เด็กวัดใจสู้ การเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ สร้างธุรกิจด้านไอที 7 พันล้าน

0
54

หลายคนคงเคยเห็นหรือเคยเป็นลูกค้าของ “J.I.B. Computer” ร้านขายอุปกรณ์ไอทีชื่อดังที่มีสาขาอยู่ในแทบทุกห้างฯ ทั่วประเทศส่วนใหญ่

คงคิดว่าน่าจะเป็นร้านของกลุ่มทุนขนาดใหญ่ หรือไม่ก็เป็นของบริษัทข้ามชาติ แต่ความจริงนั้น ร้านนี้มีจุดเริ่มต้นมาจากเด็กใต้ฐานะยากจน

ที่ตรากตรำเรียนหนังสือและทำงานสารพัด จนก้าวข้ามความจนในวัยเด็ก กลายมาเป็นเจ้าของธุรกิจที่มีรายได้ 7 พันล้านบาทต่อปี

“สมยศ เชาวลิต” หรือ จิ๊บ (JIB) เจ้าของบริษัท เจ.ไอ.บี.คอมพิวเตอร์ กรุ๊ป จำกัด เล่าย้อนถึงช่วงชีวิตในวัยเด็กว่า เขาเกิดมาในครอบครัวยากจน

ที่อำเภอลานสกา จังหวัดนครศรีธรรมราช พ่อแม่แยกทางกันตั้งแต่อยู่ ป.4 พ่อแต่งงานใหม่ส่วนเขาอยู่กับแม่ที่ทำงานรับจ้างทั่วไปเพื่อหาเงินมาเลี้ยงลูก 4 คน

ด้วยความที่เขาเป็นพี่ชายคนโต เมื่อเริ่มที่จะมีกำลังแรงพอก็ออกไปช่วยแม่ทำงาน ทั้งรับจ้างปลอกมะพร้าว รับจ้างไถนา

และอีกสารพัดเพื่อหาเงินมาช่วยแบ่งเบาลดภาระแม่ทำให้ชีวิตในวัยเด็กแทบจะไม่ได้เล่นสนุกเหมือนกันคนอื่นทั่วไป

หลังจากเรียนจบชั้น ป.6 สมยศก็ได้บวชภาคฤดูร้อน โดยคิดว่าจะบวชแค่ช่วงสั้นๆ แต่ด้วยความซึ้งในรสพระธรรม และได้ถูกชักชวนจากพระผู้ใหญ่ที่เป็นตาแท้ๆ

ให้มาอยู่ในกรุงเทพฯ เขาจึงตัดสินใจอยู่ในร่มกาสาวพัสตร์ต่ออีก 2 ปี จนได้ฟังพระพยอมเทศน์ทางวิทยุ ว่า

“บางคนมาบวช แต่พ่อแม่ยังลำบากอยู่เลย แต่ตัวเองกลับมาอาศัยผ้าเหลืองกิน ถ้าไปช่วยพ่อแม่จะได้บุญกว่าบวชอีก”พอได้ฟังแล้วสมยศ ก็ตัดสินใจลาสิกขาออกมา แล้วกลับบ้านไปช่วยแม่ทำงานอีกครั้ง


เมื่อกลับบ้านมาอยู่กับแม่แล้ว เขาก็ได้ช่วยแม่ทำงานอยู่ตลอด จนมีความคิดที่อยากจะกลับไปเรียนอีกครั้ง เพราะตอนนั้นเขามีวุฒิ กศน. แค่ ชั้นม.3 ซึ่งความรู้ก็ไม่ได้มีมากนัก

เขาจึงกลับเข้ามาที่กรุงเทพฯ อีกครั้งโดยมาอาศัยอยู่ที่วัดเดิมที่เคยบวช แล้วเข้าเรียนต่อมัธยมปลายที่โรงเรียนสวนอนันต์

ในช่วงที่เป็นเด็กวัดอยู่นั้น เขาก็ถูกรังแกอยู่บ่อยครั้ง จนต้องไปฝึกเรียนป้องกันตัวกับเพื่อนๆ เด็กวัดด้วยกันที่เป็นนักมวย จนทางเจ้าของค่ายมวยเห็นว่าหน่วยก้านดี จึงติดต่อให้ไปขึ้นสังเวียน โดยใช้ช่วงเวลาหลังเรียนไปฝึกซ้อมเก็บหอมรอมริบเงินที่ได้จากการชกมาใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน จนกระทั่งเรียนจบม.ปลายก็เลิกชก

สมยศ ได้พบกับเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในชีวิต เมื่อเขาได้ลองหยิบหนังสือคอมพิวเตอร์ของเพื่อนที่อยู่ในวัดด้วยกันมาอ่าน จนรู้สึกสนใจคอมพิวเตอร์อย่างมาก จึงตัดสินใจเข้าเรียนต่อที่วิทยาลัยอาชีวะธนบุรี

