ตามหาเจ้าของเงินตก 98 ล้าน!! เจ้าหน้าที่เร่งสอบ หลังไม่มีผู้ใดกล้าอ้างเป็นเจ้าของเงิน (มีคลิป)

0
265

เร่งตรวจสอบเงิน 98 ล้านพี่น้องชาวลาว คาดรับแลกเงินบังหน้า พัวพันธุรกิจมืด

ศุลกากร เร่งตรวจสอบเงิน 98 ล้าน ของสองพี่น้องชาวลาว เชื่อเปิดบริษัทรับแลกเปลี่ยนเงินบังหน้า เพื่อปิดบังที่มาของเงิน

นายนิมิตร แสงอำไพ นายด่านศุลกากรหนองคาย เปิดเผยว่า ได้ร่วมกับเจ้าหน้าที่ ป.ป.ง. สอบปากคำนายสุบัน เตียสิริ อายุ 30 ปี และนายคำบอน เตียสิริ อายุ 24 ปี

สองพี่น้องชาวลาวประมาณ 3 ชั่วโมง โดยมีทนายความร่วมรับฟังการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ด้วย ซึ่งผู้ต้องหายังยืนยันว่าเป็นการรับแลกเงินซึ่งเป็นเงินของสมาชิกในครอบครัว

เป็นเงินของพี่สาวและของตนเอง และพร้อมยกเงิน 98 ล้านบาท ให้เป็นทรัพย์สินของแผ่นดิน

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่จะส่งเรื่องการขอระงับคดีไปยังกรมศุลกากรเพื่อลงความเห็น และคาดว่าเงินดังกล่าว เป็นเงินที่มาจากการทำธุรกรรมสีดำจากประเทศเพื่อนบ้าน

เป็นเงินที่ต้องปิดลับ ซึ่งการนำเงินสกุลต่างประเทศมาแลกเป็นเงินไทยกลับไปยังปิดเป็นความลับ

เพราะเงินไทยในลาวสามารถใช้ได้ทุกแห่งทุกโอกาส ส่วนเงินดอลลาร์สหรัฐฯ จะใช้ไม่ได้ แต่เป็นเงินที่มีมูลค่าที่มีเพื่อเก็บ ซึ่งต้องสำแดงให้รัฐบาลลาวรู้

นายนิมิตร บอกอีกว่า ตามหลักของการแลกเปลี่ยนเงินมีอัตราโทษที่กำหนดไว้ชัดเจนอยู่แล้วว่าหากนำเงินเกิน 450,000 บาท แต่ไม่เกิน 2 ล้านบาท

ออกนอกประเทศ อัตราโทษปรับ 20,000 บาท คืนเงินให้ผู้ต้องหาไป 2 ล้านบาท กรณีนี้ก็จะเป็นโทษปรับรวม 40,000 บาท

คืนเงินให้ผู้ต้องหาไม่เกิน 4 ล้านบาท หรือประมาณ 3,960,000 บาท ที่เหลือ 94 ล้านบาทต้องยกเป็นทรัพย์สินของแผ่นดิน

พร้อมกันนี้จะมีการขอข้อมูลจากทางธนาคารร่วมด้วย ซึ่งการกระทำของผู้ต้องหาเป็นการนำเงินดอลลาร์มาขาย ไม่ใช่การแลกเงิน ธนาคารก็รับซื้อไว้ด้วยเงินบาทไทย

แต่หากเป็นการแลกเปลี่ยนเงิน ก็ต้องรายงาน ป.ป.ง. ทราบ เชื่อว่าผู้ต้องหาเปิดบริษัทรับแลกเปลี่ยนเงินบังหน้า เพื่อปิดบังที่มาของเงิน

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจลาวได้มาขอข้อมูล จึงได้ข้อมูลเบื้องต้นไปเพราะการกระทำของทั้งสองคนเป็นการกระทำที่อยู่ในประเทศเพื่อนบ้าน

เจ้าหน้าที่ไทยดูแลได้เฉพาะการควบคุมการนำเงินออกนอกประเทศโดยไม่แจ้งเจ้าหน้าที่ ซึ่งจะส่งข้อมูลเพิ่มเติมหลังจากสอบสวนให้ไปด้วย

หลังจากนี้จะเข้มงวดรถยนต์ส่วนบุคคล นอกจากเรื่องยาเสพติดแล้วต้องดูเรื่องเงินเพิ่มเติม เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้อีก จะขอความร่วมมือกับธนาคาร

