‘น้าแอ๊ด’มาเอง!! ทำแฟนสาวยืนร้องไห้ ‘โจอี้บอย’ถึงกับกรี๊ดหนัก ลั่นปล่อยน้าไปไม่ได้จริงๆ (ชมคลิป)

0
222

เรียกเสียงฮือฮากับ The Voice Thailand 6 แค่สัปดาห์แรก ก็ทำเอาโค้ชทั้ง 4 ได้นั่งกันไม่ติด เมื่อเจอน้าแอ๊ด มาเอง

หนุ่มนักร้องจากเกาะสมุย แอ๊ด สุริยา เรืองศรี หนุ่มเพื่อชีวิต แต่มาในเพลง Live and Learn ของ กมลา สุขโกศล

โค้ชโจอี้บอย ได้ฟังแล้ว น้ำเสียงเหมือนน้าแอ๊ด คาราบาว มาเองมากๆ ถึงกับรีบกด แล้วหันมาบอกว่า ผมปล่อยน้าไปไม่ได้จริงๆ

แถมเหล่าโค้ช ยังเชิญ แฟนสาวของหนุ่มแอ๊ด ขึ้นเวที หลังยืนน้ำตาไหลลุ้นหนุ่มแอ๊ดร้องเพลงนี้

เพราะเป็นเพลงอาถรรพ์ที่ทั้งคู่เล่นดนตรีด้วยกันที่ไหนก็ต้องทะเลาะกัน แต่ครั้งนี้ล้างอาถรรพ์ได้แล้ว

การแข่งขันประกอบด้วย 3 รอบ คือ The Blind Audition, Battle Phase และ Live Show และจากฤดูกาลที่ 2 เป็นต้นมาได้เพิ่มรอบ Knockout เข้ามาอีก

ทำให้กลายเป็นทั้งหมด 4 รอบ โดยในการ Blind Audition ผู้เข้าประกวดจะถูกคัดเลือกจากเสียงร้องเพียงอย่างเดียว โดยเหล่าโค้ชจะนั่งหันหลังให้กับผู้เข้าแข่งขันและเมื่อได้ยินเสียงร้องที่ถูกใจ โค้ชจะกดปุ่มเพื่อหมุนเก้าอี้หันหน้ากลับมาหาผู้เข้าแข่งขันเพื่อรับเข้าสู่ทีม

กรณีโค้ชกดปุ่มหันเก้าอี้มาเพียงคนเดียว ผู้เข้าแข่งขันจะเข้าสู่ทีมของโค้ชคนนั้นทันที กรณีมีโค้ชกดปุ่มหันเก้าอี้มามากกว่า 1 คน สิทธิในการเลือกร่วมทีมจะเป็นของผู้เข้าแข่งขัน
กรณีผู้เข้าแข่งขันร้องเพลงจบ โดยที่ไม่มีโค้ชคนใดหันมา ผู้เข้าแข่งขันจะตกรอบ Blind Audition

เมื่อเหล่าโค้ชได้รวบรวมสมาชิกในทีมแล้ว โค้ชจะคอยเป็นผู้ให้คำปรึกษาด้านการขับร้องแก่ผู้เข้าแข่งขันเพื่อเข้าสู่รอบ Battle Phase

ซึ่งในรอบนี้โค้ชจะทำการจับลูกทีมมาประชันในการร้องเพลงเดียวกันและโค้ชจะเป็นผู้ตัดสินเข้ารอบ Live Show โดยในรอบ Live Show

ผู้เข้าแข่งขันของแต่ละทีมจะประชันกับผู้เข้าแข่งขันจากทีมอื่นๆ ในการแสดงถ่ายทอดสด

โดยผู้ชมทางบ้านจะลงคะแนนโหวตเพื่อเลือกผู้เข้าแข่งขันที่ชื่นชอบให้ผ่านเข้ารอบ และโค้ชเองจะเลือกผู้ที่ผ่านเข้ารอบต่อไปเช่นกัน

จนรอบสุดท้ายโค้ชแต่ละคนจะเหลือผู้เข้าแข่งขันเพียงคนเดียว และผลตัดสินสุดท้ายจากการโหวตหลังการแสดงถ่ายทอดสดจะเป็นกำหนดว่าใครคือผู้ชนะ

ในฤดูกาลที่ 2 ได้เพิ่มรอบ Knockout ซึ่งสืบเนื่องมาจากรอบ Battle Phase ได้มีกติกาเพิ่มให้โค้ชสามารถช่วยลูกทีมจากทีมอื่นที่ต้องตกรอบ

ให้สามารถเข้ารอบได้แล้วย้ายมาอยู่ทีมของตนเอง จึงทำให้เกิด Knockout Round ขึ้น ซึ่งจะทำการจับคู่ 2 คนบนเวทีเดียวกันโดยร้องคนละเพลงกันแล้วตัดเชือกคัดออกกัน

ณ จุดนั้นเลย ต่างจาก Battle Phase ที่จะสลับกันร้องในเพลงเดียวกัน และในรอบนี้ผู้เข้าแข่งขันจะต้องเป็นคนเลือกเพลงเองซึ่งก็ต่างกับรอบ Battle Phase อีกเช่นกัน

ที่โค้ชจะเลือกเพลงให้ และในฤดูกาลที่ 3 รอบ Knockout เปลี่ยนกติกาจากจับคู่มาสองคนเป็นจับกลุ่มสี่คนบนเวทีเดียวกันร้องคนละเพลงแล้วโค้ชจะเลือกคนที่เข้ารอบสองคนจากกลุ่มเข้ารอบต่อไป

ขอบคุณคลิปจาก : The Voice Thailand

Leave your vote

0 points
Upvote Downvote

Total votes: 2

Upvotes: 1

Upvotes percentage: 50.000000%

Downvotes: 1

Downvotes percentage: 50.000000%

Comments

comments

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here