เผย “สัตว์เศรษฐกิจ” หอยทอก สร้างรายได้ 20 วัน 2.4 ล้านบาท!! (คลิป-รายละเอียด)

0
472

เป็นอีกหนึ่งเรื่องที่น่าสนใจที่วันนี้แอดมินอัพยิ้มจะนำมาอัพเดทให้ได้ชมกันเอาใจคนที่กำลังอยากลงทุนทำธุรกิจ เชื่อว่าหลายคนกำลังศึกษาว่าจะลงทุนทำอะไรดีลงทุนไม่มากได้กำไรเยอะไม่ต้องเสียเงินยิบย่อย

คลิป

วันนี้แอดมินจึงไม่พลาดที่จะนำสัตว์เศรษฐกิจที่ทำกำไรได้มากลงทุนเพียงครั้งเดียวขายได้ตลอดทั้งปี 20 วันทำกำไรได้ถึง 2.4 ล้านบาท

นั้นคือการเพาะเลี้ยงหอยทางนั้นเอง เพราะปัจจุบันมีการนำเมือกหอยทากไปทำเครื่องสำอางเป็นจำนวนมากเพราะเมือกหอยทากมีคุณสมบัติต่อต้านแบคทีเรีย

มีโปรทีนเปปไทน์ที่ช่วยในเรื่องการลดริ้วรอย ช่วยกำจัดรอยด่างดำจากสิวจึงเป็นธุรกิจที่ตอนนี้กำลังเป็นที่นิยมและสร้างรายได้สูงมาก

เมื่อก่อนมีแต่คนรังเกียจหอยทาก พบที่ไหนเขี่ยทำลายทิ้งที่นั่น แต่เมื่อรู้ว่าเมือกหอยทากมีประโยชน์นำมาผลิต เป็นส่วนผสมในเครื่องสำอางชั้นเยี่ยมได้

หอยทาก…สัตว์โลกวิถี “สโลว์ไลฟ์” สายพันธุ์นี้เลยกลายเป็นที่สนใจให้ชาวบ้านหลายพื้นที่หันมาเลี้ยงเป็นอาชีพ

“มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์และสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) ศึกษาพบว่าหลังรีดเมือกออกมาแล้วนำไปผ่านกระบวนการฆ่าเชื้อ

เมือกหอยทากมีคุณสมบัติโดดเด่นในด้านต่อต้านเชื้อแบคทีเรีย มีโปรทีนเปปไทน์ช่วยทำให้ผิวชุ่มชื้น ลดริ้วรอย ช่วยให้รอยแผลสิวหายเร็ว

ประกอบกับวงการเครื่องสำอางมีความต้องการสูง ปี 2559 ครูเรือนใจ อิศราง- กูร ณ อยุธยา สมาชิกบริษัท อาช่าไทย อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ได้มาส่งเสริมให้ชาวบ้านหันมาเลี้ยงหอยทากเป็นอาชีพเสริม พร้อมรับซื้อเมือกหอยทากราคาลิตรละ 15,000 บาท”

นายวรชันย์ หลักกรด เกษตรจังหวัดนครนายก บอกว่า นับแต่นั้นมาชาวชุมชนบางอ้อ อ.บ้านนา จ.นครนายก ส่วนใหญ่มีอาชีพทำนา มักประสบปัญหาว่างงานและขาดรายได้หลังเกี่ยวข้าว

ประกอบเป็นชุมชนผู้สูงอายุไม่สามารถทำงานใช้แรงงานได้สะดวก ยิ่งช่วงที่ข้าวราคาถูก ชาวบ้านเดือดร้อนรายได้ไม่เพียงพอกับการดำรงชีพ…จึงหันมาเลี้ยงหอยทาก

นำหอยทากพันธุ์อาช่า (Achatina fulica) ตัวใหญ่ให้ปริมาณเมือกมาก ที่จับมาจากแหล่งธรรมชาติในพื้นที่ อ.บ้านนา มาปล่อยเลี้ยงในวงบ่อซีเมนต์ บ่อละ 250 ตัว

แต่ครั้งแรกต้องนำกระดาษทิชชูใส่ลงไปให้หอยทากเกาะ นาน 1 สัปดาห์ เพื่อคลายพิษที่อาจติดมาจากธรรมชาติ…จากนั้นใช้ผักโขม ตำลึง หรือน้ำเต้า เป็นอาหารเลี้ยงหอยทาก

