กสทช. เดินหน้าหาช่องคุมเฟซบุ๊กไลฟ์ – ไลน์ทีวี

0
166

เว็บไซต์ประชาชาติธุรกิจรายงานสัมภาษณ์พิเศษ ประธาน กสท. เผยเตรียมปรับปรุงกฎหมายคุมเนื้อหากิจการที่ให้บริการบรอดแคสต์ผ่านอินเตอร์เน็ต รวมถึงเฟซบุ๊กไลฟ์ ไลน์ทีวี Netflix, iflix

พ.อ.นที ศุกลรัตน์ ประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (กสท.) ให้สัมภาษณ์  ประชาชาติธุรกิจว่ากำลังผลักดันหามาตรการกำกับดูแลกิจการ OTT (Over-The-Top) การให้บริการบรอดแคสต์ผ่านอินเทอร์เน็ต ซึ่งมีการเติบโตมากขึ้นอย่างชัดเจนตั้บแต่ปีที่ผ่านมา ซึ่งหากแพลตฟอร์มใดนำเสนอเนื้อหาที่มีผลต่อกระทบสังคมจะต้องมีมาตรฐานกำกับ ซึ่งประเทศไทยมีปัญหาในการกำกับกิจการประเภทนี้เช่นเดียวกับประเทศอื่นๆ และต้องศึกษาหาจุดสมดุลระหว่างการป้องกันจากผลกระทบที่ไม่เหมาะสมกับการส่งเสริมผู้ประกอบการไม่ให้เผชิญกับภาระมากจนทำให้ธุรกิจใหม่ไม่เติบโต

ประธาน กสท. ระบุว่า ขณะนี้อยู่ในช่วงรอยต่อระหว่างการประกาศใช้ พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ และกำกับกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม ฉบับใหม่ที่เพิ่งผ่านสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) จึงต้องพิจารณาปรับปรุงให้สอดคล้องกับกฎหมายใหม่

สำหรับธุรกิจในรูปแบบของ OTT ที่ กสทช, จะต้องกำกับดูแลนั้นจะครอบคลุมผู้ให้บริการคอนเทนต์ประเภทฟรีทูแอร์ และคอนเทนต์ออนดีมานด์ อาทิ Netflix, iflix เป็นต้น รวมถึงแอปพลิเคชั่นที่ให้บริการบรอดแคสต์ เช่น ไลน์ทีวี (LINE TV) และเฟซบุ๊กไลฟ์ (facebook live)

ประชาชาธุรกิจรายงานโดยอ้างแหล่งข่าวภายในของ กสทช. ว่า ขณะนี้ตัวกฎหมายที่จะควบคุมเนื้อหาผ่านการบรอดแคสต์ออนไลน์นั้นตกผลึกในเชิงหลักการแล้ว แต่ยังไม่ได้จัดทำร่างประกาศและต้องหารือให้รอบด้าน

“คอนเซ็ปต์ตกผลึกแล้ว แต่ยังไม่ได้ทำเป็นร่างประกาศ เพราะต้องหารือกับผู้ใหญ่ให้รอบด้าน เนื่องจากเป็นเรื่องใหญ่ จะทำให้สำเร็จต้องให้รัฐบาลสนับสนุน หัวใจสำคัญคือ เมื่อออกกฎมาแล้ว ต้องบังคับใช้ให้ได้ จึงต้องหารือกับรัฐบาลและผู้ประกอบการ เพื่อหาแนวทางเจรจาให้เข้าสู่กระบวนการกำกับดูแล ประเด็นหลักคือต้องหาอำนาจต่อรองที่จะทำให้ผู้ประกอบการยอม เพราะบริการ OTT มาพร้อมอินเทอร์เน็ตที่ใครก็เข้าถึงได้ กสทช.ไม่มีอำนาจไปบล็อก” แหล่งข่าวระบุ

สำหรับอำนาจการกำกับดูแลกิจการบรอดแคสต์ของ กสทช.ที่ผ่านมา ได้จัดกลุ่มตาม พ.ร.บ.การประกอบกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ พ.ศ. 2551 โดยแยกประเภทกิจการให้บริการเป็นแบบใช้คลื่นความถี่กับไม่ใช่คลื่นความถี่ และแบบเสียค่าบริการกับไม่เสียค่าบริการเท่านั้น ยังไม่มีการระบุถึงบริการกิจการแบบผสม รวมถึงแยกหน่วยงานกำกับออกเป็นด้านบรอดแคสต์กับโทรคมนาคมด้วย ไม่ได้มองไปถึงการให้บริการแบบหลอมรวมเหมือนที่ OTT ให้บริการอยู่ ขณะที่ พ.ร.บ.กสทช. ล่าสุดเน้นให้กำกับดูแลแบบหลอมรวมเทคโนโลยี (คอนเวอร์เจนซ์)

ขณะที่การให้บริการ OTT ด้านบรอดแคสต์ในไทย แบ่งเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ 1.ฟรีแพลตฟอร์มที่ผู้ชมดูฟรี ผู้ประกอบการมีรายได้หลักจากโฆษณาโดยอิสระ เช่น LINE TV และ youtube รวมถึงผู้ประกอบการโทรทัศน์ให้บริการ OTT เช่น ช่อง 3 ช่อง 7 ช่อง 8 ช่อง Workpoint ผู้ให้บริการเพย์ทีวี ในรูปแบบ OTT เช่น PSI เป็นต้น
ประเภทที่ 2.ให้บริการแบบเพย์แพลตฟอร์ม ซึ่งมีการจ่ายค่าสมาชิกรายเดือนหรือรายปี หรือจ่ายเป็นรายครั้ง มีทั้งผู้ประกอบการแบบ OTT อิสระ เช่น ผู้ให้บริการดูภาพยนตร์ออนไลน์ เช่น Netflix, iflix, Hollywood HDTV, Primetime รวมถึงผู้ให้บริการโทรคมนาคม เช่น AIS Play และผู้ให้บริการเพย์ทีวรูปแบบ OTT เช่น ทรูวิชั่นส์ แอนิแวร์ (true visions anywhere)

และ 3.ผู้ให้บริการแบบผสม คือมีทั้งคอนเทนต์ทั่วไปที่รับชมฟรี และแบบพรีเมี่ยมที่ต้องเสียค่าใช้จ่าย
ส่วนรายได้ของผู้ให้บริการ OTT ในกลุ่มที่มีรายได้จากโฆษณา พบว่าปี 2559 เฉพาะยูทูบมีรายได้ 1,663 ล้านบาท คิดเป็น 77% ของมูลค่าโฆษณาในวงการ OTT ส่วนผู้ประกอบการรายอื่น อาทิ LINE TV มีรายได้รวมกัน 502 ล้านบาท

ที่มา:
เอาแน่! คุมเนื้อหาสื่อโซเชียล ต้อน”เฟซบุ๊ก-ไลน์”เข้าระบบ

Leave your vote

0 points
Upvote Downvote

Total votes: 0

Upvotes: 0

Upvotes percentage: 0.000000%

Downvotes: 0

Downvotes percentage: 0.000000%

Comments

comments

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here