อธิบดีกรมควบคุมโรค พบผู้ป่วยและเสียชีวิต จากโรคไข้กาฬหลังแอ่น (รายละเอียด)

0
93

อธิบดีกรมควบคุมโรคเผยปีนี้พบผู้ป่วยและเสียชีวิตจากโรคไข้กาฬหลังแอ่นเพิ่มขี้นในภาคเหนือ-ใต้ หวั่นระบาดพุ่ง เตือนหลีกเลี่ยงสถานที่แออัด 

เมื่อวันที่ 3 ธ.ค. นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า จากการเฝ้าระวังโรคไข้กาฬหลังแอ่นในประเทศไทย

ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. – 28 พ.ย. 2560 มีรายงานผู้ป่วยแล้ว 24 ราย เสียชีวิต 8 ราย จังหวัดที่มีอัตราป่วยต่อประชากรแสนคนสูงสุด คือ ยะลา แม่ฮ่องสอน สตูล ปัตตานี และบึงกาฬ ตามลำดับ

โดยปีนี้พบว่าจำนวนผู้ป่วยและเสียชีวิตเพิ่มมากขึ้นเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา คือ ปี 2559 ป่วย 17 ราย เสียชีวิต 2 ราย โดยเฉพาะจังหวัดในภาคใต้และภาคเหนือตามแนวชายแดนติดกับประเทศเมียนมา

ซึ่งโรคนี้พบได้ตลอดทั้งปีเฉลี่ยเดือนละ 2 – 4 ราย และมีรายงานผู้ป่วยล่าสุดในเดือน ต.ค.ที่ผ่านมา จำนวน 2 ราย ที่ จ.เชียงใหม่ และ จ.ปัตตานี

“การพยากรณ์โรคและภัยสุขภาพประจำสัปดาห์นี้ คาดว่ามีโอกาสจะพบผู้ป่วยโรคไข้กาฬหลังแอ่นเพิ่มขึ้น

โดยเฉพาะจังหวัดในภาคใต้และภาคเหนือ รวมถึงพื้นที่ตามแนวชายแดนติดกับประเทศเพื่อนบ้าน” นพ.สุวรรณชัย กล่าว

นพ.สุวรรณชัย กล่าวด้วยว่า โรคไข้กาฬหลังแอ่น ติดต่อโดยเชื้อโรคกระจายจากช่องปาก ช่องจมูก จากคนหนึ่งสู่อีกคนโดยตรง

ผ่านระบบทางเดินหายใจ สามารถเกิดได้ทุกวัย แต่มักพบในเด็กมากกว่าผู้ใหญ่ อาการคือ มีไข้ ปวดศีรษะรุนแรง อาเจียน คอแข็ง อาจมีผื่นแดง จ้ำเลือดขึ้นตามผิวหนังร่วมด้วย และอาจเกิดภาวะช็อกอย่างรวดเร็ว

ในผู้ที่มีโรคประจำตัวและภูมิต้านทานโรคต่ำ เช่น โรคตับไต โรคหัวใจ โรคเลือด ดื่มสุราเป็นประจำ อาจมีอาการรุนแรงและเสียชีวิตได้

โรคนี้เป็นโรคติดต่ออันตราย ต้องแจ้งเจ้าหน้าที่สาธารณสุขทันทีที่พบผู้ป่วยสงสัย กรมควบคุมโรค ขอแนะนำวิธีป้องกันโรค

โดยหลีกเลี่ยงการอยู่ในสถานที่แออัดเป็นเวลานาน เช่น สถานบันเทิง ตลาดที่อากาศถ่ายเทไม่สะดวก เป็นต้น

ระวังการสัมผัสกับน้ำมูก น้ำลายของผู้อื่น และล้างมือบ่อยๆ ส่วนผู้ที่เดินทางไปทวีปแอฟริกาหรือประเทศในตะวันออกกลาง

ต้องฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้กาฬหลังแอ่นเพื่อเพิ่มภูมิต้านทาน หากประชาชนมีอาการป่วยสงสัยว่าเป็นโรคไข้กาฬหลังแอ่น

ควรรีบพบแพทย์ทันที สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร 1422

โรคไข้กาฬหลังแอ่น(Meningococcal Meningitis)เป็นโรคติดต่ออันตรายที่เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย Neisseria Meningitidis ที่อาศัยอยู่ในลำคอและจมูกของผู้ป่วยและผู้ที่เป็นพาหะของโรค

