เตือนภัยสังคม!! 7 วิธี รับมือแก๊งคอลเซ็นเตอร์ (รายละเอียด)

0
50

วันนี้ truststore online จะพาทุกคนมาดู 7 วิธีรับมือกับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ โดยทนายรัชพล ศิริสาคร แนะนำวิธีการรับมือกับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ว่า ช่วงนี้แก๊งคอลเซ็นเตอร์กำลังระบาด ต้องระวังกันนิดนึง เราพอมีข้อเสนอแนะ คิดว่าน่าจะเป็นประโยชน์อยู่บ้าง

ซึ่งกลับมาระบาดอีกแล้ว สำหรับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ที่จะหลอกลวงโดยโทรศัพท์ผ่านระบบคอมพิวเตอร์ หรือ Voice over IP เพื่อแปลงสัญญาณ ปลอมเป็นหมายเลขโทรศัพท์ของหน่วยงานภาครัฐหรือสถาบันการเงิน ซึ่งทำให้ดูน่าเชื่อถือ ทำให้หลายคนหลงเชื่อและถูกหลอกลวงข้อมูลของศูนย์คุ้มครองผู้ใช้บริการทางการเงิน เปิดเผยกลโกงของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ไว้ 6 วิธี คือ

1.บัญชีเงินฝากถูกอายัด หรือ หนี้บัตรเครดิต ซึ่งมิจฉาชีพจะใช้ระบบตอบรับอัตโนมัติแจ้งเหยื่อว่าจะอายัดบัญชีเงินฝากเนื่องจากเหตุการณ์ต่างๆ จากนั้นจะหลอกถามฐานะทางการเงินของเหยื่อ หากเหยื่อมีเงินมาก ก็จะหลอกให้ฝากเงินผ่านเครื่องฝากเงินอัตโนมัติ

2.บัญชีเงินฝากพัวพันกับการค้ายาเสพติดหรือการฟอกเงิน จึงขอให้เหยื่อโอนเงินทั้งหมดมาตรวจสอบ

3.เงินคืนภาษี ข้อนี้จะถูกใช้ในช่วงการยื่นภาษีและมีการขอคืน โดยจะแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่สรรพากร โดยให้ยืนยันว่ารายการและทำตามคำบอกที่ตู้เอทีเอ็ม แต่แท้จริงแล้วขั้นตอนที่มิจฉาชีพให้เหยื่อทำเป็นการโอนเงินให้กับมิจฉาชีพ

4.โชคดีรับรางวัลใหญ่ เมื่อเหยื่อหลงเชื่อจะหลอกเหยื่อให้โอนเงินค่าภาษีให้

5.ข้อมูลส่วนตัวหาย เช่น เหตุน้ำท่วม จึงขอให้แจ้งข้อมูลส่วนตัว เช่น วัน เดือน ปีเกิด เลขบัตรประชาชน แท้จริงแล้ว จะนำข้อมูลเหล่านี้ไปประกอบการปลอมแปลงหรือใช้บริการทางการเงินในนามของเหยื่อ

6.โอนเงินผิด โดยจะเริ่มจากโทรศัพท์ไปยังสถาบันการเงินที่เหยื่อใช้บริการ เพื่อเปิดใช้บริการขอสินเชื่อผ่านทางโทรศัพท์ เมื่อได้รับอนุมัติสินเชื่อ สถาบันการเงินจะโอนเงินสินเชื่อเข้าบัญชีเงินฝากของเหยื่อ ดังนั้นสิ่งสำคัญคือต้องมีสติเราจะได้ไม่ตกเป็นเหยื่อ

ในกรณีที่มีโทรศัพท์เข้ามาเมื่อรับสายแล้ว แก๊งพวกนี้มักจะอ้างว่าโทรมาจากศาลหรือตำรวจ หรือหน่วยงานราชการ อ้างว่า คุณต้องคดีหรืออาจจะอ้างอะไรก็ตาม ที่เกี่ยวกับคดีหรือกรณีอื่นๆ อย่าตกใจครับ ลองทำตามขั้นตอนดังนี้

1 ตั้งสติให้ดี อย่าตกใจ หายใจลึกๆ
2 ถามให้แน่ชัด ถามให้ชัดเจน ว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้น
3 ลองสำรวจตัวเองดูว่า เรามีความเกี่ยวพันกับเรื่องที่เค้าโทรมาแจ้งหรือไม่


