เปิดเรือน ‘รัศมีแข’ หรูหราจนเทวดาคาดไม่ถึง เก๋ที่สุดในปฐพี

0
745

รู้จักมั้ย?? “รัศมีแข ฟ้าเกื้อล้น” นักแสดงและพิธีกรอารมณ์ดีลูกครึ่งไทย-อเมริกัน

วันนี้ truststoreonline จะพาไปบุกบ้านเธอ ไปดูการตกแต่งบ้านสไตล์โมเดิร์นทรอปิคอลที่ไม่เหมือนใคร

จึงทำให้เรือนนี้เก๋ที่สุดในย่านพระประแดง

สำหรับเรือนนี้มีเจ้าของเป็นคุณแหม่ม-อนงค์พันธ์ เพ็ชรประกอบ

คุณแม่บุญธรรมของรัศมีแข

พาไปดู ดูสิว่าจะเก๋ไก๋น่าอยู่แค่ไหน

ไม่แน่นะใครที่กำลังคิดจะออกแบบตกแต่งบ้าน

อาจได้เรือนหลังนี้เป็นแรงบันดาลใจ

จะได้มีมุมถ่ายรูปสวยๆ อัพลงอินสตาแกรมรัวๆ

พูดชื่อว่า ‘เจมส์ ฟอเกอร์ลุนด์’ แน่นอนว่าคงไม่มีใครรู้จัก แต่ถ้าเปลี่ยนเป็น ‘รัศมีแข ฟ้าเกื้อล้น’

ผู้ชายนะคะที่มีน้ำเสียงสุดมั่นกับแววตาท่วงท่าที่มีสไตล์ชัดเจน มีความเป็นตัวเองที่โดดเด่น สนุกสนานในสายตาคนภายนอก

แน่นอนว่าเป็นที่ถูกอกถูกใจใครต่อใคร แต่จริงๆ แล้วเขาคนนี้ก็มีอีกหลายเรื่องที่ยังไม่มีใครรู้เหมือนกันนะ ว่าบางมุมของเขาก็ผ่านเรื่องแย่ๆ มาก่อน กว่าจะแฮปปี้กับชีวิตได้มากขนาดนี้

รัศมีแข ฟ้าเกื้อล้น คงไม่ใช่ชื่อที่ตั้งไว้ตั้งแต่เกิดแน่ๆ ช่วยเล่าที่มาที่ไปหน่อยได้ไหม

รัศมีแข : ชื่อจริง ชื่อเจมส์ ฟอเกอร์ลุนด์ ค่ะ เป็นชื่อที่ตรงตามพาสปอร์ตของสวีเดนเลย

แต่พอมาที่นี่จะทำพาสปอร์ตไทยด้วย ตอนไปแจ้งทำ เขาก็บอกว่าชื่อกับนามสกุลมันเป็นคำที่ไม่มีความหมายในภาษาไทย

ที่นี้เลยต้องหาคำที่สะกดเป็นอังกฤษให้มีความหมาย เลยเป็น “ ฟ้าเกื้อล้น” ส่วนชื่อจริงว่า “รัศมีแข” มาจากชื่อแม่เพื่อนสนิทของเจมส์เอง

ท่านเคยเป็นนางเอกเก่า เล่นภาพยนตร์เรื่องรัศมีแข เราชอบมากมันแปลกดี เลยขอใช้ชื่อนี้

แต่พอต้องไปขอวีซ่า มันไม่ได้อีก เลยต้องไปเปลี่ยนชื่อ ตอนนี้ในพาสปอร์ตเลยเป็นชื่อ แจ่ม ฟ้าเกื้อล้น (หัวเราะ)

กรี๊ดมาก เหมือนถูกกระชากลงจากบัลลังก์ แต่ตอนเข้าวงการคุยกันไว้แล้วว่าใช้ชื่อรัศมีแข ก็เลยเป็นตามนี้ค่ะ

ชีวิตในวัยเด็กของรัศมีแขเป็นยังไงบ้าง

รัศมีแข : เจมส์เป็นลูกครึ่งไทย-อเมริกันค่ะ เป็นเด็กที่โดนเพื่อนล้อเยอะมาก ทั้งเรื่องสีผิว และเรื่องเป็นตุ้ด

ตอนนั้นแม่ไว้ผมอัลโฟล่ด้วย ถามว่าข้าวนอกนาดังขนาดไหนก็ต้องหลบไปเลยค่ะ ! ต่อด้วยขวานฟ้าหน้าดำ ก็หลบไปอีกค่ะ!

