น่ารัก 15 สัตว์เลี้ยงยอดฮิตวัยรุ่น 2017-2018 (ชมภาพ)

0
104

วันนี้ truststore online จะพาทุกคนมาดูสัตว์เลี้ยงที่คนไทยชอบเลี้ยงและมีความน่ารักเอามากๆ งั้นเรามาดู 15 สัตว์เลี้ยงยอดฮิตของวัยรุ่นไทย 2017-2018 กันเลยดีกว่าค่ะรับลองว่าน่ารักแน่นอน

15.กุ้ง

นับว่าเป็นสัตว์เลี้ยงยอดฮิตที่ทำรายได้หลักล้านมาแล้วสำหรับกุ้ง หรือที่เราเรียกกันว่า กุ้งเครย์ฟิชหรือกุ้งโกส เป็นกุ้งสวยงามเลี้ยงไว้ดูเล่น แต่จริงๆแล้วสายพันธุ์กุ้งชนิดนี้คือกุ้งเนื้อที่เราเอาไว้รับประทานกันนั่นเอง แต่เมื่อกลายมาเป็นสัตว์เลี้ยงแสนรักของเราแล้ว ก็ทำให้เรากินกันไม่ลง แต่ก็ยังมีหลายคนที่นำมาบริโภค ซึ่งเป็นเรื่องปกติ

ไม่ว่าคุณมีสัตว์เลี้ยงคู่หูเป็นสัตว์ชนิดไหนก็ตาม ก็ควรดูแลเอาใจใส่เค้าให้ดีเหมือนตอนแรกที่คุณได้เค้ามา เพราะสิ่งเหล่านี้มีชีวิต แล้วคุณก็เป็นเจ้าของเค้า พูดได้ว่าชีวิตของสัตว์เหล่านี้ขึ้นอยู่กับตัวคุณ อย่าปล่อยทิ้งขว้างและยกให้คนอื่นง่ายๆถ้าเราไม่ไว้ใจจริงๆ เพราะสัตว์ทุกตัวมีเซ้นส์ เค้าจะจำเจ้าของของเค้าได้ และจะเชื่องกับแค่คนคนนั้น

14.หมูแคระ

คุณอ่านไม่ผิดหรอก สมัยนี้เค้าเลี้ยงหมูเป็นสัตว์เลี้ยงกันแล้ว ลืมภาพหมูที่เราเคยเห็นตามฟาร์มไปได้เลย เมื่อมันกลายเป็นสัตว์เลี้ยงมันก็จะสะอาดขึ้นหลายเท่าตัว หมูแคระเป็นหมูพันธุ์เล็ก ตัวโตสุดน้ำหนักจะอยู่ประมาณ 30-60 กิโลกรัมแล้วแต่สายพันธุ์ แต่ขอเตือนคนที่จะเลี้ยงนะครับ เมื่อคุณตกหลุมรักเจ้าหมูแคระแล้ว คุณอาจจะกินเนื้อหมูไม่ลงกันเลยทีเดียว

ลักษณะหมูแคระ
มีขนาดเล็กกว่าหมูทั่วไปจึงถูกเรียกว่า “หมูแคระ” หรือ “หมูจิ๋ว” เป็นที่นิยมเลี้ยงในต่างประเทศมาก และเรียกชื่อต่างกัน เช่น “ไมโคร พิก” (Micro pig) “ทีคัพ พิก” (Teacup pig) “มินิ พิก” (Mini Pig) ที่เห็นตามภาพ หรือคลิปต่างๆ นั้นเป็นขนาดที่ยังไม่โตเต็มวัย ทำให้หลายคนเข้าใจผิดว่าขนาดตัวของมันคงไม่โตมากไปกว่านี้แล้วแน่ๆ ซึ่งความจริงไม่ใช่นะคะ มันยังสามารถโตได้อีกค่ะ เมื่ออายุ 2-3 ปี อาจสูงถึง 14–16 นิ้ว หนักประมาณ 30 กิโลกรัม

