แนะนำกระเช้า 7 ผลไม้สุดฮิต!! กับความหมายมงคล สุขใจทั้งผู้ให้และผู้รับ (ชมภาพ-รายละเอียด)

0
174

วันนี้ truststore online จะพาทุกคนมาเลือกของที่ต้องใส่ในกระเช้าที่สำหรับบางคนทำเอง ซึ่งกระเช้าผลไม้เป็นของขวัญประเภทหนึ่งที่ได้รับความนิยม

โดยเฉพาะในช่วงปีใหม่เช่นนี้ เพราะถึงอย่างไรผลไม้ก็เป็นสิ่งที่มีประโยชน์ ซึ่งหมายถึงการแทนความห่วงใยให้กับผู้รับ โดยเฉพาะถ้าเราตั้งใจเลือกผลไม้ที่ส่งผลดีต่อสุขภาพ น้ำตาลน้อย และมีคุณประโยชน์

อีกทั้งยังชื่อเป็นมงคลกระเช้าผลไม้นั้นก็จะไม่ใช่กระเช้าผลไม้แบบทั่วไป และนี่คือ 7 ผลไม้ยอดฮิตดีต่อสุขภาพและมีความเป็นสิริมงคล

1.แอปเปิ้ล

ผลไม้ยอดนิยมที่อุดมด้วยวิตามินและแร่ธาตุที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายกว่า 10 ชนิด ทั้งยังมีคาร์โบไฮเดรต ไขมันดี และโปรตีน

ที่ช่วยลดความเสี่ยงการเกิดโรคมะเร็ง โรคหลอดเลือดหัวใจ ลดคอเลสเตอรอล ลดอาการเลือดออกตามไรฟัน และช่วยลดริ้วรอยชะลอความแก่ได้อีกด้วย

ส่วนความหมายมงคลตามความเชื่อ การให้แอปเปิ้ลนั้นเสมือนการอวยพรให้ผู้รับมีสุขภาพดี ร่างกายแข็งแรง ปราศจากโรคภัยไข้เจ็บ อายุยืนยาว

2. สาลี่

ผลไม้อุดมด้วยวิตามินมีประโยชน์ต่อร่างกายหลายชนิด ช่วยให้ความสดชื่น ชุ่มคอ แก้ไอ แก้เจ็บคอ รักษาอาการร้อนใน ช่วยลดคอเลสเตอรอล

ปรับสมดุลของน้ำตาลในเลือดให้ปกติและทำให้ระบบลำไส้และกระเพาะอาหารทำงานดีขึ้น โดยสาลี่มีความหมายมงคลในเรื่องของโชคลาภ เปรียบเหมือนการอวยพรให้ผู้รับโชคดี มีโชคมีลาภ มีแต่เรื่องดีๆ เป็นศิริมงคลเข้ามาให้ชีวิต

3. ลูกพลับ

ผลไม้กลิ่นหอมรสหวาน เป็นผลไม้ยอดนิยมอีก 1 อย่างที่นำมาจัดกระเช้า โดยคนจีนถือว่าลูกพลับเป็นผลไม้ยาจากสวรรค์กันเลย

เนื่องจากคุณประโยชน์เยอะ ไม่ว่าจะช่วยลดความดันโลหิตสูง บำรุงสายตา บำรุงผิวพรรณ ลดอาการหอบหืด และป้องกันมะเร็งลำไส้ได้อีกด้วย

ในเรื่องความหมายมงคลของลูกพลับคือ การอวยพรให้ผู้รับมีความหนักแน่นมั่นคง จิตใจเข้มแข็ง ไม่อ่อนไหว ไม่อ่อนแอ

4. ส้ม

อีกหนึ่งผลไม้ท็อปฮิตติดลมบน ทานง่าย รสเปรี้ยวหวานชื่นใจกำลังดี อุดมด้วยวิตามินซี ที่มีส่วนช่วยบำรุงผิวพรรณ ชะลอริ้วรอยความแก่

ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ ช่วยกระตุ้นระบบลำไส้ ลดอาการท้องผูกได้ ความหมายมงคลของส้มคือ ความมั่งมี มั่งคั่ง ความร่ำรวย หยิบจับอะไรเป็นเงินเป็นทอง มีทรัพย์เหลือกินเหลือใช้ไม่ขาดมือ

5. องุ่น

ผลไม้ที่มีรูปทรงสวยงาม แถมรสชาติหวานอร่อยทานง่าย องุ่นช่วยต่อต้านการเกิดมะเร็ง ชะลอความเสื่อมของร่างกาย ช่วยแก้อาการเป็นหวัด

