แซ่บ !! เล่นน้ำกระชับรัก บุ้ง เวฟ จัดทริปรักษาความหวานไม่มีตก (ชมภาพ)

0
93

บุ้ง เวฟ จัดทริปรักษาความหวาน เล่นน้ำ เห็นห้าว ๆ แบบนี้ ใส่บิกินี่สุดเซ๊กซี่ !!

บุ้ง สะธี ลุกขึ้นมาโชว์ความแซ่บนุ่งบิกินี่แนวสปอร์ต ชวนสามีเวฟ สาริน ลงเล่นน้ำอวดหุ่นนักกีฬา ทั้งอก เอว สะโพก และกล้ามท้องมาเต็ม

ทำเอาหลายคนร้องว้าวกันเลยทีเดียว เมื่อบุ้ง สะธีทายาทตึกใบหยก ภรรยาของนักแสดงหนุ่มเวฟสาริน

ที่เพิ่งจะควงคู่กันเข้าประตูวิวาห์ไปเมื่อไม่นานมานี้ ซึ่งดูภายนอกสาวบุ้งจะดูเป็นสาวห้าว ๆ ลุย ๆ การแต่งตัวก็จะสบาย เน้นเสื้อยืดกางเกงยีนส์ซะส่วนใหญ่ แม้กระทั่งชุดแต่งงานยังเป็นกางเกง

ล่าสุด (12 ธันวาคม 2560) สาวบุ้งได้ลุกขึ้นมาอวดความแซ่บด้วยการชวนสามีหนุ่มเวฟไปเล่นน้ำคลายร้อน ซึ่งงานนี้ก็ทำเอาหลายคนแทบไม่เชื่อสายตาตัวเองว่าจะมีโอกาสได้เห็นสาวบุ้งใส่ชุดว่ายน้ำ โดยเจ้าตัวเลือกใส่ชุดบิกินี่แนวสปอร์ต ๆ ลงเล่นน้ำกับสามี ต้องบอกเลยว่าหุ่นดีมาก ๆ ไขมันส่วนเกินไม่มีเลย แถมหน้าท้องยังมีกล้ามหน่อย ๆ ทำให้ยิ่งดูเซ็กซี่ขึ้นไปอีก

เท่านั้นไม่พองานนี้ บุ้ง ใบหยกยังเขียนแคปชั้นแนะนำเคล็ดลับการดูแลรูปร่างให้เซี๊ยะแซ่บตลอดเวลาให้แฟนๆ ได้นำไปใช้อีกกันด้วย

“วันนี้มาแจก เคล็ดลับหุ่นนักกีฬาเปิดดูตามรูปได้เลยนะคะ คือ กินๆๆๆๆ เบิร์นๆๆๆ เอาอออกทุกทาง และนอนหลับให้สบาย จุ๊บๆๆๆๆๆ ที่สำคัญสุดคือกินๆๆๆๆๆๆๆ ปล.เราสามารถออกกำลังกายได้ทุกที่ที่เราต้องการ”

อื้อหือ…เรียกได้ว่าสาวบุ้งแอบซ่อนรูปเหมือนกันนะเนี่ย แซ่บจริงๆ เรามาย้อนวันวานวันแต่งงานของทั้งคู่กัน

รักสุกงาม 5 ปี ในที่สุดว่าที่คู่บ่าวสาว “เวฟ วิภพ บางยี่ขัน” หรือ “เวฟ สาริน” และ “บุ้ง สะธี ใบหยก” ก็ได้ฤกษ์ดีควงแขนแถลงข่าวเปิดใจความรู้สึก ก่อนวันวิวาห์ใหญ่ ณ Sky Room ชั้น 17 โรงแรมใบหยกสกาย (ตึกใบหยก 2) ท่ามกลางกองทัพสื่อมวลชนจากหลากหลายสำนักที่เดินทางมาร่วมแสดงความยินดี

โดย เวฟ-บุ้ง ได้เผยว่าสำหรับแพลนงานวิวาห์ที่จะเกิดขึ้นในวันพรุ่งนี้ (12 พฤศจิกายน) จะเป็นงานเรียบง่ายทั้งช่วงเช้าและช่วงเย็น ไม่มีธีมอะไรเป็นพิเศษ ส่วนสินสอดนั้นขอใช้คำว่าสมน้ำสมเนื้อ