13.ปูเสฉวน

อาจจะยังไม่เป็นที่แพร่หลายนักสำหรับปูเสฉวนตัวน้อยๆที่วัยรุ่นนิยมเลี้ยงกันอยู่ มีทั้งปูเสฉวนบกและปูเสฉวนน้ำ มีข้อมูลมาว่าตอนนี้ยังไม่สามารถเพาะพันธุ์เองได้ จึงต้องไปหาจับเอาตามธรรมชาติ ซึ่งมีอยู่เยอะมาก การเลี้ยงค่อนข้างต้องละเอียดเพราะเป็นสัตว์ทะเล อาจจะยุ่งยากในการหาที่อยู่ให้เหมาะสม และเรื่องอาหาร อายุของเจ้าปูเสฉวนเหล่านี้มีถึง 30-60 ปี กันเลยทีเดียว แต่ถ้านำมาเลี้ยงโดยมนุษย์อาจจะมีอายุลดลงเหลือเต็มที่ 10 ปี

ปูเสฉวนอยู่ในวงศ์ Paguridae เป็นปูที่มีลักษณะก้ำกึ่งระหว่างปูและกุ้ง มี10ขาเช่นเดียวกับปูม้าและปูทะเล แต่ตัวเล็ก และมีตัวเล็กมาก โดยส่วนท้ายของ ลำตัวอ่อนนุ่มนิ่ม มีลักษณะงอและโค้ง ไม่มีกระดอง แข็งหุ้มดังเช่นปูอื่นทั่วไปปูเสฉวนจึงต้องหาสิ่งอื่นไว้เป็นที่กำบัง ป้องกันตัวตลอดเวลา และสิ่งที่ปูเสฉวนใช้ คือ เปลือกหอยฝาเดียวที่ตัวหอยตายไปนานแล้ว

เปลือกหอยเช่นนี้มีอยู่มากมายตามชายหาดซึ่งเป็นที่ที่ปูเสฉวนอาศัยอยู่ ปูเสฉวนจะเลือกเปลือกหอยที่เหมาะพอดีกับตัว ถอยหลังเข้าไปอยู่ในเปลือกหอย เวลาปูเสฉวนไปที่ใดก็จะแบกเอาเปลือกหอยนั้นไปด้วย และเมื่อปูเสฉวนโตขึ้น ตัวคับเปลือกหอยที่เคยอาศัยอยู่ ปูเสฉวนก็จะละจากเปลือกหอยอันเดิมเปลี่ยนไปใช้เปลือกหอยอันใหม่ที่มีขนาดพอดีกับตัวต่อไป ปูเสฉวนกินอาหารไม่เลือก มันชอบกินสัตว์และพืชที่เน่าเปื่อยตามชายทะเล

12.เต่าญี่ปุ่น

สัตว์เลี้ยงครึ่งบกครึ่งน้ำชนิดนี้ฮิตมานานแล้ว สำหรับเจ้าเต่าญี่ปุ่น หรือมีอีกชื่อว่า เต่าแก้มแดง ที่เวลาเราซื้อจะตัวเล็กๆเท่าตะพาบน้ำจิ๋ว แต่พอเลี้ยงไปนานๆก็จะตัวโตขึ้นเอง และยิ่งโตยิ่งดุ อย่าเผลอเอานิ้วไปแหย่ปากมันหล่ะ การเลี้ยงก็จัดตู้ให้ดี มีทั้งพื้นที่ของน้ำและพื้นที่ของบก จัดตู้ให้สวยเหมือนกับอยู่ในธรรมชาติ ด้วยลวดลายบนกระดองและสีจึงทำให้นิยมเลี้ยงกันมาก อาจจะเพราะชอบเฉยๆหรือเลี้ยงเพื่อเพิ่มโชคลาภ

