เผย 240 โรงรับจำนำ! “อปท.”ลดดอกเบี้ย ของขวัญปีใหม่คนไทย (รายละเอียด)

0
146

โรงจำนำ”อปท.”ลดดอกเบี้ย มอบเป็นของขวัญปีใหม่ 2561

เมื่อวันที่ 27 ธ.ค. นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ในฐานะประธานกรรมการจัดการสถานธนานุบาลขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (จ.ส.ท.)

กล่าวว่า สถานธนานุบาลขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นบริการเงินกู้แก่ประชาชน นำเงินไปใช้สอยบรรเทาความเดือดร้อนเฉพาะหน้าโดยไม่ต้องไปกู้เงินจากเอกชน

ซึ่งต้องเสียดอกเบี้ยในอัตราสูง และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นสามารถนำเงินผลกำไรจากการดำเนินงานไปทำนุบำรุงและพัฒนาท้องถิ่นได้อีกทางหนี่งด้วย

นายสุทธิพงษ์ กล่าวต่อว่า ปัจจุบันสถานธนานุบาลที่อยู่ในความรับผิดชอบมีจำนวนทั้งหมด 240 แห่งและเพื่อเป็นการมอบของขวัญปีใหม่ 2561 ให้แก่ประชาชนคณะกรรมการฯจึงมีมติปรับลดอัตราดอกเบี้ยรับจำนำ ระหว่างวันที่ 1 มกราคม–31 ธันวาคม 2561 (ตลอดทั้งปี)

สำหรับเงินต้นเกินกว่า 5,000 บาท จะคิดอัตราดอกเบี้ย 0.50 บาท ต่อเดือน สำหรับเงินต้นเกินกว่า 5,000 บาท จะคิดอัตราดอกเบี้ย 1 บาท ต่อเดือน

และสำหรับเงินต้นเกินกว่า 30,000 บาท ที่ปัจจุบันเก็บดอกเบี้ยที่ร้อยละ 1.50 บาท ต่อเดือน อัตราดอกเบี้ยก็จะลดลงเหลือร้อยละ 1.0 บาท ต่อเดือน เท่ากับอัตราดอกเบี้ยของเงินต้นที่เกิน 5,000 บาท

โดยของขวัญปีใหม่ในครั้งนี้จะเป็นปีพิเศษกว่าทุกปีคือมอบให้ทั้งปีเพื่อเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่ประชาชนที่มีรายได้น้อยให้มีเงินทุนหมุนเวียนใช้จ่ายต่อไปได้นั่นเอง

ทำความรู้จัก “โรงรับจำนำ” ตัวช่วยเรื่องการเงิน

เงินหมดหมุนเงินไม่ทันต้องการเงินด่วนเงินไม่พอใช้!ปัญหาเหล่านี้คงเป็นเรื่องที่เคยเกิดขึ้นกับใครหลายๆคนแล้วจะแก้ปัญหาอย่างไรหล่ะ“การเงินมีปัญหาจะใส่ชุดนักศึกษาไปหาใครดี”

แน่นอนสำหรับใครมีทรัพย์สินที่สามารถ “จำนำ” ได้ ก็คงไม่พ้นต้องวิ่งโร่ไป “โรงรับจำนำ” เพื่อแปลสภาพทรัพย์สินที่มีเป็นเงินแล้วค่อยไปผ่อนคืนทีหลังแต่เอาเข้าจริงรู้หรือเปล่าว่าโรงรับจำนำคืออะไรใครเป็นเจ้าของวันนี้เราจะได้ไปทำความรู้จักกับโรงรับจำนำกัน

เราคือ โรงรับจำนำ โรงรับจำนำ หรือ โรงจำนำ ที่เราเรียกกัน หากกล่าวตาม พระราชบัญญัติโรงรับจํานําพ.ศ.2505 หมายถึง สถานที่รับจำนำซึ่งประกอบด้วยการรับจำนำสิ่งของเป็นประกันหนี้เงินกู้เป็นปกติธุระแต่ละรายมีจำนวนเงินไม่เกินหนึ่งแสนบาท

และหมายความรวมตลอดถึงการรับหรือซื้อสิ่งของโดยจ่ายเงินให้สำหรับสิ่งของนั้นโดยเป็นปกติธุระแต่ละรายมีจำนวนเงินไม่เกินหนึ่งแสนบาท โดยมีข้อตกลงหรือเข้าใจกันโดยตรงหรือโดยปริยายว่าจะได้ไถ่คืนในภายหลังด้วย

วัตถุประสงค์หลักของการตั้งโรงรับจำนำ เพื่อช่วยเหลือประชาชนผู้มีรายได้น้อย ที่ประสบปัญหาเฉพะหน้าขาดเคลนเงินใช้ในการดำรงชีพและการประกอบอาชีพโดยนำทรัพย์สินมาจำนำเสียดอกเบี้ยในอัตราต่ำ

