ราชกิจจาฯ สั่งไล่ “ดิสธร วัชโรทัย”เรียกยึดเครื่องราชฯ ทุกอย่าง ฐานความผิดชั่วร้ายแรง

0
165

จากเหตุการร์ที่สืบเนื่องกันมา เรื่อง นาย ดิสธร ซึ่งตอนนี้ราชกิจจานุเบกษา ได้มีการเผยคำสั่งออกมาแล้วว่า ไล่นายดิสธร ออกจากวัง แล้วยังเรียกคืนเครื่องราชฯ ทุกอย่าง ฐานความผิดชั่วร้ายแรง

เมื่อวันที่ 10 พ.ย. เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศ เล่ม 134 ตอนที่ 60 ข ประกาศเรื่องพระราชทานพระราชานุญาตให้เรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์

มีพระราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานพระราชานุญาตให้เรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ซึ่งนายดิสธร วัชโรทัย

ข้าราชการในพระองค์ฝ่ายพลเรือน ตําแหน่งประจําสํานักพระราชวังพิเศษ ระดับ 10 สังกัดราชการบริหารส่วนกลาง สํานักพระราชวัง

ได้รับพระราชทาน เนื่องจากถูกลงโทษไล่ออกจากราชการ ตามคําสั่งสํานักพระราชวัง ที่ 568/2560 ลงวันที่ 6 พฤศจิกายน 2560 เพราะเหตุกระทําผิดวินัย ฐานกระทําการอันได้ชื่อว่าเป็นผู้ประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง

โดยมีกรณีความผิดกล่าวคือ นายดิสธร วัชโรทัย ซึ่งได้รับพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งให้ดํารงตําแหน่งประธานมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ฯ

อีกหน้าที่หนึ่ง ได้ใช้อํานาจของตนสั่งการให้เจ้าหน้าที่มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ฯ แสดงเอกสารรับรองว่าบุคคลภายนอกได้บริจาคเงินให้แก่มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ฯ เป็นจํานวนเงินยี่สิบห้าล้านบาท

ซึ่งเงินจํานวนดังกล่าวเป็นส่วนลดในการซื้อสินค้าตามปกติ โดยไม่ได้มีการบริจาคเงินจํานวนดังกล่าวจริงแต่อย่างใด และนายดิสธร วัชโรทัยได้นําเอกสารรับรองการบริจาคดังกล่าวเสนอต่อกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์

เพื่อขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่สรรเสริญยิ่งดิเรกคุณาภรณ์ ชั้นทุติยดิเรกคุณาภรณ์ให้แก่บุคคลภายนอก อันเป็นการฉ้อโกงเครื่องราชอิสริยาภรณ์ และ นายดิสธร วัชโรทัย ในฐานะรองเลขาธิการพระราชวัง ซึ่งมีหน้าที่ควบคุมดูแลกองพระราชพาหนะ

ได้นํารถยนต์ในพระปรมาภิไธยไปใช้จนเกิดอุบัติเหตุ และแอบอ้างพระปรมาภิไธย เพื่อยกเว้นภาษีการนําเข้ารถยนต์จากต่างประเทศแล้วนํารถยนต์ที่นําเข้าจากต่างประเทศไปใช้ทดแทนรถยนต์คันเดิมที่ประสบอุบัติเหตุ

โดยไม่ปรากฏหลักฐานการน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายรถยนต์คันใหม่และไม่มีหลักฐานการขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตโอนกรรมสิทธิ์รถยนต์คันเดิมแต่อย่างใด

นอกจากนี้ นายดิสธร วัชโรทัย ได้มีความสัมพันธ์ฉันชู้สาวกับหญิงอื่นที่มิใช่ภรรยาของตนเอง เมื่อหญิงตั้งครรภ์กลับพาหญิงคนดังกล่าวไปทําแท้ง

นอกจากนั้นเมื่อหญิงคนดังกล่าวตั้งครรภ์เป็นครั้งที่สอง นายดิสธร วัชโรทัย ก็ยังบังคับข่มขืนใจเพื่อให้ไปทําแท้งอีกครั้ง แต่หญิงคนดังกล่าวไม่ยินยอม นายดิสธร วัชโรทัย จึงบังคับหญิงคนดังกล่าวให้แต่งงานกับชายอื่น ซึ่งไม่เคยมีความสัมพันธ์กัน

อีกทั้ง นายดิสธร วัชโรทัย ได้นําดินที่ขุดทิ้งจากพื้นที่โครงการก่อสร้างอาคารรัฐสภาใหม่ ซึ่งมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ฯ ขอรับบริจาค จากสภาผู้แทนราษฎรเพื่อนําไปใช้ประโยชน์ในกิจการของมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ฯ

แต่ นายดิสธร วัชโรทัย กลับนําดินดังกล่าวไปขายให้แก่โครงการหมู่บ้านจัดสรรและยังนําดินส่วนหนึ่งไปถมในพื้นที่ของครอบครัวตนเอง ซึ่งมิได้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ที่ขอรับบริจาค

พฤติกรรมดังกล่าวของนายดิสธร วัชโรทัย เป็นการกระทําผิดราชสวัสดิ์และเป็นความผิดวินัยฐานกระทําการอันได้ชื่อว่าเป็นผู้ประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง จึงเห็นสมควรได้รับโทษไล่ออกจากราชการ

ซึ่งสํานักพระราชวังพิจารณาแล้วเห็นว่าการกระทําของ นายดิสธร วัชโรทัย เป็นความผิดวินัยฐานกระทําการอันได้ชื่อว่าเป็นผู้ประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง

จึงเห็นควรลงโทษไล่ออกจากราชการ อาศัยอํานาจตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการในพระองค์ พ.ศ. 2560 มาตรา 15 และมาตรา 18 แห่งพระราชกฤษฎีกาจัดระเบียบราชการและการบริหารงานบุคคลของราชการในพระองค์ พ.ศ.2560

จึงลงโทษไล่ นายดิสธร วัชโรทัย ออกจากราชการและเรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 6 พฤศจิกายน 2560 ซึ่งมีเครื่องราชอิสริยาภรณ์ที่ต้องเรียกคืนตามระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตเรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ พ.ศ.2548 ประกอบด้วย

ชั้นมหาปรมาภรณ์ช้างเผือก มหาวชิรมงกุฎประถมาภรณ์ช้างเผือก ประถมาภรณ์มงกุฎไทย ปฐมดิเรกคุณาภรณ์ ทวีติยาภรณ์ช้างเผือก ทวีติยาภรณ์มงกุฎไทยทุติยจุลจอมเกล้า ตติยจุลจอมเกล้าวิเศษ ตริตาภรณ์มงกุฎไทย เหรียญเงินดิเรกคุณาภรณ์เหรียญจักรพรรดิมาลา และเหรียญรัตนาภรณ์ รัชกาลที่ 9 ชั้นที่ 5

Leave your vote

1 point
Upvote Downvote

Total votes: 1

Upvotes: 1

Upvotes percentage: 100.000000%

Downvotes: 0

Downvotes percentage: 0.000000%

Comments

comments

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here