เคลื่อนไหวแล้ว ‘พ่อปอ ทฤษฎี’ ทนไม่ไหว!! ออกมาพูดถึง “โบว์” ลูกสะใภ้ (รายละเอียดที่พูดถึง)

0
231

หลังจากที่คุณแม่สาวสวยคนเก่งอย่าง “โบว์ แวนดา” ออกมาโพสต์แฉการกระทำของคนใกล้ตัวที่คอยทำร้ายลับหลังเธอออกมาให้เราได้อ่านกันนั้น ก็กลายเป็นประเด็นดังที่ทุกคนต่างจับตามองและสืบหาข้อมูลกันรัวๆเลยจ้า และหนึ่งคนที่โดนตั้งข้อสงสัยว่าจะเป็นคนที่สาวโบว์พูดถึงมากที่สุดก็คือ “อาน้ำอ้อย ศรมนตรา”

ล่าสุดเมื่อทีมงานได้ถามไปยัง “คุณพ่อของปอ ทฤษฎี” ได้คำตอบกับทีมงานว่า “โบว์เป็นคนที่มีเหตุผลและเป็นคนเข้มแข็ง ที่สำคัญคือเป็นคนใจกว้าง อันนี้พ่อไม่ได้พูดเข้าข้างทางลูกสะใภ้นะครับ แต่เขาเป็นคนที่มีเหตุผลและเป็นคนกล้า กล้าแบบตรงไปตรงมา ไม่ได้กล้าแบบไม่ต่อหน้า เรียกว่ากล้าในสิ่งที่เขาเชื่อมั่นว่าใช่อย่างมีเหตุมีผล

ด้วยความที่เขากล้าแบบตรงๆ เลยดูประหนึ่งว่าเขาอาจจะเป็นคนที่แรงหรือเปล่า ซึ่งสังคมไทยอาจจะไม่ค่อยชอบก็ได้ ทั้งที่ความจริงคือเขาเป็นคนเข้มแข็งก็เลยต้องเป็นคนอย่างนี้ ขอให้เชื่อเถอะว่าโบว์เป็นคนที่มีเหตุมีผล” เป็นประเด็นร้อนฉ่าของวันนี้ทีเดียว หลัง โบว์-แวนดา สหวงษ์ คุณแม่คนสวยของ น้องมะลิ-ด.ญ.พาขวัญ โพสต์เดือดผ่านไอจีส่วนตัว

ซึ่งเป็นข้อความภาพระบุว่า “ถ้าไม่รักอย่างที่ปากพูด ไม่เคยว่าและไม่เคยโกรธ แต่ขอให้หยุดพฤติกรรมทำร้ายผู้อื่นแบบลับหลังเถอะค่ะ ที่ผ่านมาวางระเบิดให้กันมามากพอแล้ว โบว์เองได้เดินเหยียบระเบิดที่คุณวางมาหลายครั้ง สุดท้ายต้องมานั่งรักษาตัวเองทุกครั้ง แต่ก็ไม่เคยโกรธ สอนคนอื่นด้วยวาจาที่น่าเชื่อถือมาโดยตลอด ก็อยากให้ทำตามที่ตัวเองสอนด้วย

สุดท้ายนี้โบว์ขออโหสิกรรมให้กับทุกเรื่อง โบว์ทำดีที่สุดและอดทานมามากพอแล้วปอ และเชื่อมั่นว่าที่ทำมันถูกต้อง ไม่ทำร้ายใคร ยอมให้คนด่าว่าเราดีกว่าที่รู้อยู่แกใจว่าทำชั่วทำเลวอะไรไว้บ้าง ต้องขอโทษที่ต้องทำแบบนี้นะคะ เพราะโบว์เงียบและอดทนมานานมากแล้ว กับการถูกว่าว่าเป็นคนไม่ดีก็เพราะคุณ เลิกแล้วต่อกันนะคะ”

พร้อมแคปชั่นว่า “อโหสิกรรมให้นะคะ สุดท้ายความจริงจะเป็นคำตอบในทุกเรื่อง เมื่อคนมันถึงที่สุด อย่างนึงที่ทำได้คือต้องลุกมาปกป้องตัวเองค่ะ ไม่อยากทำแบบนี้ แต่ต้องทำ”นอกจากนี้ยังได้โพสต์ชื่อและเบอร์คนดูแลรับงานให้ในภาพถัดมา รวมถึงล่าสุดโพสต์ข้อความภาพระบุว่า “ยึดมั่นและเชื่อมั่นในความจริง แม้ว่ามันจะทำให้คนด่าว่าก็ตาม และเชื่อมั่นว่าทำดีที่สุดแล้ว