เต่าญี่ปุ่นเป็นเต่าที่กินทั้งพืชและสัตว์เป็นอาหาร ในขณะที่ยังเป็นเด็กจะต้องการเนื้อสัตว์เป็นอาหารมากกว่าพืชในอัตราส่วนเนื้อสัตว์ร้อยละ70 พืชร้อยละ30 แต่เมื่อโตขึ้นเต่าญี่ปุ่นจะกลับเนื้อกลับตัว บริโภคพืชเป็นส่วนใหญ่ ในอัตราส่วน พืชร้อยละ90 เนื้อสัตว์ร้อยละ10 (Wilke,1979) เต่าญี่ปุ่นที่เราเลี้ยงส่วนมากจะซื้อมาตั้งแต่เต่ายังเล็ก ก็ควรให้อาหารที่เป็นเนื้อสัตว์

อาทิเช่น กุ้งฝอย เนือปลา หนอนนก หนอนแดง ไส้เดือน ฯลฯ รวมถึงอาหารปลา อาหารเต่าสำเร็จรูปต่างๆด้วยครับ ไม่ควรให้อย่างเดียวชนิดเดียวตลอด ควรให้หลายอย่างสลับสับเปลี่ยนคละเคล้ากันไป พวกพืชก็ให้ไดหลากหลายครับ ผักบุ้ง ผักกาด คะน้า กวางตุ้ง ตำลึง ใบผักตบชวา ฯลฯ โดยนิสัยเต่าญี่ปุ่นจะกินในน้ำเป็นหลัก (แต่ก็สามารถงับอาหารบนบกได้) ดังนั้นก็ใส่อาหารลงไปในน้ำเลยครับเดี๋ยวเค้าจัดการกันเอง

11.ปลากัด

เป็นสัตว์น้ำที่ฮิตกันสุดๆบางตัวราคาไปถึงครึ่งแสนยังมีมาแล้ว สำหรับปลากัด ซึ่งตัวผมเองก็เลี้ยงอยู่ แล้วชอบมากๆด้วย มีหลายประเภท สีสันสวยงาม เลี้ยงง่าย ใช้พื้นที่น้อย แต่อาจจะเอามาจับเล่นเหมือนสัตว์ชนิดอื่นไม่ได้ ทำได้แค่เพียงมองความสวยงามผ่านโหลกระจก แต่ก็มีเสน่ห์ไม่แพ้สัตว์ชนิดอื่นๆ

ปลากัดมีรูปร่างเพรียวยาวและแบนข้าง หัวมีขนาดเล็ก ครีบก้นยาวจรดครีบหาง หางแบนกลม มีอวัยวะช่วยหายใจบนผิวน้ำได้โดยใช้ปากฮุบอากาศโดยไม่ต้องผ่านเหงือกเหมือนปลาทั่วไป เกล็ดสากเป็นแบบทีนอยด์ ปกคลุมจนถึงหัว ริมฝีปากหนา ตาโต ครีบอกคู่แรกยาวใช้สำหรับสัมผัส ปลาตัวผู้มีสีน้ำตาลเหลือบแดงและน้ำเงินหรือเขียว ครีบสีแดงและมีแถบสีเหลืองประ ในขณะที่ปลาตัวเมียสีจะซีดอ่อนและมีขนาดลำตัวที่เล็กกว่ามากจนเห็นได้ชัด

10.ลิงมาโมเสท

เรียกได้ว่าเป็นสัตว์เลี้ยงของคนมีตังจริงๆ สำหรับลิงมาโมเสท เพราะมีราคาตั้งแต่หลักหมื่นไปจนถึงหลักแสน ลิงจิ๋วนี้มีความน่ารักขี้เล่น แต่หลายคนที่เลี้ยงบอกว่าโตมาแล้วจะดุ ต้องมีวิธีเลี้ยงที่ถูกต้องและความเอาใจใส่เป็นพิเศษ ถึงจะยังไม่ค่อยแพร่หลายในหมู่ผู้เลี้ยงสัตว์แปลกๆมากนัก แต่ถือได้ว่าเป็นสัตว์เลี้ยงยอดฮิตของวัยรุ่นยุคนี้เช่นกัน

