รำลึกความทรงจำ “พ่อของแผ่นดิน 5 ธันวาคม” ในหลวงรัชกาลที่ 9 (คลิป)

0
52

วันที่ 5 ธันวาคม เริ่มตั้งแต่ปี 2560 เป็นต้นไป จะถือเป็น “วันสำคัญของชาติ”  เนื่องจากเมื่อวันที่ (7 ก.พ. 60) คณะรัฐมนตรี (ครม.) รับทราบการลงนามรับสนองพระราชโองการในประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง การกำหนดวันสำคัญของชาติไทย

คลิป

ตามที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้กำหนด วันที่ 5 ธันวาคมของทุกปี เป็นวันสำคัญของชาติดังนี้ 1.วันคล้ายวันเฉลิมพระชนมพรรษาของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร 2.วันชาติ และ 3.วันพ่อแห่งชาติ ตามที่สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีเสนอ และให้เป็นวันหยุดราชการ

ทั้งนี้แต่เดิม วันที่ 5 ธันวาคม ของทุกปี จะเป็นวันคล้ายวัยเฉลิมพระชนมพรรษาของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 และเป็นวันพ่อแห่งชาติ ซึ่งมีขึ้นครั้งแรก เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม 2523

โดยคุณหญิงเนื้อทิพย์ เสมรสุต นายกสมาคมผู้อาสาสมัครและช่วยการศึกษา และใช้ดอกพุทธรักษา เป็นดอกไม้ประจำวันพ่อแห่งชาติ สำหรับเหตุผลที่มีการจัดตั้งวันพ่อแห่งชาติขึ้น เนื่องจากพ่อเป็นบุคคลผู้มีพระคุณและมีบทบาทสำคัญต่อครอบครัว

รวมถึงสังคมที่ผู้เป็นลูกจะต้องเคารพเทิดทูน พร้อมกับตอบแทนพระคุณด้วยความกตัญญู และสังคมควรจะยกย่องให้เกียรติรำลึกถึงผู้เป็นพ่อ ดังนั้นจึงถือเอาวันที่ 5 ธันวาคม ของทุกปี ซึ่งเป็นวันคล้ายวันเฉลิมพระชนมพรรษาของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร จัดตั้งเป็น วันพ่อแห่งชาติ

ขณะที่ล่าสุด สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้จัดการแสดงโขนกลางแปลงพระราชทาน เนื่องในวันคล้ายวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ณ พระลานพระราชวังดุสิต เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร เนื่องในวันคล้ายวันเฉลิมพระชนมพรรษา 5 ธันวาคม 2560

โดย สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้จัดการแสดงโขนกลางแปลงพระราชทาน ณ พระลานพระราชวังดุสิต ในวันอังคาร ที่ 5 ธันวาคม 2560 ตั้งแต่เวลา 20.00 น. เป็นต้นไป

ทั้งนี้ โขนกลางแปลงพระราชทานดังกล่าวเคยจัดการแสดงมาแล้วที่นิทรรศการงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร

โดยเป็นการแสดงโขนกลางแปลง ชุด “มหาธรรมิกราชา” จัดการแสดงโดยกรมศิลปากร ผู้แสดงประกอบด้วยนาฏศิลปิน ดุริยางคศิลปิน และคีตศิลปิน สำนักการสังคีต รวมทั้งนักศึกษาสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ กว่า 100 คน ประชาชนผู้สนใจสามารถเข้าชมการแสดงได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

นอกจากนี้สามารถเข้าชมนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร “เศรษฐกิจพอเพียงนำทางชีวิต ตามพระราชปณิธาน สืบสาน รักษา ต่อยอด” และเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ศิลปาชีพของมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ

ซึ่งเปิดให้ชมนิทรรศการทุกวันอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่เวลา 10.00 – 20.00 น. ณ พระลานพระราชวังดุสิต และประชาชนสามารถรับเครื่องสักการะพระราชทานเพื่อร่วมถวายสักการะพระบรมราชานุสรณ์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และนำกลับไปบูชาเพื่อความเป็นสิริมงคล

ความเป็นมาของ วันพ่อแห่งชาติ
วันพ่อแห่งชาติ ได้จัดให้มีขึ้นครั้งแรก เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2523 โดยคุณหญิงเนื้อทิพย์ เสมรสุต นายกสมาคมผู้อาสาสมัครและช่วยการศึกษาเป็นผู้ริเริ่ม

หลักการและเหตุผลในการจัดตั้ง วันพ่อแห่งชาติ
โดยที่พ่อเป็นผู้มีพระคุณมีบทบาทสำคัญต่อครอบครัวและ สังคม สมควรที่ผู้เป็นลูกจะเคารพเทิดทูนตอบแทนพระคุณด้วยความกตัญญู และสมควรที่สังคมจะยกย่องให้เกียรติรำลึกถึงผู้เป็นพ่อ จึงถือเอาวันที่ 5 ธันวาคม ของทุกปี ซึ่งเป็นวันเฉลิมพระชนมพรรษาเป็น วันพ่อแห่งชาติ