เมื่อเลี้ยงไปได้ 7 วัน ทุกเช้าจะคัดเลือกหอยทากตัวที่คายเมือกออกมาก เพราะแสดงถึงความสมบูรณ์ นำตัวหอยมาทำความสะอาด แล้วใช้แท่งแก้วจุ่มน้ำสะอาดเขี่ยเบาๆบริเวณปากหอย กระตุ้นให้หอยทากสร้างและคายเมือกออกมา

หอยทาก 1 ตัว สามารถรีดเมือกได้ 1 ซีซีต่อครั้ง ติดต่อกันนาน 12 วัน จากนั้นต้องให้หอยทากพัก 20 วัน เพื่อให้ร่างกายสะสมเมือกใหม่…ส่วนเมือกที่ได้จะรวบรวมแช่เย็น ส่งขายให้กับบริษัทเอกชน

ปัจจุบันชุมชนบางอ้อมีการรวมตัวจัดตั้งกลุ่มผู้เลี้ยงหอยทาก 100 คน จำนวน 32 บ่อ (8,000 ตัว) แต่ละวันรีดเมือกหอยทากได้ 8 ลิตร เก็บรวบรวมส่งขายให้บริษัททุกๆ 20 วัน ได้เมือก 160 ลิตร…คิดเป็นเงินแค่ 2.4 ล้านบาทเท่านั้นเอง.

ปัจจุบันชุมชนบางอ้อมีการรวมตัวตั้งกลุ่มเลี้ยงหอยทางเป็นจำนวน 100 คน จำนวน 32 บ่อ เท่ากับ 8,000 ตัว แต่ละวันจะรีดเมือกหอยทากได้ 8 ลิตร เก็บรวบรวมส่งขายให้บริษัททุกๆ 20 วัน ได้กำไร 2.4 ล้านบาท

หอยทาก 1 ตัว สามารถรีดเมือก 1 ซีซี ติดต่อกัน 12 ครั้ง จากนั้นต้องให้หอยทากพัก 20 วันเพื่อผลิตเมือกใหม่ เมือกที่รีดได้นั้นต้องนำไปแช่เย็นเพื่อเตรียมนำส่งบริษัท

กำลังเป็นที่นิยมเป็นจำนวนมาก เป็นยังไงกันบ้างค่ะเห็นแล้วน่าทำ น่าลงทุนมากๆเลยใช่ไหมล่ะลงทุนไม่มากแต่ได้กำไรเกินคาด ใครที่สนใจแอดมินแนะนำให้ไปศึกษาหาข้อมูลให้ดีก่อนลงทุนกันด้วยนะคะ

ไม่น่าเชื่อ! ว่าหอยทาก สัตว์ที่หลายคนเคยรังเกียจ จะมีมูลค่าเป็นที่ต้องการของวงการเครื่องสำอางระดับโลก จนต้องเปิดฟาร์มเลี้ยงกันแล้ว…เพื่อให้เห็นกับตา “เกษตรก้าวไกล” จึงไปเยี่ยมชม  “ฟาร์มหอยทากเชิงนิเวศ” แห่งแรกของเอเชีย

ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการต่อยอดงานวิจัยด้านหอยทากนานกว่า 30 ปี ที่เกิดจากรวมกลุ่มของทีมนักวิจัยคณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ได้แก่ ศ.ดร.สมศักดิ์ ปัญหา ,ศ.ดร.สุพจน์ หารหนองบัว,ศ.ดร.กฤษณะ เนียมมณี และศ.ดร.อัญชลี ทัศนาขจร เพื่อนำผลงานวิจัยนวัตกรรมคุณค่าแท้ เมือกหอยทาก สู่ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางชั้นนำสู่ตลาดไทยและก้าวไกลสู่ตลาดโลก

ความคืบหน้าในขณะนี้ได้มีการเปิดฟาร์มหอยทากเชิงนิเวศแห่งเดียวในเอเชีย เมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา จึงทำให้ปัจจุบันได้มีผลิตภัณฑ์ “สเนลเอท” ต่อยอดงานวิจัยหอยทากพันธุ์ไทยก้าวสู่สินค้าระดับโลก

ฟาร์มสเนล อีโค่ ฟาร์ม ฟาร์มหอยทากเชิงนิเวศแห่งแรกในเอเชีย ดำเนินงานโดย บริษัท สยามสเนล จำกัด (Siam Snail Eco Farm) ตั้งบนพื้นที่ 10 ไร่ บริเวณ หมู่ 2 ถนนร่วมพัฒนา แขวงลำต้อยติ่ง เขตหนองจอก กทม. ศ.ดร.สมศักดิ์ เล่าว่า ฟาร์มหอยทากเชิงนิเวศได้เลี้ยง “หอยนวล”

