‘สารวัตรเอก’ โพสต์ฝากถึง “นักกฎหมายบางคน” มองสาวแบงค์ผิด ชี้เป็นเรื่องมีประโยชน์ (รายละเอียด)

0
162

สืบเนื่องจาก สมาชิกผู้ใช้เฟซบุ๊ก NaNa Nana Knc ที่ได้มีการไลฟ์สดขณะพูดคุยกับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ โดยเธอเป็นพนักงานธนาคารแห่งหนึ่ง ในจังหวัดราชบุรี เจ้าตัวต้องอดทนคุยกับแก๊งคอลเซ็นเตอร์นานนับชม. เพื่อที่จะล้วงเอาข้อมูลของมิจฉาชีพ จนสุดท้ายเจ้าหน้าที่สาวก็ได้ชื่อพร้อมที่อยู่ของบัญชีที่แก๊งคอลเซ็นเตอร์ใช้ และนำข้อมูลดังกล่าวไปแจ้งความ ทั้งนี้ เจ้าตัวยังบอกอีกว่า ที่อดทนคุยเพราะอยากแฉพฤติกรรมของมิจฉาชีพ ยิ่งถ้าใครมีพ่อแม่ หรือญาติพี่น้องผู้สูงอายุยิ่งอาจโดนหลอกล่อได้ง่าย และเพื่อไม่ให้ใครตกเป็นเหยื่อแก๊งคอลเซ็นเตอร์อีก

ล่าสุด“สารวัตรเอก”ก็ได้มีการโพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว“สารวัตรเอก หุ่น” เกี่ยวกับกรณีของสาวแบงค์กับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ระบุข้อความว่า”ผมไม่เข้าใจกรณีที่พนักงานธนาคารแห่งหนึ่ง พูดโทรศัพท์หลอกล่อจนพวกมิจฉาชีพเปิดเผยชื่อที่อยู่ออกมา แล้วแชร์ให้ประชาชนได้รับรู้วิธีกลโกงของคนร้าย เพื่อจะได้รู้เท่าทันไม่ตกเป็นเหยื่อ แต่กับมีนักกฎหมายบางคนออกมาแสดงความคิดเห็นว่าพนักงานคนนั้นผิดบ้างไม่ผิดบ้าง ผมมองว่ามันเป็นประโยชน์อย่างมาก กับคนทั่วไปไม่น่าจะไปมองหาเรื่องความผิดหรือถูกกันเลย ผมกลัวว่าต่อไปคนดีจะไม่กล้าอ้าปากกันอีกนะครับ!!”

ธนาคารไทยพาณิชย์ยืนยัน ไม่ลงโทษพนักงานสาวในคลิปลวงแก๊งคอลเซ็นเตอร์ พร้อมชื่นชมในความกล้าหาญและเสียสละ ที่ช่วยป้องกันมิจฉาชีพ

หลังจากที่พนักงานธนาคารสาวของธนาคารแห่งหนึ่ง ได้แชร์คลิปไลฟ์สดขณะเจอแก๊งคอลเซ็นเตอร์โทร.มาต้มตุ๋น หลอกให้เปิดเผยข้อมูลต่าง ๆ

รวมทั้งทรัพย์สินส่วนตัว ซึ่งเธอรู้อยู่แล้วว่าเป็นมิจฉาชีพ จึงได้ตีเนียนแกล้งทำให้หลอกไปเรื่อย ๆ และมาตลบหลังในตอนสุดท้าย จนมิจฉาชีพเงิบไปตาม ๆ กัน

ซึ่งเมื่อคลิปมีการเผยแพร่ออกไป โลกออนไลน์และสื่อต่าง ๆ ต่างก็ชื่นชมในความกล้าหาญของพนักงานสาวรายนี้

อย่างไรก็ตาม ได้มีกระแสข่าวออกมาว่าสิ่งที่พนักงานคนนี้อาจเข้าข่ายทำผิดกฎ และอาจจะถูกลงโทษถึงขั้นไล่ออกจากงาน สังคมจึงพากันสงสัยว่าเป็นเรื่องจริงหรือไม่นั้น

ล่าสุด (1 ธันวาคม 2560) ธนาคารไทยพาณิชย์ ซึ่งเป็นต้นสังกัดของพนักงานสาวคนดังกล่าว ได้ออกมาชี้แจงผ่านทางเพจเฟซบุ๊ก SCB Thailand ว่า น.ส.มารีนา แสงฉาย พนักงานธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาโรบินสัน ราชบุรี ได้แสดงไหวพริบแฉพฤติกรรมแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ซึ่งทางธนาคารยืนยันว่าไม่ได้มีการลงโทษพนักงานคนนี้แต่อย่างใด

เนื่องจากการค้นข้อมูลเลขที่บัญชีของมิจฉาชีพ ที่ถือเป็นข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้า ทางธนาคารเห็นว่า

การเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวต้องคำนึงถึงเหตุผลและผลกระทบ ว่ามีนัยสำคัญอย่างไร ครั้งนี้ถือเป็นการช่วยป้องกันมิจฉาชีพ ซึ่งเป็นเจตนาที่ดี จึงไม่ได้มองว่ามีความผิด

พร้อมกันนี้ยังได้แสดงความชื่นชนในความกล้าหาญ และก็ห่วงใยในความปลอดภัยหลังออกสื่อด้วย

นายสารัชต์ รัตนาภรณ์ รองผู้จัดการใหญ่อาวุโส ผู้บริหารสูงสุดลูกค้าบุคคล และผู้บริหารสูงสุดเครือข่ายสาขา ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) เห็นว่าเรื่องข้อมูลส่วนบุคคลนั้น เป็นนโยบายธนาคารอยู่แล้วที่จะไม่เปิดเผยข้อมูลส่วนตัวลูกค้า แต่ทุกอย่างก็ต้องดูเหตุผลและผลกระทบ เช่น วัตถุประสงค์ พนักงานตั้งใจที่จะเอาข้อมูลลูกค้าเอาไปใช้ทำประโยชน์อย่างอื่นหรือไม่

“ในกรณีนี้ข้อมูลทุกอย่าง เป็นข้อมูลที่มิจฉาชีพเป็นคนให้มาเอง โดยเฉพาะเลขที่บัญชี พนักงานไม่ได้อยู่ดีๆ จะเข้าไปในระบบแล้วบอกว่าจะไปเอาข้อมูลเพื่อที่จะเอาไปทำประโยชน์อะไรเลย แล้วเราก็เห็นอยู่แล้วว่าเป็นข้อมูลของมิจฉาชีพ เพราะฉะนั้นเราอาจจะต้องดูด้วยว่า มันมีเหตุผลและมีผลกระทบนัยยะสำคัญไหม จริงๆ แล้วเหตุผลของเขาเป็นเหตุผลที่ดีด้วยซ้ำ ในการช่วยป้องกันมิจฉาชีพ” นายสารัชต์ กล่าว

Leave your vote

0 points
Upvote Downvote

Total votes: 0

Upvotes: 0

Upvotes percentage: 0.000000%

Downvotes: 0

Downvotes percentage: 0.000000%

Comments

comments

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here