“นุ่น วรนุช” ซวยหนัก!! โดน ตม.เกาหลีใต้ กักตัวไว้ (รายละเอียด)

0
132

กลายเป็นข้อความสั้นๆ ที่ได้รับความสนใจในโลกโซเชียลมีเดียไม่น้อย “นุ่น วรนุช” ที่ได้โพสต์ข้อความลงทวิตเตอร์เมื่อเช้าที่ผ่านมา ระบุว่า “คุณวรนุชคุณคือผู้โชคดีคนไทยคนแรก ที่ได้รับการเชื้อเชิญเข้าห้องเย็นที่ ตม.เกาหลี” ข้อความดังกล่าวถูกรีทวีตส่งต่อออกไปเป็นวงกว้าง

นอกจากนี้ สาวนุ่น ยังได้มาโพสต์เสริมอีกเล็กน้อยว่า ครั้งนี้เป็นการได้รับเกียรติเข้าห้องเย็นที่ครั้งที่ 2 แล้ว แต่ทั้งนี้ สาวนุ่น ก็ผ่านพ้นออกจากสนามบินอินชอนได้ด้วยดี และเดินทางไปทำธุระได้ตามนัดหมาย แต่ข้อความดังกล่าวได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก หลายคนระบุว่า แม้กระทั่งดาราสาวมีชื่อเสียงยังมีโอกาสได้เข้าห้องเย็นเหมือนกับคนธรรมดาๆ เช่นเดียวกัน

วรนุช ภิรมย์ภักดี (สกุลเดิม วงษ์สวรรค์) หรือ นุ่น เป็นนักแสดงที่ได้รับความนิยมคนหนึ่ง เกิดเมื่อ 24 กันยายน พ.ศ. 2523 มีพี่น้อง 5 คน จบการศึกษาจาก วิทยาลัยนาฏศิลป และศึกษาต่อระดับอุดมศึกษาที่ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต คณะวิทยาการจัดการ โปรแกรมนิเทศศาสตร์ภาคสมทบ เคยคบหาดูใจอยู่กับ เขตต์ ฐานทัพ เป็นเวลา 7 ปี

แต่ภายหลังได้เลิกรากันไป ปัจจุบัน สมรสกับ ปิติ ภิรมย์ภักดี ทายาทเจ้าของธุรกิจเบียร์สิงห์ โดยมีพิธีมงคลสมรสเมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2553 ณ โรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล กรุงเทพ และเลี้ยงฉลองสมรสในวันที่ 19 เดือนเดียวกัน ณ รอยัล จูบิลลี บอลรูม อิมแพ็ค เมืองทองธานี

เป็นอีกหนึ่งนักแสดงนางเอกที่ดังเป็นอันดับต้นๆ ของวงการ สำหรับสาว “นุ่น วรนุช ภิรมย์ภักดี” ที่ตอนนี้กำลังมีผลงานละครเรื่อง “พิษสวาท” ซึ่งเรื่องนี้เธอรับบทเป็น “อุบล/สโรชินี” จนแฟนๆ ชื่นชอบ และแน่นอนทำให้หลายๆ คนอยากที่จะหวนทำความรู้จักสาว “นุ่น” กันอีกครั้ง งานนี้ทาง “ดาราเดลี่” ก็ไม่พลาดที่จะพาชาว “ddsocial” มาทำความรู้จักกับเธอกัน

“นุ่น วรนุช ภิรมย์ภักดี” หรือนามสกุลเดิมคือ “วงษ์สวรรค์” เกิดเมื่อวันที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2523 เธอเป็นคนจังหวัดนครปฐม  ส่วนประวัติการศึกษานั้น เรียนวิทยาลัยนาฏศิลป ก่อนที่จะมาศึกษาต่อระดับในอุดมศึกษา คณะวิทยาการจัดการ โปรแกรมนิเทศศาสตร์ภาคสมทบ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต

ซึ่งสาว “นุ่น” มีโอกาสได้เข้าวงการบันเทิงจากคำเชิญชวนของ “แก้วพรีเมียร์” ทำให้เธอมีโอกาสแสดงละครเรื่องแรกอย่าง “ปอบผีฟ้า” ออกอากาศทางช่อง 7 และด้วยความที่เธอนั้นมีความสามารถทางการแสดง รวมทั้งความสามารถทางนาฏศิลปะจากที่เธอร่ำเรียนมา

