ท็อป 10 รถยนต์ ที่มียอดขายคงกระพัน (รายละเอียด)

0
92

วันนี้ truststore online จะพาทุกคนมาดูกันว่าในแต่ละปีมีรถผลิตออกมาขายหลายร้อยรุ่นโดยบริษัทนับสิบแห่ง เพราะฉะนั้น ถ้าจะมีรุ่นหนึ่งรุ่นใดถูกตาต้องใจลูกค้า รถรุ่นนั้นต้องมีบางสิ่งที่พิเศษจริงๆ สำหรับรถที่ขายดีที่สุดตลอดกาลนั้นมีคุณสมบัติที่เหมือนกันคือผลิตออกมานานกว่าหนึ่งทศวรรษ อยู่ยงคงกระพันจนถึงวันนี้ ถ่ายทอดความสามารถในการแข่งขันจากเจเนอเรชั่นสู่เจเนอเรชั่น และมีวิวัฒนาการต่อเนื่องเพื่อให้สามารถดึงดูดความสนใจของลูกค้าทุกยุคทุกสมัย และต่อไปนี้คือรถที่ขายดีที่สุดตลอดกาล 10 รุ่นแรกจัดทำขึ้นโดยรวบรวมจากสถิติยอดขายหลายแหล่ง

1.โตโยต้า โคโรล่า ยอดขาย: กว่า 42 ล้านคัน
รูปลักษณ์โตโยต้า โคโรลลาอาจไม่เฟี้ยวเตะตา แต่คุณประโยชน์น่าทึ่ง โตโยต้าเปิดตัวรถรุ่นนี้ในปี 1966 โดยชูจุดขายเป็นรถที่ใช้งานได้จริง สะดวกสบาย วางใจได้ และในราคาที่จ่ายไหว ทุกวันนี้ยังมีโคโรลลารุ่นต่างๆ วิ่งอยู่บนถนน และหลายคนบอกว่า ไม่มีรุ่นไหนใช้งานง่ายถูกใจเหมือนโคโรลลา แม้มีรถใหม่ๆ สารพัดออปชันไฮเทคออกมาให้เลือกมากมายก็ตาม

โตโยต้า โคโรลล่า (Toyota Corolla) (คำว่า Corolla แปลว่า กลีบดอกไม้) เป็นรถโตโยต้ารุ่นที่ประสบความสำเร็จทั้งด้านการขายและการเป็นที่นิยมมายาวนาน โดยเฉพาะในเมืองไทยรู้จักรถโคโรลล่านี้มาอย่างกว้างขวางและยาวนาน โดยเฉพาะในปัจจุบัน นิยมเอารถโตโยต้า โคโลล่า อิลติส (Toyota Corolla Altis) มาทำรถแท็กซี่ในเมืองไทย โดยรถโตโยต้า โคโรลล่า จัดอยู่ในระดับรถยนตร์นั่งขนาดเล็กมาก (Subcompact) ในโฉมที่ 1-5 ส่วนโฉมที่ 6 เป็นต้นมา จัดอยู่ในระดับรถยนตร์นั่งขนาดเล็ก (Compact)

โคโรลล่า เป็นคู่แข่งทางธุรกิจกับ ฮอนด้า ซีวิค นิสสัน ซันนี่/ทีด้า เชฟโรเลต ออพตร้า และ มิตซูบิชิ แลนเซอร์ ในฐานะที่เป็นรถที่ไม่เล็กเกินไปในการใช้เป็นรถครอบครัว แต่ไม่เทอะทะสำหรับการใช้เป็นรถส่วนตัว ใช้งานได้หลากหลาย รถรุ่นโคโรลล่าเป็นรถที่พบเห็นได้ค่อนข้างมากบนท้องถนนไทยในปัจจุบัน มีวิวัฒนาการตั้งแต่อดีตจนปัจจุบัน แบ่งเป็น 11 รูปโฉม

