โซเซียวกระหน่ำแชร์ สาววัย 18 ปี ไม่ห่วงสวย ช่วยพ่อซ่อมรถจักรยานยนต์ (คลิป)

0
319

โลกโซเชียลกระหน่ำแชร์ สาวสวยหน้าตาน่ารัก วัยเพียง 18 ปี ช่วยพ่อเปิดร้านซ่อมรถจักรยานยนต์ อย่างไม่ห่วงสวย

คลิป

(6 ธ.ค. 60) จากกรณีที่โลกโซเชียลกระหน่ำแชร์ สาวสวยวัย 18 ปี ช่างซ่อมรถจักรยานยนต์ ผู้สื่อข่าวจึงเดินทางไปตรวจสอบที่ร้านเหินการช่าง 96/20-21 ม.3.ต.นครชัยศรี อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม พบ น.ส.ชุติการ หรือน้องสมาย เหินอดิศัย อายุ 18 ปี

ที่กำลังโด่งดังในโลกโซเซียล มียอดกดไลน์กดแชร์เกือบ 1 แสน กำลังช่วยพ่อซ่อมรถจักรยานยนต์ โดยเผยว่า ช่วยมาตั้งแต่อายุ 14 ปี เมื่อก่อนตอนที่ยังเรียนอยู่ ม.2 ม.3 พอกลับมาจากโรงเรียนก็จะช่วยพ่อซ่อมรถ อย่างเช่น ปะยาง เปลี่ยนยางรถ เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องรถ เปลี่ยนผ้าเบรก

ตอนนี้จึงได้ออกมาจากโรงเรียนมาเรียน กศน. ช่วงวันอังคาร-วันเสาร์ โดยเรียนถึง ม.6 แล้ว หลังจากที่จบก็จะเรียนช่างซ่อมรถต่อ เพื่อหาความรู้เพิ่มเติมเพราะว่าระบบเครื่องยนต์รถพัฒนาไปมากแล้ว จึงต้องเรียนหาความรู้เพิ่มเติม เรื่องระบบไฟฟ้าระบบหัวฉีด

น้องสมายบอกต่อว่า ครอบครัวมีพี่น้อง 3 คน เป็นผู้หญิงทั้งหมด พี่สาว 2 คนทำงานที่โรงงาน ตนเองเป็นลูกสุดท้อง ตั้งแต่จำความได้ ก็เห็นพ่อเปิดร้านซ่อมรถ จยย.มาตลอด และเห็นพ่อต้องเหนื่อยทำงานเลี้ยงครอบครัวด้วยอาชีพช่างซ่อมรถ จึงอยากช่วยแบ่งเบาภาระพ่อ คิดว่าถึงเราจะเป็นผู้หญิงตัวเล็กๆ ก็น่าจะทำได้ในเรื่องนี้

โดยจุดเริ่มต้นเกิดจาก วันหนึ่งตอนอายุราวๆ 13 ปี กลับมาจากโรงเรียนเห็นพ่อก้มหน้าก้มตาซ่อม จยย.อยู่จึงได้เข้าไปบอกพ่อว่า หนูอยากทำบ้าง พ่อก็สอนปะยาง เปลี่ยนยาง เปลี่ยนผ้าเบรก ถ่ายน้ำมันเครื่อง จนมาถึงตอนนี้ก็ทำได้ทุกอย่าง ส่วนนายทัพเทพ เหินอดิศัย อายุ 56 ปี พ่อน้องสมาย ก็บอกว่า ภูมิใจในตัวลูกคนนี้เป็นอย่างมาก เป็นไงกันบ้างค่ะ เดี๋ยวเรามาดูกันต่อเลยค่ะว่า

