เตรียมรับมือกันให้ดี! หนาวที่สุดในรอบ 50 ปี (รายละเอียด)

0
634
ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป อุณหภูมิจะดิ่งลง หนาวที่สุดในรอบ 50 ปี ยอดดอยเหลือแค่ -6 องศา!

ประเทศไทยตอนบนมีอากาศหนาวเย็นต่อเนื่อง อุณหภูมิจะลดลงอีก 1-3 องศาเซลเซียส

ส่วนบริเวณยอดดอยมีอากาศหนาวจัด สำหรับภาคใต้มีฝนลดลงและมีอากาศเย็น ขอให้ประชาชนดูแลรักษาสุขภาพเนื่องจากอากาศที่เปลี่ยนแปลงไว้ด้วย

ยอดดอยมีอากาศหนาวจัดทำให้มีน้ำค้างแข็งบางพื้นที่ สำหรับมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้จะมีกำลังแรงขึ้น

ภาคใต้มีฝนตกหนักบางแห่งและคลื่นลมในอ่าวไทยจะมีกำลังแรง โดยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร

ภาคเหนือ ในช่วงวันที่ 19-22 ธ.ค. อากาศเย็นถึงหนาวอุณหภูมิจะลดลง 3-5 องศาเซลเซียสกับมีลมแรงลมตะวันออกเฉียงเหนือความเร็ว 15-35 กม./ชม.

ส่วนในช่วงวันที่ 23-25 ธ.ค.อุณภูมิจะสูงขึ้นแต่ยังคงมีอากาศเย็นถึงหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 11-19 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด26-30องศาเซลเซียส

บริเวณยอดดอยมีอากาศหนาวถึงหนาวจัด อุณหภูมิต่ำสุด 3-7 องศาเซลเซียส กับมีน้ำค้างแข็งบางพื้นที่ลมตะวันออกเฉียงเหนือความเร็ว 15-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือในช่วงวันที่ 19-22 ธ.ค.อากาศหนาวอุณหภูมิจะลดลงอีก 1-3 องศาเซลเซียสกับมีลมแรง อุณหภูมิต่ำสุด 8-16 องศาเซลเซียส

อุณหภูมิสูงสุด 26-31 องศาเซลเซียส บริเวณยอดภูมีอากาศหนาวถึงหนาวจัด อุณหภูมิต่ำสุด 3-10 องศาเซลเซียสลมตะวันออกเฉียงเหนือความเร็ว 20-40 กม./ชม.

ส่วนในช่วงวันที่ 23-25 ธ.ค.อุณภูมิจะสูงขึ้นแต่ยังคงมีอากาศเย็นถึงหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 11-19 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 26-31 องศาเซลเซียส

บริเวณยอดภูมีอากาศหนาวถึงหนาวจัด อุณหภูมิต่ำสุด 6-12 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

ภาคกลางในช่วงวันที่ 19-22 ธ.ค.อากาศเย็น อุณหภูมิจะลดลงอีก 1-2 องศาเซลเซียส กับมีลมแรง อุณหภูมิต่ำสุด 16-21 องศาเซลเซียส

ส่วนในช่วงวันที่ 23-25 ธ.ค.อุณภูมิจะสูงขึ้นแต่ยังคงมีอากาศเย็นอุณหภูมิต่ำสุด 17-22 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 29-32 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออกในช่วงวันที่ 19-22 ธ.ค.อากาศเย็น อุณหภูมิจะลดลงอีก 1-2 องศาเซลเซียส กับมีลมแรงอุณหภูมิต่ำสุด 17-22 องศาเซลเซียส

อุณหภูมิสูงสุด 30-33 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 20-40 กม./ชม.ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ห่างฝั่งมีคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

ส่วนในช่วงวันที่ 23-25 ธ.ค.อากาศเย็น อุณหภูมิต่ำสุด 17-22 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-33 องศาเซลเซียส