2.ฟอร์ด เอฟ-ซีรี่ส์ ยอดขาย: กว่า 40 ล้านคัน
เอฟ-ซีรี่ส์เป็นปิ๊กอัพที่ขายดีที่สุดในอเมริกาตั้งแต่ปี 1977 และรถที่ขายดีที่สุดในประเทศนี้นับจากปี 1983 ด้วยความทรหดทนทาน รองรับงานหนัก ทั้งขนสัมภาระและลากรถ เอฟ-ซีรี่ส์ถือกำเนิดในปี 1948 หมายความว่า สาวกกระบะพันธุ์อึดยังคงซื้อเอฟ-ซีรี่ส์จากรุ่นปู่สู่รุ่นหลานจนถึงปัจจุบัน

ในปีนี้ฟอร์ดได้ฉลองให้รถกระบะรุ่น Ford F-Series (ฟอร์ด เอฟ-ซีรีส์) เนื่องจากรุ่นนี้ขายดีมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ได้รับการผลิตถึง 40 ปี และยังครองตำแหน่งรถยนต์ที่ขายดีที่สุดในอเมริกามา 35 ปี Ford (ฟอร์ด) มียอดขายรถกระบะรุ่นนี้เป็นจำนวนมาก ตั้งแต่ผลิตมาตั้งแต่ปี 1977 มียอดขายมากกว่า 26 ล้านคัน หากเอากันชนหน้าของทุก ๆ คันมาต่อเรียงกันจะมีความยาวถึง 90,000 ไมล์ นั้นหมายถึงเส้นรอบวงของโลกถึง 3 เส้นครึ่ง

ในรุ่นนี้มีไลน์การผลิตรุ่นนี้มีมาอย่างยาวนาน เช่นในปี 1984 ฟอร์ดได้ผลิตรุ่น Ford F-150 ซึ่งใช้พื้นฐานของรุ่น Ford F-100 หลังจากนั้นปี 1998 ค่ายฟอร์ดได้ซอยย่อยรุ่น Ford F-150 (ฟอร์ด เอฟ-150) ออกเป็น 2 รุ่น Light Duty และ Super Duty สำหรับการใช้งานในเชิงพาณิชย์ และยังมีรุ่นพิเศษอย่าง รุ่น Harley Davidson, SVT Lightning, Raptor เป็นต้น

ทั้งหมดนี้สำหรับผู้ที่ชื่นชอบประวัติศาสตร์ของกระบะสไตล์อเมริกัน และปี 2016 Ford F-Series ยังคงครองตำแหน่งยอดขายเหมือนเดิม ด้วยจำนวนมากกว่า 820,000 คัน มากกว่าปีก่อนหน้านั้น 5 % และมากกว่ารุ่นอื่น ๆ ค่ายอื่น ๆ อย่างเช่นค่าย GM ขายกระบะ Chevy Silverado จำนวน 575,000 คัน และกระบะ GMC Sierra มียอดขาย 222,000 คัน ทั้ง 2 รุ่นรวมกันยังไม่สามารถสัมผัสความสัมเร็จของ ฟอร์ด เอฟ-ซีรีส์ ได้เลย

3.โฟล์คสวาเกน กอล์ฟ ยอดขาย: กว่า 30 ล้านคัน
กอล์ฟเป็นอัศวินขี่ม้าขาวมาช่วยโฟล์คสวาเกนตอนที่พยายามคิดหาทางออกก่อนที่จะเลิกผลิตรถเต่า และหลังจากปรับแต่งมาตลอดหลายปี จากรถเครื่องยนต์ดีเซลประหยัดเชื้อเพลิง เพิ่มความสปอร์ตในจีทีไอ จนมาถึงกอล์ฟ อาร์ ต้องบอกว่า คุณสมบัติที่ไม่เคยหายไปเลยคือ การเป็นรถขับสนุก สะดวกสบาย รูปลักษณ์โดนใจ ปราดเปรียว และวางใจได้ เพียงเท่านี้หลายคนคงไม่คิดเปลี่ยนใจไปจากกอล์ฟ

ผลิตปี 1974 – ปัจจุบัน Volkswagen Golf มีเครื่องยนต์5สูบ 2.5ลิตร ระบบเกียร์อัตโนมัติ6สปีด เครื่องยนต์4สูบ 2.0ลิตร ระบบเกียร์ธรรมดา หรือระบบเกียร์กึ่งอัตโนมัติ6สปีด ใช้ระบบขับเคลื่อนล้อหน้า

