เขาคือใคร เศรษฐีใหญ่พันล้าน ที่อายุน้อยที่สุดในโลก (รายละเอียด)

0
137

แม้จะเป็นบุคคลอายุน้อยที่สุดในโลก ที่สร้างฐานะให้ตัวเองจนกลายเป็นเศรษฐีพันล้านได้สำเร็จ แต่นายจอห์นสัน คอลลิสัน วัย 27 ปี ดูเหมือนยังไม่ค่อยอยากพูดถึงชื่อเสียงที่น่าประทับใจของเขามากนัก

“คนถามผมเยอะมาก และผมรู้สึกว่าเขาอยากได้คำตอบที่น่าสนใจ แต่ผมไม่มีอะไรจะบอก” นายคอลลิสันกล่าว “คนถามว่าชีวิตเปลี่ยนไปอย่างไร และเขาอยากเห็นผมมีงานอดิเรกใหม่แบบที่ต้องดูแลเอาใจใส่ เช่น การสะสมไข่ฟาแบร์เช หรือแข่งเรือยอชท์”

แต่แทนที่จะมีงานอดิเรกที่หรูหรา เขายังคงชอบไปวิ่งออกกำลังเมื่อมีเวลา โดยระบุว่า “เป็นงานอดิเรกที่ทำได้ง่ายและสะดวก”

ความสำเร็จของนายจอห์นสัน คอลลิสัน เกิดจากการเป็นผู้ร่วมก่อตั้งบริษัทซอฟท์แวร์ขึ้นในสหรัฐฯ ซึ่งสไตรพ์ (Stripe) เป็นสิ่งที่คนส่วนใหญ่อาจไม่เคยรู้จักมาก่อน

นายคอลลินสัน ก่อตั้งบริษัทขึ้นในเมืองซานฟราสซิสโก ร่วมกับนายแพทริค ซึ่งเป็นพี่ชายวัย 29 ปี ที่ขณะนี้เป็นเศรษฐีพันล้านจากการสร้างตัวเองที่อายุน้อยเป็นอันดับ 3 ของโลก อันดับสองที่คั่นระหว่างกลางของสองพี่น้อง คือนายอีแวน สปีเกิล อายุ 27 ปี ผู้ร่วมก่อตั้งสแน็ปแชท

สไตรพ์ ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2011 โดยไม่เป็นที่รู้จักในวงกว้าง เนื่องจากไม่ได้ผลิตซอฟท์แวร์เพื่อผู้บริโภค แต่เป็นซอฟท์แวร์ที่บริษัทกว่า 100,000 แห่งทั่วโลกใช้ เพื่อให้รับเงินค่าสินค้าหรือบริการจากลูกค้าได้ง่ายขึ้น และเพื่อบริหารเว็บไซต์

เมื่อปีที่ผ่านมา บริษัทสไตรพ์ ประกาศว่าได้รับเงินทุนสนับสนุนเพิ่มเติม ทำให้มีมูลค่าอยู่ที่ 9,200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (3 แสนล้านบาท) ซึ่งนิตยสารฟอร์บสรายงานว่า พี่น้องคอลลิสัน มีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิอย่างต่ำคนละ 1.1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (36,100 ล้านบาท)

ถือเป็นความสำเร็จที่ไม่ธรรมดาสำหรับสองพี่น้องที่เติบโตมาในเมืองทิพเพอร์รารี ในเขตชนบทของสาธารณรัฐไอร์แลนด์ ทั้งที่เรียนไม่จบมหาวิทยาลัย แต่อาศัยความสนใจด้านคอมพิวเตอร์ ที่มีมาตั้งแต่ช่วงวัยรุ่น

มหาวิทยาลัยที่เป็นเป้าหมายของพี่น้องคอลลิสัน สะท้อนให้เห็นว่าทั้งคู่ตั้งเป้าหมายเอาไว้สูงตั้งแต่เด็ก หลังเรียนจบจากโรงเรียนมัธยมของรัฐ ในเมืองลิมเมอริค