เพราะไม่อยากให้ตีค่าความสัมพันธ์ที่มูลค่า ด้านทายาทหากมีได้ก็อยากจะมีเช่นกัน เนื่องจากเป็นคนรักเด็กทั้งคู่

เวฟ – “สำหรับวันนี้ที่เชิญพี่ๆ นักข่าวมาร่วมฟังการแถลงข่าวเพราะว่าในวันพรุ่งนี้จะมีงานมงคลสมรสระหว่างผมและน้องบุ้ง ซึ่งในวันพรุ่งนี้งานน่าจะวุ่นวายพอสมควรและอาจจะไม่สะดวกสำหรับพี่ๆ สื่อมวลชน เลยเรียนเชิญมาพูดคุยกันในวันนี้ดีกว่า (ยิ้ม) ถามถึงความรู้สึกของผมในตอนนี้ ผมเครียดมากกว่าครับ (หัวเราะ) เตรียมตัวไม่ทัน”

เวฟ – “พรุ่งนี้จะมีพิธีขันหมากตอน 7 โมงเช้า และก็เป็นพิธีไทยยาวไปถึงเที่ยงเลย ทั้งพิธีหมั้น พิธีรับไหว้ และก็รดน้ำสังข์ ส่วนงานตอนเย็นจะเริ่มช่วง 6 โมง

คือค่อนข้างเร็วนิดหน่อยเพราะเราจะจบเร็ว เนื่องจากว่าบ่าวสาวจะมีฤกษ์ส่งตัวหรืออะไรต่างๆ นานา ที่มันค่อนข้างกระชั้นชิดอีก”

เวฟ – “พอสมควรเท่านั้นเองครับ แต่ก็ไม่ได้เยอะและก็ไม่ได้น้อย ซึ่งส่วนตัวผมเองผมมองว่าจริงๆ แล้วความสำคัญมันอยู่ที่เรารักกันหรือเปล่ามากกว่า และคุณพ่อคุณแม่อนุญาตให้เราแต่งงานกันไหม ซึ่งคุณพ่อคุณแม่ของน้องบุ้งท่านกรุณามากเพราะท่านไม่ได้เรียกสินสอดอะไรอะไรเลย แต่ผมก็จัดให้เหมาะสมพิธีตามประเพณีไทย คืออย่าไปตีค่าคนเป็นราคา เราตีค่ากันที่ความรู้สึกดีกว่าครับ”

แพลนฮันนีมูนของเราทั้งคู่เป็นยังไงบ้าง ?

บุ้ง – “ยังไม่มีเลยค่ะ”
เวฟ – “ทุกวันนี้ก็เหมือนฮันนีมูนอยู่แล้ว คือเราไม่ได้คิดว่าพอแต่งเสร็จเราจะต้องไปฮันนีมูนที่ไหนหรือยังไง เพราะพอแต่งงานเสร็จปุ๊ปเช้าวันต่อไปเราก็ยังคงทำงานกันเหมือนปกติ”

ตั้งใจจะมีทายาทเลยหรือเปล่าหลังจากนี้ ?
เวฟ – “ก็ตั้งใจว่าถ้าหากมีลูกได้หรือมีโอกาสเหมาะสมก็อยากจะมีเลยครับ”

บุ้ง – “อยากมีค่ะ บุ้งชอบเล่นกับเด็กอยู่แล้ว ทุกวันนี้เวลาอยู่บ้านก็เล่นแต่กับหลาน ถ้าหากมีลูกมาอีกคนก็จะได้อยู่เป็น

เพื่อนกันได้ (ยิ้ม) ส่วนจะเป็นผู้หญิงหรือผู้ชายก็ได้หมดค่ะ บุ้งอยู่กับเด็กได้หมดเลย”

เวฟ – “เรื่องการเลี้ยงเด็กไม่ต้องห่วงเขาเลยครับ เขาเป็นคนรักเด็กมาก เขาเป็นคนที่ดูแลลูกๆ หลานๆ ตลอด หรือแม้ไม่ใช่ลูกคนที่รู้จักหากเขาเห็นเขาก็จะต้องเข้าไปจับเข้าไปเล่นด้วยให้ได้ คือถ้าหากเขามีลูกเองเขาต้องสปอยด์มากแน่นอน”

