10 อันดับ ฆาตกรหญิงโคตรโหดและเลือดเย็นที่สุดในประวัติศาสตร์

0
32

ต้องยอมรับเลยว่าจิตใจมนุษย์นั้น ไม่ว่าจะชายหรือหญิง ต่างก็มีทั้งด้านบวกและลบ อยู่ที่ว่าแต่ละคนจะแสดงด้านไหนออกมามากหรือน้อย เท่านั้นเอง ซึ่งคนที่แสดงด้านลบออกมากจนถึงขั้นสังหารมนุษย์ด้วยกันนั้นต้องถือว่าเป็นการกระทำที่เลวร้ายมาก!! สำหรับบทความนี้จะพาไปรู้จัก 10 อันดับ ฆาตกรหญิงโคตรโหดและเลือดเย็นที่สุดในประวัติศาสตร์

อันดับ 10

ราชินีแมรี่ เป็นพระธิดาพระองค์เดียวใน กษัตริย์เฮนรี่ที่ 8 กับพระนางแคทเธอรีน แห่งอารากอน ประเทศอังกฤษ พระองค์เคยเกือบสวรรคตในช่วงวัยทารกมาแล้วแต่ก็รอดมาได้ เมื่อขึ้นครองราชย์สมบัติหลังจากพระเจ้าเอดเวิร์ดที่ 6 สิ้นพระชนม์ ราชินีแมรี่ชูนโยบายที่พระองค์เน้นมาก คือการที่ทำให้อังกฤษเป็นประเทศที่นับถือแต่เพียง “นิกายคาธอลิก” เท่านั้น

พระองค์เลยคิดหาทางกำจัดพวกนิกาย “โปรแตสแตนท์” ในประเทศให้หมดสิ้น โดยใช้หลายวิธีและไม่สนวิธีการ สาวกนิกายโปรแตสแตนท์ ที่มีชื่อเสียงหลายคนถูกจับประหาร ทำให้พระนางมีนามหนึ่งว่า “Bloody Mary” หรือ “แมรี่บ้าเลือด” ซึ่งฉายานี้มาจากการจับสาวก นิกายโปรแตสแตนท์ ขึ้นแขวนคอบนตะแลงแกงในคราวเดียวกว่า 800 คน

 

อันดับ 9

ไม ร่า ฮินด์ลีย์ (Myra Hindley)

ไม ร่า ฮินด์ลีย์ และคู่รักเอียน เบรดี้ เป็นผู้ก่อคดี “ฆาตกรรมแห่งท้องทุ่ง” โดยเหตุเกิดที่แถวเมืองแมนเชสเตอร์ในสหราชอาณาจักร ในราวช่วงทศวรรษที่ 60 ฆาตกรโหดคู่นี้ถูกจับเพราะกระทำการลักพาตัว, ทารุณกรรมทางเพศ, ทรมานและฆาตกรรม เด็กอายุต่ำกว่า 12 ปี 3 คน และเด็กวัยรุ่นอายุ 16 และ 17 ปี

เคล็ดลับลดหุ่นของ “ปูเป้ อรหทัย” ผอมง่าย จ่ายแค่หลักร้อย!

โดยหลักฐานที่พบประกอบด้วย เทปที่บันทึกระหว่างกำลังฆาตกรรมที่มีเสียงผู้ตายกำลังกรีดร้อง ขณะที่ไมร่าและเบรดี้กำลังข่มขืนและทรมาน ในระหว่างการสอบสวนและวันตัดสินเธอยังมีท่าทีกินลูกอมอย่างไม่สะทกสะท้าน ซ้ำยังแสดงความยโสโอหัง จนกลายเป็นลักษณะพิเศษที่เป็นที่จดจำของเธอ จนกลายเป็นบุคคลคนที่ชาวอังกฤษเกลียดชังที่สุดในประวัติศาสตร์

 

อันดับ 8

ราชินิอิสเบลล่า แห่ง แคสไทล์ (Isabella of Castile)

ราชินิอิซซาเบลล่า ที่ หนึ่ง แห่งสเปน เป็นที่รู้จักกันดีในฐานะผู้อุปถัมภ์ของ คริสโตเฟอร์ โคลัมบัส กับพระสวามีของพระนาง กษัตริย์เฟอร์ดินานด์ที่ 2 แห่งราชวงศ์อารากอน ทั้งสองพระองค์ร่วมกันมีส่วนในการรวมประเทศสเปนภายใต้การนำของหลานชายของพระองค์ โดยแผนการรวมชาตินี้ ราชินิอิสเบลล่า ได้แต่งตั้งให้ นายพล โทมาส เดอ ทอร์คิวมาดา ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่สอบสวน (แบบทรมาน) รุ่นแรกๆ เป็นผู้บัญชาการในการสอบสวนทรมาน

