พลิกชีวิตสุดปัง!! กระเป๋ารถเมล์สาว สู่เส้นทางนางแบบ เธอเหมาะกับรันเวย์จริงๆ (ชมภาพ)

0
569

เมื่อวันที่ 21 ธันวาคม ที่ผ่านมา คุณเจี๊ยบ เอกมล อรรถกมล บก.นิตยสารดังและเจ้าของห้องเสื้อชื่อดัง ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟสบุ๊คส่วนตัว เปิดเผยเรื่องราวมอบโอกาสให้กระเป๋ารถเมล์สาว เนื่องจากเห็นคุณสมบัติของเธอ ทั้งใบหน้า หุ่น และลักษณะอื่นๆ โดยคุณเจี๊ยบ ระบุข้อความผ่านเฟสบุ๊คว่า

“ไปสะดุดตาเธอคนนี้เข้าให้บนรถโดยสารประจำทางสาย 539 ใช่แล้วครับเธอคือ ‘น้องอัญ’ กระเป๋ารถเมล์คันดังกล่าวนั่นเอง เราว่าผู้หญิงคนนี้มีองค์ซ่อนอยู่ ‘องค์โมเดล’อ่ะครับ หน้าไทยแท้ ผิวเข้ม รูปร่างบาง ลีน แขนขาเล็ก กะด้วยสายตาน่าจะสูงเฉียด ๆ 175

และแล้วก็ได้ยินเสียงของหัวใจพูดว่า “นี่มันไม่ใช่ที่อยู่ของเธอ เธอเหมาะกับรันเวย์” เราจึงเข้าไปทาบทามเธอมาเป็นแขกรับเชิญในรายการ ‘บุษบาริมทาง’ ที่กำลังผลิตอยู่เสียเลย

‘บุษบาริมทาง’ เป็นรายการเกี่ยวกับ how to เรื่องแต่งตัวและบุคลิกภาพ ที่คนดูสามารถนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันเพื่อสร้างโอกาสดี ๆ ให้กับตัวเองได้

โดยเฉพาะสาววัยเริ่มทำงานทุกอาชีพและทุกคน ซึ่งน้องอัญก็เป็นหนึ่งในผู้ที่ตอบโจทย์ของรายการเพราะนอกจากจะเป็นกระเป๋ารถเมล์แล้ว เธอยังทำงานขายเครื่องสำอางค์ชื่อดังยี่ห้อหนึ่งควบคู่ไปด้วย ขยันจริง ๆ นะน้องนะ

ระหว่างรอวันรายการออนแอร์เราคิดว่าน่าจะหาอะไรสนุก ๆ ทำ ว่าแล้วก็เลยจับน้องอัญมาฝึกเดินแบบ น๊านนน!  จากคนที่ไม่เคยใส่ส้นสูง จากคนขี้อาย จากคนที่คิดว่าไม่มีโอกาส วันอาทิตย์ที่ 24 ธันวานี้เธอจะเป็นหนึ่งในนางแบบของแบรนด์ EAGGAMON เดินแฟชั่นโชว์ ‘Jungle chic’ ที่สีลมซอย 2 ด้วย

ลองมาดูกันครับว่าปฏิบัติการเทรนบุษบาริมทางจากกระเป๋ารถเมล์ให้กลายมาเป็นบุษบารันเวย์ระหว่างครูเจี๊ยบกับน้องอัญจะสำเร็จด้วยดีหรือไม่


“โอกาสมีไว้คว้า” น้องอัญเคยพูดกับพี่เจี๊ยบ“ถึงเวลาพิสูจน์แล้วครับ” พี่เจี๊ยบพูดกับน้องอัญ แต่ตอนนี้พี่ต้องขอตัวกลับไปทำเสื้อผ้าแฟชั่นโชว์ที่ ห้องเสื้อชั้นสูง Eaggamon ต่อนะครับ มีงานรออีกเพียบเลย

เปิดใจ เจี๊ยบ-เอกมล อรรถกมล สไตลิสต์ผู้ดูแลชุดสำหรับใส่ประกวดขึ้นเวทีมิสเวิลด์ ครั้งแรกที่เดียวกับกับเว็บไซด์แพรวดอทคอม

