“เอกชัย” โพสต์แขวะ “ตูน” ยกย่องตูนราวกับพระเจ้า ระวังลูกพระเจ้าพระองค์เก่าจะหมั่นไส้

0
380

เป็นโครงการที่ได้รับเสียงชื่นชมจากคนทั้งประเทศ สำหรับโครงการก้าวคนละก้าวเพื่อ11โรงพยาบาลทั่วประเทศของหนุ่มตูน บอดี้แสลม

ที่ตั้งใจวิ่งหาเงินสบทบเพื่อซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์ช่วยเหลือโรงพยาบาลที่ขาดแคลน

ตลอดระยะการวิ่งของหนุ่มตูนและทีมงาน สองข้างทางจะมีประชาชนชาวบ้านยืนรอต้อนรับอย่างล้นหลาม

เรายังได้เห็นธารน้ำใจของคนไทยทุกคนที่ร่วมแรงร่วมใจบริจาคคนละเล็กคนละน้อยจนตอนนี้ยอดบริจาคนั้นทะลุ700ล้านบาทแล้ว

ทำเอาชาวไทยทุกคนปลื้มไปกับน้ำใจของคนไทยที่มีให้กันจริงๆ

แต่ล่าสุดนี้ (วันที่ 9ธ.ค.2560) ก็ทำให้ชาวเน็ตนั้นถึงกับวิพากย์วิจารณ์กันอย่างดุเดือด

เมื่อมีสมาชิกผู้ใช้เฟซบุ๊ก เอกชัย หงส์กังวาน ได้มีการโพสต์ข้อความที่อ่านแล้วทำให้ชาวเน็ตตีความหมายไปในทำนองที่แซะหนุ่มตูน

ซึ่งเมื่อข้อความได้เผยแพร่ออกไปทำให้ชาวเน็ตเกิดความรู้สึกไม่พอใจ และเข้าไปแสดงความคิดเห็นในโพสต์ดังกล่าวเป็นจำนวนมาก

โดยสมาชิกผู้ใช้เฟซบุ๊กคนดังกล่าวได้ระบุข้อความว่า”ถ้าตูนตายระหว่างการวิ่ง จะใช้งบกี่พันล้านในงานศพ”

และก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 8ธ.ค.2560 (ที่ผ่านมา) ก็ได้มีการโพสต์ข้อความระบุว่า”ยกย่องตูนราวกับพระเจ้า ระวังลูกพระเจ้าพระองค์เก่าจะหมั่นไส้”

และเมื่อวันที่7ธ.ค.2560 ก็ได้โพสต์ข้อความระบุอีกว่า”เดี๋ยวต้องมีคนสร้างอนุเสาวรีย์ตูน”

ทั้งนี้ชาวเน็ตก็ได้คอมเม้นท์ให้กำลังใจ นายเอกชัย กันอย่างล้นหลาม ชมตัวอย่างคอมเม้นท์

นาย เอกชัย คนนี้ ต้องโทษจำคุกตามคำพิพากษาศาลฎีกาเป็นเวลา 2 ปี 8 เดือน เขาเดินเข้าสู่เรือนจำก่อนที่ประเทศไทยจะมีการรัฐประหาร และกลับออกมาเมื่อมีการรัฐประหารเกิดขึ้นแล้ว โดยพ้นโทษเมื่อวันที่ 15 พ.ย. 2558

สภาพชีวิตในที่คุมขังทำให้เขาตั้งใจว่าเมื่อได้รับอิสระจะช่วยเหลือนักโทษคดีความมั่นคงต่อไป โดยให้เหตุผลว่าในสายตาของเขา

บุคคลเหล่านี้จำนวนไม่น้อยถูกจองจำเพราะใช้เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น ไม่ต่างกับตัวของเขาเองที่ยังยืนยันว่าสิ่งที่ทำไม่น่าจะเป็นความผิด

หลังจากมีการปรึกษาหารือกับเครือข่ายนักกิจกรรมซึ่งเขาเพิ่งได้รู้จักสนิทสนมมากขึ้นหลังต้องโทษจำคุก