ลมตะวันออกเฉียงเหนือความเร็ว 20-35 กม./ชม.ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร ห่างฝั่งมีคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก)ในช่วงวันที่ 19-21 ธ.ค. ฝนฟ้าคะนองร้อยละ 20-30 ของพื้นที่ ในช่วงวันที่ 22-25 ธ.ค.มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 30-40 ของพื้นที่กับมีฝนตกหนักบางแห่ง

ส่วนมากตอนล่างของภาค ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 20-35 กม./ชม.ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ห่างฝั่งมีคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

กรุงเทพมหานครและปริมณฑลในช่วงวันที่ 19-22 ธ.ค. อากาศเย็น อุณหภูมิจะลดลงอีก 1-2 องศาเซลเซียสกับมีลมแรง อุณหภูมิต่ำสุด 19-22 องศาเซลเซียส

ส่วนในช่วงวันที่ 23-25 ธ.ค.อุณภูมิจะสูงขึ้นแต่ยังคงมีอากาศเย็น อุณหภูมิต่ำสุด 21-23 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 29-32 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือความเร็ว 15-30 กม./ชม.

สำหรับพยากรณ์อากาศประจำวัน ที่ 19 ธันวาคม2560 ลักษณะอากาศทั่วไปพยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้าประเทศไทยตอนบนมีอากาศหนาวเย็นต่อเนื่อง

อุณหภูมิจะลดลงอีก 1-3 องศาเซลเซียส กับมีลมแรง สำหรับภาคใต้มีฝนลดลงและมีอากาศเย็น ส่วนบริเวณยอดดอยมีอากาศหนาวจัด

สำหรับมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือกำลังแรงพัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้ทำให้คลื่นลมบริเวณอ่าวไทยมีกำลังแรงโดยมีคลื่นสูง 2-4 เมตร

ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระวัดระวัง เรือเล็กในบริเวณดังกล่าวควรงดออกฝั่ง

ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยาบริเวณความกดอากาศสูงกำลังแรงจากประเทศจีนอีกระลอกหนึ่งได้แผ่เสริมลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบนและทะเลจีนใต้

ลักษณะเช่นนี้จะทำให้บริเวณดังกล่าวรวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑลมีอากาศหนาวเย็นต่อเนื่อง โดยอุณหภูมิจะลดลงกับมีลมแรง ส่วนภาคใต้มีฝนลดลงและมีอากาศเย็น

สำหรับมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้ยังคงมีกำลังแรงต่อเนื่องทำให้คลื่นลมในอ่าวไทยและทะเลอันดามันจะมีกำลังแรง

อนึ่ง พายุโซนร้อน “ไคตั๊ก”(KAI-TAK) บริเวณทะเลจีนใต้ตอนกลางจะเคลื่อนตัวลงสู่ทะเลจีนใต้ตอนล่าง ในวันที่ 21 ธันวาคม 2560

คาดว่าในช่วงวันที่ 22-24 ธ.ค. 60 พายุนี้จะเคลื่อนตัวผ่านประเทศมาเลเซียและภาคใต้ตอนล่างของประเทศไทย ลักษณะเช่นนี้ทำให้ภาคใต้ตอนล่างมีฝนเพิ่มมากขึ้น

มีฝนตกหนักถึงหนักมากเกิดขึ้นได้สำหรับคลื่นลมในอ่าวไทยตอนล่างมีกำลังแรง โดยมีคลื่นสูง 2-4 เมตร

ขอให้ประชาชนบริเวณภาคใต้ตอนล่างระวังอันตรายจากสภาวะฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสม อาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉลับพลัน น้ำป่าไหลหลาก

ชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และเรือเล็กควรงดออกจากฝั่ง ในช่วงเวลาดังกล่าวไว้ด้วย

ขอให้ประชาชนดูแลรักษาสุขภาพเนื่องจากอากาศที่เปลี่ยนแปลงไว้ด้วย

Leave your vote

0 points
Upvote Downvote

Total votes: 0

Upvotes: 0

Upvotes percentage: 0.000000%

Downvotes: 0

Downvotes percentage: 0.000000%

Comments

comments

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here