ขอโทษนะคะถ้าทำให้ใครหลายคนผิดหวังในตัวโบว์” พร้อมแคปชั่นว่า “ขอโทษนะคะที่ทำให้ใครหลายคนผิดหวัง โบว์ทำดีที่สุดแล้ว และจะมุ่งมั่นเดินหน้าดูแลคนที่รักโบว์และโบว์รักต่อไป ไม่เคยอยากเป็นคนดังให้ใครรู้จักแค่อยากเป็นแค่ผู้หญิงคนนึงที่ใช้ชีวิตกับครอบครัวที่อบอุ่นพร้อมหน้าพร้อมตากันเท่านั้น”

ตกใจไหมที่เห็น โบว์-แวนดา โพสต์ข้อความดุเดือดลงไอจีส่วนตัว โบว์คงรู้ดีรู้ว่าความจริงอะไรเป็นอะไร จึงได้ตัดสินใจอย่างนั้น เขาเป็นคนที่จะต้องคิดก่อนจะทำอะไรพอสมควร ต้องรู้อยู่แล้วว่าถ้าเขาลงไปผลตอบกลับมันจะเป็นยังไง สังคมจะมองยังไง ผมเชื่อว่าโบว์คิดหนัก และก่อนที่จะเป็นอันนี้ออกมา มันไม่ใช่เรื่องของอารมณ์ฉุกคิดหรือชั่ววูบ

แต่เป็นเรื่องที่ต้องใคร่ครวญและรวบรวมเหตุการณ์ทั้งหลายที่มันเกิดขึ้นว่ามีข้อเท็จจริงเป็นอย่างไรผมเชื่อว่าถ้าโบว์เป็นข่าวเมื่อไหร่นั้น เขาต้องรู้แน่นอนว่าอะไรจะเกิดอะไรกับเขาบ้าง ฉะนั้นเขาต้องคิดตั้งรับกับเหตุการณ์ที่จะตามมาด้วย ซึ่งจะต้องมีเหตุผลและคำอธิบาย รวมถึงข้อเท็จจริงที่สามารถที่จะพูดให้สังคมรับรู้ได้ และเขาต้องชั่งว่าเหตุผลที่พูดมันคืออะไร

ผมเชื่อว่าต่างฝ่ายต่างมีเหตุผลของตัวเอง แต่คนอื่นต้องเป็นกลางและต้องมองให้รอบด้านอย่างพ่อเองคือครอบครัวก็สัมผัสมาตลอดว่าข้อเท็จจริงคืออะไรเป็นอะไร ฉะนั้นพ่อเชื่อว่าโบว์เขาไม่ได้ทำอะไรด้วยอารมณ์ แต่ทุกอย่างมีเหตุผล เขาอาจจะถึงจุดหนึ่งที่มันเป็นความจำเป็นหรือเปล่าที่ต้องออกมาทำอย่างนี้

เกิดเหตุการณ์นี้ขึ้นมีโอกาสโทร.ไปสอบถามหรือให้กำลังใจโบว์ไหม ในฐานะที่เป็นพ่อก็ไม่อยากจะไปยุ่งอะไรมาก เพียงแต่คิดว่าให้ยึดอยู่ในข้อเท็จจริงในความเป็นจริงเพราะเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด ส่วนใครจะมองอะไรยังไงนั้น มันก็เป็นคนนอก ถ้าเรายืนอยู่บนความจริงบนข้อเท็จจริง มีความเข้มแข็ง และมีเหตุผลพอที่จะอธิบายสังคมได้ มันถึงจะยึดมั่นอยู่ได้

ทีนี้สำคัญที่สุดคือทั้งสองคนต่างเป็นคนของสังคม ผมเชื่อว่าสังคมส่วนหนึ่งย่อมจะเข้าใจทั้งโบว์และอีกฝ่ายว่าอะไรคือข้อเท็จจริงจริงๆ ที่จะมาชั่งน้ำหนักในการตัดสินใจ แต่ก็ต้องรู้จริงๆ ถ้าคนเข้าไปสัมผัสทั้งสองคนก็จะรู้ได้เองพอสมควร แต่ถ้าไปฟังฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งโดยที่ไม่มีข้อมูล ไม่ใกล้ชิดอย่างแท้จริงก็จะไม่รู้อะไร