ความประทับใจที่เราสองคนมีในตัวของอีกฝ่ายคืออะไร ?
บุ้ง – “พี่เขาดีขึ้นทุกวัน ช่วงแรกๆ อาจมีทะเลาะบ้างในช่วงปรับตัว แต่พอนานวันเข้าเขาก็เข้าใจในตัวเรามากขึ้น และเราก็ไม่มีอะไรที่ขัดแย้งกันเลย พี่เขาเป็นคนที่ใส่ใจทุกรายละเอียดจริงๆ

เวฟ – “คือเราอยู่กันมารู้จักกันมา 5 ปี น้อยวันมากครับที่เราจะไม่ได้เจอกัน นับได้เลย ยกเว้นแต่เขาไปต่างประเทศหรือผมทำงานจนดึก

ซึ่งการที่เราได้อยู่ด้วยกันตลอดแบบนี้ มันทำให้ผมรู้ว่าเวลาเขาเป็นแบบนั้นแบบนี้ คือเขากำลังรู้สึกยังไง เหมือนเราเข้าใจกันมากขึ้น มากกว่าปีแรกๆ”

มีคำมั่นสัญญาให้กันบ้างไหมกำลังจะแต่งงานกันแล้ว ?

บุ้ง – “เราไม่ได้สัญญาอะไรกันเลยค่ะ บางคู่สัญญากันตั้งแต่ปีแรก แต่การกระทำมันไม่ใช่มันก็ไม่มีค่า ดังนั้นบุ้งกับพี่เวฟเราจึงไม่มีสัญญากันเลย เราไม่เคยมีเซอร์ไพรส์ ไม่เคยมีสวีท ไม่เคยหวานกันเลย”

มุมอ่อนหวานของผู้หญิงของคนนี้คืออะไร ?

เวฟ – “เขาจะเป็นคนที่ถ้าอยู่ด้วยกันสองคนเขาจะต่างจากที่เป็นตรงนี้ เขาจะดูเป็นเด็กมากกว่านี้ เหมือนเราเป็นเด็กสองคนอยู่ด้วยกัน เขาจะไม่ใช่คนที่ซีเรียสตลอดเวลา เขาซีเรียสแค่เฉพาะเวลาทำงาน ก็จะประมาณนั้นครับ”

วางแพลนอนาคตชีวิตคู่ไว้ยังไงบ้าง ?

เวฟ – “ผมต้องขอชี้แจงก่อนสำหรับหลายๆ คนที่มองผมภายจากข่าวหลายๆ ข่าวในด้านลบ คือเรื่องข่าวระหว่างเราสองคนไม่มีผลกระทบหรอกครับ

แต่ผมจะห่วงความรู้สึกของคนใกล้ชิดผม ของครอบครัวผมมากกว่า เพราะพอมันเป็นข่าวที่เป็นผลลบ ผลลบนั้นมันก็จะส่งต่อไปยังความรู้สึกของคนรอบข้างผมด้วย”


บุ้ง – “จริงๆ เราโชคดีนะพี่ เพราะทางครอบครัวบุ้งเขาไม่ได้สนใจข่าวอะไรพวกนี้เลย แต่เขาดูที่การกระทำของเราสองคนมากกว่า โอเคช่วงปีแรกๆ มันอาจจะมีคำถามเข้ามาว่า “จะดีเหรอ” แต่เมื่อเราได้รู้จักกันจริงๆ รู้จักกันนานเข้า ก็ไม่ได้มีปัญหาอะไรเลย”

เคยมีข่าวที่ทำให้เราเครียดบ้างไหม ?

เวฟ – “จริงๆ เราจะไม่เอาความเครียดใส่กันมากกว่าครับ แต่เราจะให้กำลังใจกันและกันแทน ซึ่งสำหรับข่าวพวกนี้ที่มีเข้ามา พอเขาบอกเราว่าเขาไม่ได้ใส่ใจ เราเองก็จะไม่ใส่ใจเหมือนกัน”
บุ้ง – “ตัวบุ้งเองคือเราไม่ได้คิดอะไรเลย”

เวฟ – “หลายคนอาจจะมองว่าถ้าผมแต่งงานไปแล้ว ผมจะต้องมาทำงานที่นี่ มาใช้ชีวิตในครอบครัวที่หลายคนก็พอจะทราบกันดีว่าเป็นครอบครัวแถวหน้าของเมืองไทย

ซึ่งผมต้องบอกก่อนว่า ถึงผมแต่งงานไปผมก็ยังต้องรับงานละคร เพราะผมต้องดูแลภรรยา ผมยังรับงานนะครับ แถมรับซ้อนกันหลายๆ เรื่องได้ด้วย”

ตั้งใจจะจดทะเบียนสมรสเลยหรือเปล่า ?