เครื่องยนต์มีความสำคัญอย่างไรกันบ้าง เป็นสาขาที่ได้รับความนิยมระดับต้น ๆ ของสายอาชีพ เนื่องจากมีโอกาสในการประกอบอาชีพหลังจากจบการศึกษา ซึ่งทุก ๆ วันนี้ แต่ละครอบครัวมีรถอย่างต่ำบ้านละ 1 คันขึ้นไป โดยส่วนใหญ่แล้วมีมากกว่า 1 คัน อีกทั้งการใช้รถมีระยะเวลาซ่อมบำรุงรักษาทุก ๆ รอบ เช่น 3 เดือนครั้ง หรือ 6เดือนครั้ง หรือตามสภาพรถ

โอกาสในความเจริญก้าวหน้าของช่างยนต์จึงมีอัตราการเจริญเติบโตสูงมาก และสามารถประกอบส่วนตัวได้ช่างยนต์ คือ สาขาวิชาที่เกี่ยวข้องกับการซ่อมบำรุงรถยนต์ รถจักรยานยนต์ เครื่องยนต์ต่าง ๆ ที่นิยมใช้ในการเกษตร และอื่น ๆสาขาช่างยนต์ มีการจัดการเรียนการสอนเน้นการฝึกทักษะ ประสบการณ์ และการทดลองสิ่งใหม่
การจัดกิจกรรมการเรียนรู้สาขาช่างยนต์ เช่น ความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับเครื่องยนต์ต่าง ๆ การใช้อุปกรณ์ในงานช่าง วัสดุเชื้อเพลิง การถอดประกอบเครื่องยนต์ การคำนวณต่าง ๆ ที่จำเป็นต่องานช่าง วิชากลศาสตร์ วิชาเทคโนโลยีสมัยใหม่ เป็นต้น

การเรียนสาขาช่างยนต์เป็นสาขาวิชาที่เน้นการฝึกปฏิบัติกับทฤษฎีควบคู่กันและมีการปรับเปลี่ยนเทคนิคการสอนและฝึกปฏิบัติตามเทคโนโลยีสมัยใหม่ ให้สอดคล้องกับการพัฒนาเทคโนโลยียานยนต์

เครื่องยนต์ที่นิยมใช้ในรถยนต์รุ่นใหม่ๆหรือในยุคปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นเครื่องยนต์เบนซิน หรือดีเซล จะมีส่วนประกอบหลักๆคล้ายคลึงหรือว่าใกล้เคียงกัน ซึ่งแตกต่างจากยุค 3-40 ปีที่แล้ว อันเป็นยุคที่เครื่องยนต์เบนซินและดีเซลจะมีส่วนประกอบหลักที่แตกต่างกัน ค่อนข้างมาก ทั้งนี้ก็เป็นผลเนื่องมาจากวิวัฒนาการทางเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ที่มีการพัฒนา ไปอย่างรวดเร็ว และเข้ามามีบทบาทควบคุมการทำงานของเครื่องยนต์ได้อย่างละเอียด สามารถเลียนแบบพฤติกรรมทางธรรมชาติได้อย่างแนบเนียบ ขณะเดียวกันก็ยังขจัดข้อด้อยบางอย่างที่มนุษย์ไม่อาจทำได้เช่น ความรวดเร็วในการตรวจจับของเซนเซอร์ชนิดต่างๆ และการประมวลผลที่รวดเร็ว ทำให้เครื่องยนต์ของรถยนต์รุ่นใหม่ๆมีประสิทธิภาพสูงขึ้น ขณะเดียวกันก็ยังใช้เชื้อเพลิงได้อย่างเต็มประสิทธิภาพอีกด้วย

