ปลูกกล้วยน้ำว้า แซม ปาล์มน้ำมัน สร้างรายได้ 80,000/เดือน.(รายละเอียด)

0
340

วันนี้ truststore online จะพาทุกคนมาดูเรื่องกล้วยๆที่กำไรได้มาแบบกล้วยๆ

เป็นที่ทราบกันดีว่า “ กล้วย ๆ ” มีประโยชน์มากมาย โดยเฉพาะประเทศไทยเป็นประเทศเขตร้อนชื้นซึ่งกล้วยสามารถเจริญเติบโตได้ดี

ฉะนั้นในประเทศไทยจึงมีพันธุ์กล้วยที่ปลูกในประเทศไทยมากกว่า 197 สายพันธุ์ ทั้งทานได้ ทานไม่ได้และกล้วยสวยงามประเภทประดับ

การปลูกกล้วย นั้นว่ากันว่าปัญหาไม่เยอะ การดูแลไม่ยาก ที่สำคัญกล้วย 1 ต้นสามารถขายได้แทบจะทุกส่วนตั้งแต่ต้น ราก ใบ ผล ที่แปรเปลี่ยนเป็นเงินได้ทั้งหมดและทำให้มองเห็นมูลค่าของการ ปลูกกล้วยน้ําว้า แซมในสวนปาล์มน้ำมัน  เป็นพืชแซมที่สร้างรายได้และมองว่า “กล้วยนั้นสร้างรายได้หมุนเวียนที่ดีที่สุด”

บนพื้นที่ 25 ไร่ของ คุณ วรรณภร กิตินันท์ประกร จะมีการ ปลูกปาล์ม ไว้ประมาณ 400 ต้น โดย การปลูกกล้วย “ น้ำว้าขาวนวล ”แซมในร่องปาล์มในจำนวนที่ใกล้เคียงกันคือประมาณ 400 ต้น

มีต้นทุนเฉลี่ยเท่ากับ 1,669 บาท / ไร่ / ปี ให้ผลตอบแทนเฉลี่ย 7,064 บาท / ไร่ / ปี ถือว่าเป็นตัวเลขที่ได้กำไรมากกว่า 6 – 7 เท่าตัวทีเดียว


อีกทั้งกล้วยจะให้ผลตอบแทนได้ทุกอาทิตย์ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็อยู่ที่การเลือกสายพันธุ์ที่จะนำมาปลูกด้วยว่าจะตอบสนองความต้องการของตลาดได้มากน้อยแค่ไหน

เนื่องจากวิวัฒนาการของกล้วยเมื่อเจริญเติบโตเต็มที่ หัวจะสร้างใบสุดท้ายที่เรียกว่า ” ใบธง ” จากนั้นจะหยุดสร้างใบใหม่ และเริ่มสร้างช่อดอก  ลำต้นที่มีช่อดอกอ่อนบรรจุอยู่ จะพัฒนาขึ้นภายในลำต้นจนในที่สุดมันก็โผล่ออกที่ด้านบนลำต้นแต่ละลำต้นจะสร้างช่อดอกเพียงช่อเดียวซึ่งรู้จักกันว่า ” ปลี ” ดอกตัวเมีย ( ที่สามารถเจริญเป็นผลได้ ) จะอยู่ในช่อดอกย่อยที่บริเวณโคนปลี ( ใกล้กับใบ ) ดอกตัวผู้จะอยู่ที่ปลายปลี หรือส่วนที่เรียกว่า ”หัวปลี ”

ส่วนรังไข่จะอยู่ต่ำกว่าซึ่งหมายความว่ากลีบดอกขนาดเล็กและส่วนอื่น ๆ ของดอกจะอยู่ในปลายรังไข่หลังให้ผล ลำต้นด้านบนจะตายลง แต่หน่อจะพัฒนาขึ้นจากตาที่หัว ส่งผลให้กล้วยเป็นพืชหลายปี หากเกิดขึ้นหลายหน่อพร้อมกันจะเรียกว่า ” การแตกกอ “ในระบบการเพาะปลูก จะอนุญาตให้เจริญเติบโตเพียงหน่อเดียวเท่านั้นเพื่อให้ง่ายต่อการจัดสรร พื้นที่

ผลกล้วยจะพัฒนาจากดอกเพศเมีย กลุ่มของดอกเพศเมีย 1 กลุ่มเจริญเป็นผลเรียกว่า ” หวี ” ซึ่งหวีหนึ่ง ๆ มีผลกล้วยประมาณ 20 ผล กลุ่มหวีบนช่อดอกเจริญเป็น ” เครือ ” ผลของกล้วยมีการเจริญได้โดยไม่ต้องผสมพันธุ์

จึงทำให้กล้วยส่วนใหญ่ไม่มีเมล็ด  ซึ่งตลาดในประเทศไทยจะคุ้นเคยกับการบริโภคกล้วยเนื่องจากเป็นผลไม้ที่ทานง่ายคุณค่าทางสารอาหารเยอะ โดยเฉพาะในกลุ่มกล้วยน้ำว้าที่ถือว่ามีความต้องการในตลาดสูงที่สูด