จนวันที่ 31 เดือนมีนาคม ค.ศ.1492 มีบันทึกว่าเป็นวันออกกฤษฎีกาแอลฮัมบราโดยมีคำสั่งขับไล่ ชาวยิวและชาวมุสลิมออกนอกประเทศ นอกจากนั้นประชาชนราว 2 แสนคนที่หลงเหลืออยู่ในประเทศสเปนถ้าไม่เปลี่ยนศาสนาจะถูกจับมาลงโทษอย่าง ทารุณ ในปี ค.ศ. 1974 สันตะปาปาพอลที่ 6 กล่าวถึงการกระทำของพระนางว่าสมควรทำและอวยพร ให้พระนางเป็นนักบุญ ในโบสถ์นิกายคาทอลิก ในฐานะข้ารับใช้ของพระเจ้า…..

 

อันดับ 7

เบเวอรี่ เอลลิทท์ (Beverly Allitt)

ได้ รับฉายาหนึ่งว่า “นางฟ้าแห่งความตาย” เบเวอรี่ เกลิ เอลลิทท์ หนึ่งในฆาตกรต่อเนื่องที่ชาวอังกฤษที่เป็นที่รู้จักกันดี เธอทำงานเป็นนางพยาบาลดูแลเด็ก และถูกจับในข้อหาฆาตกรรมเด็ก 4 คน และทำให้บาดเจ็บสาหัสอีก 5 คน (ที่จริงน่าจะมากกว่านั้น)

โดยการฉีดสารอินซูลินหรือโพแทสเซียมที่ใช้เพื่อเร่งการทำงานของหัวใจมากเกินไป จนเด็กตายอย่างทรมาน ซึ่งปัจจุบันเธอยังอยู่ในคุกเพราะอังกฤษไม่มีโทษประหารชีวิต

 

อันดับ 6

เบลล์ กันเนส (Belle Gunness)

เบลล์ กันเนส เจ้าของฉายา “ผู้หญิงเคราน้ำเงิน” เป็นหนึ่งใน ฆาตกรต่อเนื่องหญิงที่ฆ่าคนมากที่สุดในอเมริกา ด้วยส่วนสูง 6 ฟุต (183 เซนติเมตร) และหนักกว่า 200 ปอนด์ (91 กิโลกรัม) เชื้อชาตินอร์วีเจียนที่ตัวใหญ่และแข็งแรง โดยเธอใช้ร่างกายอันใหญ่ยักษ์นี้สังหารสามีของเธอทั้งสองคนและลูกๆ ทั้งหมดของเธอ โดยฆ่าเพื่อหวังเงินประกันชีวิตและขโมยทรัพย์สินเอามาเข้ากระเป๋าของเธอ

นอกจากนั้นยังมีรายงานมากมายว่าเธอน่าจะฆ่าคนมากกว่าหนึ่งร้อยราย แต่เธอดันชิงฆ่าตัวตายก่อนโดยการเผาตนเองพร้อมบ้าน แต่ผลชันสูตรศพของเธอนั้นหลายฝ่ายไม่เชื่อว่าศพนี้เป็นของเธอ เพราะศพนั้นเตี้ยกว่าส่วนสูงของเบลล์ถึงสองนิ้ว

 

อันดับ 5

แมรี่ แอนน์ คอตต้อน (Mary Ann Cotton)

นาง แมรี่ แอนน์ คอตต้อน สตรีชาวอังกฤษ เป็นนักฆ่าต่อเนื่องเพื่อผลประโยชน์อีกรายหนึ่ง แต่งงานเมื่ออายุ 12 ปี กับ นายวิลเลียม มาวเบรย์ คู่แต่งงานใหม่นี้อาศัยที่ไพลเมาท์ เมืองเดวอน ต่อมาพวกเขามีลูกด้วยกันห้าคน สี่คนตายเพราะโรคกรดในกระเพาะอาหารและปวดท้องอย่างรุนแรง จากนั้นพวกเขาก็ย้ายไปทางตะวันออกเฉียงเหนือ