ส่วนประกอบหลักๆของเครื่องยนต์สมัยใหม่ได้แก่

1. กระบอกสูบ และเสื้อสูบ
เครื่องยนต์ของรถยนต์รุ่นใหม่ๆ ยังคงมีรูปแบบของเครื่องยนต์คล้ายคลึงกับเครื่องยนต์รุ่นเก่าๆเป็นส่วนใหญ่ นั่นก็คือมักมีการออกแบบเสื้อสูบในลักษณะดังต่อไปนี้?
จัดวางกระบอกสูบในแนวตั้งเป็นแถวเรียงต่อกันอย่างที่เรียกว่า In-line แล้วต่อด้วยจำนวนกระบอกสูบเช่น 2-3-4-5-6-8 สูบ เป็นต้น ยิ่งจำนวนกระบอกสูบยิ่งมาก ก็ช่วยให้เครื่องยนต์ทำงานได้ราบเรียบมากยิ่งขึ้น เพราะในแต่ละรอบที่เครื่องยนต์ทำงาน ก็จะมีการจุดระเบิดของแต่ละกระบอกสูบถี่ยิ่งขึ้น ในทางตรงข้าม ถ้ากระบอกสูบมีจำนวนน้อย ความถี่ในการจุดระเบิดจะห่างกันมาก ก็อาจทำให้เครื่องยนต์ทำงานได้ไม่ราบเรียบเท่าที่ควร อย่างเช่นเครื่องยนต์แถวเรียง 2-3 สูบจะมีปัญหาเครื่องสั่นเป็นธรรมชาติของมันเอง


อย่างไรก็ตาม เครื่องยนต์ที่มีจำนวนกระบอกสูบยิ่งมาก แม้จะทำงานได้ราบเรียบกว่า แต่ก็ยิ่งเป็นการเพิ่มจำนวนชิ้นส่วนของเครื่องยนต์มากขึ้นตามไปด้วย และสร้างปัญหาใหม่ขึ้นมานั่นก็คือ ความยาวของเครื่องยนต์ที่เพิ่มมากขึ้นตามจำนวนกระบอกสูบ และการควบคุมน้ำหนักของเครื่องยนต์ไม่ให้มากจนเกินไป จึงต้องหาทางใช้โลหะหรือวัสดุที่มีน้ำหนักเบามาผลิตเป็นชิ้นส่วนประกอบของเครื่องยนต์แทน อย่างเช่นโลหะผสมจำพวกอัลลอยชนิดต่างๆ ซึ่งก็ได้ผลดี แต่ก็มีต้นทุนการผลิตที่สูงกว่าเช่นกัน

การจัดวางกระบอกสูบแบบตัว V
เป็นการพัฒนาเพื่อลดข้อด้อยของเครื่องยนต์แบบแถวเรียง ที่มักจะยาว และน้ำหนักมาก แต่เมื่อมีการออกแบบจัดวางให้กระบอกสูบเป็นรูปตัว V แล้ว ขนาดของเครื่องยนต์ก็จะสั้นลงเกือบจะครึ่งของเครื่องแถวเรียงที่มีกระบอกสูบจำนวนเท่ากัน เช่นเครื่อง V-6 จะสั้นกว่าเครื่องยนต์ In-line 6 แถมยังมีน้ำหนักที่เบากว่า เนื่องจากสามารถใช้ข้อเหวี่ยงร่วมกันได้ คือข้อเหวี่ยง 1 ข้อ จะใช้กับกระบอกสูบได้ 2 ชุด เป็นต้น เครื่องยนต์แบบ V จึงนิยมใช้กับเครื่องยนต์ที่มีจำนวนกระบอกสูบมากๆเช่น 8-12 สูบ แต่ข้อด้อยของเครื่องยนต์ชนิดนี้ก็คือ มักจะมีขนาดกว้าง

การจัดวางกระบอกสูบแบบ Boxer 
บางครั้งก็มีชื่อเรียกที่แตกต่างกันไปอีกหลายชื่อเช่น เครื่องยนต์แบบ Flat บ้าง หรือ Opposed cylinders บ้าง
ลักษณะของเครื่องยนต์แบบ Boxer จะคล้ายกับเอาเครื่องV มาผ่ากระบอกสูบ 2 ซีกให้แยกจากกัน แล้วจัดวางกระบอกสูบทั้ง 2 ซีกวางนอนในแนวราบ โดยที่ยังคงใช้ข้อเหวี่ยงร่วมกัน ขณะที่เครื่องยนต์ทำงาน การเคลื่อนที่ของลูกสูบในกระบอกสูบแต่ละฝั่ง จะคล้ายกับการปล่อยหมัดของนักมวย จึงเป็นที่มาของคำว่า”Boxer”