หลังจากที่ทางกองประกวดได้มีการแถลงข่าวเปิดตัวชุดไทยและชุดราตรีบางส่วนที่จะนำไปใช้ในการประกวดบนเวทีMiss World ที่กำลังจะเกิดขึ้นอีกไม่นานนี้ ต่างก็มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักบนโลกโซเชียลเนตเวิร์คเกี่ยวกับชุดที่ตัวแทนสาวไทยอย่างเมญ่า-นนธวรรณ ทองเหล็ง ซึ่งเป็นตัวแทนสาวไทยที่จะสวมใส่ขึ้นบนเวทีว่าไม่สวยพอที่จะเป็นหน้าตาให้กับประเทศไทยได้

ทั้งนี้แพรว ดอทคอม ได้ติดต่อไปทางสไตลิสต์ คุณเจี๊ยบ เอกมล อรรถกมล ผู้ออกแบบชุดนี้ ซึ่งเจ้าตัวในฐานะผู้ออกแบบชุดไทยเจ้าปัญหา อีกทั้งยังเป็นผู้ดูแลเรื่องชุดของการประกวดครั้งนี้ทั้งหมด ซึ่งเขาได้เล่าถึงที่มาที่ไปของชุดไทยนี้ว่า

Q : คอนเซปต์ของชุดไทยที่เกิดกระแสวิจารณ์ในด้านลบอยู่ตอนนี้ มีที่มาที่ไปอย่างไร

A : ชุดนี้พี่เป็นคนสเก็ตวางโครงเอาไว้ว่าชุดจะเป็นประมาณไหน ซึ่งกว่าจะออกมาก็ได้มีการรีเสิร์ชก่อน พี่ก็ไปสะดุดที่เรื่องการถ่ายเททางวัฒนธรรมในสมัยรัชกาลที่ 5 ช่วงนั้นประเทศไทยเปิดประเทศเพื่อเจริญสัมพันธไมตรีกับต่างชาติ วัฒนธรรมจากตะวันตกก็เข้ามาในเมืองไทยมากขึ้น

เป็นยุคที่คนไทยเปลี่ยนวิธีการแต่งตัวอย่างรุนแรงที่สุด เพราะสตรีในราชสำนักเขาไปหยิบเอาเสื้อแขนหมูแฮม ลักษณะเป็นเสื้อลูกไม้แขนใหญ่ๆ มาใส่คู่กับโจงกระเบน พี่ว่ามันเป็นการมิกซ์แอนด์แมทช์ในยุคแรกๆของไทยเลยนะ จากเดิมที่ผู้หญิงไทยห่มสไบกับนุ่งโจงกระเบนอย่างเดียว

เลยเกิดวิธีคิดที่จะนำเสื้อผ้าแขนหมูแฮมแบบไทยมาใส่คู่กับกระโปรงไสตล์วิคตอเรียนแทนให้ดูมีความเป็นตะวันตกผสมอยู่ เป็นการลองกลับด้านประวัติศาสตร์ดู เพราะทุกวันนี้ชุดที่เราเอาไปใส่ประกวดส่วนใหญ่จะเป็นชุดที่เราเอาของเก่ามาประยุกต์ให้ดูร่วมสมัยมากขึ้นเฉยๆ หรือไม่ก็ไทยโบราณ

Q : ชุดประจำชาติบนเวที Miss World แตกต่างจากการประกวดบนเวทีอื่นยังไง

A : ต้องบอกก่อนว่าเวทีนี้มันไม่มีรางวัลชุดประจำชาติ ทุกคนจะใส่ชุดประจำชาติเพื่อนำไปประมูลหารายได้เข้าการกุศล เพราะฉนั้นแนวคิดแบบดราม่า อวกาศ แฟนตาซี พี่จะตัดออกเลย เพราะเราไม่ได้เอาประกวด

ไม่ได้ช่วงชิงรางวัลกับใคร เลยเอาวิธีคิดที่ดึงการแต่งตัวของผู้หญิงในสมัยก่อนมาผสมผสานกับความเป็นตะวันตกให้ตัวเมญ่าดูเป็นผู้หญิงในยุคนั้นแต่ก็ดูร่วมสมัย แต่เราจะไม่ใส่ความเป็นฝรั่งทั้งชุดหรือไทยทั้งชุดแค่นั้นเอง”