บุ้ง – “เราเคยคุยกันเองสองคนค่ะว่าจริงๆ แล้วเรื่องการจดทะเบียนมันไม่ใช่สิ่งสำคัญ มันเป็นแค่กระดาษแผ่นหนึ่งที่เราต้องเซ็นต์ชื่อ ดังนั้นแล้วแต่ทางผู้ใหญ่เลยค่ะ”

เรือนหอของเราทั้งคู่เตรียมไว้แล้วหรือยัง ?

เวฟ – “เตรียมไว้แล้วครับ คือซื้อบ้านไว้ที่นวมินทร์ แต่อย่างที่บอกทางคุณพ่อยังไม่ปล่อย”

บุ้ง – “คือไม่ใช่ว่าคุณพ่ออนุญาตให้แต่งงานแล้วเราจะไปอยู่นอกบ้านได้เลย แต่การอนุญาตก็คือการให้โอกาสพี่เวฟในการพิสูจน์ตัวเองอีกระดับ ซึ่งท่านก็ยังคงคิดถึงลูกๆ อยู่ ดังนั้นมันก็จะมีบ้านที่ถูกสร้างเอาไว้ในพื้นที่เดิม”

เวฟ – “คุณพ่อท่านเคยบอกกับผมไว้ว่า ถึงแต่งงานไปแล้วก็อยากให้เข้ามาอยู่ในครอบครัวเดียวกัน ในรั้วเดียวกัน อยากจะมีความอบอุ่นเหมือนปกติเหมือนช่วงที่ลูกสาวยังไม่แต่งงาน

เพราะว่าคุณพ่อคุณแม่น้องบุ้งท่านเป็นคนที่รักลูกมาก ไม่ว่าใครก็แล้วแต่ในครอบครัวแต่งงานไปก็จะต้องอยู่ร่วมกัน ดังนั้นคุณพ่อท่านก็จะสร้างบ้านให้ในรั้วเดียวกันอีกหลังหนึ่ง ซึ่งเราก็จะไปๆ มาๆ ระหว่างสองหลังนี้”

ถามถึงแหวนแต่งงานเป็นยังไงบ้าง ?

เวฟ – “เป็นแหวนแต่งงานตั้งแต่รุ่นคุณน่าครับ ที่ท่านได้มอบให้คุณพ่อผมเพื่อให้คุณแม่ในวันแต่งงาน และพอถึงวันนี้คุณแม่ท่านก็ให้ผมนำมามอบให้กับน้องบุ้ง ซึ่งมันตีมูลค่าไม่ได้ ถึงแม้จะไม่ได้ใหญ่มาก แต่ว่าใหญ่ทางใจครับ”

หากย้อนกลับไปหนุ่ม เวฟ-สาริน บางยี่ขัน คือ นักแสดงวัยรุ่นชื่อดัง ซึ่งมีผลงานเด่นคือละครเรื่อง กระโปรงบานขาสั้น, สาวน้อยร้อยมายา, นางเอกหลังบ้าน,ทายาทอสูร,กษัตริยา,เลือดสามสี,สารวัตรเถื่อน และผลงานต่างๆอีกมากมาย ซึ่งปัจจุบันเจ้าตัวอายุ42ปีแล้ว

ด้านเจ้าสาวอย่างคุณ บุ้ง-สะธี ใบหยก ปัจจุบันอายุ34ปี จบการศึกษาปริญญาตรี เอกสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยไฮโซสาวลุคห้าวทายาทตึกใบหยก1และใบหยก2 เจ้าแม่ตลาดประตูน้ำและธุรกิจในเครืออีกมากมาย หากคาดคะเนทรัพย์สินมูลค่าทั้งหมดของตระกูลนี้ถือว่าร่ำรวยระดับหลายหมื่นล้านใช้ไปอีกสิบชาติก็ไม่หมด

เรือนหอ

เวฟ สาริน – บุ้ง สะธี เป็น คู่รักดารา ข้าวใหม่ปลามัน ที่เพิ่งเข้าพิธีงานแต่งงานกันไปหมาดๆ นับได้ว่าเป็นคู่ที่น่ารักมาก เคมีเข้ากันมากอีกคู่หนึ่งก็ว่าได้