เพื่อขอข้อมูลหากมีการแลกเปลี่ยนเงินในจำนวนมากว่าให้แจ้งทางศุลกากรทราบด้วย นายนิมิตร กล่าว

ที่ด่านพรมแดนสะพานมิตรภาพไทย–ลาว แห่งที่ 1 อ.เมือง จ.หนองคาย ขณะที่นายนิมิตร แสงอำไพ นายด่านศุลกากรหนองคาย พร้อมเจ้าหน้าที่ศุลกากรปฏิบัติหน้าที่ตามปกติ

มีรถยนต์โตโยต้า แลนด์ครุยเซอร์ สีทอง ติดป้ายทะเบียนของ สปป.ลาว กก-1844 กำแพงนคร มีนายสุบัน เตยสิริ อายุ 30 ปี และนายคำบอน เตยสิริ อายุ 24 ปี

สองพี่น้องชาวลาว บ้านอยู่ที่เมืองจันทะบุลี แขวงนครหลวง สปป.ลาว เป็นคนขับและโดยสาร ซึ่งเป็นรถยนต์ที่ได้รับแจ้งว่ามีการลักลอบกระทำความผิด ได้ยื่นเอกสารและเดินทางออกนอกประเทศไทยกลับประเทศลาว

เจ้าหน้าที่จึงขอตรวจค้น พบภายในรถมีกล่องนมวางอยู่เบาะหลังหลายกล่อง เมื่อเปิดดูพบว่ามีธนบัตรฉบับละ 1,000 บาท มัดเป็นปึก โดยใช้กล่องนมปิดทับด้านบน

เจ้าหน้าที่เห็นผิดสังเกต จึงตรวจค้นรถอย่างละเอียด จึงพบธนบัตรฉบับละ 1,000 บาท เป็นมัดซุกซ่อนกระจายไว้รอบคัน

แม้แต่ในห้องเครื่องรถยนต์ก็บรรจุธนบัตรไว้ในกระเป๋าผ้ายีน และตามซอกต่างๆ ภายในรถ รวมแล้ว 98 ล้านบาท จึงยึดไว้ตรวจสอบ

นายนิมิตร กล่าวว่า ได้รับรายงานทางการข่าวว่ามีการลักลอบนำเงินตราต่างประเทศมาแลกเปลี่ยนในไทย ซึ่งไม่ได้แจ้งทางการตามกฎหมายกำหนด

ซึ่งได้ติดตามพฤติกรรมมาระยะหนึ่ง จนกระทั่งครั้งนี้ รถยนต์คันดังกล่าวซึ่งตรวจสอบแล้วมีการเดินทางเข้า-ออกทางด่านหนองคายบ่อยครั้ง

จากการสอบถามเบื้องต้น ทั้ง 2 คนให้การว่า ทางบ้านทำธุรกิจแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ

อ้างว่านำเงิน 2.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ มาแลกเงินบาทตามธนาคารต่างๆ ใน จ.หนองคาย เพื่อนำกลับประเทศลาว

ทั้งนี้ ตามประกาศกระทรวงการคลัง ระบุกรณีบุคคลใดส่งหรือนำเงินตรา เงินตราต่างประเทศ หรือตราสารเปลี่ยนมือ เมื่อรวมกันแล้วมีมูลค่าเกินกว่า 450,000 บาท

หรือเทียบเท่าออกไปนอกหรือเข้ามาในประเทศ ต้องแจ้งรายการเกี่ยวกับเงินตรากับพนักงานเจ้าหน้าที่ศุลกากรในขณะผ่านศุลกากรทุกแห่ง ดังนั้น การกระทำของสองพี่น้องชาวลาวนี้ เข้าข่ายลักลอบนำเงินออกนอกประเทศ

ส่วนการอ้างว่าทำธุรกิจแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ไม่ปักใจเชื่อ จะมีการตรวจสอบอย่างละเอียดว่าเกี่ยวข้องกับการกระทำธุรกิจผิดกฎหมายด้านอื่นหรือไม่

รวมถึงตรวจยึดธนบัตรทั้งหมด และรถยนต์ของกลางไว้ก่อน จากนั้นดำเนินคดีตามระเบียบของศุลกากร ซึ่งผู้กระทำผิดสามารถระงับคดีในชั้นศุลกากรได้ แต่จะถูกขึ้นแบล็คลิสต์ห้ามเข้าประเทศไทยอีก

truststoreonline

Leave your vote

0 points
Upvote Downvote

Total votes: 0

Upvotes: 0

Upvotes percentage: 0.000000%

Downvotes: 0

Downvotes percentage: 0.000000%

Comments

comments

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here