โรคนี้เป็นทั้งโรคประจำถิ่นและอาจมีการระบาดเป็นช่วงๆ ซึ่งการระบาดจะไม่จำกัดตามลักษณะภูมิประเทศ

ไม่มีรูปแบบของการเกิดโรคตามฤดูกาล จะระบาดได้ตลอดทั้งปีและพบได้ทุกกลุ่มอายุ

แต่มักพบในเด็กมากกว่าผู้ใหญ่ โดยจะพบมากขึ้นในกลุ่มคนที่อาศัยอยู่ร่วมกันอย่างหนาแน่นและแออัด สำหรับในประเทศไทยจะพบผู้ป่วยประปรายตลอดทั้งปี และจะพบมากขึ้นในฤดูฝน

การติดต่อ โรคนี้สามารถติดต่อได้โดยตรงจากการไอ จาม หายใจรดกันในระยะใกล้ชิด และจากการสัมผัสน้ำมูก น้ำลาย เสมหะ หรือใช้ของใช้ร่วมกับผู้ป่วยหรือผู้ที่เป็นพาหะ

ในผู้ที่เป็นพาหะเป็นกลุ่มที่มีความสำคัญมากเพราะเป็นกลุ่มที่มีการติดเชื้อแบบไม่แสดงอาการ แต่โรคสามารถติดต่อได้ตลอดเวลาที่มีเชื้อในจมูกหรือคอ

สำหรับผู้ที่ป่วยระยะแพร่เชื้อ คือ ระยะ 7 วันก่อนผู้ป่วยมีอาการ และระหว่างที่มีอาการก่อนได้ยาปฏิชีวนะครบ 24 ชั่วโมง

ระยะฟักตัว ประมาณ 2 – 10 วัน เฉลี่ย 3 – 4 วัน

อาการและอาการแสดง มีไข้สูงทันที หนาวสั่น ปวดศีรษะ อ่อนเพลีย คลื่นไส้อาเจียน เจ็บคอ คอแห้ง-แดง คอแข็ง ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ ปวดข้อ และมักมีผื่น เลือดออกใต้ผิวหนัง (Petechial rash) ร่วมกับมีแต้มสีชมพูหรือมีจ้ำเลือดขึ้นตามตัว แขน ขา ในรายที่เป็นรุนแรงผู้ป่วยจะซึม ชัก และช็อก เสียชีวิตได้ภายใน 24 ชั่วโมง หลังเริ่มมีอาการ แต่ถ้าได้รับการรักษาที่ทันท่วงทีจะทำให้ลดอัตราการเสียชีวิตลงได้

การป้องกันและควบคุมโรคควรปฏิบัติดังนี้

1. การป้องกัน
1.1 จัดสภาพที่อยู่อาศัยให้สะอาด ไม่แออัด
1.2 ไม่สัมผัสโดยตรงกับผู้ป่วยหรือไม่สัมผัสกับเสมหะหรือน้ำลายของผู้ป่วย

2. การควบคุม
2.1 รายงานต่อเจ้าหน้าที่สาธารณสุขในท้องถิ่นให้ทราบกรณีพบผู้ติดเชื้อ
2.2 เผากระดาษเช็ดน้ำมูก น้ำลาย และเสมหะของผู้ป่วย
2.3 ใช้น้ำยาฆ่าเชื้อแช่เสื้อผ้า เครื่องใช้ ก่อนทำความสะอาด

สำหรับวัคซีนป้องกันโรคไข้กาฬหลังแอ่นยังไม่มีความจำเป็นสำหรับคนทั่วไป เนื่องจากประเทศไทยไม่ใช่แหล่งระบาดของโรคนี้ และวัคซีนที่สามารถป้องกันได้มี 4 กลุ่ม คือ A ,C ,Y และ W 135

ซึ่งเชื้อที่พบบ่อยในประเทศไทยไม่ตรงกับเชื้อทั้ง 4 กลุ่มที่มีอยู่ในวัคซีนนี้ วัคซีนจำเป็นใช้สำหรับบุคคลที่จะเดินทางไปยังท้องถิ่นที่มีการระบาด

เช่น ประเทศซาอุดิอาระเบีย แอฟริกา พม่า กัมพูชา เวียดนาม เป็นต้น โดยสามารถรับบริการฉีดวัคซีนป้องกันโรคได้ในสถานที่ต่อไปนี้

Leave your vote

1 point
Upvote Downvote

Total votes: 1

Upvotes: 1

Upvotes percentage: 100.000000%

Downvotes: 0

Downvotes percentage: 0.000000%

Comments

comments

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here