คำสอนที่คุณควรสละเวลาอ่าน “จงใช้ชีวิต ให้เหมือน ผ้าขี้ริ้ว” (รายละเอียด)

0
221

วันนี้ truststore online จะพาทุกคนมาดูการใช้ชีวิตแบบผ้าขี้ริ้วกันว่าจะเป็นยังไงกันบ้างเรามาดูกันเลยค่ะ แต่รับรองว่าอ่านกี่ครั้งก็ไม่เบื่ออย่างแน่นอน เราต้องทำตัวให้มีคุณค่าและมองเห็นค่าของตัวเองก่อน  แล้วเราจะไม่รู้สึกท้อแท้หมดหวังชีวิตของเราก็เช่นกัน หากทนความทุกข์ยากลำบาก  ยอมสัมผัสกับงานที่ต่ำต้อยได้ก็จะมีเสน่ห์ และมีความหมายทุกคนจึงควร พากเพียรพยายามสร้างเสน่ห์ให้กับชีวิต อย่างที่ผ้าขี้ร้ิวสร้างเสน่ห์ให้กับตนเอง

ผ้าขี้ริ้ว ยอมสกปรกเพื่อให้สิ่งอื่นสะอาด
คือการที่ยอมลำบากเพื่อให้ผู้อื่นสุขสบาย เช่น พ่อแม่ยอมเหนื่อยเพื่อให้ลูกอยู่อย่างสุขสบาย สุขใดจะเท่ากับการอยู่เบื้องหลังความสำเร็จต่างๆ

ผ้าขี้ริ้ว ดูดซับความสกปรกได้แต่ก็สลัดความสกปรกออกจากตัวได้ตลอดเวลา
คือการที่รู้ตัวว่าตนเองสกปรกถึงเวลาที่ต้องชำระออกแล้ว ไม่ใช่เก็บความสกปรกนั้นหมักไว้แล้ว บอกว่าตนเองสะอาด

ผ้าขี้ริ้ว เป็นผ้าที่สะอาดที่สุด ในขณะที่คนมองว่าสกปรกที่สุด
คือการที่ได้ฝึกหัดตนเอง ให้รู้จักอ่อนน้อมถ่อมตน ไม่โอหังอวดดีให้เป็นที่รังเกียจของคนอื่น ไม่ว่าจะมาจากสกุลใด การศึกษามากน้อยเพียงใด แค่เป็นผู้ใฝ่รู้แต่ไม่อวดดี เหมือนดังเช่น ผ้าขี้ริ้วห่อทอง

ผ้าขี้ริ้ว ถึงจะเป็นผ้าที่ไม่มีราคา แต่มีคุณค่ายิ่งใหญ่ได้
คือการพยายามทำให้ตนมีคุณค่า โดยการทำงานด้วยหน้าที่อย่างเต็มที่ ไม่ประจบประแจง ทำตนให้มีประโยชน์ ให้มีค่า ไม่ใช่งองืองอเท้า น้อยเนื้อต่ำใจในชีวิตตนเอง และค่อยสร้างกำลังใจให้กับตนเองและผู้อื่นอยู่เสมอ

ผ้าขี้ริ้ว ไม่เคยที่จะเกี่ยงงอนไม่ว่าจะถูกนำไปเช็ดถูอะไร
คือการรับผิดชอบในหน้าที่ของตนที่ได้รับมอบหมาย โดยไม่ปริปากบ่น รู้จักอาสาทำงาน และตั้งใจทำงานนั้น ๆ ไม่ว่างานนั้นจะเป็นงานใดก็ตาม

ผ้าขี้ริ้ว พอใจที่ได้อยู่เบื้องหลังความสะอาด
ควรพอใจที่ได้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของคนอื่น มีความพอใจที่จะทำงานปิดทองหลังพระ ผู้ปิดทองหลังพระ มีความสุขและภูมิใจที่ได้เห็นผู้อื่นประสบความสำเร็จ

