ธ.ก.ส.ทุ่มแสนล้าน แจกของขวัญปีใหญ่ คืนความสุขให้ลูกค้า โครงการ 2.2 ล้านคนได้กำไรแน่นอน(รายละเอียด)

0
124

นายสมศักดิ์ กังธีระวัฒน์ รองผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร หรือ ธ.ก.ส. กล่าวว่า ธ.ก.ส. เตรียมเสนอที่ประชุมคณะกรรมการธนาคารพิจารณาในวันที่ 20 ธ.ค. นี้

เรื่องมาตรการของขวัญปีใหม่ปีเริ่มต้นใช้ในปี 2561 ไปจนถึงสิ้นปี ซึ่งมี 3 มาตรการ 9 โครงการ วงเงิน 1 แสนล้านบาท มีระยะเวลาดำเนินโครงการ 3 ปี คาดว่ามีเกษตรกรลูกค้าและประชาชนได้ประโยชน์จากมาตรการนี้ไม่น้อยกว่า 2.2 ล้านคน

ทั้งนี้ มาตรการที่จะเสนอจะครอบคลุม 3 เรื่องใหญ่ได้แก่ การดูแลหนี้สินในระบบ และนอกระบบ การดูแลผู้มีรายได้ให้ฝึกอบรมอาชีพ ยกระดับรายได้ และมาตรการที่ให้กำลังใจ

เช่น โครงการชำระดีมีคืน จะเสนอคืนดอกเบี้ยลูกหนี้ที่มีประวัติชำระหนี้ดี 30% หรือคิดเป็นอัตราดอกเบี้ยที่ลดลง 2-3% เช่น กรณีลูกหนี้มีหนี้ 2.5 แสนบาท เสียดอกเบี้ย 7% เท่ากับต้องเสียดอกเบี้ยปีละ 1.7 หมื่นบาท ถ้าได้ดอกเบี้ยคืน 30% เท่ากับจะได้เงินคืน 5,000 บาท

ซึ่งธนาคารจะนำเงินดังกล่าวไปหักเงินต้นเพื่อช่วยลดภาระหนี้อีกทางหนึ่ง คาดว่าโครงการนี้จะมีคนที่ได้ประโยชน์ 2.6 ล้านราย คิดเป็นวงเงินทั้งสิ้นกว่า 4,000 ล้านบาท

นอกจากนี้ ยังมีโครงการที่ปล่อยกู้ดอกเบี้ยพิเศษ 0.1% ซึ่งโครงการดังกล่าวจะต้องเสนอขออนุมัติจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) ด้วยเนื่องจากเป็นโครงการที่จะขอดอกเบี้ยชดเชยจากรัฐบาล

รวมทั้งยังมีโครงการสินเชื่อ 1 ตำบล 1 เอสเอ็มอี ซึ่งเป็นโครงการเดิม และโครงการสินเชื่อเพื่อป้องกันการเป็นหนี้นอกระบบ ซึ่งเป็นโครงการใหม่

ซึ่งมาตรการที่จะทำทั้งหมดนี้จะต้องผ่านการพิจารณาจะคณะกรรมการธนาคารก่อน และบางมาตรการต้องเสนอเข้า ครม. คาดว่าเริ่มใช้ทั้งต้นปี 2561 นี้ ตามนโยบายนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ที่มอบหมายไว้

สินเชื่อ ธ.ก.ส. เข้าใจเกษตรกรไทยมากที่สุด

สินเชื่อ ธ.ก.ส. เข้าใจเกษตรกรไทย ยามเศรษฐกิจในปัจจุบันที่กำลังพาให้เกษตรกรเกิดวิกฤตปัญหา สภาพการเงินไม่พอค่าใช้จ่ายในการนำมาทำการเกษตรของครอบครัวตน

นอกจากนี้ยังช่วยให้คนที่มีงานประจำ หรือทั้งคนที่กำลังว่างงานมีทุนให้ผันตัวมาทำอาชีพเกษตรแบบที่ตนเองรักได้อย่างยั่งยืน ไม่เพียงแค่ต้นทุนด้านวัตถุดิบเท่านั้น แม้ไม่มีต้นทุนทางเครื่องจักร อุปกรณ์การเกษตรก็สามารถกู้ได้ง่ายไม่แพ้กัน