คือโดนเยอะมาก ใจเราก็คิดนะว่า เฮ้ยมันไม่ใช่นะ เรื่องเป็นตุ๊ดก็โดนเหมือนกัน แต่เจมส์ต้องขอบคุณคุณแม่มากๆ ที่เข้าใจ

พอท่านรู้ว่าเราเป็นแบบนี้ เราอยากใส่กระโปรงไปเรียน ท่านก็ให้ใส่ ลูกจะใส่อะไรก็ให้ใส่ จะเป็นอะไรก็เป็น

มันทำให้เรากลายเป็นตุ้ดที่มีความมั่นใจในตัวเองมาก กรี๊ดกร๊าดตั้งแต่อยู่เมืองไทยเลย

และพอไปอยู่เมืองนอกก็เจออีกนะล้อว่าเป็นตุ้ด แต่ตัวเองโชคดีมาก ที่ไม่สนใจตุ๊ดหรอ เออ ตุ๊ดก็ตุ๊ด! อยู่กับแก๊งค์ชะนีของเรา (เสียงลั้ลลามากๆ)

แสดงว่ามีภูมิคุ้มกันที่ดีมากตั้งแต่เด็กๆ แล้วใช่ไหม

รัศมีแข : ใช่ค่ะ อย่างที่บอกว่าตั้งแต่อยู่เมืองไทยแล้ว แต่ตอนนี้เวลาเราเห็นสัมภาษณ์พี่โอปอร์ พี่เมญ่า พี่กาละแมร์

และพอมาทำรายการกับแม่มอร์อีก (มอริส เค) เขาก็บอกเหมือนกันว่าโดนเรื่องนี้หนักมาก เราก็เฮ้ยไม่เข้าใจเลย

ทำไมสิ่งพวกนี้ถึงเกิดขึ้น กับการที่เรามีสีผิวที่เข้มกว่าคนอื่น สำหรับเจมส์ ไม่รู้ว่าพูดแรงไปไหม

ถ้าจะบอกว่าลองไปดูตัวอย่างคนสมัยก่อนเลยนะคะ คนในรั้วในวังเขาก็ผิวเข้มกันทั้งนั้นแหละค่ะ

ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีแดดแรงนะคะ เมื่อก่อนยอมรับแลยว่าโกรธและเกลียดคนไทยที่ว่าเราแบบนี้มาก

ทำไมมาเหยียดสีผิวกับเราแบบนี้ เพราะเรารู้สึกอยู่ตลอดว่าเราเป็นคนไทย แต่หลังๆ เราก็ทำความเข้าใจกับตัวเองใหม่

วันนี้ truststoreonline จะพาไปบุกบ้านเธอ ไปดูการตกแต่งบ้านสไตล์โมเดิร์นทรอปิคอลที่ไม่เหมือนใคร

ว่าเออเราเป็นคนไทย แต่ร่างกายเราภายนอกนี่สูง185 ซม. และเป็นคนผิวเข้ม

ใครที่มองมาอาจจะไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเราเป็นคนไทย พอเราเข้าใจตรงนั้นก็ยอมรับกับมันให้ได้

และเข้าใจว่าบางคนเขาอาจจะไม่ทราบว่าจริงๆ แล้วบนโลกใบนี้ยังมีคนอีกหลายเชื้อชาติ หลายภาษา วัฒนธรรม และสีผิว

ซึ่งเขาก็คงไม่เคยได้ไปเห็นความแตกต่างในจุดนั้นจากบ้านเมืองที่อื่นว่ามันมีมากกว่านี้

ทราบมาว่าก่อนกลับมาเมืองไทยคราวนี้ เจมส์เองไปใช้ชีวิตอยู่สวีเดนมานานแล้วด้วย

รัศมีแข : ใช่ค่ะ พออยู่เมืองไทยถึง10 ขวบย้ายไปสตอกโฮล์มตามคุณแม่ รวมๆแล้วประมาณ 19 ปีที่ใช้ชีวิตที่นั่น