ด้วยพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ทรงมีต่อพสกนิกรชาวไทยอย่างนานัปการ ทรงเป็นพระราชบิดาของพระราชโอรสและพระราชธิดาทรงรักใคร่และห่วงใยตั้งแต่พระเยาว์จนถึงปัจจุบันรวมทั้งพระวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าโสมสวลีพระวรราชาทินัดดามาตุ เรืออากาศเอกวีรยุทธ ดิษยศริน พระสวามีในสมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าจุฬาลงกรณ์วลัยลักษณ์และพระเจ้าหลาน เธอทุกพระองค์

ต่างซาบซึ้งและปลาบปลื้มในพระมหากรุณาธิคุณอย่างมิรู้ลืม พระองค์ทรงเป็น พ่อ ตัวอย่างของปวงชนชาวไทยที่เปี่ยมล้นด้วยพระเมตตากรุณา ทรวงห่วงใยอย่างหาที่เปรียบมิได้ ดังบทร้อยกรองเทิดพระเกียรติว่า

วันเฉลิมพระชนมพรรษาของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระองค์ที่แล้วตรงกับวันที่ 5 ธันวาคม ประชาชนจะได้พักผ่อนเพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชประสูติเมื่อปี 1928ในสหรัฐอเมริกาที่เมืองเคมบริดจ์รัฐแมสซาชูเซตส์ พระบิดาของพระองค์อยู่ที่นั่นที่ฮาวาร์ด หลังจากเสด็จกลับมายังประเทศไทยในช่วงสั้นๆ

พระองค์และครอบครัวก็ทรงย้ายไปอยู่ที่สวิตเซอร์แลนด์และไม่เสด็จกลับจนกว่าสงครามโลกครั้งที่สองจะสิ้นสุดลงถึงแม้ว่าระบอบกษัตริย์จะมีอำนาจน้อยในประเทศไทยเนื่องจากระบอบระบอบราชาธิปไตยภายใต้รัฐธรรมนูญได้เกิดขึ้นในปี 1932

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชทรงเป็นเสาหลักแห่งเสถียรภาพท่ามกลางความวุ่นวายทางการเมืองของไทยในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา พระองค์สามารถเพิ่มอิทธิพลและอำนาจของระบอบกษัตริย์ผ่านความนิยมและศักดิ์ศรีส่วนตัวของพระองค์

สมเด็จพระราชาธิบดีจิกมี เคเซอร์ นัมเกล วังซุก ทรงเป็นศูนย์รวมจิตใจของพสกนิกรทุกหมู่เหล่า จากการที่ทรงวางพระองค์อย่างเป็นกันเองในหมู่ประชาชน จึงสร้างความประทับใจแก่พสกนิกรอย่างสูง ถึงแม้ว่าพระองค์ไม่ต้องทรงรับพระราชภารกิจการบริหารประเทศ

เนื่องจากสมเด็จพระราชบิดาได้ทรงวางระบอบปกครองแบบประชาธิปไตยขึ้นมาอยู่ก่อนแล้ว แต่พระองค์เองก็ยังทรงเป็นสัญลักษณ์สำคัญ ในการสร้างเอกภาพและเสถียรภาพ ในประเทศที่มีประชากรเพียง 753,947 คน โดยมุ่งเน้นด้านความสุขมวลรวมของประชากรภายในประเทศเป็นสำคัญ

สมเด็จพระราชาธิบดีจิกมี เป็นอีกพระมหากษัตริย์ที่ทรงเดินรอยตามพระราชดำริของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช สำหรับ สมเด็จพระราชาธิบดีจิกมี เคเซอร์ นัมเกล วังชุก หรือ กษัตริย์จิกมี แห่งราชอาณาจักรภูฏาน พระองค์ทรงมีพ่อหลวงรัชกาลที่ 9 เป็นแบบอย่าง ทรงมุ่งมั่นพัฒนาประเทศด้วยแนวทางคล้ายกับในหลวงรัชกาลที่9 ของปวงชนชาวไทย

วันนี้เราจึงนำภาพพระราชกรณียกิจของสมเด็จพระราชาธิบดีจิกมี ที่พระองค์ทรงตามรอยในหลวงรัชกาลที่9 ทรงงานหนัก ทุ่มเท ทั้งพระราชหฤทัย และพระวรกาย จึงไม่แปลกใจเลยว่าเหตุใดพระองค์ทรงรักในหลวงรัชกาลที่ 9 ไม่ต่างจากพสกนิกรชาวไทย

คลิป

ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อมขอเดชะ truststore online

Leave your vote

0 points
Upvote Downvote

Total votes: 0

Upvotes: 0

Upvotes percentage: 0.000000%

Downvotes: 0

Downvotes percentage: 0.000000%

Comments

comments

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here