ความนิยมอยูที่มีอัตราการใช้น้ำมันที่9.78/14.03กม./ลิตร ให้กำลัง170แรงม้าที่5700รอบ/นาที การออกเบบเป็นรถแฮทช์แบคสามารถเข้ากับคุณภาพที่ดีเยี่ยมของห้องโดยสารและให้เนื้อที่ที่สะดวกสบาย

ระบบช่วงล่างแบบอิสระทั้ง4ล้อ ระบบควบคุมอุปกรณ์ด้วยไฟฟ้าภายในรถ และออพชั่นระบบcruise control ระบบเบรคABS 4ล้อ และระบบควบคุมการทรงตัว ที่ติดตั้งเพื่อเป็นให้ความปลอดภัย

4.โฟล์คสวาเกน บีทเทิล ยอดขาย: กว่า 23 ล้านคัน
ตัวเลขนี้รวมทั้งบีทเทิลคลาสสิกและเวอร์ชันใหม่ โฟล์คเผยโฉมรถเต่าในปี 1938 (ขายในชื่อโฟล์คสวาเกนหรือไทป์ ไอ) และทำให้ทั่วโลกคลั่งไคล้ในช่วงทศวรรษ 1950 และ 1960 จนกลายเป็นสัญลักษณ์ทางวัฒนธรรมแห่งยุค อย่างไรก็ตาม เวอร์ชันใหม่ไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควรในการผูกโยงกับวัฒนธรรม แต่ก็สามารถสร้างตลาดนิชของตัวเองได้ โฟล์คสวาเกนเดินเครื่องผลิตรถเต่ารุ่นคลาสสิกจนถึงปี 2003 ใครจะรู้ว่า เวอร์ชันใหม่จะยืนยงในสายการผลิตอีกกี่ปี

ในที่สุด บริษัท เอ็นเค ออโต อิมพอร์ต จำกัด ผู้นำเข้าและจำหน่ายรถเบนซ์และรถหรูนำเข้าป้ายแดง ก็ขอเปิดตัวรถยนต์สุดคลาสสิค โฟลคสวาเกนโฉมใหม่ล่าสุด “All New VW BEETLE 2012” ซึ่งส่งตรงมาถึงประเทศไทยแล้ว พร้อมเผยโฉมที่โชว์รูมของเอ็นเคแล้ว รับรองว่า โดนใจทุกเพศทุกวัยอย่างแน่นอนค่า

โดยบีทเทิลโฉมใหม่นี้ (BEETLE 2012) เป็นเจนเนอเรชั่นที่ 3 ของรถยนต์คลาสสิคในตระกูลบีทเทิลซึ่งมีประวัติความเป็นมาอย่างยาวนานนับตั้งแต่ปี 1938 (พ.ศ.2481) ซึ่งรุ่นแรกหรือ Type I ที่มีการผลิตจนถึงปี 2003 (พ.ศ.2546) มียอดผลิตสะสมรวมมากกว่า 21 ล้านคันเลยทีเดียว และสำหรับบีทเทิลรุ่นใหม่นี้เปิดตัวเมื่อปลายปี 2011 (พ.ศ.2554) ที่ผ่านมานี้เอง

สำหรับ BEETLE 2012 โฉมใหม่นี้ รับประกันว่าไฉไลกว่าเดิมแน่นอน ด้วยเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ 1.2 ลิตร แบบ TSI พ่วง TurboCharger ช่วยอัดอากาศในการเพิ่มสมรรถนะการขับขี่ พร้อมตอบสนองด้านความประหยัดน้ำมันและอัตราเร่งที่ลงตัว ผลิตกำลังสูงสุดได้ 105 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 17.8 กก.-ม. หรือ 175 นิวตัน-เมตร ที่ 4,100 รอบ/นาที ขับเคลื่อนล้อหน้าผ่านระบบเกียร์อัตโนมัติแบบ DSG คลัตช์คู่เดินหน้า 7 สปีด ตอบสนองทันใจด้วยอัตราเร่ง 0-100 กม./ต่อชม. ใน 10.9 วินาที ทำความเร็วสูงสุด 180 กม./ชม.

