ฟองสบู่แตก หมดเวลา”เครย์ฟิช”!?!…ช็อคเป็นแถบๆ  เหลือแต่ผู้ค้าที่เป็นลูกค้า 

0
97

หมดเวลา”เครย์ฟิช”!?!…ช็อคเป็นแถบๆ “ฟาร์มใหญ่เกาะช้าง” จากอู้ฟู่สูงสุด เหลือรายรับวันละไม่กี่ร้อย อะไรนะมีแต่ผู้ค้าที่เป็นลูกค้า

วันที่ 10 เมษายน นางสาวศรีวตาภรณ์ รุ่งเรือง วัย 26 ปี ชาวบ้านคลองสน หมู่ 3 ต.เกาะช้าง อ.เกาะช้าง จ.ตราด ผู้เพาะเลี้ยงกุ้งเครย์ฟิช กล่าวว่า ตนเองและครอบครัวได้ทดลองเลี้ยงกุ้งเครย์ฟิช เริ่มตั้งแต่เมื่อช่วงกลางปี 2559 โดยในครั้งแรกได้ไปหาซื้อพ่อพันธุ์แม่พันธุ์มาเลี้ยงในตู้กระจก และได้ขยายพันธุ์เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ในการผสมพันธุ์แต่ละครั้งแม่กุ้งสามารถให้กำเนิดลูก 100-400 ตัว ที่ผ่านมาได้เปิดขายกุ้งเครย์ฟิชที่เลี้ยงไว้ผ่านทางเฟซบุ๊ก ในช่วงต้นปี 2560 ที่ผ่านมา มีลูกค้าสนใจซื้อกุ้งเครย์ฟิชอย่างต่อเนื่อง สามารถสร้างรายได้ให้ 30,000-40,000 บาท/เดือน ถ้าหากลูกค้าสนใจซื้อตัวที่มีสีสวยราคาแพงจะมีรายได้เพิ่มขึ้นอีก

ผู้เพาะเลี้ยงกุ้งเครย์ฟิช อ.เกาะช้าง กล่าวต่อว่า ปัจจุบันมีลูกกุ้งที่ขยายพันธุ์แล้วมากกว่า 1,500 ตัว มีตั้งแต่ราคา 500-10,000 บาท/ตัว จึงได้ขยายเป็นฟาร์มมีชื่อว่า “queen kohchang crayfish” โดยจะเลี้ยงในบ้านและข้างบ้าน โดยจะมีการแยกเลี้ยงเป็นสัดส่วน ขณะที่เพิ่งเป็นตัวเล็กก็จะปล่อยลงในอ่างหรือกะละมัง มีการให้ออกซิเจนตลอดเวลา เมื่อมีอายุ 15-30 วัน ก็นำไปปล่อยยังสถานที่เลี้ยงที่มีพื้นที่กว้างหน่อย พร้อมใส่ท่อพีวีซีเป็นท่อนๆ ลงไปด้วย เพื่อให้กุ้งได้ใช้ในการหลบซ่อนตัว เมื่อลูกกุ้งมีอายุได้ประมาณ 30 วัน จะเริ่มแสดงสีสันของตนเอง แต่สีอาจจะมีการเปลี่ยนแปลงเมื่อมีการเติบโตไปตามวัย ความอ่อนความเข้มของสียังเอาแน่เอานอนอะไรไม่ได้

นางสาวศรีวตาภรณ์ กล่าวอีกว่า เมื่อกุ้งมีอายุราว 2-3 เดือน ก็จะนำไปปล่อยในตู้กระจกช่องละ 1 ตัว ใส่หินกรวดก้อนเล็กๆ ปูพื้นใต้ตู้ เพื่อให้กุ้งเครย์ฟิชใช้เป็นที่กำบังในเวลากลางวัน สิ่งที่ต้องใส่ใจในการเลี้ยงกุ้งเครย์ฟิชก็คือ การเตรียมอุปกรณ์-ออกซิเจน และน้ำที่ใช้ในการเลี้ยงกุ้ง โดยต้องหมั่นถ่ายน้ำ 1-2 วัน/ครั้ง และต้องมีอุปกรณ์สำหรับให้กุ้งเข้าไปหลบซ่อนตัวได้ จะทำให้กุ้งที่เลี้ยงอนุบาลไว้มีอัตราการรอดมาก เพราะเวลากุ้งลอกคราบ จะเป็นช่วงที่กุ้งอ่อนแอ จะทำให้กุ้งที่มีความแข็งแรงกว่าทำร้ายและกินกันเอง สำหรับอุปกรณ์ที่ตนเองใช้ในการเลี้ยงกุ้งมีหลายชนิด เช่น ตู้กระจก-กะละมัง-อุปกรณ์มาดัดแปลงทำเป็นกรอบสี่เหลี่ยมใส่น้ำแล้วไม่รั่วซึม และอาหารที่นิยมใช้กันในการเลี้ยงกุ้งเครย์ฟิชคืออาหารเม็ด เพราะเป็นอาหารสำเร็จรูปที่เหมาะสมกับทั้งสภาพน้ำและความสะดวกของผู้เลี้ยง และบางครั้งก็เป็นปลาสด เพื่อช่วยในการทำให้กุ้งเจริญเติบโตเร็วและมีสีสวยงาม