ต่อมานานวิลเลียมก็ตามลูกๆ ไปด้วยโรคลำไส้ไม่ทำงานในเดือนมกราคม ปี 1865 ประกันสังคมของอังกฤษจ่ายเงินสินไหมชดเชยให้เธอถึง 35 ปอนด์สเตอริง แต่เหตุการณ์ร้ายก็ยังไม่สิ้นสุด เพราะต่อมา สามีคนที่สองของเธอ จอร์จ วาร์ด ก็เสียชีวิตเพราะปัญหาเกี่ยวกับลำไส้เช่นเดียวกัน และลูกคนสุดท้ายของเธอตายในเวลาไล่เลี่ยกันด้วยโรคเดียวกัน

 

ด้วยการตายถี่ของคนในครอบครัวแมรี่ทำให้มีการสอบสวนเกิดขึ้น จนพบว่า นาง แมรี่ แอนน์ มีความผิดฐานวางยาสามีสามคน, คู่รัก, เพื่อน, แม่ของเธอ, และลูกๆ ทั้งหมดเสียชีวิตจากอาการป่วยที่ท้อง ผลคือเธอถูกแขวนคอที่ เดอร์แฮม เคนท์ตี้ กาออล ในวันที่ 24 เดือนมีนาคม ปี 1873 ด้วยข้อหาฆาตกรรมด้วยการวางยาพิษสารหนู เธอตายอย่างช้าๆ เพราะเพชฌฆาตใช้เชือกแขวนคอสั้นเกินไปสำหรับการประหาร

 

อันดับ 4

อิลซ่า คอชห์ (Ilse Koch)

อิลซ่า คอชห์ได้ รับฉายามากมาย เช่น “นางแม่มดแห่งบูเชนวาล์ด” , “หญิงเลวแห่งบูเชนวาล์ด” เธอเป็นภรรยาของนายพลคาร์ล คอชห์ ผู้บัญชาการแห่งค่ายกักกันของนาซีประจำค่ายบูเชนวาล์ด (1937-1941) เธอเป็นคนโหดร้าย ทารุณ และบ้าอำนาจมาก และเมื่อเธอได้ทำงานแทนสามี เรื่องเลวร้ายก็เกิดขึ้นมากมาย เธอมีงานอดิเรกคือ การทรมานและข่มขืนนักโทษในค่ายกักกันจนเป็นเรื่องฉาวโฉ่

นอกจากนี้เธอยังมีของสะสมที่น่าสยดสยองนั่นคือ แผ่นหนังมนุษย์ที่มีรอยสัก โดยเธอจะให้นักโทษเปลือยเรียงแถวกัน แล้วก็เดินเลือก คนไหนที่รอยสักสวยๆ เก๋ๆ ก็จะถูกเลือกไปรมแก๊ส แล้วตัดหนังตรงที่มีรอยสักนั้นมาทำที่คลุมหลอดไฟในโคมไฟ กล่าวกันว่าเธอต้องการสร้างโคมไฟจากผิวหนังมนุษย์

 

หลังจากที่นาซีพ่ายสงคราม ในปี 1947 อิลเซ่ถูกกองทัพสหรัฐจับกุมตัวในฐานะอาชญากรสงคราม เธอแขวนคอฆ่าตัวตายในเรือนจำหญิงแคว้นบาวาเรีย ในวันที่ 1 เดือนกันยายน ปี 1967 ชื่อเสียงความโหดร้ายทารุณของอิลเซ่ ได้ถูกนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์เรื่อง ‘Ilse Koch: The Nazi Bitch of Buchenwald’ ในปี 1975

 

อันดับ 3

เออร์ม่า เกรเซอ (Irma Grese)

อีกหนึ่งผลิตภัณฑ์ที่น่าภูมิใจ (ในความอัปยศ) ของนาซีในยุคหลัง เออร์ม่า เกรเซอ หรือ “หญิงเลวแห่งเบลเซ่น” เธอเป็นทหารรักษาการณ์ที่แคมป์กักกันเรเวนส์บรุคค์, ค่ายนรกเอาสช์วิทซ์ และ เบอร์เย่น เบลเซ่น เธอถูกย้ายมาประจำการที่เอาสช์วิทซ์ในปี 1943 โดยได้รับการแต่งตั้งให้เป็นพลสำรองพิเศษหน่วยควบคุมดูแล ซึ่งเป็นยศที่ใหญ่เป็นลำดับสองของทหารหญิงในค่าย

