ปิดตำนานขอทานเงินล้าน!! สุดสะเทือนใจมีเงินเป็นล้าน แต่ไร้เงาทายาทร่วมพิธีเผาศพ!! (คลิป)

0
98

ซึ่งก่อนหน้าที่จะมีการทำพิธีฌาปนกิจศพนายปั๋น เจ้าอาวาสได้แจ้งไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองสมุทรสาคร แล้วว่าทางวัดจะทำการฌาปนกิจศพของนายปั๋น ในวันที่ 25 ม.ค.61 เพราะได้เก็บไว้ที่วัดมานานเกือบจะ 2 ปีแล้ว และไม่มีทายาทที่แท้จริงมาแสดงตนเพื่อขอรับศพออกไปบำเพ็ญกุศลตามประเพณี โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ไม่ขัดข้องแต่อย่างใด

คลิป

ดังนั้นทางวัดจึงได้ให้สัปเหร่อทำพิธีฌาปนกิจหรือเผาศพ เพื่อให้ดวงวิญญาณของนายปั๋น ไปสู่สุขคติโดยบรรยากาศก็เป็นไปอย่างเงียบเหงา มีเพียงเจ้าหน้าที่ของวัดและแม่ครัวที่ได้มีการบำเพ็ญกุศลถวายภัตตาหารเพลแก่พระทั้งวัดก่อน จากนั้นในช่วงเย็นจึงทำพิธีฌาปนกิจศพตามประเพณี เป็นการปิดตำนานลุงปั๋น ขอทานเงินล้าน

ขณะที่ในส่วนของเงินจำนวนกว่า 1.5 ล้านบาทนั้น ก็ยังคงอยู่ในธนาคารเหมือนเดิม โดยจะต้องรอให้ทางศาลเป็นผู้ตัดสินชี้ขาดว่าเงินในส่วนนี้จะตกเป็นของวัดที่นายปั๋น อาศัยอยู่มานานกว่า 30 ปี หรือเป็นของแผ่นดินสำหรับนายปั๋น อโนมา หรือลุงปั๋น ขอทานเงินล้านแห่งวัดโกรกกราก ที่จะออกไปขอทานตามสถานที่ต่างๆ ในตอนเช้า

และกลับมานอนที่หน้ากุฏิของพระลูกวัดในตอนค่ำนั้น กลายเป็นข่าวโด่งดัง เมื่อวันที่ 23 พ.ค.59 หลังจากที่พบศพของนายปั๋น ชายชราเร่ร่อนอายุ 85 ปี ที่มาพักอาศัยหลับนอนที่วัดโกรกกรากนานกว่า 30 ปี นอนตายอยู่หน้ากุฏิของพระลูกวัดรูปหนึ่ง ซึ่งจากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองสมุทรสาคร ได้พบเงินสดภายในบริเวณที่นอนของลุงปั๋น

จำนวนกว่า 2 หมื่นบาท อีกทั้งยังพบสมุดฝากเงินธนาคารแห่งหนึ่ง มีเงินอยู่ในบัญชีจำนวนมากกว่า 1,500,000 บาทซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ได้รวบรวมเก็บไว้เพื่อรอให้ทายาทมารับมรดกและรับศพไปบำเพ็ญกุศลตามประเพณี เพราะจากการตรวจสอบประวัติความเป็นมาทราบเบื้องต้นว่า ลุงปั๋น เคยมีครอบครัวอยู่ที่ทางภาคใต้ แต่เลิกกันไป ส่วนพื้นเพเดิมของลุงปั๋น

นั้นเป็นคนจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งก็มีการประกาศหาทายาทตามสื่อต่างๆ จนต่อมาได้มีผู้ออกมาแสดงตนว่าเป็นลูกหลานของลุงปั๋นหลายคน แต่ผลการตรวจดีเอ็นเอ ไม่สามารถยืนยันว่าเป็นทายาทของลุงปั๋นที่แท้จริง กระทั่งเวลาผ่านมานานเกือบ 2 ปีแล้ว ก็ไม่มีทายาทของลุงปั๋น ขอทานเงินล้านรายนี้ออกมาแสดงตนอีกเลย ทำให้ศพของลุงปั๋นต้องถูกเก็บไว้ที่วัดโกรกกราก

จนมาถึงวันสุดท้าย ก่อนที่จะมีพิธีเผาส่งดวงวิญญาณไปสู่สุคติ เป็นการปิดตำนาน ลุงปั๋น อโนมา ขอทานเงินล้านแห่งวัดโกรกกรากอย่างถาวร จากกรณีนายปั่น อโนมา อายุ 85 ปี ชายเร่ร่อน นอนเสียชีวิตที่หน้ากุฏิสงฆ์ วัดโกรกกราก อ.เมือง จ.สมุทรสาคร เมื่อวันที่ 23 พ.ค. ที่ผ่านมา ตรวจสอบเอกสารภายในตัว นอกจากจะพบว่ามีบัตรประจำตัวประชาชนระบุ

