน่อย 1-2 ช้อนโต๊ะต่อน้ำ 20 ลิตร เพื่อเป็นสารจับใบเวลานำไปฉีดพ้นเพื่อกำจัดวัชพืช

“หญ้า” หรือ วัชพืช คือพืชชนิดหนึ่งที่หลายๆ คนส่วนมากไม่ค่อยต้องการให้มีอยู่ทั้งในบริเวณบ้าน หรือไร่ นา สวน ของตนเอง

หากจะใช้สาเคมีกำจัดก็มีอันตรายทั้งผู้ใช้และสิ่งแวดล้อม จะถางก็ไม่ไหวเพราะเยอะเกิน วันนี้เรามีสูตรกำจัดหญ้าแบบง่ายๆ มาฝากเพื่อนๆ กัน มีมาให้ 4 สูตรด้วยกันดังนี้

สูตรที่ 1 : สูตรน้ำมันชีวภาพ

จากการทดลองค้นคว้า ดินหาสูตรยาฆ่าหญ้าสูตรน้ำมันชีวภาพที่ไร้สารเคมีเป็นพิษแบบง่าย ๆ หาวัสดุได้ทั่วไปในท้องตลาดเป็นสูตรยาฆ่าหญ้าแบบเผาไหม้

สิ่งที่ต้องเตรียม

1.ผงซักฟอกเข้มข้นซักเครื่องฝาบน 1 ช้อนโต๊ะยี่ห้อโปร (ขนาด 650 กรัม 30 บาท)
2.ไบโอดีเซล (B100) (40 บาท/ลิตร) 25 ซีซี

3.น้ำมันเครื่อง SAE 40 ใช้แล้ว (10 บาท/ลิตร) 25 ซีซี
4.น้ำธรรมดา

วิธีการทำ
1.น้ำผงซักฟอกโปรมีใส่ขวดขนาด 500 ซีซี
2.เติมน้ำในขวด

3.เขย่า 2-3 นาที ให้ผงซักฟอกละลายในน้ำจนหมดสิ้นเอาเฉพาะน้ำใสมาใช้งานเอาตะกอนทิ้งนำน้ำใสใส่ขวด

4.น้ำไบโอดีเซลแบ่งเป็น 3 ส่วน ใส่ลงในขวด 1 ส่วน แล้วเขย่า ประมาณ 1 นาที ทำแบบนี้ 3 ครั้ง ไบโอดีเซลจะเข้ากันดีกับน้ำผงซักฟอกจะเห็นเป็นน้ำขุ่นเหมือนน้ำนมสด

5.เดิมน้ำมันเครื่องแบ่งเป็น 3 ส่วน ใส่ลงในขวดตามข้อ 4 เขย่า ทำ 3 ครั้งก็จะเสร็จ
6.นำของผสมในขวดเก็บไว้ 50 ใช้งาน

ข้อควรระวัง: หากผิดขั้นตอนจะพบสิ่งผิดปกติดังนี้

-ผงซักฟอกไม่ละลายตกตะกอนนอนก้น
-มีสภาพเป็นน้ำมันแยกส่วนผสมเข้ากันไม่ได้ น้ำมันสีเหลืองอยู่บน น้ำขุ่นอยู่ล่าง

สิ่งที่ควรเป็น

–สภาพของผสมเปลี่ยนจากสภาพน้ำมัน Oil-Base มาเป็นสภาพน้ำ Water-base
–สีจะเปลี่ยนจะสีน้ำมันเหลืองเป็นน้ำนมขุ่น
–ไม่มีตะกอนผงซักฟอก

การนำไปใช้

1.น้ำสารฆ่าหญ้าน้ำมันชีวภาพมาใส่ในน้ำในสัดส่วน 1.5-2.0 ซีซี ต่อน้ำ 1,000 ซีซี
2.กวนให้เข้ากัน จะพบว่าสารผสมจะเป็นสีขุ่นขาว

3.น้ำไปฉีดพ่นหญ้าด้วยหัวฉีดพ่นฝอยให้ชุมชื้น ซึ่งควรจะก่อนและหลังฝนตกอย่างน้อย 4 ชั่วโมง

สูตรที่ 2 : สูตรน้ำหัวผักกาด (หัวไชเท้า)