ผ้าขี้ริ้ว ทนทานต่อการขัดถูชักล้าง ไม่เปราะบาง
คือมีความ อดทน ต่ออุปสรรคและปัญหาต่าง ๆ ไม่ว่าตนเองจะเหนื่อยและท้อเพียงใด เพื่อให้ประสบความสำเร็จ มีความหนักแน่นไม่เปราะบางไม่หักง่าย

ผ้าขี้ริ้ว แม้จะถูกมองว่าเป็นผ้าขี้ริ้ว แต่ไม่ทำตัวให้ขี้เหร่
เมื่อกำลังถูกสบประมาทจากผู้อื่นจงตั้งใจที่จะเอาชนะคำสบประมาทนั้นและเปลี่ยนเป็นแรงพลัดดันเพื่อให้ประสบความสำเร็จในงานนั้นๆ

ซึ่งหากถ้าเราพูดถึงคุณค่าของผ้าขี้ริ้ว คุณจะนึกถึงภาพอะไร ณ ตอนนี้ภาพความสกปรกต่างๆนาๆ คงจะลอยอยู่เต็มหัวของคุณแน่ ฝุ่นที่ติดจนซักไม่ออก ที่เป็นคราบฝังลึกบนลงเนื้อผ้าขาดๆ หลายๆท่านคงคิดว่าเราไม่ควรจะใส่ใจความสกปรกของเศษผ้าชิ้นนี้เลยด้วยซ้ำ ถ้าลองกลับมาย้อนนึกกลับไปถึงจุดประสงค์ของผ้าขี้ริ้วสกปรกนี้ ประโยชน์ของพวกเขาคืออะไร


ประโยชน์ของผ้าขี้ริ้วจริงๆแล้ว มีไว้เช็ดโต๊ะ เก้าอี้ ทำความสะอาดเครื่องใช้ต่างๆนาๆอาจจะซับน้ำที่หก หรือช่วยเป็นฉนวนความร้อนในการทำครัว ซึ่งไม่แน่ อาจมีประโยชน์มากกว่าเครื่องประดับหลายๆชิ้นเสียด้วยซ้ำ แม้ว่าเรานั้นไม่เคยจะใส่ใจความรู้สึกของผ้าชิ้นนี้เลยผ้าขี้ริ้วก็ยังคงคอยรับใช้ ยอมสกปรก เพื่อให้สภาพแวดล้อมสะอาดขึ้น ดีขึ้น ตามประสงค์ของผู้ใช้

หากกล่าวถึงผ้าขี้ริ้วในชีวิตจริง พวกเขาก็ปรากฏตัวให้เห็นอยู่เช่นกัน เพียงแต่ขาดการสนใจ เหล่าผู้คนที่ทำอะไรบางอย่างอย่างหนัก เพียงเพื่อที่จะให้คนรอบข้าง ครอบครัว สังคม ได้มีโลกที่น่าอยู่มากขึ้น โดยไม่แม้แต่จะสนใจว่าคุณคิดอย่างไรกับสิ่งที่เขากำลังทำ ลองมองรอบๆตัวคุณดูสิ ใครกันนะ “ผ้าขี้ริ้วที่เราไม่สนใจ” และใครกันนะ “เครื่องประดับ”

ลองอ่าน “เสน่ห์ของผ้าขี้ริ้ว” ดูคะ คำสอนคุณยายตอนหนึ่งท่านสอนว่า เราควรทำตัวเหมือนแผ่นดิน ใครจะเทของหอม ของเสียใส่ ก็เฉยๆ


ผ้าขี้ริ้วยอมสกปรกเพื่อให้สิ่งอื่นสะอาด เสน่ห์ของคนอยู่ที่ยอมลำบากเพื่อให้ผู้อื่นเป็นสุข พ่อแม่ยอมเหนื่อยเพื่อให้ลูกหลานอยู่สุขสบาย ความสุขแท้ของคนคือการได้ยืนแอบยิ้ม อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของผู้อื่น