5.วาซ 2101 ยอดขาย: กว่า 19 ล้านคัน
วาซ 2101 หรือลาดา 1200 หรือลาดา ริวา เปิดตัวในปี 1970 โดยลอกแบบมาจากเฟียต 124 ที่ผลิตครั้งแรกในปี 1966 ที่น่าแปลกใจคือยังมีการผลิตรถรุ่นนี้จนถึงปี 2012 แม้แทบไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไรเลยตั้งแต่ช่วงต้นทศวรรษ 1980 ก็ตาม

และแม้โดยรวมไม่ใช่รถที่น่าประทับใจนัก แต่ถือว่า เป็นหนึ่งในไม่กี่รุ่นที่คนส่วนใหญ่ในดินแดนหลังม่านเหล็กที่อยู่ภายใต้อิทธิพลของสหภาพโซเวียตในอดีตสามารถซื้อได้ และความไว้วางใจได้ในเรื่องความทนทานทำให้ยังมีวาซอยู่บนถนนหลายล้านคันในขณะนี้

6.ฮอนด้า ซีวิค ยอดขาย: กว่า 18 ล้านคัน
ดูเหมือนรถรุ่นนี้จะเป็นรุ่นที่คนส่วนใหญ่ครอบครองหรือมีคนรู้จักเป็นเจ้าของ ที่สำคัญที่สุดคือ คนส่วนใหญ่ชอบซีวิก เช่นเดียวกับโตโยต้า โคโรลลา หรือฟอร์ด เอสคอร์ต เพราะความที่ฮอนด้า ซีวิค

เป็นหนึ่งในรถขับเคลื่อนล้อหน้าที่วางใจได้และอเนกประสงค์ที่สุด ความแพร่หลายและแพล็ตฟอร์มที่ปรับแต่งง่ายยังทำให้ซีวิกเป็นรถที่คนทั่วโลกวางใจจากรุ่นสู่รุ่น หรือเรียกว่า เป็นไอคอนก็คงไม่ผิด

7.ฟอร์ด เอสคอร์ต ยอดขาย: กว่า 18 ล้านคัน
หลายคนอาจปรามาสว่า ก็แค่รถโบราณที่คนข้างบ้านมีเท่านั้น แต่ในยุโรป โดยเฉพาะอย่างยิ่งสหราชอาณาจักร ฟอร์ด เอสคอร์ตเข้าขั้นตำนานเลยทีเดียว ฟอร์ดเปิดตัวรถรุ่นนี้นอกอเมริกาในปี 1968 และโด่งดังเป็นพลุแตกจากคุณสมบัติประหยัดน้ำมันและเป็นตำนานของวงการแรลลี่

ต่อมาเอสคอร์ตถูกแทนที่ด้วยโฟกัส Ford เตรียมแนะนำ Escort ออกจำหน่ายในประเทศจีนอย่างเป็นทางการ ลูกค้าชาวจีนสามารถจับจอง Escort ได้ตั้งแต่วันที่ 20 มกราคมปีหน้าเป็นต้นไป ตำแหน่งการตลาดของ Escort จะอยู่ระหว่าง Fiesta และ Focus รูปลักษณ์ภายนอกยังคงใช้เอกลักษณ์การออกแบบที่คุ้นตาและมีกระจังหน้าคล้ายกับ Aston Martin ภายในห้องโดยสารตกแต่งอย่างเรียบง่าย มีถุงลมนิรภัยหกลูก ระบบเครื่องเสียง Connect Radio ที่เอื้อให้ผู้ขับขี่สามารถเชื่อมต่อสมาร์ทโฟนเข้ากับระบบอินโฟเทนเมนท์ผ่านบลูทูธ

โดยมีจอแสดงผลอยู่บนคอนโซลกลาง เครื่องยนต์เบนซินเป็นบล็อก 4 สูบ ความจุ 1.5 ลิตร Ti-VCT พละกำลัง 115 แรงม้า แรงบิด 142 นิวตันเมตร ส่งกำลังด้วยระบบเกียร์ธรรมดา 5 สปีดหรือเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด Ford Escort ขึ้นสายการผลิตที่โรงงานร่วมทุน Changan-Ford คาดว่าราคาจำหน่ายจะเริ่มต้นที่ราว 90,000 หยวน