แพทริคสอบเข้าสาขาวิชาคณิตศาสตร์ที่สถาบันเทคโนโลยีแห่งแมสซาชูเซตส์ ในเมืองบอสตันได้เมื่อปี 2007 และหลังจากนั้น 2 ปี จอห์นก็สอบเข้ามหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดได้

จอห์น กล่าวว่า “สำหรับผมมันง่ายกว่า เพราะแพทริค ทำได้แล้ว เราเคยอยากออกท่องเที่ยวมาตลอด ผมเคยคิดว่าจะเรียนมหาวิทยาลัยในสหราชอาณาจักร แต่ก็มองว่ายังไกลบ้านไม่มากพอ และเราทั้งคู่ตั้งใจเรียน จึงอยากเข้ามหาวิทยาลัยอันดับต้น ๆ ของสหรัฐฯ ให้ได้”

แต่ก่อนที่จอห์น จะเริ่มเรียนที่มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ทั้งสองพี่น้องก็เป็นเศรษฐีเงินล้านอยู่แล้ว จากบริษัทซอฟท์แวร์แห่งแรกที่ก่อตั้งขึ้นเพื่อช่วยให้บริษัทขนาดเล็กและผู้ค้ารายย่อยทำธุรกิจได้ง่ายขึ้นบนเว็บไซต์ประมูลของอย่างอีเบย์ ซึ่งบริษัทออคโตมาติก (Auctomatic) ถูกขายไปในปี 2008 ในราคา 5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (164 ล้านบาท)

  • เผยมหาเศรษฐี 8 คนครอบครองทรัพย์สินเท่าคนจนครึ่งโลก
  • บิล เกตส์ ขึ้นแท่นรวยที่สุดในโลก 4 ปีซ้อน ส่วนทรัมป์ทรัพย์สินลดลง
  • จากขายบริษัทแห่งแรก ทั้งสองพี่น้องได้หันมาทุ่มเทกับการพัฒนาสไตรพ์ และยังคงทำงานแม้ว่าจอห์นจะเริ่มเรียนที่มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด แต่หลังจากนั้น ทั้งสองก็ตัดสินใจลาออกจากมหาวิทยาลัย เพื่อมาก่อตั้งบริษัทในซิลิคอนวัลเลย์ รัฐแคลิฟอร์เนีย

จอห์นเล่าว่า “เราคิดค้นสไตรพ์ ด้วยวิธีแบบเดียวกับที่หลายคนเกิดแนวคิดเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ที่คล้ายกัน” และ “คุณอาจจะสงสัย ว่าอะไรคือความยากของการเริ่มทำธุรกิจออนไลน์ โดยเราอาจรับมือกับการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่คนต้องการซื้อและการทำให้พวกเขารู้จักผลิตภัณฑ์นั้นได้ แต่การรับเงินจากคนทางอินเทอร์เน็ตเคยเป็นเรื่องยากมาก”

“ผมจำได้ว่า เคยพูดกับแพทริคว่า ‘จะยากแค่ไหนเชียว’ บางทีเราควรลองทำดู” และจากนั้น จอห์นกับแพทริคได้ร่วมมือกันพัฒนาระบบซอฟท์แวร์ ที่ช่วยให้บริษัททุกขนาดเก็บเงินได้ง่ายขึ้น รวมถึงบริหารส่วนอื่นๆ ของเว็บไซต์ได้ เช่น ระบบความปลอดภัยอื่น ๆ และการเก็บข้อมูลลูกค้า

แม้ว่าจะมีคู่แข่ง แต่จำนวนผู้ใช้สไตรพ์เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว และบริษัทยังได้รับทุนสนับสนุนจากนายเอลอน มัสค์ ผู้บริหารและผู้ก่อตั้งเทสลา ซึ่งเป็นบริษัทยักษ์ใหญ่ในอุตสาหกรรมเทคโนโลยี รวมถึงได้เงินทุนจากนายปีเตอร์ ธีล ผู้ก่อตั้งเพย์พาลอีกด้วย

 

โมเดลการทำธุรกิจของสไตรพ์ ค่อนข้างเรียบง่าย คือคิดค่าบริการจากลูกค้า ต่อธุรกรรมทุกครั้งที่ทำผ่านซอฟท์แวร์ ซึ่งในสหราชอาณาจักร มีอัตราอยู่ที่ร้อยละ 1.4 ของมูลค่าธุรกรรม บวกกับอีก 20 เพนนี