ผ้าขี้ริ้วดูดซับความสกปรกได้ แต่ก็สลัดความสกปรกออกจากตัวได้ตลอดเวลา เสน่ห์ของคนอยู่ที่รู้ตัวเองว่าสกปรก ถึงเวลาต้องชำระล้างแล้ว มิใช่อมความสกปรกไว้แล้ว แกล้งบอกว่าตนเองสะอาด

ผ้าขี้ริ้วเป็นผ้าที่สะอาดที่สุด ในขณะที่คนมองว่าสกปรกที่สุด เหมือนคนที่ฝึกหัดขัดเกลาตนเอง รู้จักถ่อมตนและอ่อนโยน ไม่โอหังอวดดีให้เป็นที่รังเกียจหมั่นไส้ของคนอื่น เขาจะเป็นคนที่มีคุณค่า ไม่ว่าจะมาจากสกุลใด การศึกษามากหรือน้อยก็ตาม เป็นผู้ใฝ่รู้แต่ไม่อวดดี เหมือนผ้าขี้ริ้วห่อทอง

ผ้าขี้ริ้วถึงจะเป็นผ้าไม่มีราคา แต่มีคุณค่ายิ่งใหญ่ได้ เหมือนคนที่พยายามทำตนให้มีคุณค่า ด้วยการทำงานมิใช่ด้วยการประจบทำตนให้มีประโยชน์ ให้มีค่า ไม่ใช่งอมืองอเท้า น้อยเนื้อต่ำใจในวาสนาชะตาชีวิต ต้องสร้างกำลังใจให้ตนเองอย่ารอคอยจากคนอื่น


ผ้าขี้ริ้วไม่เกี่ยงงอนว่าจะถูกใช้เช็ดถูอะไร เหมือนคนที่ยอมตัวอาสาทำงานที่ได้รับมอบหมาย โดยไม่ปริปากบ่นรู้จักอาสาคน อาสาทำงาน ต้องตั้งใจทำงานโดยไม่เกี่ยงงอน ไม่ว่าจะเป็นงานใด ๆ ก็ตามคนที่ตกงานเพราะไม่ยอมทำงาน

ผ้าขี้ริ้วยอมให้ถูกใช้งานในที่สกปรกที่สุดเหมือนคนที่ยอมทำในสิ่งที่คนทั้งหลายรังเกียจ ที่เขาเห็นว่าเป็นงานชั้นต่ำ
แต่ก็ตั้งใจทำให้เป็นของมีค่าขึ้นมาได้ หรือยินดีในการบริการเหมือนคนที่อิ่มเอิบเมื่อได้บริการรับใช้คนอื่น รับใช้สังคม
ดีใจเมื่อคนยินดีมาใช้บริการความรู้ ความสามารถของตนและยินดีที่ได้เสนอตัวเข้าไปบริการมากกว่าเข้าไปบริหาร

ผ้าขี้ริ้วพอใจที่ได้อยู่เบื้องหลังความสะอาดเหมือนคนควรพอใจที่ได้อยู่เบื้องหลัง ความสำเร็จของคนอื่น ต้องมีความพอใจที่จะทำงานปิดทองหลังพระ เป็นนายอินหรือนางอิน ผู้ปิดทองหลังพระ มีความสุขและภูมิใจที่ได้มอบความสำเร็จให้คนอื่น มีมากที่ผู้น้อยบางคน ทำงานแล้วทำให้ผู้ใหญ่เล็กลง ขณะที่ตัวเองโตขึ้น


ผ้าขี้ริ้วทนทานต่อการขัดถูซักล้างไม่เปราะบางเหมือนคนที่มีความอดทนไม่ย่อท้อต่ออุปสรรคปัญหาแม้จะเหน็ดเหนื่อยเพียงใดก็อดทนได้ เพื่อให้สำเร็จ ประโยชน์สุขแก่ผู้อื่น มีจิตใจหนักแน่นไม่เปราะบางหักง่าย คือไม่เป็นคนทุกข์ง่ายใจเบา แต่นิ่งและหนักแน่นคงดุจแผ่นดิน

