‘อ๋อง แฟนฉัน’ ฆ่าตัวตายประชดแม่ กรีดข้อมือนับครั้งไม่ถ้วน (ชมคลิป)

0
256

‘อ๋อง แฟนฉัน’ ฆ่าตัวตายประชดแม่ กรีดข้อมือนับครั้งไม่ถ้วน (ชมคลิป)

หากใครเคยได้ชมภาพยนต์ เรื่อง“แฟนฉัน” ที่เคยโด่งดังในอดีต ก็ต้องจำหนึ่งในสมาชิกของแก๊งแฟนฉัน “อ๋อง ธนา ตันตรานนท์” ได้อย่างแน่นอน

ซึี่งหลังจากที่หนุ่มอ๋องได้หายหน้าหายตาไปจากวงการบันเทิง ล่าสุดได้ออกมาเปิดใจถึงเรื่องราวในชีวิตที่ผ่านมา ในรายการ “ยิ่งศักดิ์ยิ่งแซ่บ” ออกอากาศทางช่อง 9

โดยหนุ่มอ๋องเล่าว่า “หลังจากที่ภาพยนต์เรื่องแฟนฉันประสบความสำเร็จ ชีวิตเปลี่ยนไปมาก ทำให้มีงานอยู่ในวงการบันเทิงตลอด 3-4 ปีติด

จากนั้นงานก็ค่อยๆหายไป ตอนนั้นเริ่มเรียน ม.ต้น เราก็เริ่มเกเร ด้วยความที่แบบว่างานในวงการก็เริ่มน้อยลง

เราเริ่มโต และเราก็เรียนหนังสือ บวกกับความดื้อ ก็ทำให้เริ่มเกเร เริ่มเป็นจุดเปลี่ยนในชีวิตผม

ถ้าย้อนเวลากลับไปได้ ผมก็คงจะเลือกเดินทางปกติ ความดื้อของผมมันก็มาจากตัวผมส่วนหนึ่ง บวกกับตามเพื่อน และก็สังคม

ด้วยความที่ผมเป็นลูกคนเดียว คุณแม่ผมเขาก็ค่อนข้างจะตีกรอบให้เยอะมาก อย่างเวลาที่ผมจะขอไปกินข้าวกับเพื่อนบ้าง ก็ไม่ได้

จะต้องให้กลับบ้านตรงเวลาเป๊ะเป๊ะ เราก็แบบทำไมพ่อแม่เพื่อนเขาให้ไปได้ แต่ทำไมเราไปไม่ได้ ก็เริ่มอยากจะฉีกกรอบออกไป

ส่วนเรื่องที่กลับมาทำงานในวงการบันเทิงอีกครั้ง ก็เพราะส่วนตัวเป็นคนชอบการแสดง ชอบทุกอย่างอยู่แล้ว

พอได้มีโอกาสกลับมาทำ ผมก็ทำให้เต็มที่ บางครั้งในบางอารมณ์เราอาจจะทำได้ไม่ดีเท่าเมื่อก่อน แต่ผมก็จะพยายามทำให้ดีที่สุด

ในช่วงที่หายไปจากวงการบันเทิง ก็มีโอกาสได้ไปเรียนศิลปะ ตอนเรียนอยู่ ป.ว.ช. คือผมเป็นคนชอบวาดรูประบายสี ตั้งแต่ 4 ขวบแล้ว

และตอนนั้นก็เห็น อาจารย์เฉลิมชัย ในทีวีกำลังเขียนรูปลายกนกอยู่ ตอนนั้นคิดว่าคนนี้แหละคือ ไอดอล โตขึ้นมาเราจะต้องเขียนรูปเป็นศิลปินให้ได้

ตอนที่ผมเรียน ป.ว.ช. คือผมตั้งใจไปเรียนศิลปะ และเราก็เป็นเด็กที่ดื้อด้วย

เราก็จะเข้าเรียนเฉพาะวิชาศิลปะ วิชาพื้นฐานเราก็เข้าบ้าง แต่ไม่ใส่ใจ หลังจากนั้นก็ลาออก คิดได้ว่าจะกลับมาเรียนใหม่

เพราะไม่อยากให้ใบจบของผมมีเกรดที่ไม่สวย มีการแก้การซ่อม ผมลาออกไปตอนเรียนปี3 และผมกลับมาสมัครเรียนปี1ใหม่

แต่อาจารย์เขาไม่รับผม อาจจะเป็นเพราะที่ผมเรียน ผมก็เกเรด้วยเหมือนกัน ปัจจุบันผมมีแค่วุฒิ ม.3 ตอนเรียนมัธยมต้นเคยเกเรมากที่สุด

คือ ผมเข้าโรงเรียนก็ไม่ค่อยเรียน โดดเรียน ไปเที่ยวกับเพื่อน มีเรื่องชกต่อยกัน ในมุมมองของผม การคบเพื่อนเรียนมันน่าเบื่อ

การคบเพื่อนที่เกเร มันโดดเรียน มันไปโน่นไปนี่ มันทำให้ได้เห็นอะไรเยอะ เราก็เหมือนกับหลงระเริงไปกับตรงนั้น

แม่ผมโดนอาจารย์โทรตามบ่อยมาก จนบางทีผมบอกแม่ไม่ต้องมาโรงเรียนนะ ผมไม่ได้อยู่โรงเรียน คือตอนเด็กๆผมอาจจะไม่ได้คิดอะไร

พอโตขึ้นมาหลายๆอย่างเปลี่ยนไป ผมกลับกลายเป็นฝ่ายไปกราบแม่ ไปขอโทษแม่ คือผมมองว่า แม่เราอ่ะไม่ว่าเราจะเกเรขนาดไหน

