ฟังคำตอบจากแพทย์!! หลังมีกระแสดราม่าหนัก เรื่องวิธีการทำ CPR ที่ถูกต้อง ตามคลิปผิดหรือถูก ‘โจ บอยสเก๊าท์’ อาจรอดได้ (รายละเอียด-คลิป)

0
222

เมื่อเวลาประมาณ 01.00 น. วันที่ 11 พ.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า “โจ บอยสเก๊าท์”อดีตนักร้องบอยแบนด์ชื่อดังเกิดอาการวูบขณะกำลังแสดงคอนเสิร์ตในสถานที่บันเทิงแห่งหนึ่ง

“โจ บอยสเก๊าท์”ทรุดลงกับพื้นเวทีท่ามกลางความตื่นตะลึงของเพื่อนๆ และผู้ชม ก่อนที่เพื่อนๆ จะช่วยกันหามส่งร.พ.ลาดพร้าว แต่“โจ บอยสเก๊าท์”เสียชีวิตในเวลาต่อมา แพทย์วินิจฉัยว่า อดีตนักร้องดังมีอาการหัวใจวายเฉียบพลัน ภายหลังในโลกออกไลนืได้มีการวิภาควิจารณ์การ CPR ในคลิปดังกล่าวเป็นอย่างมาก

ฟังคำตอบจาก สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ

เช้านี้ตื่นมาด้วยข่าวร้าย ของพี่โจ บอยสเก๊าท์ ที่เสียชีวิตขณะร้องเพลง ซึ่งแอดมินได้ยินจากในคลิปมีคนพูดว่า “ยังหายใจ” วันนี้แอดเลยขอพูดถึงอาการ #หายใจเฮือก ซึ่งเกิดขึ้นในคนหัวใจหยุดเต้น แต่มักจะทำให้เกิดการเข้าใจผิดจนการช่วยเหลือนั้นล่าช้าค่ะ
ในผู้ที่หัวใจหยุดเต้นเฉียบพลันบางราย แม้ว่าหัวใจจะหยุดเต้นไปแล้ว แต่สมองยังคงสั่งการให้ร่างกายพยายามหายใจ ที่เรียกว่า agonal breathing (Gasping) หรือการหายใจเฮือก ผู้ป่วยจะหายใจแบบอ้าปากพะงาบ ทำให้คนรอบข้างเข้าใจผิดว่ายังหายใจเป็นปกติ และทำให้การตัดสินใจช่วยเหลือด้วยการกดหน้าอก CPR นั้นช้าลง ซึ่งจากการวิจัยทางการแพทย์นั้นผู้ป่วยจำเป็นต้องได้รับการกดหน้าอกช่วยภายในเวลา 4 นาทีหลังจากที่หัวใจหยุดเต้นเฉียบพลัน
นะนำว่าขั้นตอนของการช่วยชีวิตสำหรับประชาชนทั่วไป เมื่อพบผู้หมดสติให้ปลุกเรียก ถ้าไม่ตอบสนอง ให้สังเกตการหายใจ หากไม่หายใจ หรือหายใจเป็นเฮือก หรือสงสัยว่าไม่หายใจ
1.ให้โทร 1669 เพื่อเรียกหน่วยกู้ชีพ
2.จากนั้นให้เริ่มทำการกดหน้าอก CPR โดยประสานมือตรงกี่งกลางหน้าอกระหว่างหัวนมสองข้าง กดลึก 5-6 เซนติเมตร กดต่อเนื่องด้วยจังหวะ 100-120 ครั้งต่อหน้าที จนกว่าหน่วยกู้ชีพมาถึง หรือจนกว่าผู้ป่วยจะมีการตอบสนอง
3.หากสถานที่นั้นมีเครื่องฟื้นคืนคลื่นหัวใจด้วยไฟฟ้าอัตโนมัติหรือ AED ให้ร้องขอเพื่อนำมาใช้โดยทำตามคำแนะนำของเครื่อง AED

คลิปแสดงตัวอย่างอาการหายใจเฮือกในผู้ป่วยหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลัน

4 นาทีฉุดลมหายใจคืน! รู้วิธีกู้ชีพช่วยชีวิต โจ บอยสเก๊าท์

R.I.P.โจ บอยสเก๊าท์ หรือ ธนัท ฉิมท้วม กับการจากไปแบบไม่มีวันกลับของนักร้องบอยแบนด์ชื่อดัง หากดูจากคลิปจะพบว่า อยู่ๆ โจก็ล้มลงไปกับพื้นโดยไม่ทราบสาเหตุ ก่อนนำส่งโรงพยาบาลและเสียชีวิตในเวลาต่อมา โดยแพทย์วินิจฉัยว่า โจหัวใจวายเฉียบพลัน

วันนี้จะพาไปรู้จักวิธีการช่วยเหลือชีวิตเบื้องต้น หรือปฏิบัติการช่วยฟื้นคืนชีพ หรือที่เรียกว่า Cardiopulmonary Resuscitation หรือที่เรียกว่า “การทำ CPR” ซึ่งหมายถึง การช่วยเหลือผู้ที่หยุดหายใจ หรือหัวใจหยุดเต้น ให้มีการหายใจและการไหลเวียนกลับคืนสู่สภาพเดิม ป้องกันเนื้อเยื่อได้รับอันตรายจากการขาดออกซิเจนอย่างถาวร ซึ่งสามารถทำได้โดยการช่วยฟื้นคืนชีพขั้นพื้นฐาน ได้แก่ การผายปอด และการนวดหัวใจภายนอก