เพื่อเป็นการตรึงระดับอัตราดอกเบี้ยรับจำนำมิให้โรงรับจำนำเอกชนเรียกเก็บอัตราดอกเบี้ยหรือค่าใช้จ่ายอื่นๆจากประชาชนผู้ใช้บริการเกินอัตราที่กฎหมาย(พระราชบัญญัติโรงรับจำนำ)กำหนด

รงรับจำนำดำเนินการโดยเอกชน ซึ่งอาจอยู่ในรูปของธุรกิจแบบเอกชนคนเดียวเป็นเจ้าของหรือรูปของห้างหุ้นส่วนก็ได้ โดยตั้งแต่ พ.ศ.2520 เป็นต้นม รัฐบาลไม่อนุญาตให้เอกชนจัดตั้งโรงรับจำนำได้อีก

แต่โรงรับจำนำที่จัดตั้งขึ้นก่อนหน้านี้ให้ดำเนินการต่อไปจนกระทั่งปี 2532 ประชากรในเขตกรุงเทพมหานครเพิ่มมากขึ้นรัฐบาลจึงเปิดประมูลขออนุญาตประกอบกิจการโรงรับจำนำเพิ่มอีก 16 แห่ง

โรงรับจำนำที่ดำเนินการโดยรัฐบาล แบ่งเป็น 2 ประเภท คือ สถานธนานุเคราะห์ เป็นโรงรับจำนำที่ได้รับเงินทุนจากงบประมาณที่รัฐบาลจัดสรรให้ รวมกับกำไรสะสมและเงินกู้จากธนาคารออมสิน ดำเนินกิจการโดยกรมประชาสงเคราะห์

สถานธนานุบาล เป็นโรงรับจำนำที่ดำเนินการโดยเทศบาลได้รับเงินอุดหนุนเริ่มแรกจากกองทุนส่งเสริมการสุขาภิบาลและกองทุนบำเหน็จการครองชีพ ดังนั้นในการดำเนินการโรงรับจำนำของเอกชนและโรงรับจำนำของรัฐบาลจะคล้ายคลึงกัน แต่จะแตกต่างกันที่สถานที่ประกอบกิจการ

การประเมินสิ่งของจำนำสถานธนานุเคราะห์รับจำนำสิ่งของประเภท ทอง นาก เงิน เพชร ที่เป็นรูปพรรณตั๋วฉบับละไม่เกิน 100,000 บาท รับจำนำสิ่งของประเภทเบ็ดเตล็ด เช่น กล้องถ่ายรูป นาฬิกา แว่นตา เครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องมือช่างฯลฯ และตั๋วฉบับละไม่เกิน 50,000 บาท

ซึ่งตั๋วรับจำนำแต่ละฉบับมีระยะเวลา4 เดือน 30 วัน ผู้มาใช้บริการสามารถส่งดอกจะขอผ่อนก่อนครบกำหนดได้หรือเพิ่มเงินต้นได้หากทรัพย์นั้นมีมูลค่าสูงกว่าที่ประเมินราคารับจำนำไว้ทั้งนี้วงเงินต้องไม่เกิน 500,000 บาทต่อหนึ่งราย

โรงรับจำนำเอกชนสำหรับการประเมินราคาทรัพย์จำนำนั้นมีปัจจัยในการพิจารณาหลายประการขึ้นอยู่กับสภาพการใช้งานความนิยมโดยเฉพาะอย่างยิ่งคือระบบกลไกการตลาดซึ่งโรงรับจำนำมิได้เป็นผู้ควบคุม เช่น ราคาทองคำ ราคาเพชร ราคาโทรศัพท์มือถือจะมีการปรับราคาอยู่เสมอ

ประเภทสิ่งของที่สามารถเข้าโรงรับจำนำได้ หากใครที่ยังสงสัยว่าโรงรับจำนำรัฐบาลรับจำนำอะไรบ้างหรือทรัพย์สินที่จำนำได้มีอะไรบ้างลองไปดูกันทรัพย์สินที่สามารถนำมาจำนำได้คือทรัพย์สินที่อยู่ในรูปของ สังหาริมทรัพย์ มีดังนี้

การรับจำนำสิ่งของประเภท ทอง นาก เงิน หรือ ทอง นาก เงิน ที่เป็นรูปพรรณ รายละไม่เกิน 100,000 บาทการรับจำนำสิ่งของประเภท เพชรที่เป็นรูปพรรณรายละไม่เกิน 100,000 บาทการรับจำนำสิ่งของประเภทเบ็ดเตล็ด เช่น กล้องถ่ายรูป นาฬิกา แว่นตา เครื่องเขียน เครื่องไฟฟ้า เครื่องมือช่าง และรวมไปถึงกระเป๋าแบรนด์เนมยี่ห้อดังรายละไม่เกิน 100,000 บาทและ เมื่อรวมกันทุกรายการแล้วไม่เกินวงเงิน 500,000 บาท ต่อหนึ่งรายต่อหนึ่งวัน