ด้านคอมพิวเตอร์ พอเรียนไปเรียนมาเขาก็ยิ่งรู้สึกหลงรักกับวิชาแขนงนี้ จนสามารถเรียนจบด้วยเกรดเฉลี่ย 3.90 จากนั้นธนาคารไทยพาณิชย์ก็รับเข้าทำงานทันที โดยคัดเลือกจากเด็กเรียนดีในหลายๆ วิทยาลัย

ในปี 2538 สมยศเริ่มต้นทำงานธนาคาร โดยเป็นพนักงานด้านนิติกรรมฝ่ายสินเชื่อ แต่ด้วยความที่จบด้านคอมพิวเตอร์มา จึงทำให้มีเพื่อนๆ ในสำนักงานคอยมาปรึกษาเรื่องคอมฯ อยู่บ่อยครั้ง รวมทั้งคอยพาไปซื้ออุปกรณ์คอมพิวเตอร์ที่พันธุ์ทิพย์พลาซ่าอยู่ตลอด

เขาจึงเห็นลู่ทางทำเงิน โดยที่จะคิดเงินเพิ่มจากราคาปกติ แต่เขาจะไปเลือกซื้อให้เอง พร้อมมีเซอร์วิสดูแลอุปกรณ์และซอฟท์แวร์ 1 ปี เรียกได้ว่าทำตัวกลายๆ เป็นร้านขายคอมฯ ควบคู่ไปกับงานธนาคาร จนมีคนมาติดต่อมากขึ้นเรื่อยๆ ทำให้เขาตัดสินใจทิ้งชีวิตพนักงานธนาคารแล้วหันมาเปิดร้านขายอุปกรณ์คอมพิวเตอร์เป็นของตัวเอง
ช่วงก่อนหน้าเปิดร้าน

สมยศได้ไปฝึกงานเป็นพนักงานขายกับร้านคอมของรุ่นพี่ที่รู้จัก อยู่ร่วมเดือน ช่วงนั้นก็เก็บเอากล่องคอมที่ขายไปมาสะสมไว้ จนได้มาเปิดร้าน “J.I.B. Computer” สาขาแรกเปิดที่ห้างฯ เซียร์รังสิต ในปี 2544 โดยเป็นร้านเล็กๆ และเขาได้เอากล่องเหล่านั้นมาตั้งโชว์ไว้หน้าร้านทำให้ดูเหมือนว่าเปิดร้านใหม่แต่มีของเยอะ เพื่อเรียกความสนใจจากลูกค้า

“ร้านเราเป็นร้านเล็กๆ จึงต้องใช้กลยุทธ์มัดใจลูกค้า ด้วยการเข้าไปพูดคุยด้วยตัวเอง คอยสอบถามรายละเอียดเลยว่าเขาต้องการสเปคเครื่องแบบไหน การใช้งานแบบใดแนะนำตัวสินค้าหรือสิ่งที่เหมาะสำหรับเขา มากกว่ายัดเยียดไปว่า เครื่องนี้ราคา 3 หมื่น หรือ 2 หมื่น ซื้อไปเลย” สมยศ กล่าวเสริม

นอกจากเรื่องของการพุดคุยกับลูกค้าแล้ว การบริการหลังการขายก็เป็นอีกส่วนที่สำคัญโดยเฉพาะสินค้าไอทีที่บางครั้งก็เสียง่าย เวลามีลูกค้านำเครื่องมาซ่อม สมยศก็จะบอกพนักงานทุกคนว่า ให้รีบเข้าไปดูแลแก้ไข แล้วพูดคุยให้เขาสึกดีขึ้น ด้วยเทคนิคเหล่านี้เองทำให้ร้านขยายสาขาที่ 2 ได้ ในเวลาเพียง 3 เดือน จากนั้นธุรกิจก็เติบโตอย่างต่อเนื่อง

อีกหนึ่งจุดเด่นของร้าน J.I.B. Computer ที่เหล่านักเล่นคอมและเกมเมอร์รู้จักดี คือเรื่องของ “คอมประกอบ” ที่ทางร้านจะขายแยกอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ ไม่ว่าจะเป็น เคสคอม, เมนบอร์ด, CPU,RAM การืดจอ เป็นต้น โดยลูกค้าสามารถนำไปประกอบเองได้หรือให้ทางร้านทำให้ ปัจจุบันร้านมีทั้งหมด 140 สาขาทั่วประเทศ

ซึ่งแต่ละแห่งก็จะมีคาแรคเตอร์ต่างกันไป เช่น สาขาสำหรับนักเล่นเกม, สำหรับคนทั่วไปพร้อมแตกแบรด์ลูก“mine” และ “mine Xtreme” ร้านจำหน่ายสินค้าไอทีไลฟ์สไตล์ระดับพรีเมียม เพื่อเจาะกลุ่มลูกค้าใหม่ๆ

-ขอขอบคุณ Sanook.com

Leave your vote

0 points
Upvote Downvote

Total votes: 0

Upvotes: 0

Upvotes percentage: 0.000000%

Downvotes: 0

Downvotes percentage: 0.000000%

Comments

comments

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here