ข้อได้เปรียบของเครื่องยนต์แบบ Boxer ก็คือ มีจุดศูนย์ถ่วงของน้ำหนักอยู่ในระดับต่ำ ช่วยให้การออกแบบตัวถังทำได้ง่ายขึ้น และช่วยให้การทรงตัวของรถโดยรวมดีขึ้นด้วย นอกจากนี้การเคลื่อนที่ของลูกสูบในลักษณะเหมือนการออกหมัดของนักมวยในแต่ละฝั่ง ยังเป็นการหักล้างแรงสั่นสะเทือนจากการจุดระเบิดในกระบอกสูบไปในตัว จึงช่วยลดปัญหาการสั่นสะเทือนของเครื่องยนต์ขณะทำงานได้ดีกว่าเครื่อง In-line ที่มีจำนวนกระบอกสูบเท่าๆกัน แต่เครื่องยนต์แบบนี้ก็มีข้อด้อยอยู่ที่ การสึกหรอของกระบอกสูบหรือลูกสูบจะมีมากในบริเวณส่วนล่าง อันเป็นผลมาจากแรงโน้มถ่วงของโลก

การจัดวางกระบอกสูบ2 แบบแรก
เป็นที่นิยมสำหรับรถส่วนใหญ่ใน ปัจจุบัน ส่วนแบบที่สามมีเพียงไม่กี่ยี่ห้อที่มีใช้อยู่ อย่างไรก็ตามยังมีรถยนต์บางยี่ห้อ มีการออกแบบที่ใช้ความพยายามมากขึ้น เพื่อให้เครื่องยนต์มีขนาดกะทัดรัดเช่น เครื่องยนต์แถวเรียง 5 สูบ เครื่องยนต์แบบVองศาแคบในรถโฟล์ค หรือเครื่องยนต์แบบWที่มีลักษณะเป็นการนำเอาเครื่อง V 2 เครื่องมาวางเรียงคู่กัน อย่างนี้เป็นต้น ก็ถือว่าเป็นเครื่องยนต์ที่มีลักษณะแปลกไปกว่าที่มีใช้กันอยู่ทั่วไป เช่นเดียวกับเครื่องยนต์แบบโรตารี่ หรือลูกสูบ 3 เหลี่ยมทำงานในลักษณะหมุนวนอยู่ในกระบอกสูบทรงรีในรถมาสด้า ก็ถือว่าเป็นลักษณะเฉพาะตัวของรถยี่ห้อนั่นๆไป

ถึงแม้ว่าแบบฟอร์มในการจัดวางกระบอกสูบของเครื่องยนต์ในยุคปัจจุบัน ส่วนใหญ่ยังคงคล้ายกับยุคก่อนๆ แต่ก็มีการพัฒนาปรับปรุงในส่วนของวัสดุที่ใช้ในการผลิต จะเน้นการควบคุมไม่ให้มีน้ำหนักมากเกินไป เช่นการใช้เสื้อสูบที่เป็นโลหะอัลลอยและมีส่วนที่เป็นกระบอกสูบทำด้วยเหล็ก หล่อซ้อนอยู่ข้างในเป็นต้น แม้กระทั่งขนาดของเครื่องยนต์ก็