ลิงจิ๋วที่มีขนาดเล็กที่สุดในโลก ที่มีถิ่นกำเนิดมาจากประเทศบราซิล มาร์โมเสทกำลังเป็นสัตว์ที่ได้รับความสนใจนำมาเลี้ยงแทนที่สัตว์เลี้ยงยอดนิยมอย่างน้องหมา หรือน้องแมว จนทำให้เกิดการนำเข้ามาเพาะเลี้ยงกันอย่างแพร่หลายในบ้านเรา และสาเหตุที่ทำให้มาร์โมเสทเป็นที่สนอกสนใจจากบรรดาผู้ชื่นชอบการเลี้ยงสัตว์ก็คงหนีไม่พ้น ดวงตากลมโตที่แบ๊วได้ใจ รูปร่างขนาดเล็กจิ๋ว บอบบางน่ากอด

จนถึงพฤติกรรมฮาๆที่เรียกเสียงหัวเราะกิ้วก๊าวได้ตลอดเวลา แต่ด้วยสนนราคาต่อหนึ่งชีวิตอยู่ที่ 35,000 – 42,000 บาทสำหรับ common marmoset ทำให้อาจต้องยับยั้งชั่งใจกันซักนิดก่อนจะพาน้องกลับบ้าน แนะนำให้รู้จักลิงน้อยมาร์โมเสทกันไปบ้างแล้ว คราวหน้าจะกลับมาด้วยเทคนิคการเลี้ยงเจ้าลิงน้อยกันต่อไปคะ

9.ชูก้าไรเดอร์

หรือใครอาจเรียกว่า จิงโจ้ร่อน เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดเล็ก น่าตาน่ารัก ชอบนอนซุกผ้าห่ม หลายๆคนที่ตกหลุมรักเจ้าชูก้าไรเดอร์เพราะว่าดวงตากลมโตของมัน ทำให้เป็นที่สนใจของวัยรุ่นสมัยนี้ สำหรับผมคิดว่าชื่อมันเท่เอามากๆ จะเลี้ยงใส่กรงหรือปล่อยให้เดินเล่นในห้องก็ได้ แต่ควรศึกษาวิธีการเลี้ยงก่อนนะครับ เพราะสัตว์ประเภทนี้ควรให้ความสำคัญกับอาหารการกินเป็นพิเศษ

หลายคนรู้จักในชื่อ “จิงโจ้บิน” เนื่องจาก เป็นสัตว์ที่มีกระเป๋าหน้าท้องสำหรับเลี้ยงดูลูกอ่อน จัดอยู่ในกลุ่มเดียวกับหมีโคอาลา และจิงโจ้ ชูก้ามาจาก 2 แหล่ง คือ ประเทศออสเตรเลีย และประเทศอินโดนีเซีย หมู่เกาะปาปัวนิวกินี แต่ในออสเตรเลียถือว่าเป็นสัตว์สงวน ไม่สามารถนำออกมาได้

8.กบ

กบสวยงามเหล่านี้เป็นที่นิยมมาก แถมมีราคาสูงด้วย ที่จะนิยมๆเลี้ยงกันคือ กบฮอร์นฟรอก ที่มีสีสันสวยงาม มีลวดลายแปลกๆ ใช้เพียงพื้นที่เล็กๆในการเลี้ยง ไม่ยุ่งยากวุ่นวาย แต่ก็นิยมแค่เฉพาะกลุ่มนะครับ คนไม่ชอบก็มีเยอะ แต่สำหรับคนที่ชอบแล้ว นี่คือสัตว์เลี้ยงคู่หูของเค้าเลยหล่ะ

วิธีเลือกอย่างคร่าวๆ คือ ตาต้องใส ผิวมีสีสดใส ตามตัวไม่มีบาดแผล มีนิ้วครบปากต้องปิดสนิท ขากรรไกรไม่ยื่นเลยริมฝีปากบนเหมือนหมาบูลด็อก ส่วนริมฝีปากบนตามปกติจะยื่นกว่าปากล่างนิดหน่อย (ตามภาพตัวอย่างที่ 2 ของ จขกท.)ในกรณีที่มีให้เลือกหลายตัว ผมจะมองกบตัวที่คึกๆ เป็นอันดับแรก ยิ่งเจอพวกที่กระโดดไล่งับนิ้วเราเนี่ย.. เอามาเลี้ยงแล้วมันมาก เพราะจะกินเก่งและโตเร็ว แต่กบที่กินเก่งๆ อาจจะทำให้เราเพลินตอนให้อาหารจนได้กินมากเกินไป