ซึ่งเป็นหอยที่ให้ปริมาณน้ำเมือกที่มีสารออกฤทธิ์สำหรับนำไปใช้อุตสาหกรรมเครื่องสำอางในปริมาณมากกว่าหอยทากชนิดอื่นๆ

โดยวิธีการเลี้ยงอยู่ภายใต้ระบบที่ควบคุมทั้งอุณหภูมิและความชื้นให้ใกล้เคียงกับกึ่งธรรมชาติของหอยให้มากที่สุด และได้ขุดสระน้ำให้มีความลึกถึง 5 เมตร เพื่อควบคุมให้มีความชื้นตลอดทั้งปี ปัจจุบันมีหอยนวลในฟาร์ม 10,000 ตัว ในอนาคตตั้งเป้าจะเลี้ยงให้ได้ 100,000 ตัว

ฤดูที่เหมาะกับการให้เมือกมากที่สุด ฤดูหนาวกับฝน เพราะว่ามันชื้น แต่ถ้าฤดูร้อนหรือแล้ง หอยนวลจะไม่ชอบ ปริมาณเมือกที่ผลิตออกมา 1 ตัว ต่อวัน คือ 1 ซีซี ใช้เวลาในการสะกิด หรือรีดเมือก 1-2 นาที ต่อ 1 ตัว

วิธีการเก็บเมือกหอยนวลนั้น ต้องอาศัยการสัมผัสส่วนแมนเทิล (mantle) อย่างเบามือเพื่อที่หอยทากจะได้หลั่งเมือกที่ดูที่สุดออกมา โดยมีสารออกฤทธิ์ทางชีวภาพ 6 ชนิด

คือ สารต้านเชื้อแบคทีเรีย กรดไกลโคลิค ช่วยผลัดเซลล์ที่ตายแล้ว อาลันโทอิน ช่วยสร้างเนื้อเยื่อใหม่ กรดไฮยาลูโรนิค ช่วยผยุงเนื้อเยื่อให้ตึงและสะสมน้ำให้ผิวชุ่มชื้น สารต้านอนุมูลอิสระ และวิตามินเอ ดี อี ช่วยบำรุงผิวพรรณ

ศ.ดร.สมศักดิ์ เล่าต่อว่า หากเป็นเมือกจากส่วนเท้าของหอยทากที่จะหลั่งออกมาเป็นทางเมื่อเดินไปตามพื้น มีสารต้านเชื้อแบคทีเรียแต่ไม่มีสารบำรุงผิว หากนำมาทาหน้า หรือให้ทากเดินบนใบหน้า จะทำให้รูขุมขนอุดตันและเป็นสิวได้

ปัจจุบันสยามสเนล ได้นำเมือกจากหอยนวล และบางส่วนจากหอยนกขมิ้นกับหอยทากสยามมาผลิตเป็นเครื่องสำอาง 4 ชนิด คือ ครีมบำรุงผิวสูตรกลางวัน ครีมบำรุงผิวสูตรกลาง เซรั่มลดเลือนริ้วรอย และเซรั่มเพื่อผิวกระจางใส

ด้านยอดขายเมื่อปี 2015 ซึ่งเป็นการผลิตและจำหน่ายกันเอง มียอดขายประมาณ 20 กว่าล้านบาท และในปีนี้หลังจากได้ร่วมมือกับผู้ถือหุ้นใหม่ ได้เพิ่มตัวผลิตภัณฑ์ บวกการขยายตลาดมากขึ้น และทำแบนด์ดิ้ง

จึงทำให้ยอดขายปี 2016ขยับขึ้นมาถึง 300 กว่าล้านบาทถือว่าเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัว ส่วนด้านการลงทุนที่ผ่านมา บริษัทลงทุนไปมากว่า 50 ล้านบาท ในจำนวน 20 ล้านบาทเป็นการลงทุนสิ่งก่อสร้าง

ซึ่งเป็นฟาร์มกึ่งธรรมชาติ รวมทั้งโรงรีดเมือก โรงกรองเมือกและผลิตเมือก ซึ่งเป็นวัตถุดิบในประเทศไทยทั้งหมด จากนั้นส่งไปแปรรูปเครื่องสำอางที่เกาหลีใต้

Leave your vote

0 points
Upvote Downvote

Total votes: 0

Upvotes: 0

Upvotes percentage: 0.000000%

Downvotes: 0

Downvotes percentage: 0.000000%

Comments

comments

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here