ผ้าขี้ริ้วแม้จะถูกมองว่าเป็นผ้าขี้ริ้ว แต่ไม่ทำตัวให้ขี้เหร่ เหมือนคนที่รู้ตัวเองว่า กำลังถูกึนปรามาสสบประมาท จะต้องตั้งใจเอาชนะอุปสรรค ครั้งนั้นให้ได้ ไม่พ่ายแพ้ต่อคำปรามาสของผู้อื่น รู้ตัวตลอดเวลาว่ากำลังทำอะไรและมีกำลังใจในสิ่งนั้น มองเห็นคุณค่าจากสิ่งที่คนทั้งหลายมองว่าไร้ค่า เมื่อมีปัญหาให้หัดมองสองด้านเสมอ ผ้าขี้ริ้วมีเสน่ห์เพราะยอมสัมผัสกับสิ่งสกปรก

ชีวิตของคนเราก็เช่นกัน หากทนความทุกข์ยากลำบาก ยอมสัมผัสกับงานที่ต่ำต้อยได้ก็จะมีเสน่ห์ และมีความหมาย
ทุกคนจึงควรพากเพียรพยายามสร้างเสน่ห์ให้กับชีวิต อย่างที่ผ้าขี้ริ้วสร้างเสน่ห์ให้กับตนเอง

คุณเห็นด้วยไหม ที่ว่าเราต้องทำตัวเองให้มีคุณค่าและมองเห็นค่าของตัวเองก่อน แล้วเราจะไม่รู้สึกท้อแท้หมดหวังการใช้ชีวิตในการทำงานของแต่ละคนนั่นต่างก็ปรารถนาจะประสบผลสำเร็จ มีชื่อเสียง มีความสำคัญในหน้าที่การงาน บางครั้งอาจทำให้เราละเลยหรือมองข้ามงานเล็ก ๆ น้อย ๆ

หรือผู้คนที่เรามองว่าต่ำต้อยเพราะไร้วุฒิการศึกษาและตำแหน่ง แต่ความจริงแล้วงานทุกอย่างมีคุณค่าในตัวเองแต่จะมากหรือน้อยนั่น อยู่ที่ว่าเราจะสร้างคุรค่าให้กับงานนั่นจะยิ่งใหญ่หรือเล็กน้อยสักป่านใด ลองพิจารณาดูถึงผ้าขี้ริ้วที่เราใช้เช็ดถูสิ่งสกปรก เราก็อาจได้ข้อคิดอยู่มากเหมือนกันจึงขอนำธรรมะจากผ้าขี้ริ้วมาฝากดังนี้

1.ยอมสกปรกเพื่อให้สิ่งอื่นสะอาด เสน่ห์ของคนอยู่ที่ยอมลำบากเพือให้ผู้อื่นเป็นสุข เช่น พ่อแม่ยอมเหนื่อยเพือให้ลูกหลานสุขสบาย

2. ดูดซับความสกปรกได้ แต่ก็สลัดคราบสกปรกออกจากตัวได้ตลอดเวลา เสน่ห์ของคนอยู่ที่รู้จักเองว่าสกปรก ถึงเวลาต้องชำระล้างแล่วมิใช่อมความสกปรกไว้แล่ว แกล้งบอกว่าตนเองสะอาด