ช่วงนั้นก็มีแต่เรื่องเรียนกับเล่นกีฬา เจมส์เป็นเด็กกิจกรรมเก่ง ส่วนวิชาการนี่ตกหมด แต่เราไปนั่งเรียนเพื่อให้สอบได้นะ

แต่พอกับเรื่องกิจกรรมเต็มที่มาก โดยเฉพาะพละ กีฬาทุกชนิดคะแนนเต็มตลอด เป็นคนที่บ้าเล่นกีฬามาก

ตอนอยู่ที่นั่นเริ่มเล่นฟุตบอลก่อน ต่อด้วยแฮนด์บอล และมาเล่นวอลเล่ย์บอล

ไม่ห่วงสวยเลยหรอ
รัศมีแข : (หัวเราะ) ตอนนั้นรู้อย่างเดียวว่ามันสนุก เล่นถึงขั้นยอมเข้าทีมกับผู้ชายแท้ๆ เลยนะคะ

มีเหตุการณ์สนุกๆ บ้างไหม ช่วงที่เล่นกีฬาอยู่ที่สวีเดน
รัศมีแข : จริงๆ เป็นเรื่องที่เรานึกถึงแล้วขำมากกว่า มีครั้งนึงก็เล่นกีฬาไปเข้าทีมกับพวกผู้ชายนี่แหละ

เสร็จแล้วเข้าไปอาบน้ำ เราก็นั่งรอให้เขาอาบน้ำกันให้เสร็จ ซึ่งทุกคนก็รู้ว่าเราเป็นตุ๊ด แต่ก็พูดอะไรไม่ได้ (หัวเราะ) เราอายมากที่จะแก้ผ้าอาบน้ำให้ใครดู แต่เราดูพวกเขานะ (หัวเราะ)

ดูแล้วชีวิตที่นั่นก็แฮปปี้ดี ทำไมถึงกลับมาเมืองไทย
รัศมีแข : ปกติก็จะกลับมาเที่ยวเมืองไทยบ้างอยู่แล้ค่ะ พออายุประมาณ 17-18 เราก็รู้สึกว่าสนใจงานในวงการบันเทิง

อยากลองทำ เลยไปหาน้าโอ (ศิระ กุลเศรษฐศิริ) ที่นี่ น้าโอก็พูดให้เราคิดสะกิดเราคำนึงว่า หนูกลับไปค้นหาตัวเองให้ดีๆ ก่อนว่าเราต้องการอะไร เพราะช่วงนั้นความคิดเราบางอย่างมันก็ขัดแย้งกับตัวเองมากเหมือนกัน

คำว่าค้นหาตัวเองที่ว่าหมายถึงเรื่องอะไรบ้าง
รัศมีแข : คือเราคิดเสมอว่าเราเป็นคนไทยนะ แต่ภายนอกมันไม่ใช่

และมันเคยมีเสียงจากคนอื่นพูดกับเราว่า ดำจัง ตัวใหญ่จัง ตอนเด็กๆ เราเลยพยายามที่จะเปลี่ยนตัวเองจนไม่เป็นตัวเอง

พอน้าโอพูดกับเราแบบนั้น ก็อยู่ทบทวนตัวเองอยู่สองเดือนหลังจากที่กลับไปสวีเดนแล้ว

สิ่งที่เราคิดได้ทันทีก็คือ เราไม่สนอะไรแล้ว เราขอเป็นตัวเอง คิดเลยว่าจะเป็นในแบบที่ตัวเราเป็น คือตัดเรื่องพวกนี้ทิ้งไปให้หมดเลยค่ะ

แล้วงานในวงการบันเทิงเข้ามาเริ่มทำได้ยังไง
รัศมีแข : จริงๆ ในใจเราอยากมาทำงานด้านนี้อยู่ก่อนแล้ว แต่มีวันนึงบังเอิญมากที่พี่แท่ง ศักดิ์สิทธิ์ กับพี่หนุ่ม คงกระพันเขามาที่สตอกโฮล์ม

