ถึงไทยแล้ว!!! รถถังยูเครน ‘T84 Oplot-M’ ใช้งบประมาณไปเท่าไหร่ (ชมคลิป)

0
1485

มาถึงไทยเรียบร้อยแล้วสถานะพร้อมรบหรือป่าว?รถถัง ยูเครนT84 Oplot-M อีก5 คัน ถึงไทย แล้ว ส่วน อีก 13 คัน

คณะกรรมการทบ.กำลังไปตรวจรับ ที่ ยูเครน คาดส่งได้ใน ธค.หรือต้นปีหน้า รวมอีก18คัน ครบจำนวนรถถัง T84Oplot -M อีก5 คัน ของยูเครน ถึง ไทย หลังขนส่งมา ทางเรือ ตอนนี้ ขนส่งอยู่ในพื้นที่ ของ พล.ร.2รอ.ปราจีนบุรีแล้ว รอคณะกรรมการ ทบ.ตรวจรับ

โดยก่อนหน้านี้ ยูเครน ได้ส่งมาให้ทบ. แล้ว จำนวน 31 คัน พร้อมรถกู้ซ่อม อีก2 คัน คงเหลืออีก 18 คันส่วนอีก 13 คัน นั้น ทางยูเครน ผลิตแล้วตอนนี้ ทางทบ. ส่งคณะกรรมการตรวจรับ เดินทางไป ตรวจ ที่ยูเครน แล้ว ที่คาดว่า ยูเครน จะส่งรถถังได้ครบทั้งหมด ภายใน ปลายปีนี้ หรือ ต้นปีหน้า ขึ้นอยู่กับ ขั้นตอนทางธุรการ ในการตรวจรับ จากนั้น หากผ่านก็จะจัดส่งได้

ทั้งนี้ การส่งมอบ รถถัง T84M -Oplot ล่าช้ากว่ากำหนด ไปหลายปี เพราะสถานการณ์สู้รบในยูเครน เพราะโรงงาน อยู่ในพื้นที่การสู้รบ รวมทั้ง รถถัง บางส่วน ที่ผลืตเสร็จแล้ว ทางยูเครน ก็นำไปใช้ในการสู้รบ ด้วย จนต้องผลิตใหม่ แต่ ตลอดเวลาที่ผ่านมา ก็มีการทะยอยส่ง อย่างต่อเนื่อง คราวละ 5 คัน มาตลอดหลังจากที่ ทบ.สั่งซื้อ มาจำนวน1 กองพัน 49 คัน และรถกู้ซ่อม 2คัน งบประมาณ ราว7.2 พันล้านบาท

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก( ผบ.ทบ.) กล่าวว่า

“ผมได้เดินทางไปยูเครนและให้นำรถถังรุ่น T-84 OPLOT มาทดสอบและสาธิตให้ดูถึงแสนยานุภาพ ผมได้ดูของจริงหมดแล้ว รับได้ เพราะมีความเข้มแข็ง และแข็งแรงดี ข้อสำคัญคือเรื่องราคาที่กองทัพบกรับได้ โดยยูเครนจะถ่ายทอดเทคโนโลยีให้กองทัพบก ซึ่งในอนาคตหากเป็นไปได้ก็จะมีการทำตัวถัง หรือซ่อมบำรุงเองทั้งหมด ซึ่งต่อไปกองทัพบกจะมีการซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์ในลักษณะนี้

โดยการจัดซื้อ และให้มีการสนับสนุนในเรื่องการเป็นพี่เลี้ยงให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ข้อสำคัญ คือการส่งกำลังพลที่เป็นช่างไปเรียนรู้ในเรื่องการแก้ไข และการซ่อมยุทโธปกรณ์ ท้ายที่สุด คืออาจจะมีการผลิตบางส่วนเพื่อจะประหยัดค่าใช้จ่าย ซึ่งโลกวันนี้เป็นแบบนี้”

พล.อ.ประยุทธ์ ย้ำว่า การจัดซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์ เพื่อเสริมเขี้ยวเล็บของกองทัพบก ไม่ได้มาแข่งกับใคร หรือเพื่อต้องการสู้รบกับใคร จะบอกว่าประเทศไทยมีอาวุธเยอะมาก แต่อย่าลืมว่าเป็นยุทโธปกรณ์ที่เก่า วันนี้ไม่จำเป็นจะต้องมีมาก เพียงแต่มีเทคโนโลยีสูงจะดีกว่า ดังนั้นกองทัพจำเป็นจะต้องค่อยๆ ปรับลดลงไป โดยเอาเทคโนโลยีเข้ามาทดแทนอาวุธยุทโธปกรณ์

ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญจากศูนย์การทหารม้า ให้ข้อมูลเกี่ยวกับรถถังรุ่น T-84 OPLOT ว่า มีความเหมาะสมในการดูแลความมั่นคงของประเทศตามแนวชายแดนด้านตะวันออก เนื่องจากแนวโน้มของความขัดแย้งตามแนวชายแดนน่าจะเกิดขึ้นอีก

“รถถังรุ่น T-84 OPLOT สามารถทำการรบร่วมกับยานเกราะล้อยาง BTR 3-E 1 ที่กองทัพบกจัดซื้อเข้ามาประจำการ ในลักษณะการสนธิกำลังเป็นกองร้อยชุดรบ หรือกองพันเฉพาะกิจ ตามหลักนิยมของการรบผสมเหล่าระหว่างทหารม้ารถถัง และทหารราบยานเกราะ” ผู้เชี่ยวชาญจากศูนย์การทหารม้าอธิบายถึงรูปแบบการรบ

ผู้เชี่ยวชาญจากศูนย์การทหารม้าให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า รถถังรุ่น T-84 OPLOT สามารถเคลื่อนที่ได้อย่างคล่องแคล่วในทุกสภาพภูมิประเทศของไทย โดยเฉพาะทางด้านตะวันออก นอกจากนี้ ยังมีระบบอาวุธและระบบควบคุมการยิงที่ทันสมัย สามารถยิงกระสุนได้หลายชนิด ทั้งกระสุนเจาะเกราะสลัดครอบทิ้งเอง กระสุนระเบิดต่อสู้รถถัง กระสุนระเบิดแบบมีสะเก็ด

ที่สำคัญสามารถ “ยิงกระสุนจรวดต่อสู้รถถังนำวิถีด้วยแสงเลเซอร์” ที่มีระยะยิงหวังผลถึง 5,000 เมตร ประกอบกับกล้องตรวจการณ์แบบจับภาพด้วยรังสีความร้อน ซึ่งจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการปฏิบัติการในเวลากลางคืนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ปัจจุบันประเทศที่มีรถถัง T-84 OPLOT ประจำการมี 4 ประเทศ คือ ยูเครน, จอร์เจีย, บังกลาเทศ และอาเซอร์ไบจาน โดยรถถังรหัส T-84 ถูกสร้างขึ้นตั้งแต่ปี 1999 โดยพัฒนามาจากรถถังหลักรุ่น T-64 ซึ่งเป็นรถถังที่บรรจุกระสุนแบบอัตโนมัติ (Autoloader) รุ่นแรกของโลก และพัฒนาเรื่อยมาจนถึงรถถังหลักรุ่น T-80 UD ก่อนจะมาเป็นรถถังหลักรุ่น T-84 OPLOT

รถถังรุ่น T-84 OPLOT จัดเป็นรถถังในยุคที่ 3 (Third Generation) ที่รวบรวมคุณสมบัติที่กำหนดไว้ในรถถังในยุคที่ 3 ไว้ทั้งหมด ทั้งปืนใหญ่รถถังลำกล้องเรียบขนาด 125 มม. แบบ KBA-3 ที่สามารถยิงกระสุนจรวดต่อสู้รถถังนำวิถีด้วยแสงเลเซอร์จากลำกล้องปืนใหญ่ได้

ทั้งยังมีระบบควบคุมการยิงแบบดิจิตอล มีกล้องเล็งและตรวจการณ์ทั้งผู้บัญชาการรถ และพลยิงที่ใช้กล้องแบบจับภาพด้วยรังสีความร้อน (Thermal Sight) มีเกราะป้องกันทั้งที่เป็นแบบเชิงรับ (Passive) สร้างเป็นตัวรถ และป้อมปืน ซึ่งเป็นเกราะแบบผสมหลายชั้น และแบบเชิงรุก (Active)

เป็นเกราะปฏิกิริยาแบบ BATW-ERA สร้างขึ้นโดยเฉพาะให้แก่รถถัง OPLOT เพื่อติดตั้งเสริมทางด้านหน้า ด้านบนป้อมปืน และด้านหลังของตัวรถ ที่สำคัญรถถัง T-84 OPLOT รุ่นนี้ยังมีการพัฒนาเครื่องยนต์ใหม่ที่มีกำลัง 1,200 แรงม้า และเกราะปฏิกิริยาแบบใหม่