ผู้เพาะเลี้ยงกุ้งเครย์ฟิช อ.เกาะช้าง กล่าวด้วยว่า ในช่วงแรกๆ ที่เริ่มเลี้ยงนั้น ยอมรับว่าขายดีมาก มีคนสนใจซื้อกุ้งเครย์ฟิชไปเลี้ยงจำนวนมาก ในปัจจุบันยังพอมีลูกค้า แต่ยอดขายในฟาร์มนั้นลดลงเหลือ 15,000-20,000 บาท/เดือน เนื่องจากได้มีผู้สนใจหันมาสนใจเลี้ยงกุ้งเครย์ฟิชและขายผ่านทางโซเชียล (เฟซบุ๊ก) คล้ายๆ กันจำนวนมาก จะเห็นได้ว่ามีเกือบทั่วทุกพื้นที่มีทั้งเลี้ยงขนาดเล็กและรูปแบบฟาร์ม ปัญหาที่พบก็คือมีการขายกุ้งเครย์ฟิชตัดราคากัน.

มาทำรู้จักกับประวัติของกุ้งเครย์ฟิชกัน

หลายๆคนอาจจะมีคำถามว่าเครย์ฟิชคืออะไรนั้น คำตอบก็คือ “กุ้งเครย์ฟิช” ที่มีสีสันสวยงาม เช่น สีส้ม สีขาว สีฟ้า ด้วยเหตุที่มีสีสันสวยงามนี้เองทำให้มีผู้คนหันมาเลี้ยงกันมากขึ้นนั่นเอง

กุ้งเครย์ฟิช (Crayfish) นั้นมีถิ่นกำเนิดกว้างขวางมาก ทั้งในทวีปอเมริกาเหนือ ยุโรป เอเซียตะวันออก และออสเตรเลีย ในปัจจุบันมีการบรรยายอนุกรมวิธานของ Crayfish ไปมากกว่า500ชนิดแล้ว โดยมากกว่าครึ่งหนึ่งนั้นเป็นCrayfish ที่มีถิ่นกำเนิดในทวีปอเมริกาเหนือ ในธรรมชาติCrayfish จะอาศัยกกตัวอยู่ตามโขดหินหรือใต้ ขอนไม้อยู่ในทั้งลำธาร หนองน้ำ หรือแม้กระทั่งทะเลสาป

สำหรับกุ้งเครย์ฟิชนั้นเริ่มเข้ามาสู่ตลาดปลาสวยงามตั้งแต่ปีพ.ศ. 2539 แต่มักจะถูกเลี้ยงในตู้ปลาไว้ดูเล่นสวยงาม หรือเลี้ยงในบ่อของฟาร์มสำหรับขายเป็นอาหารซึ่งอยู่ในระบบปิด โดยเหตุที่ต้องเลี้ยงไว้ในตู้ปลา หรือในระบบปิดของฟาร์มนั้นก็เพราะเป็นสายพันธุ์ที่กินอาหารได้หลากหลาย ตั้งแต่หอย สาหร่าย ลูกปู ลูกกุ้งด้วยกันเอง หรือแม้กระทั่งตัวอ่อนของแมลงน้ำ กุ้งเครย์ฟิชในประเทศไทยมีอยู่ 2 สายพันธุ์คือ กุ้งเครย์ฟิชจากสหรัฐฯ และกุ้งเครย์ฟิชจากออสเตรเลีย

Leave your vote

7 points
Upvote Downvote

Total votes: 13

Upvotes: 10

Upvotes percentage: 76.923077%

Downvotes: 3

Downvotes percentage: 23.076923%

Comments

comments

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here