ตัวเจมส์เองไปเป็นไกด์ให้พี่เขา พอพี่แท่งเห็นก็พูดจุดประกายกับเราว่าคาแรกเตอร์แบบนี้ต้องมาเมืองไทยนะ เอาไลน์พี่ไป ตอนนั้นก็ไปนั่งคิดสองเดือนเลยนะคะ แล้วตัดสินใจมาที่นี่เลย

แสดงว่ารู้อยู่แล้วว่ากลับมาที่นี่จะมีงานในวงการให้ทำเลย
รัศมีแข : เรื่องมันไม่ได้ง่ายแบบนั้นค่ะ คือเข้าใจว่าพี่แท่งเองเวลาอยู่เมืองนอกแกก็มีเวลา แต่สำหรับเมืองไทยมันไม่ใช่

ตอนนั้นก็พยายามหาทางเองด้วยเหมือนกัน จำได้ว่าเห็นประกาศรับสมัครประกวดเคพีเอ็น วันสุดท้ายแล้วก็รีบไปเลยค่ะ เข้ารอบถึง 30 คนสุดท้าย แล้วตกรอบ

เราก็แบบทำไงวะ เอาวะ! เขียนเรซูเม่เดินเข้ามาในแกรมมี่ ไม่รู้ล่ะต้องมา บริษัทใหญ่ ต้องมีอะไรสักอย่าง

เสร็จปุ๊ปรีเซพชั่นก็ถาม มาทำอะไรคะ ก็เลยตอบไปว่า อยากเป็นดาราค่ะ ! (น้ำเสียงจริงจัง และแววตามั่นใจมาก)

เขาก็มองหน้าแล้วเขียนที่เรซูเม่ให้ว่าต้องไปที่ชั้นไหนบ้าง เจมส์เองก็โทรหาพี่แท่งว่ามาหางานที่นี่

พี่เขาก็แนะนำว่าให้ไปหาพี่คนนึงในเอไทม์ พอเจอหน้าก็สวัสดีพี่เขา

“สวัสดีค่ะพี่ (ใส่ขาสั้นมาด้วยวันนั้น) ชื่อเจมส์ค่ะ ชอบงานในวงการค่ะ

และก็เล่าเรื่องเกี่ยวกับตัวเองให้เขาฟัง ตอนนั้นก็ยืนคุยกับพี่เขา พี่ฉอดก็ยืนอยู่เลยคิดว่าพี่ฉอดก็น่าจะเห็นเรานะ (ยิ้ม) ก็เลยได้มาทำงานที่นี่”

ไม่เสียดายชีวิตที่สวีเดนหรอ
รัศมีแข : อืม… ก็ไม่นะคะ เพราะเราตั้งใจแล้วว่ากลับมาที่นี่เพราะอะไร เป้าหมายของเราชัดเจนมากตั้งแต่แรก

รู้สึกยังไงกับงานในวงการบันเทิง สนุกอย่างที่คิดหรือเปล่า
รัศมีแข : คือเรารู้ตัวเองดีว่าไม่ใช่กระเทยที่มีความอดทนสูง

เป็นกระเทยเหวี่ยงๆ แรงๆ คนนึง ตอนแรกก็เห็นแต่เบื้องหน้าค่ะ ไม่รู้นี่คะว่าเวลาเข้ากองก็ต้องมานั่งแต่งหน้า รอไฟ รอแสง ร้อนแค่ไหนก็ต้องถ่าย ก็ช๊อกเลย

ตั้งแต่แปดโมงถึงตีสี่ ช่วงที่ยังไม่เสร็จ นั่งถามตัวเองเลยว่า ไหวไหม เหยียบเข้ามาแล้วนะ นี่แหละคือสิ่งที่เราอยากทำ สนุกกับมันไหม ก็นั่งคิดอยู่คนเดียว จนคิดว่าเอาวะ… ไหว สุดท้ายก็ทำได้แล้ว ต้องขอบคุณกับสิ่งที่เจอ ทำให้รู้ว่ามันเป็นยังไงสอนให้เราคิดว่าผ่านตรงนี้ไปเราจะสบายมาก

truststoreonline

Leave your vote

-3 points
Upvote Downvote

Total votes: 5

Upvotes: 1

Upvotes percentage: 20.000000%

Downvotes: 4

Downvotes percentage: 80.000000%

Comments

comments

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here