ลดความดันโลหิตสูง แถมทำให้ร่างกายสดชื่นเป็นอย่างดี ความหมายมงคลของผลไม้ชนิดนี้คือ การอวยพรให้ผู้รับการงานเจริญก้าวหน้า ทำมาค้าขึ้น กำไรงอกงามเพิ่มพูนเหมือนผลองุ่น

6. สตรอเบอรี่

ผลไม้ลูกจิ๋วที่มีความน่ารักในตัวเอง แถมรสชาติเปรี้ยวหวานลงตัวเป็นผลไม้ที่ใครๆ ก็ชื่นชอบ ยกให้เป็นผลไม้สุดโปรดในใจกันเลย

สตรอเบอรี่อุดมไปด้วยประโยชน์มากมายต่อร่างกาย มีไฟเบอร์สูงช่วยในการกระตุ้นระบบขับถ่าย บำรุงสายตา บำรุงผิวพรรณ บำรุงระบบสมอง แถมช่วยยับยั้งการเกิดโรคมะเร็งอีกด้วย

ส่วนความหมายมงคลของสตรอเบอรี่คือ การแสดงออกถึงความรัก ความห่วงใยที่ผู้ให้ส่งถึงผู้รับ แถมสีแดงยังสื่อถึงความโชคดีมีชัย และความเจริญรุ่งเรือง ได้อีกด้วย

7. กีวีสีทอง

ผลไม้นอกรูปร่างแปลกตาที่เพิ่งเข้ามาเป็นที่นิยมในเมืองไทย และก็ครองใจหลายๆ คน เนื่องจากรสชาติเปรี้ยวอมหวาน และกลิ่นหอมไม่เหมือนใคร

ซึ่งกีวี่มีส่วนช่วยกระตุ้นระบบขับถ่าย ช่วยสร้างภูมิคุ้มกันโรคไข้หวัด ช่วยซ่อมแซมร่างกายกระตุ้นการสร้างเซลล์ใหม่ๆ ทานก่อนนอนยังช่วยให้หลับลึกขึ้นอีกด้วย

โดยความหมายของกีวี่สีทอง คือการอวยพรให้ผู้รับร่ำรวยมั่งมี เงินทองไหลมาเทมา ตรงกับสีผลไม้แบบชัดเจนกันไปเลย

นอกจากเรื่องลักษณะภายนอกและความหมายที่ดีแล้ว ความสดใหม่ของผลไม้ก็เป็นสิ่งสำคัญที่เราควรคำนึงถึงก่อนเลือกจัดกระเช้าให้กับผู้รับในช่วงปีใหม่นี้

ปีใหม่ หรือ วันขึ้นปีใหม่ 2561 หรือ ปีใหม่ภาษาอังกฤษ Happy New Year 2018 ใกล้มาถึงแล้ว วันขึ้นปีใหม่ หลาย ๆ คนคงชอบที่จะได้หยุดหลาย ๆ วัน ว่าแต่ที่หยุดและฉลองปีใหม่กันอยู่ทุกปี

แล้วรู้หรือไม่ว่า ประวัติปีใหม่ หรือวันขึ้นปีใหม่ มีความเป็นมาอย่างไร วันนี้เรามีความหมายวันขึ้นปีใหม่ ประวัติวันขึ้นปีใหม่ มาฝาก

ความหมายของวันขึ้นปีใหม่

วันขึ้นปีใหม่ ตามความหมายในพจนานุกรมให้ความหมายคำว่า “ปี” หมายถึง เวลาชั่วโลกโคจรรอบดวงอาทิตย์ครั้งหนึ่งราว 365 วัน หรือ เวลา 12 เดือนตามสุริยคติ ดังนั้น “ปีใหม่” จึงหมายถึง การขึ้นรอบใหม่หลังจาก 12 เดือน หรือ 1 ปี

ความเป็นมาของ วันขึ้นปีใหม่

วันขึ้นปีใหม่ มีประวัติความเป็นมาซึ่งเปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัยตามความเหมาะสม ตั้งแต่ในสมัยเริ่มแรกเมื่อชาวบาบิโลเนีย เริ่มคิดค้นการใช้ปฏิทินโดยอาศัยระยะต่าง ๆ ของดวงจันทร์เป็นหลักในการนับ

เมื่อครบ 12 เดือน ก็กำหนดว่าเป็น 1 ปี และเพื่อให้เกิดความพอดีระหว่างการนับปีตามปฏิทินกับปีตามฤดูกาล จึงได้เพิ่มเดือนเข้าไปอีก 1 เดือน เป็น 13 เดือนในทุก ๆ 4 ปี

Leave your vote

0 points
Upvote Downvote

Total votes: 0

Upvotes: 0

Upvotes percentage: 0.000000%

Downvotes: 0

Downvotes percentage: 0.000000%

Comments

comments

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here