7.งู

เป็นสัตว์ที่ไม่ค่อยน่าเอามาเลี้ยงเป็นคู่หูเท่าไหร่สำหรับงู แต่ก็มีกลุ่มคนที่สนใจเลี้ยงงูอยู่ไม่น้อย ไม่ว่าจะเป็นงูที่มีพิษ ดุร้าย ก็จะเลี้ยงใส่ตู้กระจกเอาไว้มองเพลินๆ แต่สำหรับคนที่อยากจับต้องได้ก็มีงูไม่กี่สายพันธุ์ที่สามารถเอามาเล่นได้ ก็คงจะเป็นงู Corn Snake สำหรับคนที่เลี้ยงงูอยู่แล้วก็จะรู้จักกัน เป็นงูที่มีสีสันสวยงาม ไม่มีพิษ เชื่อง แต่สำหรับคนที่ไม่ชอบคงรู้สึกขยาดแปลกๆ เพราะสัตว์ชนิดนี้ผู้เลี้ยงต้องชอบจริงๆ และเลี้ยงอย่างเอาใจใส่มากๆ หลายคนถึงกับหลงไหลกันเลยทีเดียว

Corn snake มีสีสัน สดใส สวยงาม มากมายไล่ตั้งแต่โทนขาวดุจหิมะ เหลือง ชมพู ส้ม แดง น้ำตาล ม่วง เทา ไปจนถึง ดำดุจถ่านไม้ และยิ่งไปกว่านั้น นอกจากสีที่หลากหลาย งูคอร์น ยังถูกบรรรจง แต้มแต่ง ด้วยลวดลาย ที่หลากหลาย วิจิตรพิศดาร เช่น ลายจุด motley ลายเส้น stripe ลายซิกแซก และอื่นๆอีกมากมาย

จึงไม่แปลก ที่คนทั่วโลก นิยมเลี้ยง งูคอร์น เป็นสัตว์เลี้ยงและประเทศไทย ก็เป็นหนึ่งใน ประเทศที่มีการเลี้ยงงูคอร์น กันอย่างกว้างขวาง   ในปัจจุบัน เราสามารถพบเห็นงูคอร์น ได้ทั่วตามร้านขายสัตว์ Exotic ซึ่งนับว่า เป็นสัตว์เลี้ยงพื้นฐาน ที่ขาดไม่ได้เลย สำหรับ Extic lover

6.นก

สัตว์ปีกอย่างนกก็เป็นที่นิยมเลี้ยงกันมากในหมู่วัยรุ่น ส่วนใหญ่ก็จะเน้นไปที่สีสันสวยงาม เลี้ยงใส่กรงง่ายๆ อาจมีเสียงร้องบ้าง ผู้เลี้ยงจึงต้องมีพื้นที่ที่เหมาะสม เอาออกมาโดนแดดโดนลมบ้าง หรือจะผูกขาปล่อยให้เกาะกิ่งไม้จำลอง ปล่อยไว้หน้าบ้านหรือนอกระเบียง หมั่นทำความสะอาดกรงบ่อยๆ บางคนเลี้ยงถึงขั้นฝึกให้เชื่องก็มี แบบเผลอทำหลุดไปแต่สุดท้ายก็จะบินกลับมาเอง ฉลาดสุดๆ