ทำให้เธอได้รับเลือกให้เล่นละครแนวที่ได้โชว์ความสามารถทางการรำอยู่บ่อยครั้ง และดังแทบทุกเรื่องเลยก็ว่าได้ โดยละครสร้างชื่อเธอมีมากมายไม่ว่าจะเป็น “อีสา-รวีช่วงโชติ”, “รากนครา”, “โนห์รา”, “เปรตวัดสุทัศน์”, “กาษานาคา”, “ทองเนื้อเก้า” หรืออย่างเรื่องที่ออนแอร์ปัจจุบันอย่าง “พิษสวาท” ก็ล้วนแล้วแต่โด่งดังเพราะฝีมือเป็นหลัก

ด้านชีวิตคู่เธอได้คบหาดูใจกับไฮโซหนุ่ม “ต๊อด ปิติ ภิรมย์ภักดี” ครอบครัวที่รวยเป็นอันดับต้นๆ ของประเทศไทย หลังจากคบหากันได้นาน 4 ปี ทั้งสองก็ควงคู่กันเข้าพิธีวิวาห์ในวันที่ เมื่อ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2553 และเลี้ยงฉลองสมรสในวันที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

โดยเมนูโปรดของเธอนั้นก็คือหมูทอดกระเทียมพริกไทย เธอชื่นชอบการไปเที่ยวทะเล ที่สำคัญเธอนั้นมีคติในการดำเนินชีวิตว่า “คิดก่อนทำ และก็ทำให้ดี” สำหรับใครที่อยากอัพเดทความเคลื่อนไหวของเธอ ก็สามารถฟอลโลว์ IG @ nuneworanuch

แม้จะมีสามีเป็นถึงทายาทธุรกิจเบียร์ชื่อดัง แต่นางเอกสาว “นุ่น วรนุช” ก็ทำเซอร์ไพรส์วันเกิดให้คุณสามี “ต๊อด ปิติ ภิรมย์ภักดี” อายุ 37 ปี อย่างเรียบง่ายในห้องครัว โดยมีโดนัทและเทียน 1 เล่ม พร้อมโพสต์ภาพและข้อความสั้นๆ ว่า “H A P P Y B I R T H D A Y T O P I T I”


ซึ่งก็มีคอมเม้นท์จากแฟนๆ เข้ามาร่วมอวยพรมากมาย โดยหลายคนต่างพากันบอกให้ทั้งคู่ผลิตทายาทกันได้แล้ว งานนี้ ก็ไม่รู้ว่าในปีนี้หนุ่มต๊อดจะได้ของขวัญชิ้นโตเป็นลูกสาวลูกชายฉลองการแต่งงานงาน ที่ในปีนี้เข้าสู่ปีที่ 8 หรือไม่

อยู่ใกล้ๆ กรุงเทพฯแค่นี้เอง

วันนี้สาว “นุ่น” เลยพอมีเวลาปลีกตัวจากคิวงานที่แน่นเอี้ยดมาพาไปเที่ยวบ้านเกิดเมืองส้มโอกัน “นุ่นเกิดที่โรงพยาบาลนครปฐม อยู่ในตัวจังหวัดเลย ส่วนบ้านที่นุ่นอยู่อยู่ที่นครชัยศรี เลยออกมาจากตัวเมืองหน่อยหนึ่ง”

ในวัยเด็กพ่อแม่นุ่นไม่ค่อยได้พาไปนอกบ้านสักเท่าไหร่

เลยจะไม่มีโอกาสได้ไปนั่งเล่นกับเพื่อนๆ ข้างบ้าน หรือออกไปขี่จักรยานข้างนอก เพราะพ่อแม่ค่อนข้างจะหวงลูกกลัวจะเกิดอุบัติเหตุ เรา 5 พี่น้องเลยจะเล่นกันอยู่แต่ในบ้านมากกว่า”