8.ฮอนด้า แอคคอร์ด ยอดขาย: กว่า 17 ล้านคัน
แอกคอร์ดผ่านการเปลี่ยนแปลงมาหลายครั้งนับจากเปิดตัวในปี 1976 แต่สิ่งหนึ่งที่ไม่เคยเปลี่ยนเลยคือยอดขายที่ไหลลื่น ฮอนด้าเปิดตัวแอกคอร์ดในช่วงทศวรรษ 1970 โดยชูจุดขายที่คุณภาพ ความไว้วางใจได้ ราคา และสามารถทำยอดขายมโหฬารในช่วงปลายทศวรรษ 1980 ปัจจุบัน แอกคอร์ดเป็นรถที่มีประสิทธิภาพ การขับเคลื่อนที่ดี และราคาเหมาะสม สามารถตอบสนองความต้องการทุกอย่างของครอบครัวส่วนใหญ่

Honda Accord Generation 1 1976-1981จากการคิดค้นและพัฒนา รวมถึงการทดสอบอย่างต่อเนื่อง รถ Honda Accord คันแรกสุดในเจเนอเรชั่นที่ 1 จึงเกิดขึ้นในปี 1976 บนเรือนร่างขนาดกะทัดรัดแบบแฮตซ์แบค 3 ประตู วางเครื่องยนต์ CVCC ขนาด 1.6 ลิตร ซึ่งต่อมาได้รับการปรับปรุงให้มีสมรรถนะด้านความประหยัดทืี่เป็นเลิศ ต่อมาในเดือนกันยายนปี 1977 ค่าย Honda ส่งรุ่น EX-L ลงทำตลาดอย่างต่อเนื่อง ตามติดด้วย Accord รุ่นซีดาน 4 ประตู วางเครื่องยนต์ 1.6 ลิตร 123 แรงม้า

หลังจากออกขายได้ไม่นานนัก ในปี 1978 ค่าย Honda จึงกระตุ้นตลาดอีกครั้งด้วย Accord รุ่นเครื่องยนต์ 1.8 ลิตร ที่มีประสิทธิภาพสูงกว่ารถรุ่นแรก เครื่องยนต์รุ่นนี้ผ่านมาตรฐานการควบคุมมลภาวะของประเทศญี่ปุ่น ปี 1979 Honda วางเกียร์อัตโนมัติ 3 สปีด เพื่อทำให้รถรุ่นนี้กลายเป็นทางเลือกที่หลากหลายสำหรับผู้คนในยุคนั้น จนมาถึงปี 1990 กับความสำเร็จในการพัฒนาเครื่องยนต์ CVCC II โดยใช้การเผาไหม้จากการจุดระเบิดส่วนกลาง และระบบควบคุมการตอบรับที่ฉับไว เครื่องยนต์ CVCC II ขนาด 1.8 ลิตรตัวนี้ ยังช่วยเพิ่มเติมประสิทธิภาพของการขับเคลื่อนและช่วยประหยัดเชื้อเพลิงได้ดี สำหรับเครื่องยนต์ CVCC II ขนาด 1.6 ลิตรนั้น ก็ยังได้รับการปรับปรุงให้ดียิ่งขึ้น

9.ฟอร์ด โมเดล ที ยอดขาย: กว่า 15 ล้านคัน
จากปี 1908-1927 ฟอร์ดมียอดขายโมเดล ทีอย่างเป็นทางการมากกว่า 15 ล้านคัน ซึ่งตัวเลขจริงอาจสูงกว่านั้นเนื่องจากมีการเก็บข้อมูลไม่ต่อเนื่อง สำหรับคนอเมริกัน โมโดล ทีเป็นรถรุ่นแรกที่ตั้งราคาในระดับที่ทุกคนสามารถซื้อได้ นอกจากนี้ยังใช้งานง่าย วางใจได้ และทนทาน สรุปคือ ความสำเร็จของโมเดล ทีเป็นจุดเริ่มต้นของอุตสาหกรรมยานยนต์สมัยใหม่ และทำให้ดีทรอยต์เป็นศูนย์กลางจักรวาลยานยนต์