สิ่งที่ต้องเตรียม

1.น้ำหัวผักกาด (สีขาว) 1 ส่วน,2.น้ำมะพร้าวอ่อน 1 ส่วน,3.ผงกลูโคส 1 ส่วน

วิธีทำ

นำส่วนผสมทั้งหมดมาหมักไว้ 1 คืน

การนำไปใช้

ใช้ 7 วันครั้ง ในอัตรา 20 ซีซี ต่อน้ำ 20 ลิตร โดยใช้ในนาข้าวเมื่อข้าวยังเล็กเพื่อควบคุมการเจริญเติบโตของหญ้าหรือใช้ฉีดพ่นมะนาวหรือส้มโอให้ใบร่วง จากนั้นจะเริ่มออกดอกนอกฤดูกาลได้อีกด้วย

สูตรที่ 3 : สูตรเกลือ

สิ่งที่ต้องเตรียม

1.เกลือ จำนวน 2 กิโลกรัมม2.ปุ๋ยยูเรีย 21-0-0 จำนวน 2 กิโลกรัมม3.น้ำ จำนวน 20 ลิตร

วิธีทำ

นำเกลือมาผสมกับปุ๋ยยูเรีย แล้วนำไปผสมกับน้ำ 20 ลิตร

การนำไปใช้

นำไปฉีดในนาข้าวที่มีต้นข้าวที่มีความสูงเหนือหัวเข่า ใช้ระยะเวลาเพียง 3 วันเท่านั้น ต้นหญ้าหรือวัชพืชที่เกษตรกรไม่ต้องการก็จะแห้งเหี่ยวตายไปเองกลายเป็นปุ๋ย ชั้นดีในนาข้าวได้ดีอีกด้วย

สูตรที่ 4 : สูตรน้ำส้มสายชู

สิ่งที่ต้องเตรียม

1.น้ำส้มสายชู 3 ลิตร,2.เกลือแกง 2 ถ้วย,3.น้ำยาล้างจาน 1 ถ้วย

วิธีการทำ

1.ละลายทุกอย่างให้เข้ากัน หลังจากนั้นเราก็จะได้ยาฆ่าหญ้าปลอดภัยทำเอง
2.ต่อจากนั้นนำใส่ถังหรือขวดสเปรย์ฉีดพ่นยาฆ่าหญ้าได้เลยครับ ไม่เกิน 2 วันรับรองเห็นผล
3.ยิ่งวันที่มีแดดจัดยิ่งดี รู้อย่างนี้เราไม่มีความจำเป็นต้องซื้อยาฆ่าหญ้าอันตรายมาใช้อีกต่อไป

หมายเหตุ: ทุกสูตรก่อนนำไปใช้ ควรผสมน้ำยาล้างจานนิดหน่อย 1-2 ช้อนโต๊ะต่อน้ำ 20 ลิตร เพื่อเป็นสารจับใบเวลานำไปฉีดพ้นเพื่อกำจัดวัชพืช

เป็นวิธีกำจัดหญ้าแบบง่ายๆ เราสามารถทำยาฆ่าหญ้าแบบเกษตรปลอดภัย หรือยากำจัดวัชพืชปลอดภัยได้เอง ไม่ต้องใช้สารเคมีอีกต่อไป ทั้งนี้ควรหลีกเลี่ยงวันที่ฝนตกนะค่ะ

ยากำจัดวัชพืช, สารกำจัดวัชพืช, หรือ ยาฆ่าหญ้า เป็นสารกำจัดศัตรูพืชที่ใช้ฆ่าพืชที่ไม่ต้องการ ยากำจัดวัชพืชใช้ในการจัดการพื้นที่รกร้างหรือควบคุมวัชพืชในการเกษตร ยากำจัดวัชพืชมีการใช้อย่างกว้างขวางทั่วโลก

รวมถึงประเทศไทย ยาฆ่าหญ้ามีทั้งชนิดเลือกทำลายและไม่เลือกทำลาย ชนิดเลือกทำลายมีฤทธิฆ่าพืชเฉพาะชนิด เช่น 2,4-D ซึ่งมีฤทธิ์ฆ่าทำลายเฉพาะพืชใบกว้าง

โดยอาศัยส่วนประกอบทางเคมีที่เป็นฮอร์โมนพืชสังเคราะห์ ซึ่งเมื่อถูกดูดซึมจะไปรบกวนเฉพาะกระบวนการเติบโตของพืชใบกว้าง ชนิดไม่เลือกทำลายมีฤทธิฆ่าพืชทุกชนิด เช่น ไกลโฟเสต และ พาราคว็อท

