“ซูเปอร์โพล” เผยผลสำรวจไม่รังเกียจรัฐบาลประยุกต์ 97.2%

0
80

“ซูเปอร์โพล” เผย ผลสำรวจเกือบร้อยเปอร์เซ็นต์ไม่รังเกียจทหาร 81 เปอร์เซ็นต์เห็นด้วยมียุทธศาสตร์ชาติ 67 เปอร์เซ็นต์กังวล “นักการเมืองหน้าเดิม” ไม่ทำตาม

เมื่อวันที่ 12 พ.ย.60 นายนพดล  กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยซูเปอร์โพล (SUPER POLL) เปิดเผยผลสำรวจ เรื่อง โพลสื่อสารการเมืองของนายกฯ ช่วงเปลี่ยนผ่านจากรัฐบาล คสช. สู่ รัฐบาลของพรรคการเมือง

โดยศึกษาตัวอย่างประชาชนทุกสาขาอาชีพ จำนวนทั้งสิ้น 1,141 ตัวอย่าง ระหว่าง 10 11 พ.ย.  ที่ผ่านมา พบว่าร้อยละ 97.2 ของประชาชนที่ถูกถาม ระบุ ชอบทหาร ไม่รังเกียจทหาร มีเพียงร้อยละ 2.8 ไม่ชอบทหาร

นอกจากนี้ พบว่าร้อยละ 81.8 เห็นด้วยต่อการมียุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปประเทศเพื่อความต่อเนื่องในการพัฒนาประเทศ ขณะที่ร้อยละ 67.3 กังวลว่า นักการเมืองหน้าเดิมจะไม่ทำตาม ในขณะที่ ร้อยละ 32.7 ไม่กังวล

ปชช. 72 เปอร์เซ็นต์ มอง “รัฐบาลเลือกตั้ง” คอร์รัปชั่น มากกว่า “รัฐบาลปัจจุบัน” น่าห่วง มีแค่ 36 เปอร์เซ็นต์ เห็นว่า การทำงานของรัฐบาลชุดนี้ ทำให้มองเห็นอนาคตที่ดีของประเทศ!!!   

“ที่น่าพิจารณาคือ เมื่อสอบถามถึง ประเด็นอื่นๆ ของการสื่อสารทางการเมืองของนายกรัฐมนตรีกับสาธารณชน พบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 84.3 ระบุ ทุกรัฐบาลต้องทำงานเพื่อคนทุกจังหวัด ประชาชนทั้งประเทศ ทุกพื้นที่ รองลงมาคือ ร้อยละ 72.5 ระบุ

เมื่อพูดถึงปัญหาทุจริตคอรัปชั่น รัฐบาลของนักการเมืองจากการเลือกตั้งมีมากกว่ารัฐบาลชุดปัจจุบันนี้ ร้อยละ 69.1 ระบุแนวทางการจัดตั้งรัฐบาลแบบเดิมๆ นำไปสู่ความขัดแย้งของคนในชาติ ร้อยละ 66.8 ระบุ รัฐบาลปัจจุบันทำงานโดยไม่มุ่งตอบแทนหัวคะแนนฐานเสียง แต่ที่น่าเป็นห่วง คือ

มีเพียงร้อยละ 36.5 หรือเกินกว่า 1 ใน 3 เท่านั้นที่เห็นว่า การทำงานของรัฐบาลชุดนี้ ทำให้มองเห็นอนาคตที่ดีของประเทศ และ ร้อยละ 33.2 อยากให้ประเทศไทยถูกบริหารจัดการแบบที่เป็นอยู่ทุกวันนี้” นายนพดล กล่าว

ผ.อ.สำนักวิจัยซูเปอร์โพล กล่าวว่า ผลการสำรวจครั้งนี้ชี้ให้เห็นสิ่งที่ต้องแก้ไขใน 3 ส่วนของวิธีการเสริมสร้างการรับรู้และความเข้าใจในการสื่อสารทางการเมือง ได้แก่

การเข้าถึงพื้นที่ (Ground War) การเข้าถึงภาพใหญ่ผ่านสื่อมวลขน (Air War) และการเข้าถึงโลกโซเชียลผ่านสื่อยุคใหม่ (Social Media) โดยการเข้าถึงพื้นที่ต้องทำให้เห็นภาพด้วยถ้อยคำเรียบง่ายเพราะ ชาวบ้านประชาชนทั่วไปส่วนใหญ่ไม่รู้จักคำว่า ยุทธศาสตร์ชาติ

และแม้แต่ในกลุ่มนักวิชาการด้วยกันยังตีความคำว่ายุทธศาสตร์ชาติแตกต่างกันออกไป ดังนั้น ต้องใช้การเข้าถึงทุกรูปแบบทั้งเข้าถึงพื้นที่ เข้าถึงสื่อภาพใหญ่ และเข้าถึงโลกโซเชียล ด้วยการเอาความสุขของมวลชน เป็นตัวตั้งมากกว่าเอา อำนาจรัฐในระบบราชการ และ ภารกิจของเจ้าหน้าที่รัฐ เป็นตัวตั้ง

เพราะมวลชนคนทั่วไปกำลังรอที่จะเห็นความชัดเจนในผลลัพธ์ จากยุทธศาสตร์ชาติ จึงจำเป็นต้องแก้ไขวิธีการบริหารจัดการประเทศโดยเอาความสุขมวลชนเป็นโจทย์ตั้งและใช้การสื่อสารรูปแบบใหม่โดยเร่งด่วน

 

 

ขอบคุณข้อมูลจาก Nation

Leave your vote

0 points
Upvote Downvote

Total votes: 0

Upvotes: 0

Upvotes percentage: 0.000000%

Downvotes: 0

Downvotes percentage: 0.000000%

Comments

comments

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here