ซึ่งหากใครติดตาม IG ของ เวฟ สาริน บางยี่ขัน หรือ เวฟ วิภพ บางยี่ขัน กับ บุ้ง สะธี ใบหยก ก็จะได้เห็นชีวิตคู่ในรั้วบ้าน ที่เป็นเรือนหอย่านนวมินทร์ ที่มีสไตล์การตกแต่งเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ตุ๊กตาบอยๆ กับสัตว์เลี้ยงเต็มบ้านเลยจ้า ลองตามมาดูสไตล์การแต่งเรือนหอของคู่นี้ที่แสนจะน่ารัก

แต่ก่อนจะถึงพิธีแต่งงานใครจะรู้ว่าสาวบุ้งภรรยาสาวได้คิดที่จะมีลูกบุญธรรมในการส่งเสียเล่าเรียน ซึ่งเจ้าตัวได้โพสต์รุปอุ้มเด็กผู้หญิงคนหนึ่ง ผ่านอินสตาแกรมส่วนตัว 

พร้อมข้อความระบุว่า “เคยคิดจะหาลูกบุญธรรมตามโครงการต่างๆเพื่อส่งเรียน แต่ก็พยายามเลือกอยู่หลายโครงการแต่ยังไม่ถูกใจ วันนี้โผล่มาเองที่บ้านเลยจ้า ไม่ต้องไปหาแล้ว ด.ญ.สุขใจ

คู่รักคู่นี้คบกัน รวมทั้งหมด 13 – 14 ปี รู้จักกันเพราะเขาเป็นเพื่อนของรุ่นน้อง ก่อนหน้าที่จะมาคบกัน รู้จักกันมา 8 ปีแล้ว และที่กลับมาเจอกันได้เพราะน้องสาวโทร.มาถามว่า

พี่เวฟมีคนเปลี่ยนเบอร์โทรศัพท์ได้รึเปล่า เราก็ถามกลับว่า ใครจะเปลี่ยน พอมีคนรู้จักอยู่บ้าง เขาก็บอกว่าน้องบุ้งจะเปลี่ยน เราก็ถามว่าบุ้งไหน เขาก็บอกว่า บุ้งนี้ เราก็บอกงั้นเดี๋ยวมาคุยกัน

มันคือช่วงของจังหวะชีวิตของแต่ละคน คือผมโสดพอดี ถามว่าถูกชะตาอะไรเขา ผมชอบตรงที่เขาเป็นตัวของตัวเอง แล้วเขาเป็นคนที่หลายบุคลิก

มีทั้งสนุกสนาน ทั้งจริงจัง ถ้าใครที่รู้จักเขาจะรู้ว่าเขาเป็นคนยังไง ตัวจริงเขาเป็นคนน่ารักครับ แล้วก็ขี้เล่น ที่สำคัญคือผมชอบผู้หญิงไม่แต่งหน้า

คนเราถ้าเห็นภายนอกมันไม่มั่นใจหรอก นอกจากจะได้ศึกษากันจริงๆ ถามว่า ตัวจริงหวานมั้ย ผู้หญิงก็คือผู้หญิงนะ เป็นผู้หญิงคนนึง เขาเป็นคนชอบสบายๆ ไม่ชอบใส่กระโปรง ไม่ทะมัดทะแมง

ถามว่าอยากมีโมเมนต์ที่แฟนแต่งตัวหวานๆ สวยๆ มั้ย ถ้าเกิดไม่ใช่ผู้หญิงคนนี้ ถ้าเป็นคนอื่น คู่อื่น เขาก็อยากให้แฟนแต่งตัวหวานๆ

แต่สำหรับผม อยากให้เป็นตัวของเขา ส่วนใหญ่เราสองคนจะแต่งตัวคล้ายกัน อย่างเพื่อนๆ เรา อย่างแรกๆ ที่ถามเลยคือ ทอมเหรอ คบทอมเหรอ เราก็จะบอกว่า ลองคุยกับเขาดูก่อนแล้วจะรู้

ผมบอกตรงๆ นะว่าผมไม่มีโมเมนต์นั้นเลย คือเรื่องการแต่งงานการใช้ชีวิตคู่ เราคุยกันมานานแล้ว เขาก็อยากจะแต่ง 2 ปีที่แล้ว เราก็คุยกัน แต่เรายังไม่พร้อม หนึ่งคือเขาเป็นใครเราเป็นใคร