สมาคมเพื่อเพื่อน หรือ For Friends Association ก็ถูกจัดตั้งขึ้นมาโดยจดทะเบียนตามกฎหมาย

และกำหนดวัตถุประสงค์ว่า จะดำเนินการช่วยเหลือผู้ต้องขังด้วยการระดมทุนสาธารณะ (crowd funding) เพื่อดูแลเรื่องพื้นฐาน เช่น เครื่องอุปโภคบริโภคและการดูแลด้านสุขภาพ

ข้อสังเกตของเอกชัยขณะที่ถูกจองจำคือ นักโทษคดีความมั่นคงหลั่งไหลเข้าสู่เรือนจำเยอะขึ้นมาก

ซึ่งเป็นข้อสังเกตที่สอดคล้องกับสถิติจากโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน ที่เก็บข้อมูลเท่าที่สามารถเข้าถึงได้พบว่า

นับจากการรัฐประหารในวันที่ 22 พ.ค. 2557 ถึงวันที่ 21 พ.ค. 2559 มีคนถูกเรียกไปรายงานตัวหรือเยี่ยมบ้าน อย่างน้อย 992 คน,

มีคนถูกจับกุมในยุคคสช.อย่างน้อย 527 คน, มีคนถูกตั้งข้อหามาตรา112 อย่างน้อย 67 คน,

มีคนถูกตั้งข้อหามาตรา 116 อย่างน้อย 47 คน และพลเรือนขึ้นศาลทหารอย่างน้อย 167 คน

สิ่งที่เกิดขึ้นกับ นายเอกชัย ระหว่างถูกตำรวจทหารจับตัวไปเที่ยว คุยกับชายผู้ประกาศตัวว่าจะใส่เสื้อแดงในวันที่ 26 ตุลาคม 2560 จนเป็นเหตุให้ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจทหารทั้งในและนอกเครื่องแบบจำนวน 11 นายบุกเข้าจับที่บ้านในช่วงเช้าของวันที่ 24 ตุลาคม 2560 พร้อมกับยื่นข้อเสนอว่าจะไปเที่ยวหรือจะเข้าค่ายทหาร

สดๆ ร้อนๆ หลังได้รับการปล่อยตัวเมื่อเวลาประมาณ 15.00 น. ประชาไทได้พูดคุยกับเอกชัย หงส์กังวาน ถึงเหตุการณ์การถูกบุกเข้าควบคุมตัวนอกกฎหมายเป็นเวลา 5 วัน ว่ามีอะไรเกิดขึ้นบ้างในช่วงเวลาถูกควบคุมตัว

เหตุเกิดขึ้นอย่างไร 
ประมาณ 08.00 น. มีเจ้าหน้าที่นอกเครื่องแบบมากดออดเรียกที่หน้าบ้าน ก็เลยเดินลงไปเปิดบานเลื่อนและเปิดประตูเหล็ก พอเปิดออก เจ้าหน้าที่นอกเครื่องแบบ 3 คนก็รุมกันลากตัวออกมานอกบ้านเลย ชั้นดิ้น ขึนตัวก็เลยล้ม มันก็ด่าว่าแกล้งล้มเอง ชั้นก็เลยด่าแม่มัน เถียงกันอยู่พักนึงก็มีหัวหน้าชุดนั่งรถเข้ามาแล้วจึงได้เจรจากัน

เจรจากันแบบไหน
ทหารถามว่าจะไปเที่ยวที่กาญจน์มั้ย ถ้าไม่ไปจะส่งค่ายทหาร ก็เลยเลือกที่จะไปกาญจน์ แต่ก็ถามเขาว่า จะให้ไปคนเดียวรึไง เขาบอกว่า จะพาแม่ไปก็ได้ ผมว่า ไม่เอา พาเพื่อนไปได้รึเปล่า เขาบอกว่า ได้ ก็เลยโทรหาทนายอานนท์ หาคุณประวิตร (่ข่าวสดอิงลิช) หานักข่าวประชาไท ก็เลยกระจายข่าวได้ ไม่งั้นคงโดนอุ้มหายอย่างไร้ร่องรอย