ในวันสิ้นปี เธอจับนักโทษหญิงชาวยิวกว่า 30,000 คน มาสนุกกับเกมส์ของเธอ ประกอบด้วย ทารุณกรรมเหล่านักโทษด้วยให้สุนัขที่ถูกฝึกฝนและกำลังหิวโหยกัด, การทารุณกรรมทางเพศต่างๆ จนนักโทษรับไม่ไหว, การยิงปืนตามอำเภอใจ, การตีอย่างทารุณด้วยแส้แบบเปีย และเลือกนักโทษเข้าห้องรมแก๊ส เธอชอบเรื่องซาดิสต์ทรมานคนมากๆ จนนักโทษหลายคนในค่ายรู้จักเธอดีในภาพลักษณ์หญิงใส่รองเท้าบูทหนักและพกปืน

 

อันดับ 2

แคทเธอรีน ไนท์ (Katherine Knight)

แค ทเธอรีน ไนท์ สตรีชาวออสเตรเลียนคนแรกถูกประหารชีวิตโดยไม่มีการอุทธรณ์ เธอเป็นฆาตกรต่อเนื่องที่ฆ่าสามีเธออย่างโหดมที่สุดเท่าที่โลกมีมา เธอเคยบดฟันปลอมของสามีเก่าคนหนึ่งของเธอจนแหลกละเอียด และปาดคอลูกสุนัขอายุ 8 สัปดาห์ของสามีอีกคนหนึ่งก่อนจะเชือดตาของเขาออก

แต่ดังที่สุดคือ คดีฆ่า นายจอห์น ชาร์ล โธมัส ไพรซ์ เมื่อ นายไพรซ์ยื่นฟ้องต่อนางแคทเธอรีนขอหย่า จนนางไนท์แค้นมาก เลยใช้มีดแล่เนื้อ แทงนายไพรซ์ถึงแก่ความตาย เขาถูกแทงอย่างน้อย 37 ครั้ง ทั้งหน้าและหลังและหลายแผลแทงทะลุอวัยวะภายในที่สำคัญหลายแห่ง

 

จากนั้นเธอก็ถลกหนังเขาแล้วแขวนหนังที่ถลกแล้วไว้กับขอบประตูห้องนั่งเล่น ตัดหัวเขาออกแล้วใส่ในหม้อซุป อบส่วนสะโพกบั้นท้ายของเขา แล้วเตรียมน้ำเกรวี่และผักเพื่อเป็นเครื่องเคียงเนื้ออบ โดยอาหารมื้อพยาบาทนี้ถูกจัดเตรียมไว้ให้เด็กๆ ในบ้านกิน…….. แต่โชคดีที่ตำรวจมาเจอก่อนที่เด็กๆ จะกลับถึงบ้าน (เหอๆ)

นายจอห์น ชาร์ล โธมัส ไพรซ์

 

อันดับที่ 1

เอลิซาเบธ บาโธรี่ (Elizabeth Bathory)

แน่นอนอันดับ 1 น้อยคนนักจะไม่รู้จักเธอ นักฆ่าชื่อเหม็นที่สุดในฮังการีและของโลกที่ฆ่าคน เธอคิดว่าถ้าเอาเลือดมาชำระร่างกาย ผิวเธอจะสวยสดตลอดกาล……โดยเรื่องเริ่มขึ้นเมื่อมีข่าวลือ หลายปีเกี่ยวกับเด็กผู้หญิงชาวไร่ชาวนาหายไปในเขตการปกครองของพระองค์ จนกษัตริย์แมทเทียสที่ 2 ต้องออกมาทำการตรวจค้นที่ปราสาทของเธอ

ในที่สุดก็พบหลักฐานสำคัญคือศพของเด็กหญิงที่ตายอย่างโหดร้ายสุด เกินกว่าจะคนธรรมดาจะคาดคิดได้ เช่น ร่างพรุนด้วยเข็ม ศพไหม้ หรือศพโดนตัดแขนหรือขาหรือส่วนสำคัญของร่างกายออก บางศพมีการบิดเนื้อบิดหน้าแขน และส่วนเกี่ยวกับร่างกายอื่นๆ และทำให้อดอาหารตาย โดยเหยื่อทั้งหมดประเมินอยู่ราว 650 ศพ แต่เนื่องจากสถานะเกี่ยวกับสังคมของเธอจึงไม่ถูกประหาร แต่ให้ขังตลอดชีวิตในห้องขังเดี่ยวๆ ใต้หอคอยแทนจนกระทั้งขาดใจตายในที่สุด

 

เครดิต teen.mthai.com

Leave your vote

0 points
Upvote Downvote

Total votes: 0

Upvotes: 0

Upvotes percentage: 0.000000%

Downvotes: 0

Downvotes percentage: 0.000000%

Comments

comments

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here