จากการพยายามออกแบบให้ผนังกระบอกสูบของแต่ละสูบบางลง หรือไม่ก็หล่อมาเป็นชิ้นเดียวกันทั้ง 4 สูบอย่างนี้เป็นต้น ขณะเดียวกันก็ได้มีการใช้เทคโนโลยีทางโลหะวิทยา และคุณสมบัติทางเคมีในการหล่อลื่น เพื่อลดการสึกหรอจากการเสียดสีของชิ้นส่วนต่างๆให้น้อยลง เพื่อลดภาระในการดูแลรักษาหรือซ่อมแซม และยืดอายุการใช้งานที่ยาวนานมากขึ้นกว่าแต่ก่อนหลายเท่าตัว

จะสังเกตได้ว่าเครื่องยนต์ของรถยนต์รุ่นใหม่ๆที่มีอายุการใช้งานหนึ่งแสน กิโลเมตร แทบจะไม่ต้องมีอะไรที่ต้องซ่อมบำรุงเป็นพิเศษ แต่ถ้าเป็นเครื่องยนต์รุ่นเก่าแล้ว เครื่องยนต์ที่ผ่านการใช้งานระดับแสนกิโลเมตร อาจจะต้องมีการเปลี่ยนแหวนลูกสูบ หรือบดวาล์วควบคู่กันไปด้วย

เครื่องมืองานเครื่องยนต์

เครื่องมือที่ใช้ในงานซ่อมรถยนต์มีทั้งประเภทที่สามารถใช้ร่วมกับงานช่างอื่น ๆ ได้ และเครื่องมือประเภทใช้สำหรับงานรถยนต์โดยเฉพาะ เครื่องมืองานรถยนต์แบ่งตามลักษณะการใช้งานได้ดังนี้

ประแจ มีหลายแบบให้เลือกใช้ ทั้งประแจแบบปากตายที่ไม่สามารถเปลี่ยนขนาดของประแจได้ จนถึงประแจกระบอกที่สามารถเปลี่ยนขนาดของประแจได้ ขนาดของประแจจะแสดงอยู่บริเวณหัวของประแจนั้นๆตัวอย่างของประแจที่ใช้ในงานรถยนต์ ได้แก่

ประแจปากตาย เป็นประแจปลายเปิดทั้งสองด้าน จึงไม่ควรหมุนเกลียวหรือแป้นที่ตึงเกินไป เพราะประแจจะลื่นไถลออกจากชิ้นงานได้ง่าย แต่ละด้านของประแจจะมีขนาดต่างกัน

ประแจแหวน เป็นประแจปลายปิดทั้งสองด้าน มีลักษณะเหมือนวงแหวน ปากประแจทำมุมกับด้าม 15 องศา เพื่อให้สามารถใช้งานได้สะดวกยิ่งขึ้น

ประแจกระบอก คล้ายประแจแหวนแต่สามารถถอดจากด้ามต่อได้ สลักเกลียวมี ความลึกสำหรับใช้กับชิ้นงานที่มีความลึก ด้ามต่อก๊อกแก๊ก ภายในมีกลไกช่วยให้สามารถขันหรือหมุนเกลียวได้ทางใดทางหนึ่งและหมุนฟรีได้ในทิศทางตรงข้าม เหมาะสำหรับทำงานในพื้นที่แคบ

ประแจแอล ประแจที่ใช้สำหรับสลกเกลียวที่ทำเป็นหัวกลมส่วนกลาง ทำเป็นรูหกเหลี่ยม  ซึ่งใช้สำหรับงานที่เป็นพิเศษ เช่น สลักเกลียวปรับชิ้นงาน สลักเกลียวยึดเพลาฯลฯประแจแอลจะผลิตจากเหล็กกล้าตี ขึ้นรูปหกเหลี่ยมและชุบแข็ง ทำเป็นรูป L ขนาดปลายทั้งสองด้านเท่ากันและขนาดมาตรฐานเท่ากับรูที่หัวสลักสัมพันธ์กับแรงบิดที่ทำต่อเกลียวดังนั้น ข้อที่ต้องระวังในการใช้ประแจแอลคือความพอดีของแรงที่ใช้ในการ ขัน-คลาย เกลียวต้องไม่ทำให้เกลียวเสียหายด้วย