พ่อว่าการที่โบว์ออกมาแบบนี้ มันอาจจะเสียเปรียบในแง่ที่เป็นผู้น้อยและคล้ายๆ ว่าเป็นคนที่ได้รับการดูแลมา แต่ว่าก็ต้องดูให้ดีว่า ที่ผ่านมาคนอื่นอาจจะไม่รู้เพราะไม่ได้ใกล้ชิดเหมือนโบว์ เขาอาจจะเจออะไร จริงๆ มันก็ตั้งแต่สมัยปอ (ทฤษฎี) มาแล้ว ก็เคยมีโอกาสทำงานมาด้วยกัน โดยเฉพาะพ่อนั้นซึ่งยังไม่เกี่ยวกับโบว์ พ่อก็ทำงานร่วมกันกับปอมาสิบกว่าปี

ฉะนั้นข้อเท็จจริงเป็นยังไงต่างคนก็ต่างรู้อยู่แล้วตอนนี้กระแสโจมตีโบว์เยอะมาก อย่างแรกคือทำไมสมัยที่อาน้ำอ้อยดูแลปอถึงไม่มีปัญหา แต่ทำไมพอมาดูแลโบว์ถึงได้มีปัญหา ในความคิดของพ่อคือ สถานะของโบว์กับปอไม่เหมือนกัน ฉะนั้นจะเอามาเปรียบเทียบกันไม่ได้ จริงๆ พ่อไม่อยากพูดถึงปอ และไม่อยากเอาเขามาเกี่ยวกับเหตุการณ์นี้เพราะเขาได้อยู่ในที่ที่ดีแล้ว

ต่อมาคือโบว์ปีกกล้าขาแข็งและอกตัญญู ผมเชื่อว่าโบว์รู้อยู่แล้วว่าต้องโดนว่าด้วยคำนี้ แต่ทำไมเขาถึงยอมเสี่ยงออกมาอย่างนี้ล่ะ เพราะฉะนั้นต้องวิเคราะห์ให้ดีว่าความกตัญญูคืออะไร ขนาดไหนถึงจะสมควรไปเรียกว่าเขากตัญญูหรืออกตัญญู ตรงนี้ต้องให้ความเป็นธรรมกับโบว์เขาด้วย เรื่องนี้โบว์อาจจะเสียเปรียบตรงที่เป็นเด็กกับผู้ใหญ่

โดยสังคมมักจะมองว่าผู้ใหญ่ต้องมีบุญคุณกับเด็กเสมอไป แต่ไม่ได้มองว่าผู้ใหญ่มีบุญคุณกับเขาจริงหรือเปล่า ที่ผ่านมาเขาได้รับบุญคุณจากผู้ใหญ่จริงหรือเปล่า อยากให้คนได้มองอย่างนี้ก่อน อีกอย่างคำว่าความกตัญญูที่มันเกิดขึ้นระหว่างคนสองคนมันเป็นความกตัญญูหรือความผูกพันที่เป็นการกระทำในช่วงหนึ่ง

ซึ่งไม่ได้เป็นความผูกพันโดยสายเลือดที่จะต้องยึดความกตัญญูอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แล้วสิ่งที่เป็นอยู่ทุกวันนี้มันใครพึ่งใครซึ่งเป็นเรื่องที่ทุกคนต้องมองให้ลึกๆ หลายคนมองว่ามาถึงจุดที่แตกหักกันแล้วระหว่างโบว์กับอาน้ำอ้อย มันอยู่ที่โบว์ว่ามีอะไรที่จะต้องแตกหักหรือเปล่า ถ้ามันมีเหตุมีผลพอ มันก็ต้องแตก ดีกว่าปล่อยไปแล้วมันจะคาราคาซัง ไม่มีความสุข มันทุกข์

ทำงานไม่ราบรื่น หวาดระแวง พูดง่ายๆ คือไปกันไม่ได้ คู่สามีภรรยาบางคู่อยู่กันมา 20-30 ปี แตกหักกันได้ แล้วนี่เป็นระยะเวลาแค่สองปี ถ้ามันเกิดอะไรขึ้นซึ่งเขาเห็นว่าไม่ไหวแล้ว อย่างที่โบว์โพสต์ว่าต้องเดินเหยียบกับระเบิดตลอดเวลา พ่อว่าประโยคนี้มันก็น่าคิดอยู่นะ” อย่างที่ทราบกันว่าโบว์เป็นคนที่ค่อนข้างเข้มแข็ง