Parakeets นั้นเป็นสัตว์เลี้ยงแสนรักอีกตัวที่คนนิยมเลี้ยง เพราะนอกจากจะน่ารัก ร่าเริง แล้วยังสีขนสวยสดใส แถมร้องเจื้อยแจ้วอีกต่างหาก นกหงส์หยกที่คนนิยมเลี้ยงกันนั้น อยู่ในตระกูล Melopsittacus undulatus ถือเป็นนกแก้วพันธุ์เล็ก หางยาว ที่กินเมล็ดพืชเป็นอาหาร ปกตินกหงส์หยกเลี้ยงค่อนข้างง่ายอยู่แล้ว ขอแค่รักษาความสะอาดกรงให้ดี เลือกอาหารให้เหมาะสม หมั่นพูดคุยเล่นด้วย และหากิจกรรมมาฝึกสมองเป็นประจำ

5.กระรอก

หลายคนอาจเคยเห็นกระรอกติดกับสายจูงเกาะบนไหล่เจ้าของ เดินไปเดินมา เดี๋ยวนี้พบเห็นได้ทั่วไป ไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะสัตว์ชนิดนี้นิยมเลี้ยงกันมาก จะเลี้ยงใส่กรงหรือปล่อยวิ่งเล่นก็ได้ ถ้าตัวไหนเชื่องเรียกง่ายก็ไม่จำเป็นต้องใส่สายจูง คนที่หลงไหลสัตว์ชนิดนี้มีจำนวนมาก บางคนก็ซื้อขนมสำหรับกระรอกให้ ซื้อบ้านไม้สวยๆให้ จับตัดเล็บ ดูแลเอาใจใส่กันเต็มที่เลยทีเดียว

กระรอกต้นไม้ เป็นกระรอกที่มักพบเห็นได้บ่อยและคุ้นเคยกันดี มีหางยาวเป็นพวงสวยงาม มีกรงเล็บแหลมคม และมีใบหูใหญ่ บางชนิดมีปอยขนที่หู ส่วนกระรอกบินนั้น จะมีพังผืดข้างลำตัว สำหรับกางเพื่อร่อนจากจุดหนึ่งไปยังอีกจุดหนึ่ง มักเป็นหากินในตอนกลางคืน มีตาสะท้อนแสงไฟ กระรอกดิน มักจะมีรูปร่างสั้น และล่ำสันกว่ากระรอกต้นไม้ มีขาหน้าแข็งแรงใช้สำหรับการขุดดิน

หางของกระรอกดินนั้นจะสั้นกว่าหางของกระรอกต้นไม้ และไม่ฟูเป็นพวงนัก และเช่นเดียวกับสัตว์ฟันกัดแทะชนิดอื่นๆ กระรอกจะมีนิ้วเท้าหลังข้างละ 5 นิ้ว และ นิ้วเท้าหน้าข้างละ 4 นิ้ว ตรงส่วนที่น่าจะเป็นนิ้วโป้งจะกลายเป็นปุ่มนูน ๆ ซึ่งถูกพัฒนาให้เหมาะสำหรับจับอาหารมาแทะกระรอกเป็นสัตว์ที่คล่องแคล่วว่องไวมาก อาหารของกระรอกคือ ผลไม้ และ เมล็ดพืช เป็นหลัก แต่กระรอกก็ยังชอบกินแมลงด้วยเหมือนกัน โดยเฉพาะกระรอกขนาดใหญ่อย่างพญากระรอก นั้นบางครั้งก็ยังกินไข่นกเป็นอาหารอีกด้วย

4.กระต่าย

กระต่ายเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม น่ารักน่าฟัด มีแบบทั้งหูตั้งและหูตก เลี้ยงง่ายแต่ก็ต้องเอาใจใส่ตลอด เพราะสัตว์ที่เลี้ยงไว้ในกรงต้องค่อนข้างทำความสะอาดบ่อยๆ บางครั้งเบื่อๆเหงาๆก็ปล่อยออกมาวิ่งเล่นในห้องได้เหมือนสุนัข,แมว หรือถ้ามีสวนหน้าบ้านก็ปล่อยออกมาเล่นได้ กระต่ายถ้าเราเลี้ยงไว้เป็นคู่สำหรับวัยรุ่นที่ไม่ต้องการสร้างภาระเพิ่ม ควรปรึกษาสัตวแพทย์เรื่องการทำหมัน เพราะกระต่ายให้ลูกทีละ 6-10 ตัวเลยทีเดียว