คีมล็อค ประแจกากบาท แม่แรง ใช้สำหรับยกรถยนต์เมื่อต้องการถอดเปลี่ยนยาง มีหลายขนาดหลายแบบ เช่น แม่แรงที่ใช้แรงคนในการหมุน แม่แรงที่ใช้แรงลมเพื่อให้เกิดแรงดัน และแม่แรงไฟฟ้าที่ใช้กระแสไฟฟ้า การใช้แม่แรงต้องตรวจสอบให้แน่ใจว่าบริเวณที่ต่อกับคันยกแข็งแรง ไม่หักง่าย และแม่แรงตั้งอยู่ในพื้นที่มั่นคง ไม่ขรุขระ หรือทรุดตัว

ไขควง มีลักษณะเหมือนไขควงที่ใช้กับงานช่างอื่น ๆ แต่ไขควงสำหรับงานช่างรถยนต์จะมีขนาดยาวกว่า เพื่อให้สามารถใช้งานในซอกหรือมุมที่มีพื้นที่แคบได้

คีมปากขยาย  ใช้เพื่อจับหรือยึดวัตถุที่มีขนาดเล็กไม่สามารถจับยึดได้ถนัดด้วยมือคน นอกจากนี้ยังใช้กับงานไฟฟ้าในระบบไฟฟ้ารถยนต์ด้วย

ประแจไฟฟ้าและประแจลม ทำหน้าที่เหมือนประแจทั่วไปแต่มีมอเตอร์ไฟฟ้าที่ควบคุมจากด้ามถือ ส่วนหัวสามารถเปลี่ยนขนาดประแจได้ ใช้เพื่อผ่อนแรง เพิ่มความสะดวก และงานที่ต้องใช้แรงในการดึงสูง เช่น ล้อรถยนต์

ฟิลเลอร์เกจ คือ เครื่องมือที่ใช้วัดขนาดช่องว่าง (clearance) ต่างๆ เช่น ระยะเขี้ยวหัวเทียนการโก่งของฝาสูบ ช่องว่างของก้านลิ้น ที่เป่าลม ใช้สำหรับล้างทำความสะอาดเครื่องมือหลังจากล้างด้วยน้ำมัน นอกจากนี้ยังใช้ทำความสะอาดไส้กรองรถยนต์ด้วย เครื่องฉีดน้ำแรงดันสูง เครื่องฉีดน้ำแรงดันสูง ชนิดระบบน้ำเย็น เหมาะกับงานฉีดล้างทำความสะอาดทั่วไป

สรุป

งานเครื่องยนต์เป็นงานช่างที่แสดงให้เห็นถึงความเจริญก้าวหน้าด้านเครื่องยนต์กลไก ซึ่งเข้ามามีบทบาทสำคัญต่อการดำรงชีวิตประจำวันของมนุษย์ เช่นการใช้ยานพาหนะ หรือเครื่องจักรกล และเครื่องมือเครื่องใช้ต่าง ๆ ที่ใช้สำหรับเป็นเครื่องช่วยผ่อนแรง และช่วยอำนวยความสะดวกในการดำรงชีวิต และการทำงาน

ดังนั้นการศึกษากระบวนการเรียนรู้เกี่ยวกับระบบการทำงานของเครื่องยนต์ เพื่อให้มีความรู้ ความเข้าใจถึงระบบการทำงานส่วนประกอบต่าง ๆ ของเครื่องยนต์ที่ควรรู้จักในชีวิตประจำวัน รวมถึงการใช้งาน การบำรุงรักษา การซ่อมแซม และการดูแลเครื่องยนต์ให้สามารถใช้งานได้ดีอีกด้วย

หมายเหตุ งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน

โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา

Leave your vote

1 point
Upvote Downvote

Total votes: 1

Upvotes: 1

Upvotes percentage: 100.000000%

Downvotes: 0

Downvotes percentage: 0.000000%

Comments

comments

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here