ต้องดูตัวเองก่อน ขอบคุณคุณพ่อคุณแม่เขาที่ให้โอกาสพิสูจน์ตัวเองมา 5 ปี ปัจจุบันนี้ที่ได้แต่งงานก็ต้องขอบคุณเขาที่ให้โอกาสพิสูจน์ตัวเองต่อว่าเราจะดูแลลูกสาวเขาได้

(จุดไหนที่เราอยากใช้ชีวิตกับผู้หญิงคนนี้?) ตลอดเวลาครับ เราอยู่กับเขาแล้วรู้สึกดี อยู่แล้วมีความสุข อบอุ่น เรารักที่เขาเป็นตัวเขา รักในครอบครัวเขา เพื่อนๆ เขา เพราะแวดล้อมเขาให้โอกาสตัวเองที่เราพิสูจน์ได้ และเขาไม่แคร์ข่าวเรา

โต้เป็นหนูตกถังข้าวสาร ยันไม่รู้อีกฝ่ายเป็นทายาทตึกใบหยก
มันไม่เกี่ยวกับฐานะ ผมพูดตรงๆ ว่า ผมคบเขาครั้งแรก ผมไม่ทราบด้วยซ้ำว่าเขาเป็นทายาทใบหยก คือมันเป็นสิ่งของนอกกาย เราคบกันด้วยใจมากกว่า

ถามว่าเครียดมั้ยในตอนแรกที่มีคนมองว่าเราตกถังข้าวสาร เอาจริงนะ เครียด กลัวว่าครอบครัวเขาจะมองยังไง คนรอบข้างเขาจะมองยังไง เราเครียดมากกว่า แต่ก็ต้องขอบคุณคุณพ่อคุณแม่ บอกว่า เวฟไม่ต้องไปอ่านนะ ใครอยากจะเมนต์อะไรก็ไม่ต้องไปสนใจ ข่าวพวกนี้มันมาเดี๋ยวก็ไป เรารู้ว่าเราเป็นยังไง

คุณพ่อคุณแม่น่ารักมาก ไม่ได้เรียกสินสอดอะไรเลย แต่เราก็ต้องเป็นตามพิธีการ ตามสมควรให้เหมาะกับพิธีการครับ ชุดแต่งงานคงไม่ได้เห็นชุดเจ้าสาวเหมือนตามงานแต่งทั่วไป เขาอยากแต่งอะไรก็คือตัวของเขา มันเป็นของภายนอกครับ ส่วนเรื่องลูกผมอยากมีนะ ตัวบุ้งเขาเป็นคนที่รักเด็กอยู่แล้ว หลานคนเดียวที่เป็นลูกพี่ชาย บุ้งเขาดูแลดีมากครับ

ขอบคุณว่าที่เจ้าสาวที่อยู่เคียงข้างมาตลอด 5 ปี ขอบคุณครอบครัวแฟนที่ให้โอกาสพิสูจน์ตัวเอง จริงๆ ผมไม่ค่อยได้บอกเขาหวานๆ แต่วันนี้ก็อยากจะบอกว่า

ขอบคุณที่อยู่ดูแลกัน อยู่เคียงข้างกันมาตลอด 5 ปี ขอบคุณคุณพ่อคุณแม่ พี่ๆ น้องๆ ในครอบครัวของน้องบุ้งนะครับ ที่ให้โอกาสผมพิสูจน์ตัวเอง

จุดเริ่มต้นของความรักครั้งนี้

จริงๆระยะเวลาที่เราเจอกันจนมาคบกัน รวมทั้งหมด 13-14 ปี รู้จักกันเพราะเขาเป็นเพื่อนของรุ่นน้อง ก่อนหน้าที่จะมาคบกัน ซึ่งเรื่องมีอยู่ว่าน้องสาวโทร.มาถามว่า

พี่เวฟมีคนเปลี่ยนเบอร์โทรศัพท์ได้หรือเปล่า เราก็ถามกลับว่า ใครจะเปลี่ยน พอมีคนรู้จักอยู่บ้าง เขาก็บอกว่าน้องบุ้งจะเปลี่ยน เราก็ถามว่าบุ้งไหน เขาก็บอกว่าบุ้งนี้ เราก็บอกจริงเหรอ งั้นเดี๋ยวมาคุยกัน