4 ถ้าเราเคยมีเรื่องที่เกี่ยวพันกับที่เค้าแจ้ง ก็อาจเป็นเรื่องจริง แต่ก็อย่าเพิ่งวางใจ ลองสอบถามข้อมูลไปก่อน เพื่อให้ชัดเจนว่าเป็นเรื่องจริง
5 ถ้าเราไม่เคยไปเกี่ยวพันกับเรื่องที่เค้าแจ้ง สันนิษฐานไว้เลย ว่ากำลังโดนหลอก
6 ห้ามโอนเงินให้ ไม่ว่ากรณีใดๆ แต่ให้รับเรื่องไว้เบื้องต้น แล้วนำเรื่องดังกล่าวไปตรวจสอบกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในภายหลัง


7 หากจำเป็นต้องมีการชำระเงินจริงๆ ควรนำเงินไปชำระกับเจ้าหน้าที่ด้วยตัวเอง เพราะคุณจะสามารถตรวจสอบได้ด้วยว่า เงินค่าอะไรแน่ มีใบเสร็จหรือไม่ เจ้าหน้าที่เป็นใคร เดินเข้าไปในหน่วยงานราชการ ยังไงก็มีความน่าเชื่อถือว่าโอนเงินเข้าบัญชี

แก๊งพวกนี้ มักมีรูปแบบใหม่ๆ มาหลอกพวกเรา ยังไงก็ตาม เน้นว่า ยังไม่ควรโอนเงิน แต่ควรตรวจสอบอีกครั้งกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อน เพื่อความชัดเจนและถูกต้อง และอย่าเชื่อใครง่ายๆ จนเกินไป

แก๊งคอลเซนเตอร์ คืออะไร

แก๊งคอลเซนเตอร์พวกนี้คือมิจฉาชีพรูปแบบหนึ่ง โดยวิธีการของพวกมันโดยทั่วไปแล้วก็คือจะทำทีว่าเป็นตำรวจแล้วโทรเข้าเบอร์ผู้เสียหาย จากนั้นก็ทำเป็นว่ากำลังสืบคดีโดยเรามีส่วนเกี่ยวข้องทั้งแบบตั้งใจและไม่ตั้งใจ จากนั้นก็ทำการซักประวัติเรา แล้วก็บอกทางแก้ไขอย่างง่าย ด้วยการโอนเงินเข้าบัญชีที่พวกนั้นบอกมาเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจว่า เงินในบัญชีของเรานั้นเป็นของเราจริง จากนั้นก็นำเงินที่เราโอนให้นั้นหายเข้ากลีบเมฆไปอย่างไร้ร่องรอย

เหมือนจะตาย แต่ก็ยังไม่ตาย

สำหรับการหลอกลวงทางโทรศัพท์ให้โอนเงินไปให้ หรือที่เรียกว่า แก๊งคอลเซนเตอร์ นี้ถือว่าเป็นมิจฉาชีพรูปแบบหนึ่งที่ต้องบอกเลยว่า “ฆ่าไม่ตาย” จริงๆ เนื่องจากช่วงที่ระบาดหนักเมื่อปีที่แล้ว ทางรัฐบาลกับตำรวจก็ร่วมมือกันปราบปรามจนสามารถจับได้ แล้วเอามาแสดงให้ดูจนหลายคนเข้าใจวิธีการของพวกนี้เป็นอย่างดี เลยทำให้คนเริ่มที่รู้เท่าทันกลโกงของพวกนี้ ทำให้หายไปสักพักหนึ่ง แต่ตอนนี้พวกมันกลับมาอีกครั้งแล้ว โดยเหยื่อรายล่าสุด เป็นสาวใหญ่เมืองใต้คนหนึ่งที่ถูกพวกแก๊งหลอกให้โอนเงินกว่า หกแสนบาท จนต้องออกมาแจ้งความพร้อมกับบอกกล่าวเพื่อเป็นอุทาหรณ์ต่อไป

ความผิดที่พวก แก๊งคอลเซนเตอร์ หยิบมาทำให้เราตกใจ

1.ความผิดเรื่องบัตรเครดิต เช่น การไม่จ่ายหรือชำระหนี้ตามกำหนดเวลา จะถูกอายัดบัตร

2.ความผิดเรื่องการฟอกเงิน เรื่องนี้ถือว่าเป็นไม้ตายของพวกมันเลยประเด็นคือ เราจะถูกตำรวจ(ปลอม)ที่โทรมาบอกว่าบัญชีของเรามีส่วนเกี่ยวข้องกับการฟอกเงิน แก๊งยาเสพติด และขบวนการก่อการร้ายข้ามชาติ เพื่อเป็นการแสดงความบริสุทธิ์ ควรโอนเงินที่ได้มาไปยังบัญชีที่เปิดไว้ ถ้าไม่โอนมาจะมีเจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบและอายัดบัญชี

3.ความผิดเรื่องหนี้ เช่น เรามีหนี้ค้างชำระ(ทั้งที่ไม่เคยไปกู้หรืออาจจะกู้อยู่แต่จ่ายแล้ว) ต้องโอนเงินมาเคลียร์ยอดคงค้างอยู่กี่บาทก็ว่ากันไป ไม่งั้นจะดำเนินคดีตามกฎหมาย