“สารกำจัดวัชพืช หมายถึง สารเคมีใดๆ ก็ตาม ที่นำมาใช้เพื่อฆ่าทำลลายหรือยับยั้งการเจริญเติบโตของวัชพืช ไม่ว่าจะเป็นในขณะที่วัชพืชงอกขึ้นมาแล้วหรือยังเป็นเมล็ดอยู่ ตลอดจนชิ้นส่วนต่างๆของวัชพืชทีขยายพันธุ์ได้ที่อยู่ในดินหรืออยู่บนดิน”

ประเภทของสารกำจัดวัชพืชสามารถจัดแบ่งได้ตามหลายวิธีเช่น แบ่งตามการใช้งาน (เช่น ดูดซึมทางดิน หรือ ทางใบ) แบ่งตามลักษณะการเลือกทำลาย (เลือกทำลาย หรือ ไม่เลือกทำลาย) แบ่งตามลักษณะการได้รับพิษ (ประเภทสัมผัส หรือ ดูดซึม) แบ่งตามช่วงเวลาการใช้ (เช่น ประเภทก่อนปลูก, ประเภทก่อนงอก, ประเภทหลังงอก) หรือ อื่นๆ

-พาราคว็อท (Paraquat) เป็นยากำจัดวัชพืชที่มีการใช้มากที่สุดในประเทศไทย ทำงานโดยหยุดยั้งการเติบโตของเซลวัชพืช และทำให้เนื้อเยื่อของเซลนั้นแห้งตายลง
-ไกลโฟเสต (Glyphosate) เป็นยากำจัดวัชพืชโดยวิธีฉีดพ่นและดูดซึมทางใบ, วิธีฉีดเข้าลำต้น หรือหยอดที่ยอด

-2,4-ดี (2,4-D) เป็นฮอร์โมนพืช (ออกซิน) สังเคราะห์ โดยถ้าใช้ในความเข้มข้นต่ำจะกระตุ้นการเจริญเติบโต ถ้าใช้ในความเข้มข้นสูงจะเป็นสารกำจัดวัชพืชใบกว้าง เพราะมีฤทธิ์ของความเป็นออกซินสูงมาก โดยวัชพืชใบกว้างซึ่งเป็นพืชใบเลี้ยงคู่จะไวต่อการตอบสนองต่อ 2,4-ดี มากกว่าพืชใบแคบซึ่งเป็นพืชใบเลี้ยงเดี่ยว

-บิวตาคลอร์ (Butachlor) เป็นยากำจัดวัชพืชที่ใช้ป้องกันวัชพืชก่อนที่วัชพืชจะงอก เพื่อป้องกันวัชพืช เช่น หญ้าข้าวนก หญ้านกสีชมพู หญ้าดอกขาว กกขนาก หนวดปลาดุก กกทราย และ ขาเขียด
-โพรพานิล (Propanil) เป็นยากำจัดวัชพืชที่ใช้กำจัดวัชพืชพวกใบแคบ เช่น หญ้าข้าวนก หญ้านกสีชมพู หญ้าดอกขาว

-ฟีโนซาพรอพ-พี-เอ็ทธิล (Fenoxaprop-p-ethyl) เป็นยากำจัดวัชพืชที่ใช้กำจัดวัชพืชประเภทหญ้า เช่น หญ้าดอกขาว หญ้าข้าวนก หญ้านกสีชมพู หญ้าแดง

-เพนดิเมทธอลิน (Pendimethalin) เป็นยากำจัดวัชพืชที่ใช้กำจัดวัชพืช เช่น หญ้าข้าวนก หญ้าดอกขาว หญ้าแดง กกขนาก กกทราย หนวดปลาดุก ขาเขียด ผักปอดนา
-ไพราโซซัลฟูรอน-เอทิล (Pyrazosulfuron-ethyl) เป็นยากำจัดวัชพืชที่ใช้กำจัดวัชพืช เช่น กกขนาก หนวดปลาดุก ขาเขียด ผักปอดนา ผักแว่น

Leave your vote

0 points
Upvote Downvote

Total votes: 0

Upvotes: 0

Upvotes percentage: 0.000000%

Downvotes: 0

Downvotes percentage: 0.000000%

Comments

comments

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here