อยู่บ้านเลขที่ 232/23 ถ.เยาวราช ต.ตลาดใหญ่ อ.เมือง จ.ภูเก็ต แล้ว ยังพบมีเงินสดติดตัวกว่า 1 หมื่นบาท และบัญชีเงินฝากธนาคาร 3 แห่ง รวมเป็นเงิน 1.5 ล้านบาท คาดว่าเป็นเงินที่ได้จากการขอทานที่เก็บสะสมเอาไว้

โดยผู้ตายได้มาอาศัยหลับนอนที่วัดโกรกกรากนานเกือบ 30 ปี ทางพระครูวิสุทธิสิทธิคุณ เจ้าอาวาสวัดโกรกกราก ได้จัดพิธีสวดอุทิศส่วนกุศลทำบุญให้ โดยทางวัดจะเก็บศพไว้รอญาติ หากยังไม่มีใครมาจะรอจนครบทำบุญ 50 วัน ค่อยประกอบพิธีฌาปนกิจ ส่วนทายาทที่จะเป็นผู้ได้รับเงินดังกล่าว ยังไม่มีผู้ติดต่อมา

ล่าสุดผู้สื่อข่าวได้ออกติดตามหาญาติของนายปั๋น อโนมา ในจังหวัดเชียงใหม่ หลังมีข้อมูลระบุว่านายปั๋นเคยมีครอบครัวและมีลูกอยู่ในจังหวัดเชียงใหม่ โดยเบาะแสและข้อมูลที่สืบพบจากทะเบียนราษฎร พบว่ามีชายรายหนึ่ง มีนามสกุลเดียวกันกับนายปั๋น และข้อมูลในทะเบียนราษฎร์ก็มีชื่อนายปั๋น อโนมา เป็นบิดา โดยบุคคลดังกล่าว คือ นายชอน อโนมา พักอาศัยอยู่บ้านเลขที่ 11 หมู่ที่ 11 ต.อินทขิล อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่

พบเพียงนางแสงด้าย อโนมา อายุ 74 ปี ภรรยาของนายชอน ขณะที่นายชอน เดินทางออกไปกับลูกสาว เพื่อไปส่งหลานสาวที่สนามบินเชียงใหม่ อย่างไรก็ตามนางแสงด้าย ได้นำทะเบียนมาแสดงให้ผู้สื่อข่าวดู พบว่านายชอน อโนมา มีชื่อ นายปั๋น อโนมา เป็นบิดา แต่ข้อมูลวันเดือนปีเกิดนายชอน อโนมา เกิดปี พ.ศ.2480 อายุ 79 ปี ส่วนนายปั๋น อโนมา

ระบุว่าเกิดปี พ.ศ. 2474 ปัจจุบันอายุ 85 ปี โดยทั้งสองมีอายุห่างกันเพียง 6 ปี ต่อมาผู้สื่อข่าวได้พบกับนายชอน ซึ่งเจ้าตัวยังอยู่ในอาการงุนงง และตื่นตกใจ หลังตนเองตนเป็นข่าวว่าอาจจะเป็นทายาทของขอทานเงินล้าน ส่วนจังหวัดภูเก็ตที่บ้านเลขที่อยู่ตามบัตรประชาชนของนายปั๋น อโนมา ระบุบ้านเลขที่ 232/23 ถ.เยาวราช ต.ตลาดใหญ่ อ.เมือง จ.ภูเก็ต

เป็นห้องแถวชั้นเดียวตั้งอยู่ในซอยรุ่งระวี พบนางสุพรรณ อัฐการ อาศัยอยู่ในบ้านหลังดังกล่าวโดยนางสุพรรณได้เล่าให้ว่า ตาปั่น หรือนายปั่น นั้นเป็นเพื่อนกับพ่อสามีที่เสียชีวิตมากว่า 10 ปีแล้ว ตอนนั้นทราบว่าแกเป็นเพื่อนกันและมาอยู่ด้วยกัน ทำงานเหมืองแร่ในจังหวัดภูเก็ต มีครั้งหนึ่งแกเดินทางมาหานายเดช แต่นายเดชได้เสียชีวิตลงแล้ว แกก็ได้กลับไป

มีเพียงจดหมายจากธนาคารที่ส่งมาที่บ้าน จนกระทั่งมาทราบเมื่อมีข่าวว่าแกเสียชีวิตแล้ว ส่วนนิสัยใจคอของตาปั่นนั้นเป็นคนไม่ค่อยพูดจาและก็ขยันทำมาหากิน ที่วัดโกรกกราก อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสาคร พระครูวิสุทธิ์คุณ เจ้าคณะตำบลโกรกกราก เจ้าอาวาสวัดโกรกกราก มอบหมายให้สัปเหร่อของวัด ทำพิธีเผาศพ นายปั๋น อโนมา อายุ 85 ปี ขอทานเงินล้าน