เป็นเพราะหวงลูกสาว

คุณพ่อเลยต้องพาลูกไปเอง “ที่หนึ่งที่พ่อพาไปบ่อยๆ ในตอนที่นุ่นเด็กๆ คือวัดพระปฐมเจดีย์ราชวรมหาวิหาร และวัดพระประโทณเจดีย์ ทั้งสองวัดมีเจดีย์ขนาดใหญ่ที่เก่าแก่เป็นแหล่งโบราณสถานที่มีผู้คนมาสักการะเยอะ ครอบครัวเราจะพากันไปไหว้พระทำบุญ ของที่นำไปไหว้พระร่วงโรจนฤทธิ์นุ่นจะเอาดอกไม้ธูปเทียนไปไหว้”

นุ่นจะได้ไปที่องค์พระปฐมเจดีบ่อย เพราะ

อยู่ใกล้ตลาด เวลาที่แม่ไปจ่ายตลาดพ่อก็จะพาเรา 5 พี่น้องไปเดินเล่นที่ทางเดินรอบองค์พระ ไปวิ่งเล่นกันที่บริเวณสวนรอบข้างองค์พระ จะชอบชวนกันโยนตังค์โยนเหรียญลงสระน้ำใหญ่ ส่วนคำอธิษฐานในตอนเด็ก ๆ เท่าที่จำได้ก็จะเป็นขอให้ครอบครัวมีความสุข ขอให้เรียนหนังสือเก่งๆ ซึ่งเป็นเรื่องปกติ

ย้อนหลังในวัยเรียนกัน

“ตอนเรียนระดับประถมฯ นุ่นเรียนอยู่ที่โรงเรียนเดชอนุสรณ์ พอมัธยมศึกษานุ่นเข้ากรุงเทพฯ มาเรียนที่วิทยาลัยนาฏศิลป(สนามหลวง) แบบเช้าไปเย็นกลับ นั่งรถคุณลุงมา นุ่นเรียนตั้งแต่ม.1 ถึง ม.6

6 ปีที่อยู่ส่วนมากนุ่นจะเลิกเรียน 5 โมงเย็น

ซึ่งจะเลิกช้ากว่าโรงเรียนปกติทั่วไปที่เลิก 3 โมงเย็น เพราะจะต้องมีการซ้อมรำกัน ในละแวกนั้นที่ไปบ่อยจนดูเป็นเรื่องปกติคือท่าน้ำท่าพระจันทร์ และวันไหนที่กลับบ้านเองนุ่นกับเพื่อนๆ ก็จะนั่งเรือด่วนเจ้าพระยาที่ท่าช้าง และไปขึ้นที่ท่าเรือปิ่นเกล้าเพื่อไปต่อรถกลับบ้านที่นครปฐม ที่ชอบนั่งเรือเพราะรถไม่ติด และอากาศดีลมเย็น”

เมื่อเข้าวงการ

ก็เลยต้องจากบ้านมาอยู่คอนโดฯ บ้านยอดฮิตของคนกรุง“ตอนโตนุ่นมาอยู่คอนโดฯ ในกรุงเทพฯ เพื่อสะดวกในการทำงาน เพราะบางคืนที่ต้องกลับดึก หรือบางวันที่ต้องตื่นไปกองถ่ายแต่เช้า

ส่วนร้านโปรดที่จะชอบไปนั่ง

มีร้าน กระเทียม ของพี่ตี่ ชอบทานตับห่อเบคอน สปาเกตตี และร้านกาแฟ คอฟฟี่บีน ย่านเอกมัย นุ่นชอบไปนั่งทานขนมเค้กค่ะ”

เกิดเมืองส้มโอพอแย็บถึงผลไม้ที่โปรดปราน
สาว “นุ่น”ตอบอย่างไม่ลังเลเลยว่า “ก็ต้องส้มโอสิค่ะ ส้มโอเป็นผลไม้ที่เป็นเอกลักษณ์ของนครปฐม ส่วนพันธุ์ของส้มโอที่นุ่นชอบคือพันธุ์ขาวน้ำผึ้ง เนื้อจะแห้งไม่แฉะเหมือนกับพันธุ์ทองดี”..ถือโอกาสโปรโมตซะงั้น

Leave your vote

0 points
Upvote Downvote

Total votes: 0

Upvotes: 0

Upvotes percentage: 0.000000%

Downvotes: 0

Downvotes percentage: 0.000000%

Comments

comments

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here