นอกจากนี้ ยังใช้กล้องเล็งแบบใหม่ ระบบตอบโต้การถูกยิงด้วยอาวุธนำวิถี ซึ่งสามารถแจ้งเตือนการถูกตรวจจับ หรือการเล็งเกาะเป้าหมายด้วยแสงเลเซอร์ รวมถึงการมีระบบก่อกวนคลื่นสัญญาณแสงเลเซอร์ (Laser Beam) ในระบบอาวุธนำวิถีต่อสู้รถถังฝ่ายตรงข้ามขณะทำการยิง ซึ่งทำให้รถถัง OPLOT มีขีดความสามารถในการอยู่รอดในสนามรบได้ดีมากยิ่งขึ้น

รถถังหลัก T-84 OPLOT ออกแบบโดยบริษัท Kharkiv Morozov Machine Building Design Bureau (KMDB) และสร้างโดย Malyshev Plant ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจ (State-owned Enterprise) ของประเทศยูเครน คำว่า “OPLOT” เป็นภาษายูเครน ตรงกับคำในภาษาอังกฤษว่า “Bulwark” ซึ่งหมายถึง “ป้อมปราการหรือที่มั่นสำหรับต่อสู้กับข้าศึก”

เป็นรถถังยุคใหม่ที่มีความทันสมัย ถูกออกแบบให้เป็นรถถังที่มีอำนาจการยิงที่รุนแรง มีความแม่นยำสูง มีระบบป้องกันตัวเองที่เชื่อถือได้ และมีความคล่องแคล่วในการเคลื่อนที่สูง สามารถปฏิบัติการในสภาพพื้นที่ที่มีอุณหภูมิแตกต่างกันอย่างมาก คือตั้งแต่ -40 องศาเซลเซียส ถึง + 55 องศาเซลเซียส หรือแม้กระทั่งการปฏิบัติการในพื้นที่ ที่อยู่สูงจากระดับน้ำทะเลถึง 3000 เมตร รถถัง OPLOT ก็ยังสามารถปฏิบัติภารกิจได้เป็นอย่างดี

รถถังหลัก T-84 OPLOT เป็นรถถังที่พัฒนาต่อเนื่องมาจากตั้งแต่ รถถังหลักรุ่น T-64 ซึ่งเป็นรถถังที่ใช้ระบบบรรจุกระสุนแบบอัตโนมัติ (Autoloader) รุ่นแรกของโลก จนมาถึงรถถัง รุ่น T-80UD ก่อนจะกลายมาเป็นรถถัง T-84 OPLOT ในปัจจุบัน รถถังรุ่นนี้ มีการเปลี่ยนแปลงจากรุ่นเดิมหลายรายการ

อาทิเช่น ป้อมปืนรุ่นใหม่ เครื่องยนต์ดีเซลขนาด 1,200 แรงม้า เกราะปฏิกิริยาแบบใหม่ กล้องเล็งแบบใหม่ ระบบต่อต้านการตรวจการณ์ด้วยสายตาที่เรียกว่า “Varta” ที่สามารถป้องกันการตรวจจับหรือการเล็งเกาะเป้าหมาย (Tracking) ด้วยแสงเลเซอร์

รวมถึงการมีระบบก่อกวนสัญญานคลื่นอินฟราเรด ซึ่งนิยมใช้ในระบบอาวุธนาวิถีต่อสู้รถถังทั่วๆไปอีกด้วย ซึ่งทำให้รถถังรุ่นนี้สามารถเพิ่มความอยู่รอดในสนามรบได้มากขึ้น

องค์ประกอบหลัก ที่สำคัญของรถถังหลักโดยทั่วไปประกอบด้วย
อำนาจการยิง (Fire Power)

การป้องกันตนเอง (Protection)
ความคล่องแคล่วในการเคลื่อนที่ (Mobility)

อำนาจการยิง ของรถถัง OPLOT ได้แก่ระบบอาวุธ ประกอบด้วย อาวุธหลัก และอาวุธรอง ดังนี้
1.อาวุธหลัก : ปืนใหญ่รถถังแบบลำกล้องเรียบ ขนาด125 มม. แบบ KBA-3 (ตระกูลเดียวกับปืนใหญ่รถถัง แบบ 2A46M1 หรือ D-81 TM ของสหพันธรัฐรัสเซีย) ผลิตโดยสาธารณรัฐยูเครน ใช้การบรรจุกระสุนแบบอัตโนมัติ (Autoloader )