กระต่ายเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่มีขนาดเล็ก มีขนปุกปุยทั่วลำตัว มีหางกลมสั้น มีใบหูยาวเมื่อเทียบกับสัตว์อื่น ซึ่งวิวัฒนาการมาใช้สำหรับฟังเสียงได้เป็นอย่างดี และยังมีประสาทสัมผัสในการดมกลิ่นที่ดีมาก กระต่ายมีขาหน้าที่มี 5 นิ้ว ขาหลังมี 4 นิ้ว มีสะโพกที่ยาวและทรงพลัง เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อ จึงสามารถกระโดดได้เป็นอย่างดี เคยมีการประกวดการกระโดดของกระต่ายที่ประเทศเนเธอร์แลนด์ กระต่ายตัวที่กระโดดได้สูงที่สุดกระโดดได้สูงถึง 99.5 เซนติเมตรเลยทีเดียว ใต้ฝ่าตีนของกระต่ายมีขนนุ่ม ๆ รองรับอยู่ เพื่อมิให้เกิดเสียงเมื่อเคลื่อนไหว กระต่ายเป็นสัตว์ที่ตื่นตกใจง่ายและมีความว่องไวปราดเปรียวมากในการระแวดระวังภัย

นอกจากนี้แล้วตาของกระต่ายยังมีหนังตาหรือเปลือกตาถึง 3 ชั้นด้วยกัน ดวงตาของกระต่ายมีลักษณะกลมโต ทำให้กระต่ายสามารถเหลือบมองภาพด้านหลังได้โดยที่ไม่ต้องหันหัวเลย กระต่ายจัดเป็นสัตว์ที่มีระบบการมองเห็นที่ดีกว่าสัตว์ชนิดอื่น ๆ มาก แต่กระต่ายสามารถมองเห็นสีได้เพียงแค่ 2 สีเท่านั้น คือ สีเขียวและสีน้ำเงิน และจะยิ่งมองได้ชัดเจนขึ้นเมื่ออยู่ในที่มืด

3.หนูแฮมสเตอร์

สำหรับคนที่เลี้ยงสัตว์ชนิดนี้ก็จะทราบดีว่า หนูแฮมสเตอร์น่ารักไม่แพ้น้องหมาน้องแมว ตัวเล็กน่ารักไม่มีเสียงรบกวน แต่อาจมีกลิ่นไม่พึงประสงค์เล็กน้อย สัตว์ชนิดนี้เลี้ยงในกรงขนาดเล็กที่เต็มไปด้วยขี้เลื่อยและเมล็ดทานตะวัน มีวงล้อให้วิ่งมีบาร์ให้โหน สังเกตดีๆหนูตัวไหนโหนบาร์บ่อยๆเค้าจะมีกล้ามด้วยนะเออ แถมแก้มตุ้ยนุ้ยที่ชอบอมอาหารไว้นี่แหละ เป็นความน่ารักของหนูเฮมสเตอร์ที่ทำให้คนเลี้ยงหลงไหล

แฮมสเตอร์ เป็นสัตว์เลี้ยงที่ไม่เชื่องกับการโดนเลี้ยงดูมากนัก ดังนั้นสิ่งที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งสำหรับผู้เลี้ยงทุกคนเลยก็คือ ความอดทนและให้เวลาแฮมสเตอร์ในการทำความคุ้นเคยกับเจ้าของสักหน่อย หลังจากนั้นการเลี้ยงดูแฮมสเตอร์ก็ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป ขอแค่อย่านำไปคืนหรือส่งต่อให้คนอื่นก็พอ