แม้ว่าสไตรพ์จะไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับรายรับประจำปี แต่มูลค่าประเมินของบริษัทที่ 9,200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (3 แสนล้านบาท) ถือเป็นเครื่องบ่งชี้ได้ว่า สไตรพ์เป็นธุรกิจที่มีกำไรดี และจอห์น ยังมั่นใจกับโอกาสในการเติบโตอีกด้วย “ขณะนี้ การใช้จ่ายออนไลน์คิดเป็นเพียงร้อยละ 5 ของการใช้จ่ายทั้งหมดทั่วโลก ซึ่งเราต้องการช่วยเพิ่มจำนวน เรามีดัชนีการเติบโตที่เชื่อมโยงกับการเติบโตของเศรษฐกิจออนไลน์ ตราบใดที่เศรษฐกิจออนไลน์เติบโต สไตรพ์ ก็จะเติบโตอย่างต่อเนื่อง”

“ผมไม่รู้ว่าคุณคิดอย่างไร แต่ผมคิดว่าเป็นสิ่งที่น่าจะวางใจในเดิมพันได้”

ปัจจุบัน สไตรพ์มีพนักงาน 750 คน แบ่งออกเป็น 500 คนที่ซาน ฟรานซิสโก และ 150 คนในต่างประเทศ รวมถึงสำนักงานที่ดับลิน

นายมาร์ติน วีทช์ บรรณาธิการร่วมของเว็บไซต์ไอดีจี คอนเน็ค กล่าวว่า ไม่แปลกใจที่สไตรพ์ได้รับความสนใจมาก แต่เตือนว่านี่ยังเป็นธุรกิจใหม่ “บริษัทใดก็ตามที่มีศักยภาพจะกลายเป็นมาตรฐานของการดำเนินธุรกิจออนไลน์ จะได้รับความสนใจอย่างสูง ซึ่งเป็นสิ่งที่สองพี่น้องทำได้แล้วกับการจ่ายเงินออนไลน์ แต่นี่เป็นธุรกิจที่มีการแข่งขันสูง มูลค่าของบริษัทสไตรพ์ขณะนี้อาจทำให้หลายคนอิจฉา แต่ก็ยังถือว่าใหม่มาก”

  • ทักษิณ ชินวัตร ในวัย 68 ปี เขาเหลือทรัพย์สินเท่าไหร่
  • สำรวจสำนักงานจัดการทรัพย์สิน ควีนอังกฤษ เจ้าชายชาร์ลส์

งานประจำวันของจอห์น ซึ่งมีตำแหน่งเป็นประธานบริษัท คือการรับมือกับเรื่องจากภายนอก เช่น สัญญาขายและบริษัทหุ้นส่วน ในขณะที่แพทริค เน้นไปที่งานในบริษัท เช่น ด้านวิศวกรรม

ส่วนในเวลาที่ไม่ทำงาน ทั้งคู่อาศัยอยู่ด้วยกันที่อพาร์ตเมนท์ในซาน ฟรานซิสโก ซึ่งมีลักษณะเป็นห้องหนุ่มโสด

อย่างไรก็ตาม ทั้งสองคนไม่ชอบให้ถามว่าการเป็นเศรษฐีพันล้านเป็นอย่างไร

จอห์นกล่าวว่า “ส่วนมาก [การเป็นเศรษฐีพันล้าน] ก็คือการกดเครื่องคิดเลข” และ “มูลค่าประเมิน ขึ้นอยู่กับการนำผลิตภัณฑ์ที่น่าเชื่อถือออกสู่ตลาดที่มีการแข่งขันสูง ซึ่งขณะนี้มีสัญญาณบ่งชี้ที่ดี แต่ยังมีงานที่ต้องทำอีกมาก”

Leave your vote

0 points
Upvote Downvote

Total votes: 0

Upvotes: 0

Upvotes percentage: 0.000000%

Downvotes: 0

Downvotes percentage: 0.000000%

Comments

comments

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here