2.อาวุธรอง
ปืนกลร่วมแกน แบบ KT-7.62 (PKT) ขนาด 7.62 มม.
ปืนกลต่อสู้อากาศยานแบบ KT-12.7 ขนาด 12.7 มม แบบควบคุมระยะไกลจากภายในตัวรถ (Remote Control)

ระบบป้องกันตนเอง สิ่งที่ช่วยในการป้องกันการถูกโจมตีด้วยการยิงด้วยกระสุนชนิดต่างๆ จากรถถังข้าศึก ประกอบด้วย เกราะแบบหลายชั้น , เกราะปฏิกิริยาชนิดป้องกันหัวรบแบบ Tandem แบบติดตั้งจากโรงงาน (BATW-ERA) เกราะป้องกันทุ่นระเบิด ซึ่งจัดเป็นการป้องกันเชิงรับ รถถัง OPLOT ยังมีระบบป้องกันตนเองเชิงรุก

ได้แก่ ระบบต่อต้านการโจมตีโดยอาวุธนำวิถีที่ใช้สายตาในการควบคุม (Optronic) ที่เรียกว่า Varta ซึ่งหมายถึงการคุ้มกัน (Guard) นั่นเอง ระบบนี้จะประกอบด้วย การแจ้งเตือนการถูกเล็งเกาะเป้าหมาย (Tracking) ด้วยแสงเลเซอร์เพื่อนำวิถีให้อาวุธต่อสู้รถถังหรือวัดระยะเพื่อทำการยิงปืนใหญ่รถถัง,

การรบกวนคลื่นอินฟราเรดและการสร้างฉากควันเพื่อป้องกันตัว รถถังรุ่นนี้ยังมีระบบป้องกัน นชค., ระบบช่วยลดการมองเห็นจากข้าศึก โดยการใช้สีพรางตัวแบบพิเศษระบบป้องกันการแพร่รังสีความร้อนจากเครื่องยนต์ อีกทั้งสามารถติดตั้งอุปกรณ์เพื่อกวาดทุ่นระเบิดได้อีกด้วย

ความคล่องแคล่วในการเคลื่อนที่
รถถัง OPLOT มีเครื่องยนต์ที่มีกำลังเครื่องยนต์สูงและยังมีระบบช่วยการทำงานของเครื่องยนต์ อันได้แก่ ระบบจ่ายน้ำมัน ระบบป้อนอากาศ ระบบหล่อลื่น ระบบให้ความเย็น ระบบระบายแก๊สจากเครื่องยนต์ ระบบให้ความร้อนเครื่องยนต์เบื้องต้นและระบบทำความร้อนในห้องทำงานพลประจำ

จุดเด่นอีกประการหนึ่งของ รถถัง OPLOT คือ การเคลื่อนที่ถอยหลังได้อย่างรวดเร็ว อันเป็นผลมาจากมีการออกแบบชุดส่งกำลัง อันประกอบไปด้วย กล่องเกียร์ เฟืองท้ายส่งกำลังถอยหลัง ทำงานร่วมกับระบบควบคุมการเคลื่อนที่แบบซับซ้อน

เช่น เฟืองขับ ระบบสายพาน ระบบพยุงตัวรถ นอกจากนี้ยังมีอุปกรณ์พิเศษอื่นๆ อีกเช่น อุปกรณ์ลุยน้ำลึก อุปกรณ์ตรวจการณ์ด้วยสายตาและนำทางเบื้องต้น อุปกรณ์ตรวจการณ์ด้วยสายตาเวลากลางวัน อุปกรณ์ช่วยขับเวลากลางคืน อุปกรณ์ช่วยนำทางเบื้องต้น (นำทางด้วยไจโร) อุปกรณ์เป่าลมที่ช่วยทำความสะอาดอุปกรณ์ตรวจการณ์ด้วยสายตาของป้อมปืนและตัวรถ ระบบช่วยนำทางด้วยดาวเทียม ( GPS )

truststoreonline

Leave your vote

-1 points
Upvote Downvote

Total votes: 5

Upvotes: 2

Upvotes percentage: 40.000000%

Downvotes: 3

Downvotes percentage: 60.000000%

Comments

comments

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here