Q : รู้สึกอย่างไรกับเสียงวิจารณ์ที่บอกว่าชุดไม่สวยทั้งชุดไทย และชุดราตรี

A : คนที่วิจารณ์ส่วนใหญ่มาจากแฟนเพจของนางงาม ก็พูดกันเยอะว่าไม่สวย เราก็เลยกลับมาดูงานของเราเอง ขอเริ่มจากชุดไทยก่อน เพราะพี่เป็นสไตลิสคนวางโครงไปเสนอกับทางช่อง คือพี่ต้องดูแลตั้งแต่ต้นจนถึงวันนี้มันต้องเสนอทุกอย่างเป็นธีมมีคอนเซ็ปต์พร้อมแบบทุกแบบจะถูกดีไซน์และส่งให้ผู้ใหญ่และทีมงานแอพพรูฟก่อน

พี่ต้องนำเสนอภาพรวมทั้งหมดให้ทางช่องดู จนผู้ใหญ่เขาโอเคกับคอนเซ็ปของชุด แต่พอกระแสออกมาต่อว่าพี่ก็ยอมรับนะถ้าจะวิจารณ์ว่าชุดไม่สวยได้ แต่บางคนก็ใช้ถ้อยคำที่รุนแรง ภาษาหยาบคาย วิจารณ์กันสนุกปาก ไม่ได้ใช้เหตุผลในการวิจารณ์

หรือพวกที่แฝงตัวไม่ใช้ชื่อนามสกุลจริงพิมคอมเม้นท์ไปเรื่อย พี่ก็ไม่ใส่ใจดีกว่า เพราะพี่ไม่รู้ว่าเขาเข้าใจในกระบวนการทำงานในแต่ละขั้นตอนของงานมากน้อยแค่ไหน

Q : คิดว่าชุดไทยที่ออกแบบมีข้อผิดพลาดตรงไหน ถึงเกิดกระแสในด้านลบแบบนี้

A : ตั้งแต่การสเก็ตชุดพี่มีความตั้งใจที่จะทำให้ชุดมีเรื่องราวของประวัติศาสตร์การแต่งกายจริงๆ แต่ด้วยการสกรีนสี และขั้นตอนการตัดเย็บอาจสื่อสารกันผิดพลาด เพราะหลังจากที่พี่ออกแบบเสร็จ ก็ให้ทางร้านเรือนเจ้าสาว ซึ่งเป็นสปอนเซอร์ชุดประจำชาติของการประกวดทุกปีเป็นคนตัดเย็บ

และที่ผ่านมาทางนั้นเป็นคนดีไซน์ แต่ปีนี้พี่เป็นคนทำ ซึ่งเราก็ต้องให้เกียรติเคารพการทำงานกันและกัน หลังจากบรีฟงานเพื่อจะตัดเย็บ เราอาจไม่ได้มีเวลาที่จะนั่งตามหรือลองชุดก่อน จนกระทั่งถึงวันแถลงข่าว พอเห็นชุดพี่ก็รู้สึกว่ามันไม่เหมือนกับที่พี่คิดไว้ แต่ก็ไม่โทษว่าทางนั้นผิดนะ

เพราะพี่เองเป็นคนออกแบบก็ควรจะเป็นคนทำ หรือไม่ก็ต้องดูทุกขั้นตอนที่เขาตัดเย็บ เพราะมันเป็นไปไม่ได้หรอกที่เขาจะมาเข้าใจเราทุกอย่าง ข้อผิดพลาดจริงๆก็คงเป็นเรื่องการสื่อสารที่ผิดพลาดนี่แหละ แต่มันถึงวันแถลงข่าวแล้ว เลยต้องใช้ชุดนี้ไปก่อน ใจก็รู้ว่ามันไม่ใช่ แต่ก็คิดกันไว้แล้วว่าต้องมีการแก้ไขชุดแน่นอน