แต่แม่ก็ยังอยู่กับเราตลอด คอยรักเราตลอด แม่ไม่เคยมองเราเป็นคนไม่ดี

ทั้งๆที่คนอื่นเขาด่าเขาว่าเราเป็นคนไม่ดี ตรงนี้มันทำให้เราแบบว่า เฮ้ยไม่ได้ละ เราทำแม่เราเสียใจมาเยอะ เราก็เลยหยุด

จากนั้นมาเข้าเรียนต่อที่อาชีวะ ก็ยังเกเรบ้างประปราย คือเพื่อนผมตาย มีเรื่องกันจนถึงขั้นโดนฆ่าตาย

คือผมไม่ได้เห็นเขาตายต่อหน้าต่อตาหรอก พอหลังจากมีเรื่องกัน มันมีหลายกลุ่ม เสร็จแล้วเขาก็โดนอีกกลุ่มหนึ่งทำร้ายตาย

อีกวันนึงก็ลงข่าว ผมก็หาเงินไปทำศพให้เพื่อน เพื่อนคนนี้สนิทกันเพราะอยู่ในกลุ่มเดียวกันเลย เขาโดนฆ่าตัดคอ มัดแขนมัดขาแล้วโดนเชือดคอ

หลังจากที่เปิดโลงแล้วเราเห็นเพื่อน มันทำให้เราคิด เพื่ออะไรวะที่ทำไปย้อนกลับไปเมื่อก่อน ผมเคยคิดมาก น้อยใจตัวเอง

แล้วหาทางออกไม่ได้ ถึงขั้นทำร้ายตัวเอง ช่วงนั้นผมไม่ได้ขอเงินแม่ใช้ ผมหาเงินใช้เอง ทำให้เครียด

และตอนนั้นเราหยิ่งมาก ไม่ยอมขอเงินแม่ เราเอาคัตเตอร์มากรีดแขน แม่เห็นแม่ผมร้องไห้เลย แล้วก็พาส่งโรงพยาบาล

คือผมอยากจะแนะนำน้องๆ เวลาเรามีปัญหามากๆ อย่าเก็บไว้คนเดียว คนที่เราปรึกษาได้ดีที่สุด รักเราที่สุด และหวังดีกับเราที่สุด ก็คือพ่อแม่ คือครอบครัว

เราต้องเปิดใจคุยกับเขา อย่าเอาตนเองเป็นที่ตั้งมากเกินไป เพราะหากเราเอาตนเองเป็นที่ตั้งมากเกินไป

แล้ววุฒิภาวะเราไม่ถึง ความคิดเรายังไม่ได้ เราก็จะหลงไปทางผิด ไปทำอะไรที่มันไม่ดี และจากการที่เคยทำร้ายตัวเอง

เวลาที่มีปัญหาแล้วหาทางออกไม่เจอ ก็จะเอาคัตเตอร์มากรีดแขน ซึ่งทำมาหลายครั้ง เพราะรู้สึกว่ามันปลดปล่อย

จนทำให้ต้องไปพบจิตแพทย์ ตามคำแนะนำของอาจารย์ ผมว่าการไปพบจิตแพทย์เป็นเรื่องที่ดีมาก คือมันไม่ใช่เรื่องน่าอาย ไม่ว่าคุณจะเครียด คุณจะเหมือนซึมเศร้า หรือคุณจะเป็นอะไร คุณไปหาได้

เมื่อก่อนผมเคยมีแฟน ก็ไปอยู่ด้วยกัน คือเขาเรียนแต่ผมไม่ได้เรียน พอหลังจากที่เลิกกัน ผมก็โสด สาเหตุของการเลิกกัน ก็คงเป็นเพราะวัย ทะเลาะกันก็เลิก

การศึกษามีผลกับชีวิตผมมาก ขนาดที่ว่าผมไปจีบสาว แล้วพ่อแม่เขาไม่ให้ผมคบ เพราะว่าผมเรียนไม่จบ คือแม้กระทั่งผมจะไปสมัครงานที่สตาร์บัคส์ก็รับวุฒิ ม.6 ขึ้นไป

ก็หลังจากที่ผมก็ใช้ชีวิตนอกกรอบมาตลอด7ปี ตั้งแต่อายุ18 ปัจจุบันก็อายุ25ปีแล้ว ผมก็ได้เรียนรู้การใช้ชวิตในสังคม

แต่สิ่งหนึ่งที่ผมไม่เคยเรียนรู้เลย คือการเรียนรู้ตามระบบ ผมนอกกรอบมาเยอะ คราวนี้ผมคิดว่า

ตราบใดที่เรายังอยู่ที่นี่ เรายังต้องใช้ชีวิตอยู่ที่นี่ เราก็จะต้องเรียนให้จบไป อย่างน้อยๆเลยกระดาษใบนี้ ก็ยังทำให้เรามีงานทำ

ตอนนี้ผมกำลังเริ่มจะกลับไปเรียนหนังสือ และตอนนี้ผมก็มีหนัง ผมเพิ่งถ่ายหนังเสร็จ

หนังก็จะเข้าโรงใน วันที่ 28 ธ.ค. เรื่อง ”คิดถึงทุกปี” ในเรื่องผมจะเล่นเป็นโด่ เป็นเด็กผู้ชายที่สร้างความวุ่นวายให้กับหนุ่มเวียดนาม ฝากด้วยครับ”

truststoreonline

Leave your vote

0 points
Upvote Downvote

Total votes: 0

Upvotes: 0

Upvotes percentage: 0.000000%

Downvotes: 0

Downvotes percentage: 0.000000%

Comments

comments

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here