แนวทาง การปลูกกล้วย ในเชิงธุรกิจหรือทำเป็นอาชีพเสริมนั้นไม่ใช่เรื่องยาก วิธีการปลูกที่สำคัญๆก็เริ่มจาก การเตรียมพื้นที่ปลูก ( หลุมปลูก ) ที่ควรมีการกำจัดวัชพืชโดยรอบก่อนลงมือปลูกจากนั้นถ้าเป็นการปลูกแซมในพื้นที่กรณีนี้คืออยู่ระหว่างต้นปาล์มก็หาระยะกึ่งกลางระหว่างต้นปาล์ม แต่ละหลุมที่ปลูกนั้นควรมีขนาด 60 x 60 x 60 ซม. ในเบื้องต้นอาจจะมีการกลบหรือโรยด้วยดินให้สูงขึ้นมาจากหลุมเล็กน้อยเมื่อนำต้นพันธุ์ลงปลูกควรกลบดินให้ต่ำกว่าผิวดินประมาณ 10 ซม. สำหรับให้มีน้ำขังบ้างในระยะเริ่มแรก

การดูแลรักษาถ้าเป็นกล้วยน้ำว้าที่ปลูกในช่วงฤดูฝนไม่จำเป็นต้องให้น้ำแต่อย่างใด แต่หากเข้าช่วงฤดูแล้งอาจจำเป็นต้องให้น้ำช่วยบ้างแต่ในพื้นที่ของ คุณ วรรณภร นี้เป็นท้องร่องที่มีน้ำตลอดเวลาถือว่าเป็นความได้เปรียบในเรื่องพื้นที่ที่ดีอย่างมากการดูแลระหว่างกล้วยกับปาล์มก็สามารถทำควบคู่กันได้เมื่อให้น้ำหรือปุ๋ยแก่ต้นปาล์มต้นกล้วยก็จะได้รับสารอาหารเหล่านั้นไปด้วยถือเป็นการดูแลรักษาทางเดียวที่ให้ผลได้ถึง 2 ต่อและต้นกล้วยเองก็ไม่มีอิทธิพลกับการเจริญเติบโตของปาล์มเนื่องจากลักษณะต้นไม่สูงเกินไปถ้าเป็นปาล์มที่อายุหลายปีแล้วก็จะสูงเกินกว่าต้นกล้วยเป็นธรรมดาหมดปัญหาเรื่องการบดบังแสงผลผลิตของปาล์มก็ไม่มีลดน้อยถอยไปที่สำคัญการเป็นกล้วยในสวนปาล์มต้นกล้วยยังได้ประโยชน์ในเรื่องของ “ การบังลม ” อันเป็นปัญหาประการหนึ่งของสวนกล้วยที่ปลูกแบบเดี่ยว ๆ ในกรณีนี้ทั้งผลกล้วย ใบกล้วย จะมีความสมบูรณ์มากเนื่องจากการบังลมของต้นปาล์มดังกล่าว

แต่เรื่องที่คน ปลูกกล้วยน้ําว้า จะต้องเรียนรู้กันเอาไว้ก็ คือ การเรื่องการการตัดต้นและการไว้หน่อ เพราะการไว้หน่อจะไว้หน่อเพื่อให้เจริญเติบโตเป็นต้นซึ่งกล้วย 1 กอหรือ 1 หลุม ให้ไว้หน่อหรือต้น 4 – 5 ต้น เท่านั้น ด้วยวิธี ดังนี้

หน่อแรกที่ขึ้นหลังจากการปลูกต้นแรกให้ปล่อยไว้ไม่ตัด หน่อที่ขึ้นต่อมาในระยะ 2 – 3 เดือน แรกหลังจากการปล่อยหน่อแรกให้ตัดทิ้ง เมื่อหน่อแรกอายุครบ 3 เดือน ให้ปล่อยหน่อที่ 2 ขึ้น ส่วนหน่ออื่นๆตัดทิ้ง ทำในลักษณะเดียวกัน ซึ่งจะได้หน่อ และต้นทั้งหมดใน 1 กอ ประมาณ 4 – 5 ต้น จนถึงการตัดเครือกล้วยจากต้นแรก ซึ่งจะทำให้มีหน่อหรือต้นเหลือ 3–4 ต้น/กอ

โรคและแมลง

ส่วนโรคและแมลงไม่มีอะไรต้องระวังมากนักจะมีก็แต่ “ หนอนกอ ” ที่เกษตรกรมักจะมองไม่เห็นตรวจสอบได้ยากเพราะบางครั้งกว่าจะหาเจอก็เจาะพรุนทำลายด้านในไปทั้งกอกล้วยเป็นปัญหากวนใจในระดับหนึ่งแต่ก็มีวิธีการที่พอจะบรรเทาเรื่องนี้ได้บ้างนั้นคือการตกแต่งทำความสะอาดบริเวณกอกล้วยไม่ให้กลายเป็นที่เพาะขยายพันธุ์ของแมลงศัตรูพืช