สินเชื่อ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร มาพร้อมกับโครงการสินเชื่อเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดเก็บและการกระจายสินค้าอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อเป็นทุนให้คุณขยายฐานธุรกิจให้เติบโต สร้างผลกำไรที่ยั่งยืนได้มากขึ้น

ด้วยอัตราดอกเบี้ยที่ไม่ทำให้ธุรกิจของคุณกระทบกระเทือน (MLR สำหรับกลุ่มธุรกิจนิติบุคคลและ MRR สำหรับกลุ่มคนห้างร้าน เจ้าของคนเดียวทั่วไป)

จึงนับเป็นการช่วยลดต้นทุนทางธุรกิจได้อย่างดี เพื่อให้คุณเพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุนในด้านการขนส่ง การจัดเก็บ การรักษา รวมถึงกระจายสินค้าให้วงจรไปถึงผู้บริโภคอย่างสมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้น ซึ่งรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถสอบถามได้ที่ ธนาคาร ธ.ก.ส. ทุกสาขา

ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ยังมีสินเชื่อโครงการสินเชื่อเพื่อไปทำงานต่างประเทศ ที่เหมาะสำหรับ ผู้ที่มีความสนใจจะเดินทางเพื่อไปทำงานยังต่างประเทศ

ในฐานะแรงงานต่างชาติโดยเฉพาะเพื่อช่วยเอาเงินส่วนนี้ไว้เป็นค่าใช้จ่ายในการเดินทาง และเงินฉุกเฉินสำหรับการใช้ชีวิตในต่างแดนของคุณ ไม่ว่าจะเดินทางไปทำงาน ณ ประเทศใดก็ตาม เพียงคุณเป็นคนไทยที่ว่างงานหรือเป็นเกษตรกร ที่ติดต่อหางานผ่านกระทรวงแรงงาน

หรือบริษัทจัดหางานในต่างแดนที่ได้รับการรับรองตามกฎหมายไทย คุณก็สามารถมาขอสินเชื่อเงินกู้โครงการนี้ได้ โดยในวงเงินสำหรับเดินทางไปทำงานที่ประเทศสวีเดน

มีวงเงินสูงสุด 75,000 บาท และวงเงินสำหรับการเดินทางไปทำงานยังประเทศฟินแลนด์ธนาคารให้วงเงินสูงสุดไม่เกิน 65,000 บาท รายละเอียดสามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ธนาคาร ธ.ก.ส. ทุกสาขา

ธ.ก.ส. ยังมีโครงการสินเชื่อเพื่อช่วยในการจัดหาเครื่องจักร เครื่องยนต์ ที่ใช้ในกิจกรรมทางการเกษตร สินเชื่อนี้เหมาะสำหรับเกษตรกรทุกวัยที่มีอาชีพเกษตรกรหรือผู้ที่กำลังจะผันตัวมาทำอาชีพเกษตรกร (หากมีประวัติการชำระหนี้ที่อยู่ในเกณฑ์ดีจะผ่านการพิจารณาเป็นพิเศษ)

และอยู่ในระหว่างสัญญาเช่าซื้ออุปกรณ์ เครื่องจักรเพื่อนำเงินกู้จากธนาคารไปชำระค่าเช่าซื้อกับกิจการให้เช่าซื้อเพื่อรับโอนกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินมาเป็นของคุณ หรือของบุคคลภายในครอบครัวเพื่อจัดหาทุนที่จะใช้ในการซื้อเครื่องจักร เครื่องการผลิตและการแปรรูป

รวมไปถึงค่าขนส่งสินค้าในภาคการเกษตร โดยวงเงินที่อนุมัติให้กู้สูงสุดถึง 80% และมีความยืดหยุ่นในเรื่องชองระยะเวลาชำระคืนเงินต้นนานถึง 5 ปี สามารถสมัครและสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรทุกสาขา

หากคุณมีเอกสารพร้อมกู้เงินแล้วมีคุณสมบัติครบถ้วนในการขอรับสินเชื่อ สามารถติดต่อได้ที่ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์โดยตรงทุกสาขา

ธ.ก.ส. มุ่งวิจัยและพัฒนาด้านธนาคารและลูกค้า รวมถึงเศรษฐกิจการเกษตร และพัฒนาระบบข้อมูลและสารสนเทศการเกษตรและชุมชนเพื่อเป็นคลังความรู้ในการนำไปสู่การกำหนดนโยบาย ทิศทางของธนาคารเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของเกษตรกร และพัฒนาศักยภาพบุคลากรด้านงานวิจัย โดยมีการดำเนินงานที่สำคัญดังนี้