จากความผิดสมมุติเหล่านี้ พวกมิจฉาชีพมักหยิบมาใช้อยู่เป็นประจำ เพื่อสร้างความหวาดกลัวให้กับผู้เสียหาย ให้รีบโอนเงินมาให้เร็วที่สุด ซึ่งหากเราไม่ได้ทำความผิดอะไรก็ไม่จำเป็นต้องกลัวอะไรเลย

ความกลัว ความน่าเชื่อถือ และความเร็ว

สิ่งที่ทำให้มักจะมีเหยื่อจากแก๊งคอลเซนเตอร์อยู่เป็นประจำเลยก็คือ ความสามารถในการเจรจาของพวกเค้านั้นต้องยอมรับเลยว่า เป็นมืออาชีพจริง ทั้งการสร้างความกลัวจากความผิดปลอมที่ก่อขึ้นมาทั้งการพูดถึงเรื่องคดีความ บทลงโทษ และอื่นอีกมากมายทำให้เหยื่อเกิดความกลัว

ผนวกกับความน่าเชื่อถือในเรื่องของการบอกชื่อ ยศ และตำแหน่งที่ถูกต้อง(แน่นอนว่าไม่ใช่ตัวจริง)อย่างชัดเจน น้ำเสียงหนักแน่นไม่มีการสะดุดเลยแม้แต่น้อยเนื่องจากทำมาหลายครั้งแล้ว สุดท้ายคือเรื่องของความเร็วในการควบคุมผู้เสียหายให้ไปโอนเงินที่ตู้ จะเห็นว่าเหยื่อมักจะถูกหลอกให้ไปโอนภายในเวลาไม่เกิน 30 นาที พอทั้งหมดทั้งมวลมารวมกันก็ไม่แปลกที่เหยื่อจะหลงเชื่อเพราะมันเกิดขึ้นเร็วมากพอนั่งตั้งสติอีกทีก็เรียบร้อยไปแล้ว

การป้องกันตัวเอง จากการถูกหลอก

หากเราเป็นคนหนึ่งที่เคยเจอเบอร์แปลกโทรมาแล้วเพื่อหลอกลวงเข้าข่ายแก๊งคอลเซนเตอร์ การป้องกันตัวเองอย่างง่ายที่สุดก็คือ การตั้งสติไว้ให้ดี เป็นไปได้อย่าคุยคนเดียวเพราะอาจจะคิดไม่ทันพวกมันทางที่ดีเปิดลำโพงไปเลย(แต่พวกแก๊งมักจะให้เราคุยคนเดียวเงียบๆ)

ให้รีบวางสายไปเลย ยิ่งฟังยิ่งโดนหลอกง่าย หากวางสายไปแล้วไม่แน่ใจจริงให้ติดต่อกับตำรวจที่อยู่ใกล้ที่สุดเพื่อแจ้งความหรือติดตาม จากนั้นก็ไปติดต่อที่ธนาคารได้เลย จำไว้เลยว่าไม่มีทางที่ตำรวจหรือธนาคารจะโทรมาติดต่อเราเพื่อให้ไปโอนเงินไม่ว่าเป็นกรณีไหนก็ตาม

การติดตามที่ตำรวจไซเบอร์ต้องมี

นอกจากการป้องกันตัวเองแล้ว หน่วยงานภาครัฐที่คอยรับมือกับภัยคุกคามทางไซเบอร์อย่างตำรวจไซเบอร์ บ้านเราก็ต้องสามารถติดตาม สืบหาต้นตอ ของพวกเค้าได้ด้วย บางครั้งการที่จับไม่ได้มันก็เหมือนเป็นการส่งเสริมให้แก๊งคอลเซนเตอร์พวกนี้ออกล่าหาเหยื่อต่อไปเชื่อว่าตำรวจไทยเก่งอยู่แล้วสามารถจับได้อย่างแน่นอน

รวมถึงทางธนาคารเองก็ควรจะมีการติดตามได้ว่า เงินจำนวนมากที่โอนไปแต่ละครั้งนั้นไปอยู่ที่ใครบัญชีใคร จะได้ติดตามได้ถูกสุดท้ายขอย้ำอีกครั้งว่า การที่จะรับมือกับ พวกแก๊งมิจฉาชีพเหล่านี้ได้นั้น การมีสติสำคัญที่สุด หากไม่แน่ใจให้รีบวางสายไปเลย อย่าตกใจ อย่ากลัว

Leave your vote

0 points
Upvote Downvote

Total votes: 0

Upvotes: 0

Upvotes percentage: 0.000000%

Downvotes: 0

Downvotes percentage: 0.000000%

Comments

comments

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here