2.แมว

ทาสแมวทั้งหลายคงมีน้องเหมียวคู่ใจอย่างแน่นอน เพราะเลี้ยงง่าย น่ารัก ขี้อ้อน เสียงไม่ดังเหมือนน้องหมา แต่เรื่องขนฟูๆก็เป็นปัญหาสำหรับทาสแมวแต่ดันเป็นภูมิแพ้นี่สิ ถ้าไปเลี้ยงพันธุ์ไม่มีขนมันจะลดความน่ารักของสัตว์ชนิดนี้ลง 100% ทันที ฮ่าๆ เพียงแค่คุณมีพื้นที่ไม่ต้องมาก ไม่จำเป็นต้องพาไปเดินเล่น เพียงแค่ซื้อของเล่นมาให้ หรือที่ลับเล็บของน้องแมว แค่นี้เจ้านายของคุณก็เล่นได้ทั้งวันแล้ว พอหมดแรงเมื่อไหร่ก็จะนอนกลิ้งอยู่ตรงนั้นนานๆไม่ไปไหน ปลุกก็ไม่ตื่น นี่แหละนิสัยของน้องแมว

โดยทั่วไปมีการแบ่งพันธุ์แมวออกเป็น 2 ลักษณะใหญ่ ๆ คือ แมวขนยาว (longhaired cat) และ แมวขนสั้น (shorthaired cats) การแบ่งพันธุ์ด้วยวิธีนี้ทำให้จำแนกแมวออกได้ตามลักษณะพันธุ์ที่จำเพาะต่าง ๆ กัน การจัดจำแนกแมวในยุโรปและสหรัฐอเมริกามีการกำหนดมาตรฐานของพันธุ์แมวที่เป็นที่ยอมรับกัน

ทั้งนี้ลักษณะมาตรฐานของพันธุ์ก็มีการเปลี่ยนแปลงอยู่บ่อย ๆ การใช้ชื่อเรียกพันธุ์แมวที่แสดงถึงลักษณะของพันธุ์ที่จำเพาะมีความแตกต่างกันระหว่างในยุโรปและสหรัฐอเมริกา และมีบางพันธุ์มีการจัดจำแนกเฉพาะต่างหากในสหรัฐอเมริกาเท่านั้น

1.สุนัขพันธุ์เล็ก

เป็นที่ยอดฮิตอยู่แล้วสำหรับสุนัขพันธุ์เล็ก เพราะวัยรุ่นส่วนใหญ่ไม่ได้อยู่บ้าน ส่วนใหญ่จะอยู่ตามหอหรือคอนโด ซึ่งมีพื้นที่ไม่มากนัก และต่อให้อยู่บ้านการเลี้ยงสุนัขพันธุ์เล็กแบบนี้ส่วนมากก็จะให้อยู่แต่ในบ้าน นานๆทีก็จะพาไปเดินเล่น แต่เท่าที่เห็นคนก็จะอุ้มมากกว่าที่ให้เดินเอง

อาจจะเป็นเพราะตัวเล็กน่ารักพกพาง่ายเลยได้รับการดูแลเอาใจใส่เป็นพิเศษ แต่แตกต่างจากผู้เขียน เพราะชอบสุนัขตัวใหญ่ๆแข็งแรงๆ เพราะฟัดมันกว่าตัวเล็กๆ ฮ่าๆ แต่ใครที่เลี้ยงตามหอหรือคอนโดก็ระมัดระวังเรื่องเสียงของน้องหมากันด้วยนะ

เพราะตัวเล็กๆแบบนี้แหละเสียงทะลุทะลวงดีนักสำหรับใครที่อยากจะเลี้ยงน้องหมาน่ารักๆ ไว้สักตัว แต่ทว่าเนื้อที่ภายในบ้านนั้นมีจำกัด หรือไม่ก็มีเรื่องของปัจจัยต่าง ๆ นานาที่ไม่สะดวกจะเลี้ยงสุนัขตัวโตๆ เหล่าบรรดาสุนัขสายพันธุ์เล็กทั้งหลาย จึงเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจไม่น้อย

Leave your vote

0 points
Upvote Downvote

Total votes: 0

Upvotes: 0

Upvotes percentage: 0.000000%

Downvotes: 0

Downvotes percentage: 0.000000%

Comments

comments

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here