ที่เสียชีวิตภายในวัดโกรกกรากเมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม 2559 แล้วพบมีเงินอยู่ในบัญชีกว่า 1,500,000 บาท หลังเก็บศพไว้ที่วัดมานานเกือบจะ 2 ปีแล้ว และ ไม่มีทายาทที่แท้จริงมาแสดงตัว เพื่อขอรับศพออกไปบำเพ็ญกุศลตามประเพณีแม้ว่าที่ผ่านมา จะมีผู้ออกมาแสดงตนว่าเป็นลูกหลานของลุงปั๋น หลายคน แต่ผลการตรวจ DNA

ไม่สามารถยืนยันว่าเป็นทายาทของลุงปั๋นที่แท้จริงได้ทางวัดจึงให้สัปเหร่อทำพิธีฌาปนกิจศพ เพื่อให้ดวงวิญญาณของ นายปั๋น อโนมา ไปสู่สุขคติ ซึ่งบรรยากาศก็เป็นไปอย่างเงียบเหงา มีเพียงเจ้าหน้าที่ของวัด และ แม่ครัว ร่วมบำเพ็ญกุศลถวายภัตตาหารเพลแก่พระทั้งวัดก่อนทำพิธีฌาปนกิจศพตามประเพณี ถือ เป็นการปิดตำนาน ลุงปั๋น ขอทานเงินล้าน

ส่วนเงินจำนวนกว่า 1,500,000 บาท ยังคงอยู่ในธนาคารเหมือนเดิม โดยต้องรอให้ศาลเป็นผู้ตัดสินชี้ขาดว่าเงินส่วนนี้จะตกเป็นของวัดที่นายปั๋น อาศัยอยู่มานานกว่า 30 ปี หรือ เป็นของแผ่นดินซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ได้รวบรวมเก็บไว้เพื่อรอให้ทายาทมารับมรดกและรับศพไปบำเพ็ญกุศลตามประเพณี เพราะจากการตรวจสอบประวัติความเป็นมาทราบเบื้องต้นว่า

ลุงปั๋น เคยมีครอบครัวอยู่ที่ทางภาคใต้ แต่เลิกกันไป ส่วนพื้นเพเดิมของลุงปั๋น นั้นเป็นคนจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งก็มีการประกาศหาทายาทตามสื่อต่างๆ จนต่อมาได้มีผู้ออกมาแสดงตนว่าเป็นลูกหลานของลุงปั๋นหลายคน แต่ผลการตรวจดีเอ็นเอ ไม่สามารถยืนยันว่าเป็นทายาทของลุงปั๋นที่แท้จริง กระทั่งเวลาผ่านมานานเกือบ 2 ปีแล้ว ก็ไม่มีทายาทของลุงปั๋น

ขอทานเงินล้านรายนี้ออกมาแสดงตนอีกเลย ทำให้ศพของลุงปั๋นต้องถูกเก็บไว้ที่วัดโกรกกราก จนมาถึงวันสุดท้าย ก่อนที่จะมีพิธีเผาส่งดวงวิญญาณไปสู่สุคติ เป็นการปิดตำนาน ลุงปั๋น อโนมา ขอทานเงินล้านแห่งวัดโกรกกรากอย่างถาวร

ลุงปั๋น ขอทานมีเงินฝากกว่า 1 ล้าน ยังเผาศพไม่ได้ ต้องรอญาติพิสูจน์ดีเอ็นเอ รับมรดก นางเพ็ญ ตุ่นตามเชื้อ และ นางวรรณิภา อโนมา ลูกสาว ได้เข้ามาเก็บตัวอย่างดีเอ็นเอเปรียบเทียบกับร่างของลุงปั๋น โดยทั้งสองเป็นภรรยาและลูกของพี่ชายลุงปั๋น ที่อยู่ในจังหวัดเชียงใหม่

พลตำรวจตรี นายแพทย์พรชัย สุธีรคุณ ผู้บังคับการสถาบันนิติเวชวิทยา ระบุว่าเบื้องต้น ไม่สามารถตรวจเปรียบเทียบความเป็นญาติกันได้ เนื่องจากไม่ใช่ลูก หากต้องการตรวจยืนยันความเป็นญาติ จะต้องตรวจจากผู้ชาย เพื่อหาโครโมโซมวาย ที่ตรงกับของลุงปั๋น

ทั้งนี้ ยังมีหลานชายของลุงปั๋นอีกคน คือนายวิลาศ อโนมา ซึ่งขณะนี้ได้ประสานให้มาเก็บดีเอ็นเอในวันพรุ่งนี้ หากผลเปรียบเทียบตรงกันก็จะให้ ตำรวจดำเนินการกับทรัพย์สินทั้งหมดให้เป็นไปตามกฎหมาย

Leave your vote

0 points
Upvote Downvote

Total votes: 0

Upvotes: 0

Upvotes percentage: 0.000000%

Downvotes: 0

Downvotes percentage: 0.000000%

Comments

comments

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here