หลังจากนั้นมันคือช่วงของจังหวะที่ผมโสดพอดี ตอนแรกก็ไม่ได้ถูกชะตาหรอก แต่ชอบที่เป็นตัวของตัวเอง หลายบุคลิก มีทั้งสนุกสนาน ทั้งจริงจัง น่ารักครับ แล้วก็ขี้เล่น ที่สำคัญคือผมชอบผู้หญิงไม่แต่งหน้า คือผมโตมากับคุณแม่ที่ไม่แต่งหน้าเลย

รู้สึกสนุกในชีวิตมากขึ้น
หลังจากได้คบกันก็รู้สึกว่ามันมีอะไรหลากหลายมากขึ้นในชีวิตมากกว่า ไม่ว่าจะเป็นไลฟ์สไตล์ ไม่ว่าจะเป็นอะไรหลายๆอย่าง พออยู่ด้วยกันแล้วมันไปกันได้

อยู่กันมา 5 ปีแล้วครับ จะเห็นว่าลุคเขาเป็นเหมือนผู้ชาย แต่เวลาที่เขาดูแลผม เขาดูแลเต็มที่ทุกอย่าง ที่สำคัญที่สุดคือ เป็นตัวของตัวเองมากกว่า ไม่มีการเฟคเข้าหากัน อยู่แล้วมีความสุข อบอุ่น เรารักที่เขาเป็นตัวเขา รักในครอบครัวเขา เพื่อนๆเขา เพราะแวดล้อมเขาให้โอกาสตัวเองที่เราพิสูจน์ได้ และไม่แคร์ข่าวเรา

โต้กระแสข่าวลือว่าที่ภรรยา บุ้งเป็นทอม คนเราถ้าเห็นภายนอกมันไม่มั่นใจหรอก นอกจากจะได้ศึกษากันจริงๆ ถามว่าตัวจริงหวานไหม ผู้หญิงก็คือผู้หญิงนะ เป็นผู้หญิงคนนึง เขาเป็นคนชอบสบายๆ ไม่ชอบใส่กระโปรง ไม่ทะมัดทะแมง ถามว่าก่อนหน้านี้เคยมีคนสงสัยไหม ก็มีแหละครับ แต่ผมก็บอกเขาว่าลองคุยกับเขาดูก่อนแล้วจะรู้

ความหวานของ “เวฟ-บุ้ง” ขอบคุณครอบครัวฝ่ายหญิงให้โอกาสพิสูจน์ตัวเอง คือเรื่องการแต่งงาน การใช้ชีวิตคู่    เราคุยกันมานานแล้ว เขาก็อยากจะแต่ง  2 ปีที่แล้วเราก็คุยกัน แต่เรายังไม่พร้อม คือหนึ่ง เขาเป็นใคร เราเป็นใคร ต้องดูตัวเองก่อน

ขอบคุณคุณพ่อคุณแม่เขาที่ให้โอกาสพิสูจน์ตัวเองมา 5 ปี ปัจจุบันนี้ที่ได้แต่งงานก็ต้องขอบคุณเขาที่ให้โอกาสพิสูจน์ตัวเองว่าเราจะดูแลลูกสาวเขาได้

ผมพูดตรงๆว่า ผมคบเขาครั้งแรก ผมไม่ทราบด้วยซ้ำว่าเขาเป็นทายาทใบหยก คือมันเป็นสิ่งของนอกกาย เราคบกันด้วยใจมากกว่า ถามว่าเครียดไหมในตอนแรกที่มีคนมองว่าเราตกถังข้าวสาร

เอาจริงนะเครียด กลัวว่าครอบครัวเขาจะมองยังไง  เราเครียดมากกว่า แต่ก็ต้องขอบคุณคุณพ่อคุณแม่ บอกว่า เวฟไม่ต้องไปอ่านนะ ใครอยากแสดงความคิดเห็นอะไรไม่ต้องไปสนใจ ข่าวพวกนี้มันมาเดี๋ยวก็ไป เรารู้ว่าเราเป็นยังไง

โอ้โหไม่ว่าจะก่อนแต่งหรือหลังแต่งงานก็มีความสุขกันมากเลยทีเดียวยิ่งย้อนวันวานก็ฟินกันไปเลยทีเดียวเชียว

truststoreonline

Leave your vote

0 points
Upvote Downvote

Total votes: 0

Upvotes: 0

Upvotes percentage: 0.000000%

Downvotes: 0

Downvotes percentage: 0.000000%

Comments

comments

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here