3. เป็นผ้าที่สะอาดที่สุด ในขณะที่คนมองว่าสกปรกที่สุด เหมือนคนที่หมั่นฝึกหัดขัดเกลาตนเองรู้จักถ่อมตนเอง รู้จักถ่อมตนและอ่อนโยน ไม่โอหังอวดดีให้คนรังเกียจ หรือเป็นที่หมั่นไส้ของคนอื่น เขาก็จะเป็นคนมีคุณค่า ไม่ว่ามาจากสกุลใด การศึกษามากหรือน้อยก็ตามโดยการทำตัวให้เป็นผู้ใฝ่รู้แต่ไม่อวดรู้เป็นเหมือนผ้ข้ริ้วห่อทองให้ได้

4. แม้นว่าเป็นผ้าที่ไม่มีราคา แต่ก็มีคุณค่าที่ยิ่งใหญ่ได้ เหมือนคนที่พยายามทำตนเองให้มีคุณค่า ด้วยการทำงานทำตนเป็นประโยชน์ให้มีค่า ไม่งอมืองอเท้า น้อยเนื้อต่ำใจในวาสนา ชะตาชีวติ

5. ไม่เกี่ยงงอนว่าจะถูกใช้เซ็ดอะไร เหมือนคนที่ยอมตัวอาสาทำงานที่ได้รับมอบหมายโดยไม่ปริปากบ่น รู้จักอาสาคน อาสางาน ไม่ว่าจะเป็นใด ๆ ก็ตามตั้งใจทำโดยไม่เกียงงาน รู้จักเสนอตัวทำงานมิใช่รอคอยแต่คำร้องขอ

6. ถูกใช้งานในที่สกปรกที่สุด เหมือนคนที่ยอมทำในสิ่งที่คนทั้งหลายรังเกียจ ที่เขาเห็นว่าไร้ค่า เป็งานขั้นต่ำแต่ก็ตั้งใจทำให้เป็นของมีค่าขึ้นมาได้ หรือยินดีในการบริหารเหมือนคนที่เอิบอิ่มเมื่อชีวิต ได้ทำงานรับใช้ผู้อื่น รับใช้สังคมดีใจเมื่อคนยินดีมาใช้บริการความรู้ความสามารถของตน และยินดีที่จะเสนอตัวเข้าไปช่วยเหลือผู้คนรอบข้าง มากกว่าที่จะคิดเข้าไปปกครองใคร แปลว่า ทำตัวให้เหมือนผ้าขี้ริ้วนั่นเอง

7. พอใจที่ได้อยู่เบื้องหลังความสะอาด เหมือนคนต้องพอใจที่ได้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของคนอื่น ต้องมีความพอใจที่จะทำงานปิดทองหลังพระ มีความสุขและภูมิใจที่มอบความสำเร็จให้แกคนอื่น

8. ทนทานต่อการขัดถูและซักล้าง ไม่เปราบางเหมือนคนที่มีความอดทนไม่ย่อท้อต่ออุปสรรคปัญหา แม้จะเหน็ดเหนื่อยเพียงใดก็อดทนได้เพื่อให้สำเร็จประโยชน์สุขแก่ผู้อื่น เป็นผู้มีจิตใจหนักแน่นไม่เปราบาง

9. แม้จะถูกมองว่าเป็นผ้าขี้ริ้วแต่ก็ไม่ทำตวให้ขี้เหร่ เหมือนคนที่รู้ตนเองว่า มีคนกำลังปรามาสสบประมาทจะต้องตั้งใจเอาชนะอุปสรรคตรงนั้นให้ได้ ไม่พ่ายแพ้ตามคำปรามาสของคนอื่น รู้ตัวตลอดว่ากำลงทำอะไรและให้มีกำลังใจในสิ่งนั้น สิ่งสำคัญคือมองหาความสำคัญจากสิ่งที่มองไม่เห็นว่าสำคัญอย่างไรให้ได้ คือสามารถมองเห็นคุณค่าจากสิ่งที่คนทั้งหลายมองว่าไรค้า

Leave your vote

0 points
Upvote Downvote

Total votes: 0

Upvotes: 0

Upvotes percentage: 0.000000%

Downvotes: 0

Downvotes percentage: 0.000000%

Comments

comments

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here