ที่ผ่านมาเขาเคยมาระบายหรือท้อใจกับปัญหาที่ต้องเจอบ้างไหม ส่วนใหญ่ก็เป็นเรื่องปัญหาการทำงาน ซึ่งเป็นธรรมดาก็มีบ้างที่ได้พูดคุยกัน พูดง่ายๆ ว่าครอบครัวเราก็ทำงานกับอาอ้อยมานาน ผมก็บอกได้ว่าเข้าใจทั้งสองฝ่าย ส่วนอะไรที่เป็นจุดขัดแย้งกันผมก็ไม่สามารถที่จะไปรู้ได้ บางอย่างก็พอรู้ที่มาที่ไปอยู่ แต่ที่สุดพอทำไปแล้วมันเป็นยังไงก็เป็นเรื่องของเขาสองคน

อาน้ำอ้อยให้สัมภาษณ์ว่าช่วงหลังโบว์เปลี่ยนไป วู่วาม เตือนอะไรไม่ฟัง และหูเบา ส่วนตัวของคุณพ่อรู้สึกว่าลูกสะใภ้เป็นแบบนั้นไหม โบว์เป็นคนที่มีเหตุผลและเป็นคนเข้มแข็ง ที่สำคัญคือเป็นคนใจกว้าง อันนี้พ่อไม่ได้พูดเข้าข้างทางลูกสะใภ้นะครับ แต่เขาเป็นคนที่มีเหตุผลและเป็นคนกล้า กล้าแบบตรงไปตรงมา ไม่ได้กล้าแบบไม่ต่อหน้า

เรียกว่ากล้าในสิ่งที่เขาเชื่อมั่นว่าใช่อย่างมีเหตุมีผลด้วยความที่เขากล้าแบบตรงๆ เลยดูประหนึ่งว่าเขาอาจจะเป็นคนที่แรงหรือเปล่า ซึ่งสังคมไทยอาจจะไม่ค่อยชอบก็ได้ ทั้งที่ความจริงคือเขาเป็นคนเข้มแข็งก็เลยต้องเป็นคนอย่างนี้ ขอให้เชื่อเถอะว่าโบว์เป็นคนที่มีเหตุมีผล

อยากจะให้กำลังใจอย่างไรบ้าง เรื่องนี้ก็ต้องฟังจากทั้งสองฝ่าย ที่สำคัญคือต้องฟังด้วยใจเป็นกลาง อย่าเอาสถานะหรือวัยเข้าไปเป็นตัวตัดสิน รวมถึงอย่าเอาคำว่าการมีบุญมีคุณเข้าไปเป็นน้ำหนักมาก เพราะบางเรื่องมันไม่ได้ ก่อนอื่นต้องเข้าใจว่าการสร้างบุญคุณไม่ใช่ว่าสร้างได้ชั่วประเดี๋ยวประด๋าว แล้วในช่วงระยะเวลาหนึ่งถ้าคนที่รักกันมากๆ มันก็จะสร้างบุญคุณได้เยอะ

แต่ถ้าจูนยังไม่เข้ากันบุญคุณก็ไม่เกิดจะเป็นคนกลางเชื่อมให้ทั้งสองคนเปิดอกคุยกันไหม ไม่ครับ ผมเป็นคนนอก ไม่รู้ลึกตื้นหนาบาง ที่ผมบอกว่ามันเกิดจากการทำงานร่วมกัน เกิดจากความสัมพันธ์ในงาน ฉะนั้นมันเป็นเรื่องของคนสองคนที่ทำงานด้วยกันเพียงชั่วระยะเวลาหนึ่ง

ซึ่งมันไม่สามารถที่จะไปเอาข้อมูลหรือเอาอะไรที่จะมาวิเคราะห์ สะสมความดีความงามอะไรได้มากมายหรอกครับเพราะมันแค่ช่วงระยะเวลาสั้นๆ เท่านั้นเอง ยิ่งช่วงเวลามันสั้นแล้วการปฏิบัติต่อกันไม่ราบรื่นมากพอที่จะเกิดความผูกพันที่ดีกันได้ ฉะนั้นโอกาสที่จะเกิดอะไรแบบนี้มันก็สูง

Leave your vote

0 points
Upvote Downvote

Total votes: 0

Upvotes: 0

Upvotes percentage: 0.000000%

Downvotes: 0

Downvotes percentage: 0.000000%

Comments

comments

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here