จากสถิติโรคหัวใจ ที่เป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับต้นๆ ของคนไทยนั้น ภาวะหัวใจวายเฉียบพลัน หรือ Heart Attack จนต้องทำ CPR หรือได้รับการช่วยเหลือแบบเร่งด่วนฉุกเฉิน ก็กลับสามารถเกิดขึ้นได้กับทุกเพศ ทุกวัย และทุกเวลา ซึ่งส่วนใหญ่เกิดจากความผิดปกติชนิดที่หัวใจห้องล่างสั่นพลิ้ว ทำให้ผู้ป่วยหมดสติลง เนื่องจากกล้ามเนื้อหัวใจ ไม่สามารถส่งเลือดไปเลี้ยงส่วนต่างๆ ของร่างกายได้ คือไม่ว่าคุณจะเป็นโรคหัวใจหรือไม่ คุณก็มีสิทธิเกิดภาวะหัวใจวายเฉียบพลันได้

สำหรับเรื่องหัวใจวายเฉียบพลัน ไม่ใช่เรื่องเล็กๆ และไม่ใช่เรื่องไกลตัว บางคนเป็นนักกีฬา วิ่งเตะบอลอยู่ทุกวี่วัน วันดีคืนดี ก็หัวใจวายเฉียบพลันและเสียชีวิตลง ขณะที่หลายคนไม่ได้มีอาการเจ็บป่วยแต่อย่างใด แต่กลับสิ้นใจไปต่อหน้าต่อตาโดยที่ไม่ทราบสาเหตุเลย และคนข้างเคียงก็ช่วยเหลืออะไรไม่ได้ จากนั้นแพทย์ส่วนใหญ่ก็ระบุว่า เสียชีวิตจากภาวะหัวใจวายเฉียบพลันแทบทั้งสิ้น

ทั้งนี้ สถาบันการแพทย์ฉุกเฉิน หรือ สพฉ. ได้จัดทำคู่มือสำหรับประชาชนในการช่วยชีวิตผู้ป่วยฉุกเฉิน ที่มีภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลัน ด้วยการใช้เครื่องฟื้นคืนคลื่นหัวใจแบบอัตโนมัติ หรือ AED ขึ้น โดยคู่มือดังกล่าวเป็นแผนผังการช่วยชีวิตฉุกเฉิน 10 ขั้นตอน พร้อมทั้งเรียนรู้การใช้งานเครื่อง AED ด้วย ซึ่งมี 10 ขั้นตอน ดังนี้

1. ปลอดภัยไว้ก่อน โดยเมื่อเราจะเข้าไปให้ความช่วยเหลือผู้บาดเจ็บหรือผู้ป่วยฉุกเฉิน จะต้องตรวจสอบความปลอดภัยของผู้เข้าให้ความช่วยเหลือก่อน ซึ่งถ้าหากอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่ปลอดภัย เช่น ไฟฟ้าช็อต ไฟไหม้ ตึกถล่ม ห้ามเข้าไปให้การช่วยเหลือโดยเด็ดขาด และหากประเมินแล้วว่า สถานการณ์ในการเข้าให้ความช่วยเหลือ ปลอดภัยต่อผู้เข้าให้การช่วยเหลือ ก็สามารถเข้าไปให้ความช่วยเหลือผู้ป่วยได้
2. ปลุกเรียกตบไหล่ ตรวจสอบดูว่าผู้ป่วยหมดสติหรือไม่

3. โทร. 1669 เพื่อขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ พร้อมกับนำเครื่อง AED มา

4. ประเมินผู้หมดสติ โดยตรวจดูว่าผู้ป่วยหายใจหรือไม่ หากไม่รู้สึกตัว ไม่หายใจ หรือหายใจเฮือก ต้องรีบกดหน้าอก

5. กดหน้าอกโดยจัดท่าให้ผู้ป่วยนอนหงาย โดยผู้ช่วยเหลือนั่งคุกเข่าอยู่ด้านข้างของผู้ป่วย วางสันมือข้างหนึ่งตรงครึ่งล่างกระดูกหน้าอก และวางอีกข้างทับประสานกันไว้ แขนสองข้างเหยียดตรง โดยให้แนวแขนตั้งฉากกับหน้าอกผู้ป่วย และเริ่มกดหน้าอกผู้ป่วย

6. เมื่อเครื่อง AED มาถึงให้เปิดเครื่อง ถอดเสื้อผู้ป่วย ถ้าตัวเปียกน้ำให้เช็ดน้ำออกก่อน

7. ติดแผ่นนำไฟฟ้ากับตัวผู้ป่วย

8. ปฏิบัติตามคำแนะนำของเครื่อง AED

9. กดหน้าอกต่อหลังการช็อกไฟฟ้าด้วยเครื่อง AED แล้วทันที

10. ส่งต่อผู้ป่วยเมื่อทีมกู้ชีพมาถึง

thairath – สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ – Drama-addict

Leave your vote

1 point
Upvote Downvote

Total votes: 1

Upvotes: 1

Upvotes percentage: 100.000000%

Downvotes: 0

Downvotes percentage: 0.000000%

Comments

comments

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here