อัตราดอกเบี้ยการรับจำนำ อัตราดอกเบี้ยรับจำนำของสถานธนานุเคราะห์เงินต้นไม่เกิน 5,000 บาท คิดอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 0.25 ต่อเดือนเงินต้นมากกว่า 5,001 แต่ไม่เกิน 10,000 บาท คิดดอกเบี้ยร้อยละ 0.75 ต่อเดือน
เงินต้นมากกว่า 10,001 แต่ไม่เกิน 20,000 บาท คิดดอกเบี้ยร้อยละ 1.00 ต่อเดือนเงินต้นมากกว่า 20,001 แต่ไม่เกิน 100,000 คิดดอกเบี้ยร้อยละ1.25 ต่อเดือนทั้งนี้เป็นอัตราดอกเบี้ย ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2559 ถึงวันที่ 30 กันยายน 2560

ซึ่งสำหรับโรงรับจำนำเอกชนอัตราดอกเบี้ยก็อาจจะมีเหลื่อมล้ำกันบ้างเล็กน้อยจากโรงรับจำนำรัฐบาล ฉะนั้นก่อนจะตัดสินใจจำนำทรัพย์สินกับโรงรับจำนำที่ใดก็ควรศึกษารายละเอียดต่างๆให้ครบถ้วนเพื่อจะได้ไม่เป็นการเสียเปรียบได้ง่าย

ระยะเวลาการจำนำทรัพย์ในโรงรับจำนำ ระยะเวลาการจำนำคือระยะเวลาที่ผู้จำนำ กับผู้รับจำนำตกลงกันว่าต้องจ่ายดอกเบี้ยตามกำหนดจวบจนจะจ่ายเงินต้นที่เพื่อไถ่ถอนทรัพย์จำนำจนครบมิเช่นนั้นทรัพย์จำนำจะหลุดตกเป็นสิทธิของผู้รับจำนำ

ซึ่งหากเป็นสถานธนานุเคราะห์ ได้กำหนดระยะเวลาการเก็บรักษาทรัพย์จำนำของผู้ใช้บริการในแต่ละรายไว้เป็นเวลา4 เดือน30วัน หรือประมาณ5เดือน หากผู้จำนำขาดส่งดอกเบี้ยหรือไม่ไถ่ถอนคืนภายในกำหนดทรัพย์จำนำนั้นจะหลุดเป็นสิทธิของสถานธนานุเคราะห์

แต่หากเป็นโรงรับจำนำที่ดำเนินการโดยเอกชนก็อาจจะขึ้นอยู่กับแต่ละร้านเป็นผู้กำหนดขึ้นมาเอง ซึ่งก็จะอยู่ที่ส่วนใหญ่ก็จะอยู่ที่4เดือน30วัน หรือประมาณ5เดือน ซึ่งหากเกินกำหนดโรงรับจำนำบางแห่งก็อาจจะผ่อนผันโอกาสส่งดอกเบี้ยได้อีก5วัน

จะเห็นได้ว่า โรงรับจำนำ เปรียบเสมือนที่พึ่งยามยากของใครหลายๆคนเลยทีเดียวเพราะแม้จะเอาทรัพย์สินไปจำนำไว้แต่ก็สามารถนำไปไถ่ถอนคืนได้อย่างไรก็ดีการจำนำทรัพย์สินกับโรงรับจำนำรัฐบาลดูเหมือนจะให้ความน่าไว้วางใจกว่าโรงรับจำนำเอกชน

หรือการหาช่องทางการเงินอื่น เช่น การกู้เงิน ซึ่งที่เลวร้ายไปกว่านั้นคือการกู้เงินด่วนหรือเงินกู้นอกระบบที่จะทำให้ผู้กู้แม้จะได้เงินเร็วแต่ผลที่ตามมากับดอกเบี้ยที่ขูดรีดคงทำให้ผู้กู้แย่ไปกว่าเดิม

ดังนั้น หากใครที่อยู่ในสภาวะการเงินที่ฝืดเคืองหรือต้องการเงินด่วนก็ควรคิดไตร่ตรองให้ดีเพราะทุกปัญหาย่อมมีทางออกซึ่งการจำนำก็เป็นทางออกที่ดีอีกหนึ่งวิธีหรือจะเป็นการกู้เงินจากสถาบันการเงินที่น่าเชื่อถือการจำนองการทำบัตรเครดิตการรีไฟแนนซ์ อีกมากมายหลายวิธีซึ่งหากสนใจ rabbit finance สามารถให้ความช่วยเหลือคุณได้

Leave your vote

0 points
Upvote Downvote

Total votes: 0

Upvotes: 0

Upvotes percentage: 0.000000%

Downvotes: 0

Downvotes percentage: 0.000000%

Comments

comments

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here