ฟอร์ด โมเดลที เป็นชื่อรถยนตร์ในยุคบุกเบิก ตั้งแต่ พ.ศ.2451 ถึง พ.ศ.2470 ผลิตและออกแบบโดย เฮนรี่ ฟอร์ด, ชิลด์ ฮารอลด์ วิลส์ และชาวฮังกาเรียนซึ่งมาตั้งรกรากอยู่ที่สหรัฐอเมริกา 2 คน คือ โจเซฟ เอ กาเลมบ์ กับ ยูจีน ฟาร์กัส เป็นรถยนต์ที่พัฒนามาจากรถยนต์ต้นแบบคือ ฟอร์ด โมเดลเอ็น (มีแค่ที่นั่งเดียว) และยังได้รับสมญานามว่า “ฟอร์ดพลังม้า” รถยนต์ ฟอร์ด โมเดลที จัดว่าเป็นรถที่มีเครื่องยนต์และทรวดทรงที่ปราณีต และยังเป็นแม่แบบให้กับรถยนต์ ฟอร์ดโมเดลเอ

การมาของรถยนต์ ฟอร์ด โมเดลที ต่ออุตสหกรรมเทคโนโลยีของชาวอเมริกัน เป็นความสำเร็จอย่างยิ่งของ เฮนรี่ ฟอร์ด และสหรัฐอเมริกา ต่อจากนั้นมา รถยนต์ของเขาเป็นที่ต้องการวงกว้างในตลาดของอุตสาหกรรมเทคโนโลยีทั้งยุโรปและสหรัฐอเมริกา ซึ่งกำลังเป็นยุคที่บุกเบิกอุตสาหกรรมเทคโนโลยีทุกชนิด และยังทำเงินให้เขาขึ้นทำเนียบเศรษฐี พร้อมกับทำเงินให้ประเทศของเขา และยังเป็นความสำเร็จชิ้นแรกๆ ของบริษัทฟอร์ดที่เขาก่อตั้งขึ้น

10.โฟล์คสวาเกน พาสสาท ยอดขาย: กว่า 15 ล้านคัน
ออกจากสายการผลิตครั้งแรกในปี 1973 และทำตลาดอยู่นานหลายปีภายใต้ชื่อแดชเชอร์และควอนตัมในอเมริกา แต่ไม่ว่าจะชื่อไหน พาสสาทก็เป็นหนึ่งในรุ่นที่ทำยอดขายถล่มทลายทั่วโลก อย่างไรก็ดี ด้วยขนาดที่ใหญ่กว่าและหรูหรากว่าเจ็ตตา พาสสาทไม่ได้ขายดิบขายดีตตั้งแต่ต้น

จนกระทั่งเฟอร์ดินันด์ พีช อดีตประธานกรรมการโฟล์คสวาเกน กรุ๊ป ลงไปจัดการ และด้วยการผลิตอย่างประณีต แข็งแกร่ง เครื่องยนต์ทรงประสิทธิภาพ สวยคลาสสิก ทำให้พาสสาทโดดเด่นกว่าคู่แข่งอื่นๆ จนถึงทุกวันนี้เกียร์ธรรมดา5ระดับหรือเกียร์อัตโนมัติ6ระดับ ขับเคลื่อนล้อหน้า ให้กำลัง170แรงม้าที่5700รอบต่อนาที ประหยัดน้ำมันทึ่35/51กิโลเมตรต่อแกลอน สมรรถนะการทรงตัวและควบคุมดี

ออกแบบภายในเยี่ยมด้วบพื้นที่ห้องโดยสารกว้างขวาง ขับขี่สะดวดสบายด้วยการออกแบบตัวถังที่ดีและระบบรักษาความปลอดภัย

Leave your vote

-1 points
Upvote Downvote

Total votes: 1

Upvotes: 0

Upvotes percentage: 0.000000%

Downvotes: 1

Downvotes percentage: 100.000000%

Comments

comments

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here