1. การวิจัยและพัฒนาฐานความรู้ Website แผ่นดินทอง เป็นแหล่งรวมข้อมูลด้านการเกษตรที่สำคัญ เพื่อเป็นคลังความรู้แก่สาธารณชน,ฐานข้อมูลชุมชน เป็นแหล่งรวมข้อมูลที่สำคัญของเครือข่ายของเกษตรกรและเครือข่ายต่าง ๆ

2. การวิจัยและพัฒนาสภาวะธุรกิจการเกษตร สถานการณ์และแนวโน้มราคาสินค้าเกษตร เพื่อเป็นข้อมูลวิเคราะห์เพื่อการตัดสินของผู้ที่สนใจ,รายงานการวิเคราะห์สถานการณ์และแนวโน้มราคาข้าว

3. การวิจัยและพัฒนาเพื่อ  เกษตรกร สังคม และสิ่งแวดล้อม รายงานการวิจัย (“ส่วนเหลื่อมการตลาดข้าวไทยเพื่อความเป็นธรรมสำหรับชาวนา” และ รายงานวิจัยอื่นๆ),BAAC Research Center News,วิชาการปริทัศน์,วารสารวิจัยและพัฒนา ธ.ก.ส. (“โลกร้อน….มหามหันตภัย”),วารสารพัฒนาชนบท

แนวนโยบายของผู้ถือหุ้นภาครัฐ (Statement of Directions : SOD)

กระทรวงการคลังในฐานะกระทรวงเจ้าสังกัดได้กำหนดแนวนโยบายผู้ถือหุ้นภาครัฐ (Statement of Directions) ที่จะใช้เป็นแนวทางในการกำกับดูแลรัฐวิสาหกิจและชี้ประเด็นที่รัฐวิสาหกิจควรให้ความสำคัญและเร่งดำเนินการ ตลอดจนใช้เป็นแนวทางในการกำหนดตัวชี้วัดสำหรับการประเมินผลการดำเนินงานของรัฐวิสาหกิจ ซึ่งแนวนโยบายของผู้ถือหุ้นภาครัฐมี 2 ระดับ ดังนี้

1.  แนวนโยบายสำหรับรัฐวิสาหกิจในภาพรวม

สถาบันการเงินเฉพาะกิจ (Specialized Financial Institutions : SFIs)  ถือเป็นสถาบันการเงินเพื่อการพัฒนาโดยมีบทบาทหลักในการเติมเต็มช่องว่างทางการเงินในภาวะที่กลไกตลาดไม่ทำงาน ทำให้มีความต้องการใช้บริการทางการเงินบางส่วนในระบบไม่ได้รับการตอบสนองจากสถาบันการเงินเชิงพาณิชย์

นอกจากนี้ ยังมีหน้าที่ในการดำเนินนโยบายกึ่งการคลังของรัฐบาลและการรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ ดังนั้น SFIs  จึงต้องดำเนินการตามพันธกิจในการสนับสนุนการเข้าถึงบริการทางการเงินให้แก่ประชาชน และผู้ประกอบการรายย่อยที่ไม่สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนของสถาบันการเงินเชิงพาณิชย์ได้

รวมทั้งมีบทบาทในการให้ความรู้ทางการเงินแก่ประชาชนรายย่อย และช่วยเหลือทางการเงินแก่กลุ่มเป้าหมายตามนโยบายรัฐ ทั้งนี้ SFIs จะต้องดำเนินการตามพันธกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ และมีความมั่นคงทางการเงิน

โดย SFIs อาจมีความจำเป็นที่จะต้องให้บริการทางการเงินบางส่วนในเชิงพาณิชย์เพื่อให้เป็นแหล่งรายได้สำหรับการดำเนินงานตามพันธกิจของ SFIs

แต่ควรมีการกำหนดเป้าหมายสัดส่วนการปล่อยสินเชื่อตามพันธกิจและเชิงพาณิชย์ที่เหมาะสม โดยคำนึงถึงพันธกิจในการเป็นสถาบันการเงินเพื่อการพัฒนาและความมั่นคงทางการเงินของ SFIs ควบคู่กันไป

 

Leave your vote

0 points
Upvote Downvote

Total votes: 0

Upvotes: 0

Upvotes percentage: 0.000000%

Downvotes: 0

Downvotes percentage: 0.000000%

Comments

comments

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here