Q: ชุดราตรีสีเหลืองก็ถูกวิจารณ์เหมือนกันว่าไม่สวย

A : สำหรับชุดราตรีสีเหลือง คอนเซ็ปต์คืออยากให้เมญ่าใส่แล้วดูเป็นเจ้าหญิงบาร์บี้สไตล์Elegance เขาเป็นผู้หญิงผิวสีที่ใส่ชุดอะไรก็สวย และชุดนี้จะยิ่งทำให้เขาดูน่ารัก และชุดนี้จริงๆแล้ว เป็นหนึ่งในสามชุดที่เราเตรียมไว้ให้เมญ่านำไปใช้ในการประกวด ซึ่งเมื่อถึงวันจริงก็อาจจะไม่ใช่ชุดนี้ที่เมญ่าใส่ขึ้นเวทีก็ได้

เมญ่าต้องตัดสินจากสถานการณ์ในขณะนั้นเอาว่าเราจะเลือกชุดไหนไปฆ่าคนอื่นได้ มันเป็นกลยุทธ์อย่างนึงของเวทีนางงาม ที่เราจะไม่เปิดเผยทุกชุด เพื่อไม่ให้นางงามประเทศอื่นๆ รู้ว่าเรามีทีเด็ดอะไร ซึ่งหลายๆ ประเทศก็ทำแบบนี้ แต่พอมีกระแสว่าชุดราตรีสีเหลืองไม่สวย

คือเราก็เกรงใจทางดีไซเนอร์ที่ออกแบบเหมือนกัน (Vatitltthibrand) เพราะเขาก็เป็นดีไซเนอร์แถวหน้าที่มีประสบการณ์ทำโชว์อยู่เมืองนอก และมีแบรนด์ขายอยู่ที่อเมริกาด้วย พอเกิดเหตุการณ์นี้เลยคิดกันว่าอาจจะต้องนำอีกสองชุดที่ยังไม่เปิดเผยออกมาให้ทุกคนรับรู้ว่าจริงๆแล้วเรามีไฮไลท์อะไรอยู่

ซึ่งสองชุดนี้ก็มีดีไซเนอร์อีกสองคนเป็นผู้ออกแบบ เลยคิดว่าเราต้องยอมเปิดเผยชุดให้หมด ก่อนที่จะมีเสียงวิจารณ์จากคนที่ไม่รู้ที่มาที่ไปมากกว่านี้ และแฟนๆ นางงามจะได้สบายใจ แต่ก็ต้องยอมรับด้วยว่าเราไม่มีไพ่ใบสุดท้ายให้คู่แข่งเซอร์ไพรส์ในวันประกวดแล้ว

Q : อยากฝากอะไรถึงคนที่ติดตามเรื่องนี้บ้าง

A : พี่อยากจะฝากว่าสองชุดนี้มันไม่ดี เราจะแก้ไขให้แน่นอน สำหรับชุดไทยแบบและคอนเซ็ปต์ยังคงเหมือนเดิมนะ แต่ต้องมีการปรับให้ตรงกับสเก็ตที่วางไว้

เราก็สัญญาว่ามันจะดีขึ้นก่อนที่จะออกไปสู่สายตาชาวโลกแล้วไม่อายใคร และสิ่งที่เขารอคอยมันมีอยู่จริง ส่วนเรื่องจะขอให้ใครมาคอมเม้นท์ด้วยถ้อยคำที่สุภาพหรือไม่ อันนี้พี่คงไม่ไปขออะไร

เพราะคงไม่ไปสอนมารยาทเขาอยู่แล้ว แต่ละคนความคิดไม่เหมือนกันครับ และรับรองว่าชุดไทยจะมีการเปลี่ยนแปลงแน่นอน น่าจะอีกสิบวันข้างหน้า ส่วนชุดราตรีมีอยู่แล้ว ก็คงจะนำออกมาให้ทุกคนได้เห็นว่าไม่ได้มีแค่ชุดเดียว

Leave your vote

0 points
Upvote Downvote

Total votes: 0

Upvotes: 0

Upvotes percentage: 0.000000%

Downvotes: 0

Downvotes percentage: 0.000000%

Comments

comments

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here