โดยหมั่นตกแต่งทำความสะอาดต้นกล้วยให้ดูโล่งๆ สะอาด ๆ อยู่เสมอ หมั่นตัดใบที่แห้ง ทำลายกาบใบที่เปื่อยยุ่ยให้เรียบร้อยหรือตัดไปคลุมดินบ้าง เพราะโดยธรรมชาติแล้วต้นกล้วยจะมีวิธีป้องกันตัวเองจากแมลงด้วยยางหรือสารเหนียวที่มีในกาบกล้วยแต่ถ้ามีภาวะของการระบาดมาก ๆการป้องกันตามธรรมชาติที่ว่าก็ไม่ได้ผลจำเป็นที่เกษตรกรต้องช่วยเหลือทางใดทางหนึ่งเช่นกัน

รายได้ที่เกิดจากการขายกล้วยนั้นปัจจุบัน คุณ วรรณภร บอกว่าเน้นขายเฉพาะผลเพียงอย่างเดียวส่วนอื่นๆของกล้วยนั้นไม่ว่าจะเป็นใบ ต้น ไม่ได้ตัดจำหน่าย กล้วยที่ปลูกนี้จะเริ่มให้ผลตอบแทนเมื่อระยะเวลาผ่านไปประมาณ 1 ปี ซึ่งในส่วนการปลูกปาล์มจะเริ่มให้ผลตอบแทนครั้งแรกเมื่อเวลาผ่านไปประมาณ 3 ปีแต่พอเริ่มขายได้ปาล์มก็จะมีรายได้ทุกๆ 15 วันโดยประมาณ

ดังนั้นในระหว่างที่ปาล์มยังไม่ให้ผลผลิต การปลูกกล้วย จึงเป็นรายได้เสริมที่ดีมากเพราะหลังจากที่เริ่มให้ผลผลิตก็สามารถมีรายได้ต่อเนื่องทุกอาทิตย์ ราคาจำหน่ายโดยทั่วไปอยู่ที่ 15 – 18 บาท / เครือ การแบ่งเกรดก็จะแยกเป็น เกรดสวย เกรดกลาง เกรดเล็ก และกล้วยนก ในการตั้งราคาการซื้อกล้วยก็ดูจากทรงกล้วยในแต่ละเครือ ถ้าเครือใดมีหวีบนตั้งแต่18 ลูก ขึ้นไปราคาจะสูงถึงประมาณ 18 บาทแล้วก็จะลดหลั่นกันลงมาจนถึงเกรดกลางราคาประมาณ 10 บาท เกรดเล็กราคา 6 บาท

การตัดกล้วย ในแต่ละสัปดาห์ จำนวน 400 กว่าต้น สามารถตัดได้ประมาณ 200 – 400 หวี ที่ขึ้นอยู่กับความสมบูรณ์ของกล้วยในช่วงเวลานั้นๆคุณ วรรณภร บอกว่ากล้วยจะให้ผลผลิตดีที่สุดก็ประมาณรุ่นที่ 3 และ 4 ในครั้งแรกอาจจะได้น้อยบ้างราคาไม่สูงนักแต่ การปลูกกล้วย ก็ไม่จำเป็นต้องลงทุนพันธุ์ในการปลูกใหม่อยู่ที่การบริหารจัดการกอมากกว่าว่าจะเก็บรักษาอย่างไรโดยส่วนใหญ่จะเอาไว้จนถึงประมาณ 5 – 6 ปีก็จะล้างกอสักครั้งเพื่อให้ผลผลิตดีขึ้นกว่าเดิม

รายได้ที่มาจากการขายกล้วยในปัจจุบันนั้นไม่ต่ำกว่า 15 ,000 – 20 ,000 / สัปดาห์ อยู่ที่จังหวะและความต้องการของตลาดเป็นสำคัญด้วย ถึงอย่างไรก็ดี การ ปลูกกล้วยน้ําว้า ก็ยังนับเป็นรายได้เสริมที่ดีมากๆเมื่อรวมกับผลผลิตจากปาล์มที่มีรายได้ทุก 15 วันหลังจากผ่านไปแล้ว 3 ปี ด้วยเหตุนี้แนวทางของการปลูกพืชแบบผสมผสานจึงเป็นทางเลือกที่น่าสนใจที่จะทำให้เกษตรกรมีรายได้หมุนเวียนต่อเนื่องถือเป็นแนวทางเศรษฐกิจพอเพียงที่สำคัญและเหมาะสมกับยุคเศรษฐกิจปัจจุบันที่เกษตรกรหลายคนควรศึกษาแนวทางนี้อย่างจริงจังรับรองได้ว่าประโยชน์ที่ตามมานั้นมหาศาลอย่างแน่นอน

สนใจ ติดต่อสอบถาม ฟรี โทร.088-385-1851,088-385-1852

-ขอขอบคุณ palangkaset.com

Leave your vote

0 points
Upvote Downvote

Total votes: 0

Upvotes: 0

Upvotes percentage: 0.000000%

Downvotes: 0

Downvotes percentage: 0.000000%

Comments

comments

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here