เดินทางยังไง
ออกจากกรุงเทพฯ ไปรีสอร์ตที่ จ.กาญจนบุรี เป็นรีสอร์ตของตำรวจ มีเจ้าหน้าที่คุมอยู่ 5 คน เป็นตำรวจ 4 ทหาร 1 ตอนที่ไปถึง เขาให้เงินมา 5,000 บาท บอกว่า เอาไว้เที่ยว ก็เลยได้เที่ยว วันแรกไปน้ำตกไทรโยคน้อย วันที่ 2 ไปหมู่บ้านปิล็อก ไปได้แค่วันละที่สองที่ เพราะมันไกล แล้ววันที่ 26 เขาบอกว่าจะพาไป น้ำพุร้อน ตลาดชายแดน แล้วก็สะพานมอญ แต่วันนั้นผมใส่เสื้อแดง เขาเลยโมโหใหญ่ บอกให้ผมเปลี่ยน

ถูกคุมตัวแล้ว ทำไมถึงยังจะใส่เสื้อแดงอีก ไม่กลัวเหรอ
ผมประกาศไปแล้วแล้ววันที่ 26 ผมจะใส่เสื้อแดง ผมก็ต้องใส่เสื้อแดง ไม่งั้นมันเสียสัจจะ สรุปก็คือวันนั้นเขาเลยไม่ยอมพาผมไปไหนเลย ให้อยู่แต่ในบ้าน ไปเที่ยวแค่ข้าง ๆ ตรงโป่งช้างแค่นั้น

วันที่ 27 เขาบอกว่าจะพาไปสะพานมอญ แต่ขับรถไปได้ครึ่งทาง หัวหน้าเขาโทรมาบอกให้พาผมเข้ามาในอำเภอเมือง ขับไปจะถึงอยู่แล้วก็เลยต้องตีรถกลับ วันนั้นก็เลยไม่ได้ไปไหนอีก แต่ตอนเย็นก็ไปแวะสะพานข้ามแม่น้ำแควหน่อยนึง

ได้ไปเที่ยวสนุกไหม? 
ก็หยั่งงั้น ก็มันถูกบังคับให้ไป เป็นคุณๆ จะสนุกไหม มีคนที่ไม่ได้รู้จักเดินตาม 5 คน ทหารเอาเงินให้มา 5,000 บาท แต่เวลาไปเที่ยวพวกที่ติดตามห้าคน พวกมันก็ให้จ่ายค่าอาหารให้มันด้วย แล้วก็พยายามแต่จะพาเข้าร้านอาหารราคาแพงๆ เท่านั้น จะไปเหลืออะไร

ที่พักเป็นยังไง
ที่แรกเป็นรีสอร์ตชื่อหลับดี อยู่ในเขตชุมชน  ก็ไม่น่ากลัวเท่าไหร่ แต่ที่ๆ สอง เขาเอาผมไปพักที่รีสอร์ตชื่อบ้านไร่นายดาบ เป็นรีสอร์ตอยู่กลางป่าเลย “ถ้าเขาฆ่าชั้นแล้วเอาฝังไว้ก็คงจะไม่มีใครหาเจอ”

ระหว่างการควบคุมตัว ถูกคุกคามถูกขู่ไหม
ไม่มีอะไร มีนอกเครื่องแบบที่คอยเดินคุมกวนตีนนิดหน่อย แต่ก็ด่ากลับไป

ส่งตัวกลับยังไง 
วันนี้ถูกพากลับมาจากกาญจนบุรีมาถึงกรุงเทพฯ ตอน 11.00 น. เขาก็พาไปคุยกับตำรวจนอกเครื่องแบบ ที่ร้านรถเสบียง แถวสามเสน เขาพาผมไปที่ห้องด้านในสุด เขาเรียกตำรวจคนนั้นกันว่า ผู้บัญชาการ แต่ไม่รู้ยศอะไร ชื่ออะไร ไม่ได้ถามเขา

Leave your vote

1 point
Upvote Downvote

Total votes: 1

Upvotes: 1

Upvotes percentage: 100.000000%

Downvotes: 0

Downvotes percentage: 0.000000%

Comments

comments

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here